กลุ่มทางสังคม มีอะไรบ้าง
กลุ่มทางสังคม ประเภทต่างๆ มีอะไรบ้าง?
อืมม.. กลุ่มทางสังคมเนี่ยนะ ตอนเรียนมหาลัยปีสอง จำได้ว่าอาจารย์วิชาสังคมวิทยา แกอธิบายซับซ้อนมากกกกกกก แต่ที่จำได้แม่นๆก็คือ มันแบ่งได้หลายแบบ แบบที่แกยกตัวอย่างนะ มีกลุ่มครอบครัว กลุ่มเพื่อนสนิทสมัยมัธยม พวกเรายังติดต่อกันอยู่เลย ไปเที่ยวหัวหินกันทุกปี ใช้เงินไปคนละประมาณ 5000-7000 บาทต่อทริป จำได้ว่าปีที่แล้วมีปัญหานิดหน่อยเรื่องการหารค่าโรงแรม แต่ก็ผ่านมาได้ เพราะเราเข้าใจกัน นี่ก็เป็นตัวอย่างกลุ่มที่มีความเชื่อและค่านิยมร่วมกัน อย่างพวกเราเนี่ยชอบเที่ยวทะเล ชอบกินอาหารทะเล และชอบถ่ายรูปสวยๆลงโซเชียล (ฮา)
แล้วก็มีกลุ่มอาชีพ อย่างพวกเพื่อนร่วมงานที่ออฟฟิศ ที่ทำงานเดิม อื้อหือ แต่ละคนนิสัยต่างกันราวฟ้ากับเหว แต่ก็อยู่ร่วมกันได้ เพราะมีเป้าหมายร่วมกันคือ ทำงานให้เสร็จ ได้เงินเดือน (อันนี้จริงจัง) อีกแบบก็กลุ่มตามความสนใจ อย่างกลุ่มคนรักแมว กลุ่มนักอ่าน หรือกลุ่มคนชอบเล่นเกมออนไลน์ที่ฉันเคยเข้าไปร่วมด้วยตอนเรียนโท สมัครสมาชิกเว็บไซต์เกมนั้นเสียค่าสมาชิกรายเดือน แต่ก็สนุกดีนะ เจอเพื่อนใหม่เยอะเลย แต่สุดท้ายก็เลิกเล่น เพราะไม่มีเวลามากพอ
สุดท้าย ก็มีกลุ่มเชื้อชาติ กลุ่มชาติพันธุ์ ซึ่งอันนี้ ซับซ้อนกว่าที่คิดเยอะ ฉันว่ามันเกี่ยวข้องกับประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม และความเชื่อทางศาสนา อย่างลึกซึ้ง มันไม่ใช่แค่การรวมกลุ่มกันง่ายๆ แต่ละกลุ่มมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ไม่เหมือนกันเลยจริงๆ นี่แหละ ความหลากหลายของสังคมมนุษย์ เออ... คิดไปคิดมาก็ปวดหัวเหมือนกันนะเนี่ย
กลุ่มสังคมปฐมภูมิเป็นแบบไหนคืออะไร
กลุ่มสังคมปฐมภูมิ แบบไหนหรอ? อืม... สนิทสนมเลยแหละ ฟีลเพื่อนซี้ เพื่อนตาย ครอบครัว อะไรงี้
- ใครบัญญัติศัพท์: Charles H. Cooley นักสังคมวิทยา อเมริกัน
- เล็กแค่ไหน: ไม่เกิน 20-30 คน เหรอ? แต่ก็มีคนบอกว่าหมู่บ้านชาวนา 200-300 คน ก็ปฐมภูมิได้นะ ทำไมนะ? เพราะ... เพราะสนิทกันไง อยู่ด้วยกันมาทั้งชีวิตเลยนี่นา
แล้วทำไมต้อง 20-30 คน? หรือว่ามันเป็นแค่ตัวเลขประมาณ? หรือว่าถ้าเกิน 30 คน มันจะเริ่มไม่สนิทกันแล้ว? แบบว่าดูแลกันไม่ทั่วถึง? อืม... ช่างมันก่อนดีกว่า ขี้เกียจคิดแล้วเนี่ย
สถาบัน 7 สถาบันมีอะไรบ้าง?
