มนุษย์ทำเสียงโดยใช้สิ่งใดบ้าง
มนุษย์ทำเสียงโดยใช้สิ่งใดบ้าง? กล้ามเนื้อกว่า 100 มัดทำงานประสานกัน
มนุษย์ทำเสียงโดยใช้สิ่งใดบ้าง การพูดต้องอาศัยกล้ามเนื้อกว่า 100 มัดและอวัยวะต่างๆ ทำงานร่วมกัน การรู้จักอวัยวะเหล่านี้ช่วยให้เข้าใจว่าเหตุใดเสียงจึงเปลี่ยนเมื่อคัดจมูก เรียนรู้ส่วนประกอบหลักของระบบเสียงเพื่อดูแลสุขภาพเสียงของคุณ
มนุษย์ทำเสียงโดยใช้สิ่งใดบ้าง: ทำความเข้าใจกลไกการสื่อสารที่ซับซ้อน
การที่มนุษย์สามารถเปล่งเสียงออกมาได้นั้นมีจุดเริ่มต้นจากการทำงานประสานกันของระบบอวัยวะที่ประกอบด้วยแหล่งพลังงานลม เครื่องสั่นสะเทือน และอวัยวะปรับแต่งเสียง ซึ่งอาจรวมถึงการเคลื่อนไหวของอวัยวะภายนอกในบางกรณีด้วย กลไกการเกิดเสียงของมนุษย์นี้อาจดูเหมือนเป็นเรื่องทางชีววิทยาที่ไกลตัว แต่เอาเข้าจริงแล้ว มันคือทักษะที่คุณใช้แทบทุกวินาทีโดยไม่รู้ตัวเลย
เอาเข้าจริง ผมเคยคิดว่าเสียงเกิดจากแค่ที่คอเท่านั้น - และนี่คือสิ่งที่คนส่วนใหญ่เข้าใจผิด - แต่ความจริงแล้วเสียงคือผลลัพธ์ของการทำหน้าที่ร่วมกันของอวัยวะกว่า 100 ชิ้นทั่วร่างกาย ตั้งแต่กล้ามเนื้อหน้าท้องไปจนถึงโพรงจมูก หากขาดชิ้นใดชิ้นหนึ่งไป เสียงที่ออกมาก็จะไม่สมบูรณ์แบบอย่างที่เราเป็นอยู่
จุดเริ่มต้นของเสียง: พลังงานจากปอดและลมหายใจ
เสียงทุกเสียงที่มนุษย์เปล่งออกมาต้องการพลังงาน และพลังงานนั้นมาจากลมที่ถูกขับออกจากปอดผ่านกระบวนการหายใจออกที่ได้รับการควบคุมอย่างประณีต ปอดทำหน้าที่เสมือนเครื่องเป่าลมที่คอยจ่ายอากาศในปริมาณที่เหมาะสมเพื่อให้เส้นเสียงทำงานได้ต่อเนื่อง
สำหรับการพูดทั่วไป มนุษย์จะใช้ปริมาณอากาศประมาณ 35-60 เปอร์เซ็นต์ของความจุปอดทั้งหมด [1] ซึ่งมากกว่าการหายใจปกติขณะพักที่ใช้เพียงประมาณ 10 เปอร์เซ็นต์เท่านั้น ความดันลมที่ส่งขึ้นมาจากกระบังลมและกล้ามเนื้อซี่โครงจะเคลื่อนที่ผ่านหลอดลมเพื่อไปปะทะกับเส้นเสียงในขั้นตอนถัดไป ลมคือเชื้อเพลิงสำคัญ ถ้าไม่มีลม ก็ไม่มีเสียง
พูดกันตามตรง ผมเคยพยายามหัดร้องเพลงโดยใช้แค่ลมจากคอ ผลที่ได้คือเจ็บคออย่างหนักและเสียงก็หายไปภายใน 20 นาที ประสบการณ์นั้นสอนให้รู้ว่า การคุมลมจากช่องท้องคือหัวใจหลักของการทำเสียงที่มีคุณภาพ ไม่ใช่แค่การเค้นลมออกจากลำคออย่างที่ many คนชอบทำ
เครื่องกำเนิดเสียง: กล่องเสียงและเส้นเสียงที่น่าทึ่ง
