วันหนึ่งมีกี่ชั่วยาม
| ยาม | เวลาปัจจุบัน |
|---|---|
| ยามจื่อ | 23.00 – 01.00 น. |
| ยามโฉ่ว | 01.00 – 03.00 น. |
| ยามอิ๋น | 03.00 – 05.00 น. |
| ยามเหมา | 05.00 – 07.00 น. |
| ยามเฉิน | 07.00 – 09.00 น. |
| ยามซื่อ | 09.00 – 11.00 น. |
| ยามอู่ | 11.00 – 13.00 น. |
| ยามเว่ย | 13.00 – 15.00 น. |
| ยามเซิน | 15.00 – 17.00 น. |
| ยามโหยว | 17.00 – 19.00 น. |
| ยามซวี | 19.00 – 21.00 น. |
| ยามไฮ่ | 21.00 – 23.00 น. |
12 ชั่วยาม: ตารางเทียบเวลาจีนโบราณกับปัจจุบัน
การนับเวลาแบบจีนโบราณแบ่งวันหนึ่งมีกี่ชั่วยามและแต่ละยามตรงกับเวลาไหนเป็นความรู้พื้นฐานสำหรับการดูซีรีส์หรืออ่านนิยายจีน เพื่อให้เข้าใจบริบทของเรื่องราวได้อย่างถูกต้องและลึกซึ้งยิ่งขึ้น ศึกษาเวลาเรียกขานของแต่ละชั่วยามที่สัมพันธ์กับช่วงเวลา 24 ชั่วโมงในปัจจุบันได้จากตารางด้านล่าง
วันหนึ่งมีกี่ชั่วยาม? คำตอบสั้นๆ ที่หลายคนสงสัย
หลายคนที่ดูซีรีส์จีนหรืออ่านนิยายจีนโบราณ มักจะได้ยินคำว่า ชั่วยาม หรือ ยามจื่อ ยามอู่ บ่อยๆ แล้วสงสัยว่าจริงๆ แล้ววันหนึ่งมีกี่ชั่วยามกันแน่ คำตอบคือ ในระบบการนับเวลาแบบจีนโบราณ 1 วัน (24 ชั่วโมง) จะถูกแบ่งออกเป็น 12 ชั่วยาม โดยที่ 1 ชั่วยามจะมีค่าเท่ากับ 2 ชั่วโมงของเวลาในปัจจุบัน[1] (citation:1)(citation:2)
เปิดตาราง 12 ชั่วยาม ตามหลักสือเฉิน (时辰) แบบละเอียด
การแบ่งชั่วยามนี้เรียกว่า สือเฉิน (时辰) ซึ่งแต่ละช่วงเวลาจะถูกเรียกชื่อตามชื่อของ ตี้จือ (地支) หรือที่เรารู้จักกันในนาม กิ่งพิภพ อันได้แก่ จื่อ, โฉ่ว, อิ๋น, เหม่า, เฉิน, ซื่อ, อู่, เว่ย, เซิน, โหย่ว, ซวี และไฮ่ ซึ่งชื่อเหล่านี้ยังสัมพันธ์กับสัตว์ทั้ง 12 นักษัตรที่เราคุ้นเคยอีกด้วย (citation:5) เพื่อให้เห็นภาพชัดเจน ลองดูตารางเทียบเวลาด้านล่างนี้
จะเห็นได้ว่าชั่วยามแรกของวันคือยามจื่อ ซึ่งเริ่มตั้งแต่ 23.00 น. เป็นต้นไป ไม่ใช่เที่ยงคืนหรือตีหนึ่งอย่างที่หลายคนอาจเข้าใจผิด นี่คือประเด็นสำคัญที่มักสร้างความสับสน โดยเฉพาะเวลาอ่านนิยายที่พูดถึงเหตุการณ์ในยามจื่อ ซึ่งก็คือช่วงเวลาใกล้เที่ยงคืนนั่นเอง (citation:9)
