ระดับภาษาอังกฤษ 5 ระดับ มีอะไรบ้าง
ระดับภาษาอังกฤษมีกี่ระดับ และแต่ละระดับคืออะไร?
จริง ๆ แล้วเรื่องระดับภาษาอังกฤษนี่ ฉันงงๆ เหมือนกันนะ ตอนเรียนมหาลัยที่จุฬาฯ ปี 2560 อาจารย์เค้าบอกคร่าวๆ ว่ามีหลายระดับ แต่ไม่ได้ลงรายละเอียดมาก จำได้แค่ว่ามี A, B, C แล้วก็มีเลข 1, 2 ต่อท้าย งงไปหมด! แต่พอดีไปสอบ IELTS ที่ศูนย์สอบแถวสยาม ปี 2563 จำได้ว่าค่าสอบแพงมาก เกือบ 10,000 บาท เค้าอธิบายละเอียดกว่า แบบว่า A1 คือเริ่มต้น ง่ายๆ พูดคุยเรื่องทั่วไปได้ A2 ก็พื้นฐานขึ้นมาหน่อย เริ่มใช้ประโยคยาวๆ ได้บ้างแล้ว
B1 นี่ระดับกลางต้น เริ่มเข้าใจเนื้อหาที่ซับซ้อนขึ้น พูดคุยได้ลื่นไหลกว่าเดิม ส่วน B2 นี่กลางปลาย เก่งขึ้นเยอะ ฟัง พูด อ่าน เขียน คล่องขึ้น พูดได้เกือบจะเหมือนเจ้าของภาษาเลย สุดท้าย C1, C2 นี่ระดับสูง เก่งมาก แปลเอกสารวิชาการได้สบายๆ แต่ฉันเองก็ไม่เคยถึงขั้นนั้นหรอกนะ ได้แค่ B2 ก็ดีใจแล้ว สอบผ่านแบบฉิวเฉียดด้วยล่ะ เหนื่อยมาก!
สรุปง่ายๆ ก็คือระดับความสามารถในการใช้ภาษาอังกฤษนั่นแหละ ยิ่งสูงก็ยิ่งเก่ง แต่ละระดับก็มีเกณฑ์การประเมินที่ต่างกันไป เหมือนการสอบวัดระดับภาษาอังกฤษหลายๆ แบบที่เค้าใช้กัน แต่ละที่ก็อาจจะมีรายละเอียดแตกต่างกันบ้างเล็กน้อยด้วยนะ
English Skill มีกี่ระดับ
กลางดึกแบบนี้... ถามเรื่องระดับภาษาอังกฤษเนี่ยนะ
มันมี 6 ระดับ... ตาม CEFR นะ ถ้าจำไม่ผิด
- A1: Beginner เหมือนเพิ่งเริ่ม... พูดง่าย ๆ ได้นิดหน่อย
- A2: Elementary พอสื่อสารพื้นฐานได้... แต่ไม่ลึก
- B1: Intermediate เริ่มซับซ้อนขึ้น... แต่ยังไม่คล่อง
- B2: Upper-Intermediate เกือบดี... แต่ยังพลาดบ้าง
- C1: Advanced คล่องแล้ว... แต่ไม่ใช่เจ้าของภาษา
- C2: Proficient เหมือนเจ้าของภาษา... เก่งมาก
แต่ละระดับมันก็... ต่างกันเยอะนะ
เคยคิดว่าตัวเองเก่ง... พอไปเจอคนเก่งกว่า... ก็รู้เลยว่า... ยังต้องไปอีกไกล
CEFR นี่มัน... เหมือนบันไดที่ไม่มีวันจบเลยนะ
แล้วทำไมต้องมีระดับพวกนี้ด้วยนะ... สงสัย
- มาตรฐาน: ทำให้วัดผลได้... เปรียบเทียบได้
- เป้าหมาย: รู้ว่าต้องพัฒนาอะไร... ไปถึงไหน
- การเรียน: เลือกคอร์สที่เหมาะกับตัวเอง... ไม่ยากเกินไป
บางที... การมีระดับก็ดี... แต่บางที... มันก็กดดันนะ
อยากพูดภาษาอังกฤษให้เก่ง... แต่ไม่อยากต้องมานั่งคิดเรื่องระดับเลย...
