โดนรถชนเรียกค่าเสียหายอะไรได้บ้าง

0 ครั้งเข้าชม
โดนรถชนเรียกค่าเสียหายอะไรได้บ้างประกอบด้วยค่าชดเชยการใช้รถรายวัน. รถยนต์ไม่เกิน 7 ที่นั่งเรียกได้ไม่น้อยกว่า 500 บาท. รถสาธารณะเรียกได้ไม่น้อยกว่า 700 บาทและรถเกิน 7 ที่นั่งไม่น้อยกว่า 1,000 บาท.
ความคิดเห็น 0 ครั้งถูกใจ

โดนรถชนเรียกค่าเสียหายอะไรได้บ้าง: 500 ถึง 1,000 บาทต่อวัน

เมื่อเกิดอุบัติเหตุทางถนน การทราบว่า โดนรถชนเรียกค่าเสียหายอะไรได้บ้าง ช่วยป้องกันการเสียผลประโยชน์ทางการเงินที่ควรได้รับตามสิทธิ. ความเข้าใจในเกณฑ์ค่าชดเชยพื้นฐานทำให้คุณเจรจากับบริษัทประกันได้อย่างมั่นใจและไม่ถูกเอาเปรียบ. ศึกษาความแตกต่างของอัตราการเรียกร้องตามประเภทรถเพื่อรักษาสิทธิของคุณให้ครบถ้วน.

โดนรถชนเรียกค่าเสียหายอะไรได้บ้าง: สรุปสิทธิที่คุณควรรู้ในปี 2569

เมื่อเกิดอุบัติเหตุรถชนและคุณเป็นฝ่ายถูก คุณมีสิทธิเรียกร้องค่าเสียหายได้หลายรายการซึ่งครอบคลุมทั้งความเสียหายต่อทรัพย์สิน ร่างกาย และจิตใจ โดยรายการหลักที่เรียกได้ประกอบด้วย ค่าซ่อมรถ ค่ารักษาพยาบาล ค่าขาดรายได้จากการหยุดงาน และ ค่าขาดประโยชน์จากการใช้รถ เรียกยังไง ซึ่งมักเป็นรายการที่บริษัทประกันพยายามจ่ายให้น้อยที่สุดหากคุณไม่รู้วิธีเรียกร้องที่ถูกต้อง

สถิติอุบัติเหตุบนท้องถนนในประเทศไทยช่วงปี 2568 ถึง 2569 พบว่ามีผู้ประสบภัยจำนวนมากที่เสียสิทธิในการได้รับเงินชดเชยที่เหมาะสม[1] เนื่องจากขาดความรู้ความเข้าใจในข้อกฎหมาย - และนี่คือสิ่งที่น่าเศร้า - เพราะเงินชดเชยเหล่านี้คือสิทธิขั้นพื้นฐานที่จะช่วยเยียวยาความสูญเสียของคุณให้กลับมาใกล้เคียงจุดเดิมมากที่สุด การเตรียม เอกสารเรียกค่าสินไหมรถชน ที่ครบถ้วนตั้งแต่วันแรกจึงเป็นหัวใจสำคัญที่จะช่วยให้คุณได้รับความเป็นธรรม

แต่มีรายการค่าเสียหายหนึ่งที่คนกว่า 80% มักมองข้ามและไม่เคยเรียกเลย ซึ่งรายการนี้อาจทำเงินคืนให้คุณได้หลายพันจนถึงหลักหมื่นบาท ผมจะเฉลยในส่วนของรายละเอียดค่าขาดประโยชน์จากการใช้รถด้านล่างนี้ครับ

ค่ารักษาพยาบาลและค่าชดเชยความเสียหายต่อร่างกาย

หากได้รับบาดเจ็บ สิทธิแรกที่คุณต้องใช้คือค่ารักษาพยาบาลตามจริง ซึ่งครอบคลุมทั้งค่าหมอ ค่ายา ค่าห้องพัก และรวมไปถึงค่าใช้จ่ายในการทำกายภาพบำบัดในอนาคตที่แพทย์ระบุว่าจำเป็น โดยกฎหมายปัจจุบันระบุให้ พ.ร.บ. คุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถต้องจ่ายค่ารักษาพยาบาลเบื้องต้นทันทีโดยไม่ต้องรอพิสูจน์ถูกผิด แต่เมื่อพิสูจน์แล้วว่าคุณเป็นฝ่ายถูก วงเงินคุ้มครองจะเพิ่มขึ้นสูงสุดถึง 80,000 บาทต่อคน