แล้ว "ยามไทย" กับ "ชั่วยามจีน" ต่างกันยังไง? (ตารางเปรียบเทียบ)
ความสับสนที่พบบ่อยที่สุดอย่างหนึ่งคือ การปะปนกันระหว่างการนับยามแบบไทยและการนับชั่วยามแบบจีน เพราะต่างก็ใช้คำว่า ยาม เหมือนกัน แต่หลักการนับต่างกันโดยสิ้นเชิง ระบบยามไทยตามคติสันสกฤตที่ใช้ในวรรณคดี จะแบ่งเฉพาะช่วงเวลากลางคืน (ตั้งแต่ 2 ทุ่ม ถึง ตี 6) ออกเป็น 4 ยาม โดยแต่ละยามจะมีช่วงเวลายาว 3 ชั่วโมง (citation:4)
ดังนั้น เวลาอ่านวรรณคดีไทยอย่างขุนช้างขุนแผน ที่พูดถึง ยามหนึ่ง ยามสอง จะหมายถึงช่วงเวลากลางคืนที่แบ่งเป็น 4 ยามเท่านั้น ไม่ได้หมายถึงยามจื่อ ยามโฉ่ว แบบจีนแต่อย่างใด การเข้าใจความต่างนี้จะช่วยให้คุณไม่ปะปนเวลาจากต่างวัฒนธรรมได้
ความละเอียดของเวลา: รู้จัก 'เค่อ', 'ก้านธูป' และ 'เกิง'
หน่วยย่อยที่เล็กลงมา: เค่อ (刻) และอื่นๆ
เค่อ (刻): ใน 1 ชั่วยาม จะถูกแบ่งออกเป็น 8 เค่อ ดังนั้น 1 เค่อ จึงเท่ากับ 2 ชั่วโมงหาร 8 = 15 นาที [3] นั่นเอง (citation:1) หนึ่งก้านธูป (一炷香): เป็นหน่วยเวลาที่ไม่ตายตัว ขึ้นอยู่กับความยาวและความหนาของธูป โดยทั่วไปจะอยู่ในช่วงประมาณ 30 นาที ถึง 1 ชั่วโมง (citation:2) หนึ่งถ้วยชา (一盏茶): เป็นหน่วยเวลาที่สั้นที่สุด มักใช้ในบริบทที่ต้องการบอกว่าเป็นช่วงเวลาสั้นๆ ประมาณแค่ 10-15 นาที เท่านั้น (citation:8)
การนับ 'เกิง' (更) ในเวลากลางคืน
สำหรับช่วงเวลาตอนกลางคืน โดยเฉพาะในบริบทของการผลัดเวรยามรักษาความปลอดภัย จะมีการเรียกเวลาอีกแบบหนึ่งว่า เกิง (更) โดยจะนับเฉพาะช่วงกลางคืนตั้งแต่ 2 ทุ่ม ถึง ตี 5 ซึ่งแบ่งออกเป็น 5 เกิง แต่ละเกิงจะกินเวลายาว 1 ชั่วยาม หรือ 2 ชั่วโมงพอดี[6] (citation:1) เกิงที่ 1: ตรงกับยามซวี (19.00 – 21.00 น.) เกิงที่ 2: ตรงกับยามไฮ่ (21.00 – 23.00 น.) เกิงที่ 3: ตรงกับยามจื่อ (23.00 – 01.00 น.) เกิงที่ 4: ตรงกับยามโฉ่ว (01.00 – 03.00 น.) เกิงที่ 5: ตรงกับยามอิ๋น (03.00 – 05.00 น.)