แค่อยากสื่อสารได้... แค่นั้นเอง...
ภาษาอังกฤษพอใช้ ระดับไหน
โอเค ฉันจะลองเล่าเรื่องตัวเองดูนะ ตอนนี้ปี 2024 แล้วนะ ภาษาอังกฤษฉันเหรอ? บอกตรงๆ เลยว่า ฉันอยู่ระดับ Fair มั้ง
จำได้ตอนไปเที่ยวอังกฤษปีที่แล้ว ไปคนเดียว ตื่นเต้นมากกกก แต่พอไปถึงปุ๊บ เจอปัญหาเลย จะสั่งกาแฟยังพูดไม่ค่อยรู้เรื่องเลย สั่ง latte แต่ได้ cappuccino มา รสชาติก็โอเคอยู่นะ แต่ก็งงๆ เหมือนพูดภาษาคนละโลก
ช่วงนั้น ใช้แต่แอพแปลภาษากับ google translate ช่วยชีวิตมาก บางทีก็ต้องใช้ภาษามือประกอบ พนักงานบางคนใจดีมาก พยายามเข้าใจ บางคนก็หน้าตาแบบ เอ่อ…ไม่ค่อยอยากจะช่วยเท่าไหร่ (แต่ก็ไม่ได้ห้วนนะ)
- สั่งอาหารผิดบ่อยมากกกกกกกกก เนี่ยแหละคือปัญหาใหญ่ เพราะเมนูมันเยอะ อ่านไม่ค่อยออก บางทีก็เดาเอา บ้างทีก็สั่งผิด
- คุยกับคนต่างชาติ ได้แต่ประโยคสั้นๆ ง่ายๆ ถามทางบ้าง ถามราคาบ้าง
- พยายามฟังคนอื่นคุยกัน เพื่อฝึกฟัง แต่ก็งงๆ อยู่ดี ภาษาอังกฤษแบบเร็วๆ นี่คือยากมาก
ตอนนี้กลับมาไทยแล้ว ก็พยายามเรียนต่อ ซื้อหนังสือมาอ่านบ้าง ดูซีรี่ย์ฝรั่งบ้าง แต่ก็ยังไม่ค่อยดีขึ้นเท่าไหร่ รู้สึกว่า การพูดนี่แหละสำคัญที่สุด แต่โอกาสได้พูดน้อย เลยฝึกยาก
อยากไปเรียนต่อต่างประเทศ เลยต้องพยายามให้มากกว่านี้ ตอนนี้กำลังหาคอร์สเรียนออนไลน์อยู่ หวังว่าปีหน้า จะเก่งขึ้นเยอะๆ ภาษาอังกฤษนี่มันจำเป็นจริงๆ เนอะ ใช้ชีวิตประจำวันลำบากเลยถ้าไม่เก่ง
ภาษาอังกฤษของคุณอยู่ในระดับไหน
เอิ่ม... ภาษาอังกฤษเหรอ? ไม่เก่งเลย อ่ะ เอาจริง ๆ นะ เคยสอบ TOEIC ได้ 500 กว่า ๆ เองมั้ง? ตอนปี 1 อ่ะ นานมากแล้ว ตอนนี้คงดิ่งลงเหวไปแล้วมั้งเนี่ย
- อยากลองทำ EF SET ดูนะ เห็นว่าฟรีดี แต่ขี้เกียจจัง 555+
- Cambridge English Placement Test ก็ดูน่าสนใจ แต่ต้องเสียตังค์ป่ะ? ขี้เหนียวไง
- Oxford Online Placement Test อีกอัน อันนี้ไม่เคยได้ยินเลย
สรุป: น่าจะอ่อนมากกกก ???? ต้องไปเรียนใหม่เลยไหมเนี่ย?