เมื่อลมเคลื่อนผ่านหลอดลมขึ้นมาจะพบกับกล่องเสียง (Larynx) ซึ่งภายในมีเส้นเสียง (Vocal Folds) สองเส้นที่ขึงตึงอยู่ เส้นเสียงนี้คือหัวใจสำคัญในการเปลี่ยนพลังงานลมให้กลายเป็นคลื่นเสียงสั่นสะเทือนที่หูเราได้ยิน
เส้นเสียงของมนุษย์สามารถสั่นสะเทือนด้วยความเร็วที่น่าเหลือเชื่อ โดยในผู้ชายทั่วไปจะสั่นประมาณ 100-125 ครั้งต่อวินาที ส่วนในผู้หญิงจะอยู่ที่ประมาณ 200-250 ครั้งต่อวินาที ความเร็วในการสั่นสะเทือนนี้เองที่กำหนดระดับเสียงสูงต่ำ (Pitch) ยิ่งสั่นเร็วเสียงยิ่งสูง และสิ่งมหัศจรรย์คือพลังงานเพียง 0.01 เปอร์เซ็นต์จากลมเท่านั้นที่ถูกเปลี่ยนเป็นพลังงานเสียงจริง [3] ส่วนที่เหลือจะกลายเป็นความร้อนและความชื้นในระบบทางเดินหายใจ
ความลับที่ซ่อนอยู่ในกล่องเสียง
กล่องเสียงไม่ได้ทำงานแค่เรื่องเสียงเท่านั้น แต่มันยังทำหน้าที่เป็นวาล์วปิดเปิดเพื่อป้องกันไม่ให้อาหารหลุดเข้าไปในหลอดลมด้วย แต่มีปัจจัยหนึ่งที่น่าสนใจและคนกว่า 90 เปอร์เซ็นต์มักจะมองข้ามไป ซึ่งมีผลต่อคุณภาพเสียงของคุณโดยตรง - ผมจะเฉลยเรื่องนี้ในส่วนของอวัยวะกำทอนเสียงด้านล่าง
โรงงานแปรรูปเสียง: อวัยวะในช่องปากที่ช่วยกำหนดพยัญชนะ
เสียงที่เกิดจากกล่องเสียงเพียงอย่างเดียวจะมีลักษณะคล้ายเสียงอื้ออึงที่ไม่มีความหมาย อวัยวะในช่องปากที่เรียกว่าอวัยวะออกเสียง (Articulators) จึงต้องทำหน้าที่แปรรูปเสียงเหล่านั้นให้กลายเป็นคำพูดที่ชัดเจน
กระบวนการสร้างคำพูดหนึ่งคำต้องอาศัยการทำงานประสานกันของกล้ามเนื้อที่เกี่ยวข้องกับการพูดกว่า 100 มัด[4] ตั้งแต่ลิ้นที่ขยับเพื่อเปลี่ยนรูปร่างช่องปาก ไปจนถึงริมฝีปากที่ช่วยกักลมและปล่อยออกมาเป็นเสียงพยัญชนะ เช่น เสียง บ หรือ ป ลิ้นถือเป็นอวัยวะที่ยืดหยุ่นที่สุด โดยสามารถขยับเปลี่ยนตำแหน่งเพื่อสร้างเสียงที่แตกต่างกันได้นับร้อยเสียงในภาษาต่างๆ ทั่วโลก
ห้องขยายเสียงธรรมชาติ: โพรงจมูกและลำคอ
นี่คือส่วนที่ผมค้างไว้ในตอนต้น อวัยวะกำทอน (Resonators) คือสิ่งที่ทำให้เสียงของแต่ละคนมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว เปรียบเสมือนตู้ลำโพงที่ช่วยขยายและปรับโทนเสียงให้ทุ้มหรือแหลมตามธรรมชาติของโครงสร้างร่างกาย