ดังนั้น เวลาในซีรีส์ที่พูดถึง ยามสาม หรือ สามเกิง ก็คือช่วงเวลาเที่ยงคืนถึงตีสองนั่นเอง ซึ่งเป็นช่วงที่คนเรามักหลับลึกที่สุด
ทำความเข้าใจที่มาของชื่อชั่วยามกับ 12 นักษัตร
ชื่อของชั่วยามทั้ง 12 นี้ไม่ได้ถูกตั้งขึ้นมาลอยๆ แต่มีความสัมพันธ์โดยตรงกับความเชื่อเรื่องธาตุและการเวียนว่ายของพลังงานในแต่ละช่วงเวลา และยังถูกจับคู่กับสัตว์ทั้ง 12 นักษัตร เพื่อให้จดจำง่ายขึ้น: ยามจื่อ (子): คู่กับหนู (เวลาเที่ยงคืน) ยามโฉ่ว (丑): คู่กับวัว (เวลาใกล้สว่าง) ยามอิ๋น (寅): คู่กับเสือ (เวลารุ่งสาง) ยามเหม่า (卯): คู่กับกระต่าย (เวลาพระอาทิตย์ขึ้น) ยามเฉิน (辰): คู่กับมังกร (เวลาอาหารเช้า) ยามซื่อ (巳): คู่กับงู (เวลาสาย) ยามอู่ (午): คู่กับม้า (เวลาเที่ยงวัน) ยามเว่ย (未): คู่กับแพะ (เวลาบ่าย) ยามเซิน (申): คู่กับลิง (เวลาบ่ายแก่) ยามโหย่ว (酉): คู่กับไก่ (เวลาเย็น) ยามซวี (戌): คู่กับสุนัข (เวลาสองทุ่ม) ยามไฮ่ (亥): คู่กับหมู (เวลาค่ำ) (citation:2)(citation:9)
ความสัมพันธ์นี้เองที่ทำให้เวลามีชีวิตชีวาและเชื่อมโยงกับธรรมชาติและความเชื่อของคนโบราณได้อย่างน่าสนใจ
การเทียบชั่วยามในชีวิตจริง: จากนิยายสู่ปัจจุบัน
เข้าใจทฤษฎีกันไปแล้ว ต่อไปนี้เวลาคุณอ่านนิยายหรือดูซีรีส์แล้วเจอคำว่า นัดกันตอนยามอู่ คุณก็จะรู้ได้ทันทีว่าหมายถึงช่วงเวลา 11.00 น. ถึง 13.00 น. หรือเวลาพระเอกบอกนางเอกว่า รอข้าจนกว่าก้านธูปจะหมด คุณก็พอเดาได้ว่าราวๆ 30 นาทีถึงชั่วโมงนึง ขึ้นอยู่กับว่าธูปใหญ่แค่ไหน
แต่สิ่งที่ทำให้การดูซีรีส์สนุกขึ้นไปอีกคือ การที่เราเข้าใจความหมายเชิงวัฒนธรรมที่ซ่อนอยู่ ยกตัวอย่างเช่น การประหารชีวิตมักถูกกำหนดให้ทำใน ยามอู่ เพราะเป็นช่วงที่ หยาง หรือพลังงานบวกรุนแรงที่สุด เชื่อว่าจะสามารถฆ่าสิ่งชั่วร้ายได้เด็ดขาด หรือการเฝ้ายามใน ยามสาม ซึ่งเป็นช่วงที่มืดที่สุดและหนาวที่สุด แสดงถึงความทรหดของตัวละคร (citation:9)
สรุป
การเข้าใจเรื่องชั่วยามไม่ใช่แค่การแปลงตัวเลข หากแต่เป็นการเปิดประตูสู่โลกทัศน์ของคนยุคก่อนที่มองเวลาผ่านจังหวะของธรรมชาติและความเชื่อ หวังว่าบทความนี้จะช่วยให้คุณสนุกกับการเสพย์งานศิลป์จากจีนโบราณมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นซีรีส์ นิยาย หรือประวัติศาสตร์ และครั้งต่อไปที่ได้ยินคำว่า ยามจื่อ คุณจะไม่ต้องง้อเสิร์ชอีกต่อไป
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
1. 1 ชั่วยาม เท่ากับกี่นาที? 1 ชั่วยาม (จีน) เท่ากับ 2 ชั่วโมง หรือ 120 นาที (citation:7)
2. ยามจื่อ กับ ยามฉื่อ ต่างกันยังไง? ไม่มี ยามฉื่อ ในระบบ 12 ชั่วยาม แต่จะมี ยามซื่อ (巳) ซึ่งเป็นเวลา 09.00–11.00 น. กับ ยามจื่อ (子) ซึ่งเป็นเวลา 23.00–01.00 น. ต่างกันคนละช่วงเวลากลางวันกลางคืน (citation:2)
3. ยามไทย 1 ยามกี่ชั่วโมง? ตามคติไทยโบราณที่ใช้ในวรรณคดีและการบอกเวลาในอดีต (โดยเฉพาะช่วงกลางคืน) 1 ยามไทยจะเท่ากับ 3 ชั่วโมง (citation:4)
4. เวลา สามยาม ในเพลง หมายถึงอะไร? สามยาม ในที่นี้คือการนับยามแบบไทย แบ่งคืนเป็น 4 ยาม ดังนั้นสามยามก็คือช่วงเวลาประมาณ 24.00–03.00 น. ซึ่งเป็นช่วงที่มืดและดึกที่สุด (citation:4)
5. ใน 1 ชั่วยาม มีกี่เค่อ? ใน 1 ชั่วยาม มี 8 เค่อ (เค่อละ 15 นาที) (citation:1)
เปรียบเทียบ: ยามจีน (12 ชั่วยาม) vs ยามไทย (4 ยาม)
เพื่อให้เห็นความแตกต่างอย่างชัดเจนระหว่างสองระบบการนับเวลาที่มักสร้างความสับสนระบบชั่วยามจีน (สือเฉิน)
- 2 ชั่วโมง
- ใช้ชื่อเฉพาะ 12 ชื่อ ตามกิ่งพิภพ (จื่อ, โฉ่ว, อิ๋น ...)