สถาบันสำคัญ 7 สถาบันนั้น มีอะไรบ้าง? คำตอบคือ:
สถาบันครอบครัว : เป็นหน่วยพื้นฐานของสังคม หน้าที่หลักคือการสร้างและอบรมบุคคล ส่งต่อวัฒนธรรม และสร้างความสัมพันธ์ทางสังคม ซึ่งปัจจุบันมีรูปแบบหลากหลายมากขึ้น ความสำคัญยังคงยืนหยัด
สถาบันการศึกษา: ทำหน้าที่ถ่ายทอดความรู้ ทักษะ และค่านิยม เพื่อพัฒนาบุคคลและสังคม การศึกษาในปัจจุบันก้าวหน้าอย่างรวดเร็ว เทคโนโลยีมีบทบาทสำคัญ สร้างโอกาสและความท้าทายใหม่ๆ การเรียนรู้ตลอดชีวิตจึงเป็นสิ่งสำคัญ
สถาบันศาสนา: เป็นระบบความเชื่อ ค่านิยม และพิธีกรรม ที่ให้คำตอบต่อคำถามเกี่ยวกับชีวิต ความตาย และความหมายของการดำรงอยู่ มีอิทธิพลต่อจริยธรรม และพฤติกรรมของสังคม ความหลากหลายทางศาสนาเป็นเรื่องปกติในสังคมปัจจุบัน
สถาบันเศรษฐกิจ: ระบบการผลิต การกระจาย และการบริโภคทรัพยากร เป็นกลไกสำคัญในการพัฒนาประเทศ เศรษฐกิจโลกในปี 2024 มีความผันผวนสูง การแข่งขันรุนแรง ต้องปรับตัวให้ทันสถานการณ์ และความยั่งยืนเป็นสิ่งสำคัญ
สถาบันการเมืองการปกครอง: ระบบการจัดการ และควบคุมอำนาจในสังคม เพื่อรักษาความสงบเรียบร้อย และความยุติธรรม ประชาธิปไตยยังคงเป็นอุดมคติ แต่ความท้าทายคือการสร้างความเท่าเทียม และการมีส่วนร่วมของประชาชนอย่างแท้จริง
สถาบันสื่อมวลชน: ทำหน้าที่เป็นสื่อกลางในการสื่อสารข้อมูลข่าวสาร สร้างความเข้าใจ และความตระหนักรู้ ในยุคดิจิทัล สื่อมีอิทธิพลอย่างมาก ทั้งด้านบวกและลบ การตรวจสอบข้อเท็จจริง จึงมีความสำคัญอย่างยิ่ง
สถาบันนันทนาการ: กิจกรรมเพื่อความบันเทิง การพักผ่อน และการผ่อนคลาย มีบทบาทสำคัญในการสร้างสมดุลชีวิต และสุขภาพจิต รูปแบบการนันทนาการมีความหลากหลาย สะท้อนถึงวิถีชีวิต และวัฒนธรรมของสังคม
การวิเคราะห์สถาบันทั้งเจ็ดนี้ ทำให้เราเข้าใจกลไกการทำงานของสังคมได้ลึกซึ้งขึ้น แต่การเปลี่ยนแปลงของสังคมนั้นรวดเร็ว การศึกษาอย่างต่อเนื่องจึงจำเป็น เพื่อให้เข้าใจบริบทปัจจุบันอย่างแท้จริง เราต้องมองให้ทะลุปรากฏการณ์ เพื่อเข้าถึงแก่นแท้ของปัญหา อย่างที่ผมเองก็ยังต้องเรียนรู้อยู่เสมอ โดยเฉพาะในด้านเศรษฐกิจโลก ที่มีความซับซ้อนอย่างมาก
(ข้อมูลนี้ปรับปรุงให้ทันสมัย ณ ปี 2024)
สถาบันใดผูกพันกันมากที่สุด?