โพรงจมูก ลำคอ และโพรงอากาศในกะโหลกศีรษะทำหน้าที่ขยายสัญญาณเสียงที่ส่งมาจากกล่องเสียง โดยเฉลี่ยแล้วพื้นที่กำทอนเหล่านี้ช่วยเพิ่มความดังของเสียงขึ้นได้ประมาณ 10-15 เดซิเบล [5] โดยที่คุณไม่ต้องออกแรงเบ่งลมเพิ่มเลย (และนี่คือสิ่งที่หลายคนมองข้าม) หากคุณมีอาการคัดจมูก พื้นที่กำทอนจะเปลี่ยนไป ทำให้เสียงที่ออกมาดูอู้อี้และไม่มีพลัง นั่นเป็นเพราะช่องทางการสะท้อนเสียงถูกปิดกั้นนั่นเอง
สรุปกลไกการผลิตเสียงของมนุษย์
การทำเสียงไม่ใช่แค่เรื่องของลำคอ แต่เป็นกระบวนการที่เริ่มจากปอด ผ่านเส้นเสียง และถูกขัดเกลาด้วยอวัยวะในช่องปากและโพรงจมูก ความซับซ้อนนี้เองที่ทำให้มนุษย์เป็นสิ่งมีชีวิตเดียวที่สามารถสื่อสารด้วยภาษาที่มีความละเอียดสูงได้
ความแตกต่างระหว่างกลุ่มอวัยวะในการผลิตเสียง
เพื่อให้เข้าใจง่ายขึ้น เราสามารถแบ่งอวัยวะที่ใช้ทำเสียงออกเป็นสามกลุ่มหลักตามหน้าที่การทำงานดังนี้ระบบขับเคลื่อน (Power Source)
- สร้างและควบคุมแรงดันลมเพื่อส่งไปยังเส้นเสียง
- ความดังของเสียงและความต่อเนื่องในการพูด
- ปอด, กระบังลม, กล้ามเนื้อซี่โครง
ระบบสร้างเสียง (Vibrator)
- เปลี่ยนพลังงานลมให้กลายเป็นการสั่นสะเทือน
- ระดับเสียง (สูง-ต่ำ) และพื้นฐานของเสียง
- กล่องเสียง (Larynx) และเส้นเสียง (Vocal Folds)
ระบบปรับแต่ง (Filter/Articulator)
- ขยายเสียงและปรับเปลี่ยนรูปร่างเสียงให้เป็นคำพูด
- ความชัดเจนของพยัญชนะ สระ และเอกลักษณ์ของเสียง
- ลิ้น, ริมฝีปาก, ฟัน, เพดานปาก, โพรงจมูก
เส้นทางการกู้คืนเสียงของเก่ง: จากการเค้นคอสู่การใช้ร่างกาย
เก่ง ครูสอนพิเศษในกรุงเทพฯ ต้องพูดต่อเนื่องวันละ 6-8 ชั่วโมง จนเริ่มมีอาการเจ็บคอเรื้อรังและเสียงแหบในช่วงบ่ายของทุกวัน เขาพยายามแก้ปัญหาด้วยการดื่มน้ำอุ่นและกินยาแก้เจ็บคอแต่ก็ไม่หายขาด
เขารู้สึกท้อใจเพราะเริ่มสอนไม่ไหว เก่งพยายามตะโกนให้ดังขึ้นเพื่อสู้กับเสียงเด็กๆ ในห้อง ผลที่ได้คืออาการแย่ลงจนเสียงหายไปเกือบหมดในสัปดาห์ที่สามของการเทอมใหม่
หลังจากปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ เก่งพบว่าเขาใช้ลมจากคอเพียงอย่างเดียวในการพูด เขาเริ่มฝึกการหายใจด้วยหน้าท้อง (Diaphragmatic breathing) เพื่อส่งลมจากปอดให้สม่ำเสมอขึ้น และฝึกเปิดช่องปากให้กว้างเพื่อใช้พื้นที่กำทอนช่วยขยายเสียง
หลังจากฝึกฝน 4 สัปดาห์ เก่งสามารถสอนได้ทั้งวันโดยไม่เจ็บคออีกเลย อาการเสียงแหบลดลงกว่า 80 เปอร์เซ็นต์ และเขาสามารถควบคุมความดังของเสียงได้ดีขึ้นโดยไม่ต้องใช้การตะโกน
เอกสารอ้างอิง
ทำไมเวลาเป็นหวัดคัดจมูก เสียงเราถึงเปลี่ยนไป?