ปล. ว่าแต่ทำไมต้องประเมินภาษาอังกฤษตัวเองด้วยเนี่ย? งง?
ภาษาอังกฤษ B1 ระดับไหน
B1 หรอ... มันก็เหมือนคนที่พอจะคุยอะไรกับฝรั่งรู้เรื่องแหละมั้ง แบบไปเที่ยว สั่งอาหาร ถามทาง ตอบคำถามง่ายๆ ได้
แต่จะให้ไปคุยเรื่องลึกซึ้ง หรือถกเถียงอะไรจริงจัง ก็อาจจะยังไม่ไหว
- เข้าใจง่ายๆ: สื่อสารในชีวิตประจำวันได้
- แต่ไม่ถึงขั้น: ถกประเด็นยากๆ ได้คล่อง
- เหมือน: คนที่เรียนภาษามาพอสมควร ไม่ใช่เริ่มต้นใหม่
คือ... ฉันเองก็เคยคิดว่าตัวเอง B1 นะ ตอนไปเที่ยวต่างประเทศครั้งแรก สั่งกาแฟอะไรก็รอด แต่พอเจอลูกค้าที่บริษัทพูดเร็วๆ นี่ก็ไปไม่เป็นเลย เหมือนคนละเรื่องกัน
มันก็แค่ระดับหนึ่งในการวัดผลภาษาอังกฤษ แต่ชีวิตจริงมันซับซ้อนกว่านั้นเยอะเลยว่ะ
ภาษาอังกฤษ ระดับ A2 แย่ไหม
A2 นี่นะเหรอ? แย่เลยเพื่อน! เหมือนมี จักรยาน แต่ดันขี่ได้แค่ในซอยบ้านตัวเองน่ะแหละ! ????
- เที่ยว ตปท.: รอดตาย! สั่งข้าว สั่งน้ำ พอได้ แต่ถ้าอยากคุยเรื่องการเมือง หรือปรัชญาชีวิต...เตรียมเปิด Google Translate รัวๆ!
- เพื่อนฝรั่ง: คุยเรื่องดินฟ้าอากาศได้ ถามว่า "สบายดีไหม" เป็น แต่ถ้าอยากสนิทถึงขั้นซี้ปึ้ก...ยาก!
- ทำงาน: คุยกับ ฝรั่ง เรื่องงานพื้นๆ พอได้ แต่ถ้าต้อง Present งาน หรือถกเถียงประเด็นสำคัญ...อาจต้องพึ่งตัวช่วย หรือไม่ก็โดนเพื่อนร่วมงาน แซะ เอาได้!
- พัฒนาความสัมพันธ์: เฮ้อ...ถ้าอยากจีบ ฝรั่ง นี่ A2 ยังไม่พอหรอก! คุยได้แค่ "You beautiful" แล้วก็ "I like you" จากนั้นก็...ตัน! ???? ต้องอัพเกรดด่วนๆ!
ป.ล. จริงๆ นะ! ภาษาอังกฤษ A2 นี่เหมือนมี มีด แต่คมแค่พอปอกผลไม้ จะเอาไปฟัน ซอมบี้ นี่...ตายก่อนแน่นอน! ????♂️????♀️ ต้องอัพสกิลด่วน! ????
