อะไรที่ทำให้ภาษาอังกฤษยาก

0 ครั้งเข้าชม
ทำไมภาษาอังกฤษถึงเรียนยาก คือปัญหาการสะกดคำที่ไม่ตรงกับเสียงอ่าน. การมี Silent Letters ทำให้การเดาเสียงคำศัพท์ใหม่ยากลำบาก. นอกจากนี้ภาษาอังกฤษยังมีกฎกริยาไม่ปกติหรือ Irregular Verbs มากกว่า 200 คำที่ต้องอาศัยการจำเนื่องจากมีข้อยกเว้นเสมอ.
ความคิดเห็น 0 ครั้งถูกใจ

ทำไมภาษาอังกฤษถึงเรียนยาก: กฎเกณฑ์และข้อยกเว้น

หลายคนเผชิญอุปสรรคเมื่อเรียนภาษาอังกฤษเนื่องจากระบบการสะกดคำที่มีความซับซ้อนและกฎเกณฑ์ที่มีข้อยกเว้นมากมาย. การทำความเข้าใจสาเหตุเหล่านี้ช่วยให้ผู้เรียนวางแผนการฝึกฝนได้ดีขึ้น. หากต้องการเรียนให้เก่ง การทำความเข้าใจโครงสร้างเหล่านี้จะช่วยลดความสับสนในการใช้งานและเพิ่มความมั่นใจในการสื่อสารในระยะยาวโดยไม่ต้องกังวลกับกฎที่จดจำยากอีกต่อไป และนี่คือคำตอบของ ทำไมภาษาอังกฤษถึงเรียนยาก

ทำไมภาษาอังกฤษถึงเรียนยาก

ภาษาอังกฤษไม่ได้ยากเพราะความสามารถของคุณ แต่เป็นเพราะโครงสร้างภาษาที่เต็มไปด้วยความซับซ้อนและข้อยกเว้นมากมาย ภาษาอังกฤษเป็นภาษาที่มีการยืมคำจากหลายภาษาทั่วโลก ทำให้นักเรียนมักจะสับสนในช่วงเริ่มต้น

ความไม่สัมพันธ์ระหว่างการเขียนและการอ่าน

ปัญหาใหญ่ที่สุดคือระบบการสะกดคำที่ไม่ตรงกับเสียงอ่าน ตัวสะกดภาษาอังกฤษมีลักษณะที่เรียกว่า Silent Letters หรือตัวอักษรที่เขียนไว้แต่ไม่ออกเสียง ทำให้การเดาเสียงคำศัพท์ใหม่ทำได้ยาก ในหลายคำศัพท์ภาษาอังกฤษมีการสะกดที่ไม่ตรงกับเสียงอ่าน[1] ทำให้เราต้องอาศัยการจำมากกว่าการใช้กฎเกณฑ์เพียงอย่างเดียว

ความซับซ้อนของไวยากรณ์และ Tenses

การผันกริยาและระบบ 12 Tenses ถือเป็นอุปสรรคสำคัญสำหรับคนไทย เพราะโครงสร้างภาษาไทยไม่มีการเปลี่ยนรูปกริยาตามกาลเวลา ระบบ Subject-Verb Agreement ที่ต้องเติม -s หรือ -es ในประธานเอกพจน์เป็นสิ่งที่ขัดกับธรรมชาติภาษาเดิมอย่างมาก - แต่ไม่ต้องกังวลครับ เพราะแม้แต่เจ้าของภาษาเองบางครั้งก็ยังเผลอใช้ผิด

ข้อยกเว้นที่พบได้ในทุกที่

ภาษาอังกฤษเต็มไปด้วยกฎที่มักจะมีข้อยกเว้นเสมอ โดยเฉพาะ Irregular Verbs หรือกริยาไม่ปกติซึ่งมีมากกว่า 200 คำ[2] ที่ต้องอาศัยการท่องจำ ข้อยกเว้นเหล่านี้ทำให้ผู้เรียนรู้สึกว่ากฎเกณฑ์ต่างๆ นั้นไม่มั่นคงและน่าสับสน

ความท้าทายนี้อาจทำให้คุณรู้สึกท้อแท้ได้ง่าย แต่ความจริงแล้ว คุณไม่จำเป็นต้องจำทุกอย่างในทันที การเรียนรู้ผ่านการใช้งานจริงจะช่วยให้สมองค่อยๆ ปรับตัวจนคุ้นเคยกับรูปแบบเหล่านี้ไปเอง

สำนวนและ Phrasal Verbs

Phrasal Verbs คือกริยาที่บวกกับคำบุพบทจนเกิดความหมายใหม่ ซึ่งมักจะไม่ได้แปลตรงตัวตามคำศัพท์หลัก เช่น get up, get over, get along ทำให้การแปลประโยคภาษาอังกฤษต้องอาศัยบริบทมากกว่าการเปิดพจนานุกรมทีละคำ