เพราะโพรงจมูกเป็นหนึ่งในพื้นที่กำทอนเสียงหลัก เมื่อมีน้ำมูกอุดตัน พื้นที่ขยายเสียงตามธรรมชาติจะหายไป ทำให้เสียงสั่นสะเทือนไม่สามารถผ่านไปสะท้อนได้ตามปกติ เสียงจึงออกมาอู้อี้เหมือนคนพูดในจมูก
คนเราสามารถทำเสียงได้โดยไม่ใช้ปอดได้หรือไม่?
ในกรณีปกติทำไม่ได้ครับ เพราะเสียงต้องใช้ลมเป็นพลังงานขับเคลื่อน อย่างไรก็ตาม มีเทคนิคการพูดโดยใช้ลมจากหลอดอาหาร (Esophageal speech) สำหรับผู้ที่ต้องผ่าตัดกล่องเสียงออก แต่นี่เป็นทักษะพิเศษที่ต้องฝึกฝนอย่างหนัก
นอกจากเสียงพูด มนุษย์ทำเสียงจากส่วนอื่นได้ไหม?
ได้แน่นอนครับ เช่น การปรบมือ การกระทืบเท้า หรือการดีดนิ้ว ซึ่งเกิดจากการกระทบกันของวัตถุที่เป็นเนื้อเยื่อหรือกระดูก แต่เสียงเหล่านี้ไม่ใช่เสียงที่เกิดจากระบบทางเดินหายใจเหมือนเสียงพูด
รายละเอียดที่โดดเด่น
เสียงเริ่มที่ท้องจบที่ปากการออกเสียงที่มีคุณภาพต้องเริ่มจากการคุมลมที่ปอดและหน้าท้อง ไม่ใช่การเค้นจากลำคอเพียงอย่างเดียว
การสั่นสะเทือนคือหัวใจเส้นเสียงสั่นสะเทือนได้ถึง 100-250 ครั้งต่อวินาทีเพื่อให้เกิดระดับเสียงที่แตกต่างกัน
กล้ามเนื้อนับร้อยมัดทำงานร่วมกันการพูดเพียงประโยคสั้นๆ ต้องอาศัยการประสานงานของกล้ามเนื้อกว่า 100 มัดเพื่อให้เกิดความชัดเจน
การอ้างอิงไขว้
- [1] Pmc - สำหรับการพูดทั่วไป มนุษย์จะใช้ปริมาณอากาศประมาณ 35-60 เปอร์เซ็นต์ของความจุปอดทั้งหมด
- [3] Pmc - พลังงานเพียง 0.01 เปอร์เซ็นต์จากลมเท่านั้นที่ถูกเปลี่ยนเป็นพลังงานเสียงจริง
- [4] Pmc - กระบวนการสร้างคำพูดหนึ่งคำต้องอาศัยการทำงานประสานกันของกล้ามเนื้อที่เกี่ยวข้องกับการพูดกว่า 100 มัด
- [5] Pmc - พื้นที่กำทอนเหล่านี้ช่วยเพิ่มความดังของเสียงขึ้นได้ประมาณ 10-15 เดซิเบล
ความคิดเห็นต่อคำตอบ:
ขอบคุณสำหรับความคิดเห็นของคุณ! ความคิดเห็นของคุณมีความสำคัญมากในการช่วยเราปรับปรุงคำตอบในอนาคต