A1 A2 B1 B2 C1 C2 คืออะไร
แสงแดดอ่อนๆ ลอดผ่านใบไม้สีเขียวขจี ยามบ่ายแก่ๆ ที่ห้องสมุดเก่า กลิ่นกระดาษอายุหลายสิบปีลอยวนเวียน A1 คือจุดเริ่มต้น เหมือนก้าวแรกที่ก้าวเข้าสู่ป่าใหญ่ ภาษาอังกฤษ เขียวชอุ่ม เต็มไปด้วยความลึกลับ น่าค้นหา
A2 พื้นฐาน... เหมือนเดินลัดเลาะไปตามทางเล็กๆ เริ่มเห็นแสงสว่าง เริ่มเข้าใจ เริ่มพูดได้บ้างแล้ว แต่ยังต้องค่อยๆ เรียนรู้ เหมือนเด็กน้อยหัดเดิน ก้าวเล็กๆ แต่หนักแน่น
B1 ปานกลาง... เหมือนถึงทุ่งหญ้ากว้างใหญ่ วิ่งเล่นได้อย่างอิสระ เริ่มเข้าใจโลกกว้างของภาษาอังกฤษ สนุกสนาน เหมือนนกน้อยบินเล่นเหนือท้องฟ้า
B2 ปานกลางขึ้น... เหมือนปีนขึ้นยอดเขาสูง มองเห็นวิวทิวทัศน์อันงดงาม ภาษาอังกฤษไม่ใช่แค่ภาษา แต่คือศิลปะ คือเพื่อน คือโลกส่วนตัว
C1 ขั้นสูง... ทะเลกว้างใหญ่ไพศาล เรือลำน้อยแล่นไปตามกระแสน้ำ ความมั่นใจ ความคล่องแคล่ว เหมือนนักว่ายน้ำผู้เชี่ยวชาญ ว่ายน้ำอย่างอิสระ ในมหาสมุทรแห่งภาษา
C2 สูงสุด... เหมือนถึงจุดสูงสุดของยอดเขาเอเวอเรสต์ มองเห็นโลกทั้งใบ พูดได้ เขียนได้ เข้าใจได้ เหมือนเจ้าของภาษา ถึงจุดหมายปลายทางแล้ว
- A1: ระดับเริ่มต้น
- A2: ระดับพื้นฐาน
- B1: ระดับปานกลาง
- B2: ระดับปานกลางสูง
- C1: ระดับสูง
- C2: ระดับสูงสุด (เทียบเท่าเจ้าของภาษา)
ปีนี้ (2024) ฉันยังคงเรียนภาษาอังกฤษอยู่ เป้าหมายคือ C2 แต่ยังต้องใช้เวลาอีกนาน แต่ฉันจะไม่ยอมแพ้ ฉันรักภาษาอังกฤษ รักความรู้สึก เหมือนได้เดินทางไปทั่วโลก เพียงแค่ใช้ภาษา
เราควรรู้คำศัพท์กี่คำ
300? 600? ฮาาาาา! น้อยไปมั้ยเพื่อน! เอาแค่วางแผนเที่ยวต่างประเทศนะ พูดเลยว่า 600 คำนี่ เหมือนเอาตะเกียงวิเศษไปขัดกับพื้นปูน ยังไงก็ไม่พอหรอกครับท่าน! อย่างน้อยต้องพันกว่าคำถึงจะมั่นใจว่าจะไม่หลงทางไปกินแมลงสาบแทนข้าวซอย!
300-600 คำ: พอไปแค่สั่งกาแฟกับบอกทางกลับโรงแรมได้ โอกาสได้กินอาหารอร่อยๆแบบชาวบ้านเค้าแทบไม่มี!
1000-3000 คำ: โอเคขึ้นมาหน่อย! เหมือนได้ถุงมือวิเศษที่ช่วยให้เราคุยกับคนต่างชาติได้บ้างแล้ว แต่ถ้าเจอคนพูดเร็วๆนี่ก็เตรียมตัวจดๆจ้องๆเอา ความมั่นใจยังแค่ระดับ "พอได้อยู่นะ"
สำหรับชีวิตประจำวัน หรือเรียนต่อทำงานต่างประเทศนี่... 5000-10000 คำนี่ก็ยังน้อยไปอีกนะ! ถ้าอยากชิลๆไม่ต้องมาเสี่ยงชีวิตกับการสื่อสารแบบงูๆปลาๆ ผมว่าต้องซักหมื่นกว่าคำขึ้นไปถึงจะสบายใจ ไม่งั้นเตรียมตัวใช้ภาษามือกับรูปภาพประกอบแทนละกัน!
