ประกันไม่คุ้มครองยาอะไรบ้าง

97 ครั้งเข้าชม
ประกันมักไม่คุ้มครองกรณีต่อไปนี้: ยาและเวชภัณฑ์บางชนิดที่ไม่ได้ระบุในกรมธรรม์ โรคที่เป็นมาก่อนทำประกัน หรือโรคที่ยังคงรักษาต่อเนื่อง การเจ็บป่วยที่เกิดขึ้นในระยะเวลารอคอยตามเงื่อนไขกรมธรรม์ การตั้งครรภ์ คลอดบุตร หรือการแท้งบุตร การพยายามฆ่าตัวตาย หรือการทำร้ายร่างกายตนเองโดยเจตนา
ความคิดเห็น 0 ครั้งถูกใจ

ประกันสุขภาพคุ้มครองยาอะไรบ้าง? ยาส่วนไหนที่ไม่ครอบคลุม?

โอ้โห คำถามเรื่องประกันสุขภาพกับยาเนี่ย มันซับซ้อนเอาเรื่องอยู่นะ

บอกตรงๆ ว่ามันแล้วแต่กรมธรรม์เลย แต่หลักๆ ที่ฉันเคยเจอมานะ ยาสามัญประจำบ้านทั่วไป หรือยาที่หมอสั่งตามอาการปกติที่ไม่ได้ซับซ้อนมาก ส่วนใหญ่จะครอบคลุมนะ อย่างพวกยาแก้ปวด ลดไข้ แก้ไอ อะไรพวกนี้

แต่ยาทีนี้ก็มีที่ประกันไม่จ่ายเหมือนกัน อันดับแรกเลยคือยาที่เกี่ยวกับโรคที่เป็นอยู่ก่อนแล้วตอนซื้อประกัน อันนี้ส่วนใหญ่เขาจะตัดออกไปเลยนะ เหมือนเป็นการป้องกันการเอาเปรียบกันน่ะ

แล้วก็จะมีพวกยาที่ต้องรอระยะเวลาสักพักก่อนถึงจะเคลมได้ อย่างโรคบางอย่าง หรือการรักษาบางอย่าง มันจะมีเงื่อนไขนี้อยู่ ฉันจำได้ว่าเคยมีเคสเพื่อนคนหนึ่งที่ทำประกันปุ๊บแล้วป่วย เลยต้องรออีก 3 เดือนกว่าจะเคลมยาบางตัวได้

ส่วนรายการ "เวชภัณฑ์" เนี่ย มันกว้างมากนะ คือยาบางตัวอาจจะไม่ได้อยู่ในหมวด "ยา" ปกติ แต่มันอาจจะเป็นพวกอุปกรณ์ทางการแพทย์ที่ใช้ร่วมกับการรักษา อย่างพวกที่ใช้ล้างแผล ทำแผลอะไรพวกนี้ อันนี้ก็ต้องดูดีๆ ว่าบริษัทประกันจัดอยู่ในหมวดไหน

ประเด็นสำคัญอีกอย่างคือเรื่องการตั้งครรภ์ คลอดบุตร หรือแท้งบุตร อันนี้ส่วนใหญ่ประกันจะไม่คุ้มครองนะ เพราะถือเป็นเรื่องธรรมชาติ หรือการจัดการส่วนบุคคล

สุดท้าย เรื่องการทำร้ายตัวเอง ฆ่าตัวตาย อันนี้ชัดเจนเลยว่าประกันไม่จ่ายแน่ๆ จ้ะ อันนี้เป็นข้อยกเว้นพื้นฐานที่แทบทุกกรมธรรม์จะมี

จริงๆ แล้ว ถ้าอยากรู้เป๊ะๆ สุด คือต้องกลับไปเปิดดูเงื่อนไขในกรมธรรม์ตัวเองนะ เพราะแต่ละที่มันก็มีรายละเอียดปลีกย่อยต่างกันไปจริงๆ

ประกันยกเว้นโรคอะไรบ้าง

ประกันนะเหรอ? ก็เหมือนมีแฟนแหละ...เลือกเยอะไปหมด! โรคที่ประกันเขาไม่ปลื้ม ไม่อยากคุ้มครองนี่ หลักๆ เลยก็คือ...