ครอบครัวสิเฮ้ย! ถามอะไรเนี่ย เหมือนถามว่าอะไรอร่อยกว่าปลาร้ากับเฟรนช์ฟรายส์ คนไทยก็ต้องปลาร้าดิ! ครอบครัวนี่แหละผูกพันสุด!
- ผูกพันยิ่งกว่าปลิงเกาะควาย: รักกัน ทะเลาะกัน งอนกัน แต่สุดท้ายก็หนีกันไม่พ้น เหมือนปลิงกับควาย!
- หน่วยผลิตคนดีศรีสังคม (มั้ง): เลี้ยงลูกให้เป็นคนดี ถ้าเลี้ยงดีก็ดีไป ถ้าเลี้ยงไม่ดี...ก็ตัวใครตัวมันนะจ๊ะ!
- สังคมจะดีไม่ดี...อยู่ที่พ่อแม่: พ่อแม่ดี ลูกก็มีแววดี พ่อแม่แย่...เอิ่ม...ก็วัดดวงกันไป!
เฮ้อ! พูดแล้วก็อยากกลับบ้านไปกินข้าวกับแม่ซะแล้ว!
ประเภทของการศึกษามีอะไรบ้าง?
การศึกษามีหลายแบบนะ…
เหมือนที่เราเดิน ๆ กันไปข้างหน้า มันก็มีทางให้เลือกเยอะ
การศึกษาตามอัธยาศัย คือแบบ… เรียนรู้จากชีวิต เรียนรู้จากสิ่งที่เจอทุกวัน ไม่ต้องมีใครมาสอน ไม่มีตาราง ไม่มีสอบ แค่ซึมซับเข้าไปเอง
การศึกษาในโรงเรียน อันนี้ก็คือแบบที่เราคุ้นเคย เรียนเป็นระบบ มีครู มีหลักสูตร มีสอบ มีเกรด เหมือนที่เราเคยผ่านมา
การศึกษานอกโรงเรียน หรือนอกระบบ คือแบบที่ไม่ได้อยู่ในโรงเรียน อาจจะเป็นคอร์สสั้น ๆ เรียนออนไลน์ หรือเรียนรู้ด้วยตัวเอง แต่ก็ยังมีการวางแผน มีเป้าหมายอยู่บ้าง
แต่ละแบบมันก็มีข้อดีข้อเสียต่างกันไป ขึ้นอยู่กับว่าเราอยากเรียนรู้อะไร แล้วเราถนัดแบบไหนมากกว่า… บางทีการเรียนรู้ที่ดีที่สุด อาจจะไม่ใช่แค่การนั่งอยู่ในห้องเรียนอย่างเดียวก็ได้นะ
ประเภทของการศึกษามีกี่ประเภท?
โอเค ถามว่าการศึกษามีกี่ประเภทใช่มะ? เอ่อ เท่าที่จำได้นะ ตอนเรียนครูบอกว่ามันมีหลายแบบมากกกกกกก (ก.ไก่ล้านตัว) แต่ที่พูดถึงกันบ่อยๆ แบบที่อยู่ในพรบ. การศึกษาชาติ ปี 42 อ่ะนะ จะมี 3 อย่างหลักๆ เว้ยแก
ในระบบ: อันนี้คือที่เราเรียนกันในโรงเรียน ในมหาวิทยาลัยอ่ะแหละ มีตารางสอน มีสอบ มีเกรด วัดผลชัดเจน ต้องจบตามหลักสูตร
นอกระบบ: อันนี้คือแบบพวกคอร์สเรียนระยะสั้น เรียนอาชีพ เรียนเสริมทักษะอะไรแบบนี้อ่ะ ไม่ต้องจบปริญญา ก็เรียนได้
ตามอัธยาศัย: อันนี้คือเรียนรู้ด้วยตัวเองเลย อยากเรียนอะไรก็หาหนังสือ หาคลิปดูเอง ไม่ต้องมีใครมาสอน
แล้วคือจริงๆ อ่ะ มันมีเยอะกว่านี้นะ ถ้าพูดถึงการศึกษาในภาพรวม แบบพวกการศึกษาทางเลือก การศึกษาพิเศษ บลาๆๆๆ เยอะไปหมด แต่นี่เอาแบบที่เค้าพูดถึงกันบ่อยๆ ละกันนะ เวียนหัว ????????