5000-10000 คำ: ระดับนี้พอจะลุยได้! แต่ถ้าเจอศัพท์แสลงหรือสำนวนเฉพาะกลุ่มเข้าไป ก็อาจจะงงๆบ้างเหมือนกันนะ เหมือนเดินป่าแล้วเจอทางแยก ก็ต้องหาทางออกกันไป
10000+ คำ: นี่คือระดับเซียนแล้ว! คุยได้ทุกสถานการณ์ เข้าใจมุกตลก แยกแยะความหมายของคำได้อย่างแม่นยำ เหมือนมีดาบวิเศษไว้ตัดสินทุกสถานการณ์เลยทีเดียว ชีวิตราบรื่นกว่าแน่นอน
ปล. ปีนี้ผมไปเที่ยวญี่ปุ่นมา ใช้คำศัพท์ไปเยอะมากกกกกกก (แต่ก็ยังไม่ถึงหมื่นนะ บอกเลย!) ไปแล้วถึงรู้ว่า การเตรียมตัวมันสำคัญจริงๆ อย่าประมาทเด็ดขาด! เอาให้เกินกว่าที่คิดไว้ซักหน่อยจะดีกว่า จะได้ไม่ต้องไปนั่งเสี่ยงดวงเอา เหมือนทายนิยายแปลกๆแล้วหวังว่าจะเจอความหมายที่ถูกต้อง
Oxford 3000 ต่างกับ 5000 ยังไง
Oxford 3000 กับ Oxford 5000 ต่างกันตรงระดับความถี่และความยากของคำศัพท์ Oxford 3000 เน้นคำศัพท์พื้นฐาน ใช้ได้บ่อยในชีวิตประจำวัน ทั้งทางการและไม่ทางการ เหมาะสำหรับผู้เริ่มเรียนภาษาอังกฤษ ส่วน Oxford 5000 ขยายจาก 3000 เพิ่มคำศัพท์ระดับสูงขึ้น ใช้ในสถานการณ์เฉพาะเจาะจงมากขึ้น มีความซับซ้อนทางภาษาสูงกว่า จึงเหมาะกับผู้เรียนระดับกลางถึงสูง
คิดว่าการแบ่งระดับแบบนี้สะท้อนถึงกระบวนการเรียนรู้ภาษาที่ค่อยเป็นค่อยไป ไม่ใช่การท่องจำแบบกวดวิชา แต่เป็นการสร้างพื้นฐานอย่างแข็งแกร่งก่อนขยายไปสู่ความรู้ลึกซึ้ง
- Oxford 3000: คำศัพท์พื้นฐาน ความถี่สูง ใช้ได้บ่อยในชีวิตประจำวัน
- Oxford 5000: ขยายจาก 3000 รวมคำศัพท์ระดับสูงขึ้น ใช้ในบริบทเฉพาะ ความยากสูงกว่า
ข้อมูลเพิ่มเติม: ตัวเลข 3,000-5,000 เป็นการประมาณการ อาจมีความแตกต่างเล็กน้อยขึ้นอยู่กับแหล่งข้อมูล แต่หลักการแบ่งระดับความยากง่ายยังคงเหมือนเดิม (ข้อมูล ณ ปี 2024) ส่วนตัวผมมองว่าการเลือกใช้ Oxford 3000 หรือ 5000 ควรขึ้นอยู่กับระดับความรู้ภาษาอังกฤษของแต่ละบุคคล ไม่ใช่แค่จำนวนคำศัพท์ แต่ยังรวมถึงความเข้าใจในบริบทการใช้งานด้วย
ความคิดเห็นต่อคำตอบ:
ขอบคุณสำหรับความคิดเห็นของคุณ! ความคิดเห็นของคุณมีความสำคัญมากในการช่วยเราปรับปรุงคำตอบในอนาคต