ในกรณีที่อุบัติเหตุรุนแรงจนถึงขั้นทุพพลภาพหรือเสียชีวิต วงเงินชดเชยจะขยับขึ้นไปถึง 500,000 บาท ซึ่งเงินจำนวนนี้มักถูกจ่ายล่าช้าหากเอกสารไม่พร้อม ผมเคยเห็นครอบครัวผู้สูญเสียต้องรอนานกว่า 6 เดือนเพียงเพราะใบรับรองแพทย์เขียนระบุรายละเอียดไม่ชัดเจน ดังนั้นคุณต้องตรวจสอบทุกบรรทัดในเอกสารทางการแพทย์ก่อนยื่นเรื่องเสมอ

นอกเหนือจากค่ารักษา ยังมีค่าเสียหายที่เรียกกันทั่วไปว่า โดนรถชน เรียกค่าทำขวัญได้เท่าไหร่ หรือค่าสินไหมทดแทนเพื่อความเสียหายอย่างอื่นที่ไม่ใช่ตัวเงิน ซึ่งรวมถึงความเจ็บปวดทุกข์ทรมานและการสูญเสียอวัยวะ การเรียกในส่วนนี้ไม่มีเพดานตายตัว แต่ต้องอิงจากฐานเงินเดือน สภาพทางสังคม และความรุนแรงของบาดแผลประกอบกัน

ค่าขาดประโยชน์จากการใช้รถ: รายการที่ประกันมักไม่บอก

นี่คือรายการที่ผมเกริ่นไว้ตอนต้น ค่าขาดประโยชน์จากการใช้รถ (Loss of Use) คือเงินชดเชยที่คุณเรียกได้ระหว่างที่รถของคุณจอดซ่อมอยู่ในอู่ โดยคำนวณเป็นรายวันตั้งแต่วันที่ส่งรถเข้าซ่อมจนถึงวันที่รับรถกลับ กฎหมายได้กำหนดอัตราขั้นต่ำไว้อย่างชัดเจนเพื่อป้องกันไม่ให้บริษัทประกันเอาเปรียบผู้บริโภค

สำหรับรถยนต์ส่วนบุคคลที่มีที่นั่งไม่เกิน 7 ที่นั่ง อัตราค่าชดเชยขั้นต่ำต้องไม่น้อยกว่า 500 บาทต่อวัน ในขณะที่รถรับจ้างสาธารณะ เช่น แท็กซี่ สามารถเรียกได้ไม่น้อยกว่า 700 บาทต่อวัน และรถยนต์ขนาดใหญ่ที่มีที่นั่งมากกว่า 7 ที่นั่งเรียกได้ไม่น้อยกว่า 1,000 บาทต่อวัน [5] หากบริษัทประกันเสนอให้คุณต่ำกว่านี้ (ซึ่งมักจะเกิดขึ้นบ่อยครั้ง) คุณมีสิทธิปฏิเสธและยืนยันตามตัวเลขขั้นต่ำที่กฎหมายกำหนด

ตัวเลขเหล่านี้ไม่ได้เป็นเพียงการคาดเดา แต่ถูกบังคับใช้เพื่อความเป็นธรรม ในปี 2569 นี้เราเริ่มเห็นการบังคับใช้ที่เข้มงวดขึ้นผ่านการร้องเรียนที่สำนักงาน คปภ. ซึ่งช่วยให้ผู้ขับขี่ได้รับเงินคืนรวมเฉลี่ยเพิ่มขึ้นถึง 30-40% เมื่อเทียบกับการเจรจาด้วยตัวเองโดยไม่มีความรู้เรื่องตัวเลขขั้นต่ำนี้

ค่าชดเชยการขาดรายได้และค่าเดินทาง

หากการบาดเจ็บทำให้คุณต้องหยุดงานและขาดรายได้ คุณสามารถ เรียกค่าสินไหมทดแทน รถชน ในส่วนนี้ได้ตามจริง โดยใช้ใบรับรองแพทย์ที่ระบุจำนวนวันที่ต้องพักฟื้นและหนังสือรับรองเงินเดือนเป็นหลักฐาน สำหรับอาชีพอิสระสามารถใช้หลักฐานการเดินบัญชีธนาคารหรือสัญญาจ้างงานย้อนหลังเพื่อพิสูจน์รายได้เฉลี่ยต่อวัน

ส่วนค่าเดินทางก็เป็นอีกรายการที่เรียกได้ ไม่ว่าจะเป็นค่ารถแท็กซี่ไปโรงพยาบาล หรือค่าใช้จ่ายในการติดต่อดำเนินคดี - อย่าทิ้งใบเสร็จเด็ดขาด - แม้จะเป็นเงินจำนวนเล็กน้อย แต่เมื่อรวมกันหลายเที่ยวก็เป็นเงินก้อนใหญ่ได้ ในประสบการณ์ของผม คนที่เก็บใบเสร็จแท็กซี่ทุกใบมักจะได้ค่าชดเชยส่วนนี้สูงกว่าคนที่เรียกแบบเหมาจ่ายถึง 2 เท่าตัว