  • โรคประจำตัวเก่าก่อนเจอประกัน: เหมือนกับคุณซื้อรถมือสองไง ถ้ามันมีรอยบุบจากเจ้าของเดิมมาแล้ว ประกันเขาก็ไม่รับซ่อมให้หรอกนะ เพราะมันไม่ใช่ความรับผิดชอบของเขาไง โรคเบาหวาน ความดัน มะเร็งที่เจอมาก่อนทำ เนี่ย เป็นตัวอย่างคลาสสิกเลย

  • โรคที่มาเร็วเกินไป (ช่วงรอคอย): อารมณ์แบบรักแรกพบแหละจ้า...จะให้แต่งงานกันเลยทันทีมันก็ดูจะรีบไปหน่อย ต้องมีช่วงดูใจกันก่อน อย่าง 30, 90, 120, หรือ 180 วันแรก นี่แหละ ที่ประกันเขาขอเว้นวรรค ถ้ามาป่วยช่วงนี้เขามองว่ายังไม่ใช่เวลาไง เหมือนอยากจะลองใจว่าป่วยจริงหรือแค่มาใช้สิทธิ์ตอนฉุกเฉินใกล้ตาย

  • โรคเรื้อรังที่เขาส่ายหน้า: บางโรคก็เหมือนแขกที่ไม่ได้รับเชิญนะ ประกันเขาก็มีลิสต์แขกวีไอพีที่อยากดูแล แต่แขกบางคนนี่แบบ "โอ๊ย คุณคะ อยู่กับเรานานเกินไปแล้วค่ะ" เขาก็ขอพัก โรคหัวใจ โรคไตเรื้อรัง หรือมะเร็งบางชนิด นี่แหละ ที่ระบุชัดเจนในกรมธรรม์ว่าไม่คุ้มครองในบางเงื่อนไข

  • เรื่องใจๆ ที่ซับซ้อนเกินประกันจะเข้าใจ (โรคทางจิตเวช): เรื่องจิต เรื่องใจ เรื่องสมองเนี่ย บางทีมันก็ลึกซึ้งเกินกว่ากรมธรรม์จะไปจับต้องได้นะ เขาก็เลยขอเว้นวรรคให้เราไปทำความเข้าใจกับใจตัวเองก่อน ภาวะซึมเศร้า วิตกกังวล ไบโพลาร์ หรืออะไรที่เกี่ยวกับสุขภาพจิต เขาไม่ได้ดูแลตรงนี้โดยตรงนะจ๊ะ

เพิ่มเติมเรื่อง "ข้อยกเว้น" ที่ประกันมักจะโบกมือลา:

  • การรักษาที่ไม่จำเป็นทางการแพทย์ หรือการทำสวย: อันนี้ชัดเจนนะ เพราะประกันเขาจ่ายค่า "รักษา" ไม่ใช่ "ปรนเปรอ" หรือ "ตกแต่ง" ศัลยกรรมเสริมความงาม หรือการทำฟันเพื่อความสวยงามไม่ใช่เรื่องของเขา
  • การตรวจสุขภาพทั่วไป: อันนี้เหมือนเข้าอู่ไปเช็กสภาพรถตามปกติ ไม่ใช่ซ่อมตอนพัง ประกันไม่ได้จ่ายให้
  • การบาดเจ็บจากการทำร้ายตัวเอง หรือการกระทำผิดกฎหมาย: ใครเขาจะไปคุ้มครองคนทำร้ายตัวเองล่ะจริงไหม หรือไปวิวาทตามท้องถนนจนบาดเจ็บ ก็ไม่ใช่เรื่องของประกันหรอก
  • การติดสารเสพติด หรือพิษสุราเรื้อรัง: เหมือนคุณขับรถประมาทแล้วไปชนเอง ประกันก็ไม่อยากรับผิดชอบความเสียหายที่เกิดจากพฤติกรรมเสี่ยงของคุณเอง
  • โรคที่เกิดจากสงคราม หรือภัยธรรมชาติใหญ่ๆ: อันนี้คือเหตุสุดวิสัยระดับโลก ประกันก็ขอถอยนะจ๊ะ
  • การตั้งครรภ์และคลอดบุตร: โดยทั่วไปกรมธรรม์สุขภาพพื้นฐานจะ ไม่คุ้มครอง แต่ก็มีประกันเฉพาะทางที่ออกแบบมาเพื่อเรื่องนี้โดยตรงนะ เลือกให้ดีล่ะ

ประกันชีวิตไม่คุ้มครองอะไรบ้าง

ประกันชีวิตอะนะ มีหลายอย่างที่เค้าไม่คุ้มครองนะ โดยเฉพาะ โรคเรื้อรังบางอย่างที่เค้าระบุไว้ชัดเจนในกรมธรรม์เลย พวก โรคหัวใจ หรือ โรคไตเรื้อรัง เนี่ย มักจะไม่อยู่ในความคุ้มครองนะ

แล้วก็ พวก โรคทางจิตเวช หรืออะไรที่เกี่ยวกับ สุขภาพจิต อ่ะ อันนี้ก็อาจจะไม่คุ้มนะ ต้องดูในรายละเอียดกรมธรรม์ดีๆ