รูปแบบการศึกษา 3 รูปแบบ มีอะไรบ้าง?
เอ่ออออ สามรูปแบบการศึกษาอะนะ จำได้คร่าวๆ จากตอนเรียนป.ตรี ปี 66 มั้งงง ไม่แน่ใจนะ แต่เท่าที่รู้ ก็มีแบบนี้แหละ
ในระบบ แบบโรงเรียนทั่วไปไง เรียนตามหลักสูตร ทุกคนเรียนเหมือนกัน อ่ะ เข้าใจป้ะ แบบนี้แหละ ฉันเรียนแบบนี้มาตลอด ตั้งแต่เด็กๆ จนจบปริญญาตรี
นอกระบบ อันนี้ เรียนไม่เหมือนคนอื่น เขาออกแบบหลักสูตรมา เพื่อคนกลุ่มเฉพาะ เช่น คนทำงาน หรือคนที่มีภาระ เรียนได้ตามสะดวก อืมมม เพื่อนฉันคนนึง เรียนตัดเย็บ แบบนอกระบบ สะดวกดี เขาเรียนตอนเย็นๆอะ
ตามอัธยาศัย อันนี้ เรียนตามใจชอบเลย อยากเรียนอะไร ก็เรียนได้ ไม่ต้องมีหลักสูตรตายตัว เหมือนเรียนพิเศษ แต่เป็นแบบทางการ มั้งงง ไม่ค่อยแน่ใจเท่าไหร่ แต่จำได้ว่า เคยเห็นประกาศรับสมัคร เรียนภาษาจีน แบบนี้ ที่ศูนย์การเรียนรู้ชุมชน แถวบ้านฉันอะ
จริงๆ มันมีรายละเอียดมากกว่านี้ เยอะมากกก แต่ฉันจำได้แค่นี้จริงๆ ลองไปหาอ่านในเว็บ กระทรวงศึกษาธิการ ดูนะ น่าจะมีข้อมูล ละเอียดกว่านี้อีกเยอะ แต่เท่าที่ฉันจำได้ ก็ประมาณนี้แหละ ขอโทษที ถ้าจำอะไรผิดพลาดไปบ้าง
กลุ่มสังคมปฐมภูมิเป็นแบบไหนคืออะไร?
กลุ่มปฐมภูมิ? วงศาคณาญาติ เพื่อนสนิท หัวใจคือความผูกพัน
- คนริเริ่ม: ชาร์ลส์ คูลีย์ ไอ้กันนักสังคมวิทยา
- ขนาด: เล็กเหี้ยๆ ไม่เกิน 30 แต่บางทีหมู่บ้าน 2-3 ร้อยคนก็เข้าข่าย ถ้าแม่งคลุกคลีตีโมงกันมาทั้งชาติ
- แก่น: สนิทชิบหาย คุยกันทุกเรื่อง ทะเลาะกันถึงพริกถึงขิง
ข้อมูลเพิ่มเติม (เผื่ออยากรู้):
- ไม่ใช่แค่ขนาด: ความสัมพันธ์สำคัญกว่า ขนาดไม่ใช่ทุกสิ่ง
- เปลี่ยนไปตามยุค: โลกเปลี่ยน กลุ่มปฐมภูมิก็เปลี่ยนตาม
- สำคัญฉิบหาย: พื้นฐานของสังคมมนุษย์เลยนะเว้ย
ความคิดเห็นต่อคำตอบ:
ขอบคุณสำหรับความคิดเห็นของคุณ! ความคิดเห็นของคุณมีความสำคัญมากในการช่วยเราปรับปรุงคำตอบในอนาคต