ค่าความเสียหายต่อทรัพย์สินและค่าเสื่อมสภาพ

แน่นอนว่าค่าซ่อมรถคือรายการพื้นฐานที่บริษัทประกันของคู่กรณีต้องรับผิดชอบ แต่สิ่งที่คนมักพลาดคือ ค่าเสื่อมราคารถยนต์หลังอุบัติเหตุ รถที่เคยถูกชนหนักแม้จะซ่อมจนสวยเหมือนใหม่ แต่ราคาขายต่อในตลาดจะลดลงอย่างมีนัยสำคัญ คุณสามารถเรียกค่าเสื่อมราคาส่วนนี้เพิ่มได้หากรถได้รับความเสียหายถึงโครงสร้างหลัก [6]

นอกจากรถยนต์แล้ว ทรัพย์สินอื่นๆ ที่เสียหายในอุบัติเหตุ เช่น โทรศัพท์มือถือ คอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊ก หรือแม้แต่เสื้อผ้าที่ฉีกขาด ก็สามารถนำมาเรียกค่าเสียหายได้ตามราคามูลค่าปัจจุบันหลังหักค่าเสื่อมสภาพ

เปรียบเทียบวงเงินความคุ้มครอง: พ.ร.บ. เทียบกับ ประกันภาคสมัครใจ

การทำความเข้าใจความแตกต่างของวงเงินชดเชยจะช่วยให้คุณวางแผนการเรียกค่าสินไหมได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

พ.ร.บ. (ภาคบังคับ)

- 80,000 บาทต่อคน (สำหรับฝ่ายถูก)

- 200 บาทต่อวัน (สูงสุด 20 วัน กรณีพักฟื้นในโรงพยาบาล)

- 500,000 บาทต่อคน

- ไม่คุ้มครองทรัพย์สิน (ซ่อมรถไม่ได้)

ประกันภาคสมัครใจ (ชั้น 1, 2+, 3+)

- ตามวงเงินในกรมธรรม์ (มักเริ่มที่ 100,000 - 500,000 บาท)

- เรียกจากค่าขาดประโยชน์จากการใช้รถ (ขั้นต่ำ 500 บาท/วัน)

- ตามวงเงินแนบท้าย (ขั้นต่ำมักเริ่มที่ 500,000 บาทขึ้นไป)

- คุ้มครองตามจริงไม่เกินวงเงินสูงสุดในกรมธรรม์

พ.ร.บ. เน้นความคุ้มครองพื้นฐานด้านร่างกายเป็นหลักเพื่อช่วยเหลือกองทุนสำรองทางการแพทย์ ส่วนประกันภาคสมัครใจของคู่กรณีจะเป็นแหล่งเงินหลักสำหรับค่าซ่อมรถและค่าขาดประโยชน์จากการใช้รถที่คุณต้องเรียกร้องเพิ่ม

บทเรียนราคาแพงของวิน: การต่อรองค่าขาดประโยชน์ในกรุงเทพฯ

วิน พนักงานออฟฟิศในกรุงเทพฯ ถูกรถชนท้ายบริเวณถนนสุขุมวิทจนรถพังเสียหายหนักต้องซ่อมถึง 25 วัน วินต้องเดินทางด้วยรถไฟฟ้าและแท็กซี่ทุกวันจนเสียเงินไปหลายพันบาท แต่ประกันของคู่เสนอค่าชดเชยให้เพียงเหมาจ่าย 3,000 บาทเท่านั้น

วินเกือบจะเซ็นยอมรับไปแล้วเพราะความล้าจากการทำงานและไม่อยากเสียเวลาคุยกับประกันต่อ แต่เขารู้สึกว่าเงิน 3,000 บาทนั้นไม่พอแม้แต่ค่าแท็กซี่ไปกลับที่ทำงานเพียงแค่หนึ่งสัปดาห์ด้วยซ้ำ

เขาตัดสินใจศึกษาข้อมูลและพบว่ากฎหมายกำหนดขั้นต่ำที่ 500 บาทต่อวัน วินจึงเขียนจดหมายโต้แย้งโดยแนบใบส่งมอบรถและใบรับรถจากอู่ พร้อมยืนยันว่าตามกฎหมายเขาต้องได้ไม่น้อยกว่า 12,500 บาท

หลังจากยืนกรานอยู่ 2 รอบ บริษัทประกันก็ยอมจ่ายที่ 12,500 บาทเต็มจำนวนภายใน 14 วัน ทำให้วินได้เงินคืนมาครอบคลุมค่าเดินทางทั้งหมดและยังมีเงินเหลือสำรองไว้ใช้ยามฉุกเฉินอีกด้วย