- 12 ชั่วยาม
- สัมพันธ์กับสัตว์ 12 นักษัตร
- ตลอด 24 ชั่วโมง ครอบคลุมทั้งกลางวันและกลางคืน
ระบบยามไทย (คติสันสกฤต)
- 3 ชั่วโมง
- ปฐมยาม (ยามหนึ่ง), ทุติยยาม (ยามสอง), ตติยยาม (ยามสาม), จตุตถยาม (ยามสี่)
- 4 ยาม
- พบได้ในวรรณคดีไทยและพระพุทธศาสนา
- เฉพาะเวลากลางคืน (ตั้งแต่ 2 ทุ่ม ถึง ตี 6 โดยประมาณ)
คุณแทน อ่านนิยายจีนแล้วปวดหัวกับเวลา
คุณแทน เพิ่งเริ่มหัดอ่านนิยายจีนโบราณคำแปล เจอประโยคที่ว่า "พี่รองบอกให้เรารอที่ศาลาเอนกประสงค์ตั้งแต่ยามซื่อ แล้วนี่ก็ปาไปยามอู่กว่าแล้ว" เขางงมาก วานเพื่อนที่ชอบดูซีรีส์ด้วยกันให้ช่วยดู เพื่อนบอกว่า ยามซื่อคือ 9-11 โมงเช้า ยามอู่คือ 11 โมงถึงบ่ายโมง แทนก็เลยรู้ว่านางเอกถูกเพื่อนนางร้ายหลอกให้รอถึง 2 ชั่วโมงโดยใช่เหตุ
ความสับสนของแทนยังไม่จบแค่นั้น อีกวันเขาอ่านเจอ "นางเฝ้าไข้ท่านแม่ตั้งแต่ยามสาม จนถึงยามห้าจึงได้พัก" แทนคิดว่ายามสามน่าจะเป็นช่วงเช้ามืดประมาณ 3-6 โมงเช้า เลยไปถามเพื่อนอีก เพื่อนถึงกับถอนหายใจแล้วอธิบายว่า นี่คือการนับยามแบบ "เกิง" สำหรับเวลากลางคืน ยามสามคือ 23.00-01.00 น. ส่วนยามห้าคือ 03.00-05.00 น.
แทนถึงบางอ้อ! เขาเข้าใจว่าทำไมนางเอกถึงดูโทรมมาก เพราะต้องเฝ้าไข้ตั้งแต่เที่ยงคืนจนถึงเกือบสว่างเลยทีเดียว จากนั้นมา เวลาแทนอ่านนิยายแล้วเจอคำว่า 'ยาม' เขาจะหยุดคิดก่อนว่าบริบทเป็นแบบจีนหรือไทย แล้วค่อยเทียบเวลาให้ถูก
ปัจจุบัน คุณแทนกลายเป็นเซียนประจำกลุ่มที่เพื่อนๆ ยกให้เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการแปลงเวลาจากในนิยายมาเป็นเวลาในชีวิตจริง โดยมีสมุดโน๊ตเล็กๆ ที่เขียนตาราง 12 ชั่วยามติดไว้ที่โต๊ะทำงาน ไว้เปิดดูเวลาสงสัย
คู่มือดำเนินการทันที
1 วันมี 12 ชั่วยามจีนโดย 1 ชั่วยามจะเท่ากับ 2 ชั่วโมง เริ่มต้นนับตั้งแต่เวลา 23.00 น. เป็นต้นไป
ชื่อชั่วยามมี 12 ชื่อ ตามกิ่งพิภพได้แก่ จื่อ, โฉ่ว, อิ๋น, เหม่า, เฉิน, ซื่อ, อู่, เว่ย, เซิน, โหย่ว, ซวี, ไฮ่ ซึ่งสัมพันธ์กับสัตว์ 12 นักษัตร
ยามไทยแบ่งเฉพาะกลางคืนเป็น 4 ยาม ยามละ 3 ชั่วโมง ต่างจากระบบจีนที่นับทั้งวัน 12 ยาม ยามละ 2 ชั่วโมง
หน่วยเวลาย่อย: เค่อ ก้านธูป ถ้วยชา1 เค่อ = 15 นาที, 1 ก้านธูป ≈ 30-60 นาที, 1 ถ้วยชา ≈ 10-15 นาที ช่วยให้เห็นภาพชีวิตคนโบราณมากขึ้น
คุณอาจสนใจ
สับสนระหว่างการนับยามแบบจีน (12 ชั่วยาม) และการนับยามแบบไทย (4 ยาม) ต้องดูยังไง?