เปรียบเทียบโครงสร้างภาษาไทยและภาษาอังกฤษ

การเข้าใจความแตกต่างเชิงโครงสร้างจะช่วยให้คุณลดความสับสนและเรียนรู้ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

ภาษาไทย

โครงสร้างประโยคง่าย แต่มีความซับซ้อนที่ระดับเสียงวรรณยุกต์

ไม่มีความจำเป็นต้องสอดคล้องตามจำนวนประธาน

ไม่มีการผันรูปตามกาลเวลา

ภาษาอังกฤษ

โครงสร้างไวยากรณ์ซับซ้อน แต่ไม่มีวรรณยุกต์

ต้องผันกริยาให้ตรงตามพจน์ของประธาน

ต้องผันตาม 12 Tenses

ภาษาไทยเน้นบริบทในการสื่อสาร ในขณะที่ภาษาอังกฤษเน้นความชัดเจนของโครงสร้างไวยากรณ์ การปรับตัวจากระบบที่ไม่มีการผันรูปมาสู่ระบบที่เคร่งครัดเรื่องรูปประโยคเป็นความท้าทายหลักของผู้เรียนไทย

ประสบการณ์เรียนรู้ของต้น: จากท้อแท้สู่ความมั่นใจ

ต้น, พนักงานบริษัทเอกชนในกรุงเทพฯ, เคยเลิกเรียนภาษาอังกฤษมา 3 ครั้ง เพราะรู้สึกว่ากฎไวยากรณ์และ Tenses นั้นไร้ระเบียบและจำไม่ไหว.

เขาพยายามท่องจำตารางกริยา 3 ช่องทั้งคืน แต่พอเจอสถานการณ์จริงกลับนึกไม่ออกและพูดติดขัด จนเกิดความเครียดและล้มเลิกไปในที่สุด.

การเปลี่ยนวิธีการจากท่องจำกฎ มาเป็นการฟังพอดแคสต์และอ่านบทความสั้นๆ ที่เขาสนใจช่วยให้ต้นเข้าใจรูปแบบภาษาผ่านการใช้งานจริงแทน.

หลังจากปรับตัวได้เพียง 6 เดือน ต้นพบว่าเขาสามารถโต้ตอบในที่ประชุมได้คล่องตัวขึ้น 50% และความกลัวในการใช้ภาษาอังกฤษค่อยๆ หายไปอย่างเห็นได้ชัด.

ขั้นตอนถัดไป

อย่ากลัวความผิดพลาด

ข้อยกเว้นคือเรื่องปกติของภาษาอังกฤษ แม้แต่เจ้าของภาษาก็ทำผิดไวยากรณ์เป็นเรื่องปกติ

เน้นบริบทมากกว่ากฎเกณฑ์

ใช้เวลากับการทำความเข้าใจบริบทของคำศัพท์ผ่านการอ่านและฟังจะช่วยได้มากกว่าการท่องจำไวยากรณ์แยกส่วน

เริ่มจากสิ่งที่สนใจ

การเลือกเรียนจากหัวข้อที่ชอบจะช่วยลดความเบื่อหน่ายจากความซับซ้อนของภาษาได้เป็นอย่างดี

คำตอบด่วน

ทำไมการผันกริยาถึงยากจัง?

เพราะมันขัดกับโครงสร้างภาษาไทยที่ไม่มีการเปลี่ยนรูปกริยา การเปลี่ยนวิธีคิดจากการแปลเป็นคำๆ มาเป็นการจำรูปแบบประโยคจะช่วยให้คุณคล่องตัวขึ้น

ถ้าจำกฎไวยากรณ์ไม่ได้ ควรเรียนต่อไหม?

ควรเรียนต่อครับ กฎเป็นเพียงเครื่องมือช่วย การเรียนรู้ผ่านการฟังและอ่าน (Input) จะช่วยให้คุณซึมซับไวยากรณ์ได้โดยไม่ต้องท่องจำกฎเกณฑ์ที่ซับซ้อน

หากคุณสงสัยว่าควรเริ่มจากตรงไหน สามารถศึกษาได้ที่ การเรียนภาษาอังกฤษควรเริ่มจากอะไรก่อน เพื่อปูพื้นฐานให้แน่นยิ่งขึ้นครับ

แหล่งอ้างอิงไขว้

  • [1] Flexilingo - ในหลายคำศัพท์ภาษาอังกฤษมีการสะกดที่ไม่ตรงกับเสียงอ่าน
  • [2] Grammarly - Irregular Verbs หรือกริยาไม่ปกติซึ่งมีมากกว่า 200 คำ