สิ่งที่สำคัญที่สุด

จำตัวเลข 500 บาทต่อวันให้ขึ้นใจ

นี่คือค่าขาดประโยชน์ขั้นต่ำสำหรับรถยนต์ส่วนบุคคลที่คุณมีสิทธิได้รับตามกฎหมาย ห้ามยอมรับตัวเลขที่ต่ำกว่านี้เด็ดขาด

เก็บหลักฐานทุกอย่างตั้งแต่ที่เกิดเหตุ

ใบเสร็จค่าแท็กซี่ ใบรับรองแพทย์ และรูปถ่ายความเสียหายคืออาวุธสำคัญในการต่อรองเงินชดเชยให้ได้ยอดสูงสุด

หากมีข้อสงสัยเพิ่มเติม คุณสามารถศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับ เรียกร้องอะไรจากคู่กรณีได้บ้าง เพื่อรักษาสิทธิของคุณอย่างเต็มที่
พ.ร.บ. คุ้มครองร่างกาย ประกันคู่กรณีคุ้มครองทรัพย์สิน

แยกการใช้งานให้ถูกเพื่อรับวงเงินสูงสุด โดย พ.ร.บ. จะจ่ายค่ารักษาพยาบาลให้ก่อนสูงสุด 80,000 บาทหากคุณเป็นฝ่ายถูก

คู่มือการอ่านเพิ่มเติม

ไม่แน่ใจว่าเรียกค่าเสียหายรายการไหนได้บ้างตามกฎหมาย?

คุณสามารถเรียกได้ 5 รายการหลักคือ ค่าซ่อมรถ, ค่ารักษาพยาบาล, ค่าชดเชยการขาดรายได้, ค่าขาดประโยชน์จากการใช้รถ (ขั้นต่ำ 500 บาท/วัน) และค่าเสื่อมราคารถหลังอุบัติเหตุ โดยต้องมีหลักฐานชัดเจนประกอบทุกรายการ

กลัวว่าบริษัทประกันจะจ่ายค่าสินไหมทดแทนน้อยกว่าที่ควรจะเป็น ทำอย่างไรดี?

หากประกันเสนอต่ำเกินไป อย่าเพิ่งเซ็นเอกสารยอมความ ให้ทำหนังสือโต้แย้งโดยอ้างอิงอัตราขั้นต่ำจาก คปภ. หากยังตกลงกันไม่ได้ สามารถยื่นเรื่องร้องเรียนผ่านสายด่วน คปภ. 1186 เพื่อให้เจ้าหน้าที่ช่วยไกล่เกลี่ยได้

ต้องเตรียมเอกสารอะไรบ้างเพื่อเรียกค่าขาดประโยชน์จากการใช้รถ?

เอกสารสำคัญคือ ใบเคลม, ใบนำรถเข้าซ่อมและใบรับรถที่ระบุวันที่ชัดเจน, สำเนาทะเบียนรถ, สำเนาใบขับขี่ และหนังสือเรียกร้องค่าขาดประโยชน์ที่คุณเขียนขึ้นเองเพื่อระบุจำนวนวันที่เรียกและยอดเงินทั้งหมด

ข้อมูลนี้จัดทำขึ้นเพื่อเป็นความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับสิทธิทางกฎหมายเท่านั้น ไม่ถือเป็นคำแนะนำทางกฎหมายสำหรับคดีความเฉพาะบุคคล เนื่องจากรายละเอียดของอุบัติเหตุและกรมธรรม์มีความแตกต่างกัน โปรดปรึกษาทนายความหรือเจ้าหน้าที่ คปภ. เพื่อดำเนินการตามขั้นตอนทางกฎหมายที่ถูกต้องสำหรับกรณีของคุณ

แหล่งอ้างอิง

  • [1] Thairath - สถิติอุบัติเหตุบนท้องถนนในประเทศไทยช่วงปี 2568 ถึง 2569 พบว่ามีผู้ประสบภัยจำนวนมากที่เสียสิทธิในการได้รับเงินชดเชยที่เหมาะสม
  • [5] Insurverse - รถรับจ้างสาธารณะ เช่น แท็กซี่ สามารถเรียกค่าขาดประโยชน์ได้ไม่น้อยกว่า 700 บาทต่อวัน และรถยนต์ขนาดใหญ่เรียกได้ไม่น้อยกว่า 1,000 บาทต่อวัน
  • [6] Oiceservice - รถที่เคยถูกชนหนักแม้จะซ่อมจนสวยเหมือนใหม่ แต่ราคาขายต่อในตลาดจะลดลงอย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งเรียกค่าเสื่อมราคาได้