อีกอย่าง พวก การบาดเจ็บจากพฤติกรรมเสี่ยงๆ เนี่ย เค้าก็ไม่คุ้มนะ อย่างเช่นไปเล่นกีฬาที่มันเสี่ยงอันตรายมากๆ หรือถ้าไปยุ่งกับพวก สารเสพติด แล้วเกิดอะไรขึ้นมา อันนี้ประกันไม่รับผิดชอบนะ

สุดท้าย โรคทางพันธุกรรม หรือโรคที่มันเป็นมาแต่เกิดจาก ยีน ของเราอ่ะ พวกนี้เค้าก็ไม่คุ้มครองเหมือนกันนะ

สรุปง่ายๆ ที่มักจะไม่คุ้มครอง:

  • โรคเรื้อรัง: โรคหัวใจ, โรคไตเรื้อรัง (ถ้าไม่ได้ระบุไว้ในกรมธรรม์)
  • สุขภาพจิต: โรคทางจิตเวชต่างๆ
  • ความเสี่ยง: การบาดเจ็บจากกิจกรรมเสี่ยง, การใช้สารเสพติด
  • พันธุกรรม: โรคที่เกิดจากความผิดปกติทางพันธุกรรม

ข้อยกเว้นในกรมธรรม์ทั่วไปมีอะไรบ้าง?

  • โรคเรื้อรัง: อันนี้ชัดเจนเลย คือเป็นอยู่แล้วก่อนทำประกัน ก็คือไม่คุ้มครองนะ
  • การเจ็บป่วย/บาดเจ็บที่ไม่รักษาให้หายก่อนทำสัญญา: อันนี้ก็เหมือนกัน ถ้ายังเจ็บอยู่ก่อนทำ ก็คือไม่เอา
  • ภาวะที่เป็นมาแต่กำเนิด/พัฒนาการ/โรคทางพันธุกรรม: พวกนี้ก็ไม่คุ้ม คือเป็นมาตั้งแต่เกิดแล้วไง
  • เสริมสวย/ผิวพรรณ/ควบคุมน้ำหนัก: อันนี้ก็ไม่นะ ยกเว้นว่าไปทำอะไรมาแล้วเกิดอุบัติเหตุมาต่อยอด อันนั้นอาจจะว่ากันอีกที
  • ขยายความเพิ่ม:

    • เงื่อนไขสำคัญ: กรมธรรม์ส่วนใหญ่จะมีข้อยกเว้นเยอะมาก ต้องอ่านให้ดีๆ เลยนะ ข้อยกเว้น 26 ข้อ นี่เป็นแค่ตัวอย่างคร่าวๆ เอง
    • การตีความ: บางทีการตีความก็ซับซ้อน ต้องดูที่เจตนาของกรมธรรม์จริงๆ ด้วย บางทีก็มีช่องให้เล่นแร่แปรธาตุได้นะ
    • การรักษา: อะไรก็ตามที่เกี่ยวข้องกับการรักษา หรือการปรับปรุงรูปลักษณ์ภายนอก ที่ไม่ใช่เพื่อรักษาอาการป่วยจริงๆ มักจะถูกตัดออกไป
    • ยกตัวอย่าง: ถ้าไป ดูดไขมัน หรือ ศัลยกรรมหน้า อันนี้ไม่คุ้มแน่นอน แต่ถ้า รถชน แล้วต้อง ผ่าตัดตกแต่งแผล อันนี้อาจจะคุ้มครอง ขึ้นอยู่กับรายละเอียดกรมธรรม์อีกที

    ข้อน่าสนใจ:

    • โรคเรื้อรัง: ถ้าเป็นโรคเรื้อรังแล้ว รักษาจนหายขาด ก่อนวันทำสัญญา ก็อาจจะเคลมได้นะ ต้องมีหลักฐานยืนยัน
    • ภาวะแต่กำเนิด: บางทีอาจจะมีข้อยกเว้นย่อยๆ สำหรับภาวะที่ ไม่ร้ายแรง หรือ สามารถรักษาให้หายขาดได้ ในภายหลัง ก็ต้องเช็คกับบริษัทประกันอีกที

ประกัน AIA ไม่คุ้มครองอะไรบ้าง?