ให้ดูที่บริบทเป็นหลักครับ/ค่ะ ถ้าเป็นเรื่องเกี่ยวกับจีน ซีรีส์จีน หรือนิยายจีนโบราณ ให้ใช้การนับ 12 ชั่วยาม โดย 1 ยาม = 2 ชั่วโมง แต่ถ้าเป็นวรรณคดีไทย พุทธประวัติ หรือเรื่องราวเกี่ยวกับไทยโบราณ ให้ใช้การนับ 4 ยามเฉพาะตอนกลางคืน โดย 1 ยาม = 3 ชั่วโมง
ไม่รู้วิธีเทียบเวลาชั่วยามในนิยายหรือซีรีส์จีนเป็นเวลาปัจจุบัน
จำง่ายๆ ว่า 1 ชั่วยาม = 2 ชั่วโมง และเริ่มนับตั้งแต่ 23.00 น. เป็นยามแรก (ยามจื่อ) จากนั้นก็ไล่เรียงไปตามลำดับชื่อ เวลาที่เราพูดถึงกันในปัจจุบัน เช่น ยามอู่ (11.00-13.00 น.) ยามโหย่ว (17.00-19.00 น.)
งงว่ายามจื่อ (หรือยามแรก) เริ่มต้นที่กี่โมงกันแน่ (23.00 หรือ 00.00)?
ยามแรกของวันตามระบบจีน (ยามจื่อ) เริ่มต้นที่ 23.00 น. (ห้าทุ่ม) ถึง 01.00 น. (ตีหนึ่ง) ครับ ไม่ใช่เที่ยงคืนหรือตีหนึ่ง จุดนี้เป็นจุดที่หลายคนสับสนบ่อยที่สุด
แล้ว "ยามสาม" ในซีรีส์จีนที่ทหารผลัดเวรกัน คือกี่โมง?
"ยามสาม" หรือ "สามเกิง" ในการผลัดเวรยาม จะตรงกับชั่วยามจื่อ คือช่วงเวลา 23.00-01.00 น. ซึ่งเป็นช่วงกลางคืนที่มืดสนิทและเป็นช่วงที่ต้องมีการตรวจตรากันเป็นพิเศษ
การอ้างอิงไขว้
- [1] En - ในระบบการนับเวลาแบบจีนโบราณ 1 วัน (24 ชั่วโมง) จะถูกแบ่งออกเป็น 12 ชั่วยาม โดยที่ 1 ชั่วยามจะมีค่าเท่ากับ 2 ชั่วโมงของเวลาในปัจจุบัน
- [3] En - ใน 1 ชั่วยาม จะถูกแบ่งออกเป็น 8 เค่อ ดังนั้น 1 เค่อ จึงเท่ากับ 2 ชั่วโมงหาร 8 = 15 นาที
- [6] Sanook - การนับ 'เกิง' โดยจะนับเฉพาะช่วงกลางคืนตั้งแต่ 2 ทุ่ม ถึง ตี 5 ซึ่งแบ่งออกเป็น 5 เกิง แต่ละเกิงจะกินเวลายาว 1 ชั่วยาม หรือ 2 ชั่วโมงพอดี
ความคิดเห็นต่อคำตอบ:
ขอบคุณสำหรับความคิดเห็นของคุณ! ความคิดเห็นของคุณมีความสำคัญมากในการช่วยเราปรับปรุงคำตอบในอนาคต