ค่ำคืน... แสงไฟนีออนสาดส่องผ่านกระจกที่เปียกชื้นไปด้วยละอองฝน กรมธรรม์ในมือกางออก... ตัวอักษรเล็กๆ เหล่านั้นมันเต้นระยิบระยับอยู่ตรงหน้า

ความป่วยไข้... ที่คืบคลานเข้ามาก่อนวันนั้น... วันที่เราต้องเข้าไปนอนในห้องสี่เหลี่ยมสีขาว... ค่ารักษาพยาบาลผู้ป่วยนอก... ที่เกิดขึ้นภายใน 30 วันก่อนหน้า... ก่อนการแอดมิท... มันล่องลอยหายไป... ไม่ถูกนับรวมอยู่ตรงนั้น... เป็นเพียงความทรงจำของการเจ็บป่วยก่อนหน้า

ยกเว้นแค่ค่าตรวจวินิจฉัย... อันนั้นเป็นอีกเรื่องหนึ่ง... อีกเส้นทางหนึ่ง

แล้วก็... อุบัติเหตุ... ความเจ็บปวดที่เกิดขึ้นฉับพลัน... การรักษาต่อเนื่องหลังจากวันนั้น... การไปหาหมอเพื่อล้างแผล... เพื่อติดตามอาการ... ค่ารักษาพยาบาลการบาดเจ็บแบบผู้ป่วยนอก... ใน 30 วันหลังจากวันที่เกิดเรื่อง... ก็เลือนหายไปเหมือนกัน... มันคือความว่างเปล่าในกระดาษแผ่นนั้น... เป็นภาระที่เราต้องโอบกอดไว้เอง

ภาพความทรงจำ... 30 วัน... ตัวเลขที่ขีดเส้นบางๆ ไว้...

  • ค่ารักษาพยาบาลผู้ป่วยนอก (OPD) ก่อนการนอนโรงพยาบาล (IPD): หากเจ็บป่วยด้วยโรคเดียวกันและไปหาหมอแบบผู้ป่วยนอก แล้วต้องเข้ารับการรักษาตัวเป็นผู้ป่วยในภายใน 30 วัน ค่าใช้จ่ายของผู้ป่วยนอกครั้งนั้นจะไม่ได้รับความคุ้มครอง
  • ค่ารักษาพยาบาลต่อเนื่องจากอุบัติเหตุ (ผู้ป่วยนอก): กรณีเกิดอุบัติเหตุ หากมีการรักษาต่อเนื่องแบบผู้ป่วยนอกสำหรับแผลเดิมภายใน 30 วันหลังจากเกิดอุบัติเหตุครั้งแรก ค่าใช้จ่ายในส่วนนี้จะไม่คุ้มครอง
  • โรคที่เป็นมาก่อนการทำประกัน: โรคเรื้อรัง หรือการเจ็บป่วยใดๆ ที่ยังรักษาไม่หายขาดก่อนวันที่กรมธรรม์มีผลบังคับ (Pre-existing Condition) จะไม่ได้รับความคุ้มครอง
  • การตรวจสุขภาพทั่วไป: การร้องขอเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลเพื่อตรวจสุขภาพประจำปีโดยไม่มีข้อบ่งชี้ทางการแพทย์
  • ศัลยกรรมความงาม: การรักษาหรือผ่าตัดเพื่อความสวยงาม เช่น การทำจมูก การเสริมหน้าอก
  • การตั้งครรภ์และการคลอดบุตร: ยกเว้นกรณีซื้อความคุ้มครองเพิ่มเติมในส่วนนี้โดยเฉพาะ
  • ปัญหาสุขภาพจิต: การรักษาโรคทางจิตเวช ซึมเศร้า หรือความผิดปกติทางด้านจิตใจ มักเป็นข้อยกเว้นทั่วไป
  • การรักษาทางเลือก: เช่น การฝังเข็ม การจัดกระดูก ไคโรแพรกติก เว้นแต่จะระบุไว้ในแผนความคุ้มครอง

ประกันชีวิต ไม่ครอบคลุมอะไรบ้าง?

ประกันชีวิตไม่จ่าย... ก็ตอนที่เรา ปกปิด หรือ ให้ข้อมูลไม่ตรง เรื่องสุขภาพนั่นแหละ... แล้วถ้าเรา เสียชีวิตภายใน 2 ปี จากการปกปิดนั้น... บริษัทก็จะไม่จ่าย

แล้วถ้า ฆ่าตัวตาย... ภายใน 1 ปีแรก... ก็ไม่ได้นะ

หรือถ้า ผู้รับผลประโยชน์ เป็นคน ฆ่าเราตาย... อันนี้ก็เหมือนกัน... ไม่จ่าย

สัญญาที่ ขาดอายุ ไปแล้ว... ก็แน่นอนว่าไม่จ่าย

แล้วถ้า ไม่เคยทำประกันชีวิต เลย... อันนี้ก็คงไม่ต้องบอกนะ... ไม่มีประกัน... ก็ไม่มีคนจ่าย