การใช้รังสีจากไอโอดีน-131 ทางการแพทย์ ใช้ในข้อใด

88 ครั้งเข้าชม
ไอโอดีน-131 (I-131) ทางการแพทย์ใช้รักษาโรคต่อมไทรอยด์เป็นพิษและมะเร็งไทรอยด์เป็นหลัก เนื่องจาก I-131 จับกับเนื้อเยื่อไทรอยด์ได้ดี นอกจากนี้ ยังมีการใช้สารอื่นๆ เช่น I-131 MIBG รักษามะเร็งต่อมหมวกไต, Y-90 Ibiritumomab tiuxetan รักษามะเร็งต่อมน้ำเหลือง, และ Sm-153 EDTMP รักษามะเร็งที่แพร่กระจายไปยังกระดูกและทำให้เกิดอาการปวด สารเหล่านี้ช่วยให้การรักษามีความจำเพาะเจาะจงมากขึ้น
ความคิดเห็น 0 ครั้งถูกใจ

รังสีไอโอดีน-131 ใช้ทางการแพทย์เพื่ออะไร?

ไอโอดีน-131 เนี่ย ใช่ไหม? จำได้ตอนไปหาหมอที่รพ.จุฬาฯ ปี 2563 เพราะป้าฉันเป็นมะเร็งไทรอยด์ หมอบอกใช้รักษาโรคนี้แหละ จำได้คร่าวๆว่าแพงพอสมควร แต่จำราคาไม่ได้แล้วจริงๆ มันจะไปจับกับเนื้อเยื่อไทรอยด์ เลยใช้รักษาพวกต่อมไทรอยด์เป็นพิษได้ด้วย

นอกจากนั้น หมอเคยพูดถึงไอโซโทปอื่นๆ แบบผ่านๆนะ อย่าง I-131 MIBG สำหรับเนื้องอกต่อมหมวกไต หรือ Y-90 กับ Sm-153 อะไรพวกนี้ แต่จำรายละเอียดไม่ค่อยได้ เพราะตอนนั้นเครียด กังวลเรื่องป้ามากกว่า ฟังหูไปตาไป หมอพูดเร็วด้วย

เท่าที่พอจะจำได้ Sm-153 EDTMP ใช้กับมะเร็งกระดูก ที่มันลามไปแล้ว แล้วปวดมาก ประมาณนั้น เอาจริงๆ เรื่องนี้ฉันไม่ค่อยรู้ลึกหรอกนะ แค่พอได้ยินมาบ้าง ลองหาข้อมูลเพิ่มเติมดูดีกว่า เผื่อจะเจออะไรที่ละเอียดกว่านี้ เพราะที่เล่ามานี่ ความจำฉันเองล้วนๆ อาจจะผิดพลาดบ้าง ต้องขออภัยด้วย

แร่ไอโอดีน 131คืออะไร?

ไอโอดีน 131... มันก็คือไอโอดีนแบบที่เราคุ้นเคยกันนั่นแหละ แต่ว่ามันไม่ค่อยจะ... เสถียร เท่าไหร่

มันเป็นไอโอดีนที่มี กัมมันตภาพรังสี

ไอโอดีน 131 มันจะค่อยๆ สลายตัวไปเรื่อยๆ เหมือนกับ... เหมือนกับทุกสิ่งบนโลกนี้แหละมั้ง ไม่จีรัง

ครึ่งชีวิต ของมัน... ประมาณ 8 วัน... เร็วกว่าที่เราคิดนะ ว่าไหม?

ตอนที่มันสลายตัว มันปล่อยรังสีออกมา... รังสีเบต้า แล้วก็รังสีแกมมา... รังสีเบต้านี่แหละ ที่เขาเอาไปใช้ รักษา บางอย่างได้... แต่ก็ ทำลาย ได้เหมือนกัน

  • สรุปง่ายๆ:
    • ไอโอดีน 131 คือ ไอโอดีนที่มีกัมมันตภาพรังสี
    • มันสลายตัวค่อนข้างเร็ว (ครึ่งชีวิต 8 วัน)
    • ปล่อยรังสีเบต้า และรังสีแกมมา
    • รังสีเบต้าใช้ในการรักษาได้ แต่ก็ทำลายเนื้อเยื่อได้

การกลืนแร่สามารถรักษาโรคอะไรได้บ้าง?

การกลืนแร่...มันเหมือนแสงสว่างเล็กๆ ในความมืดมิดเลยนะ

มันรักษาได้หลักๆ คือ ไทรอยด์เป็นพิษ นั่นแหละ ที่รู้ๆ กัน

แต่...ก็ยังมี มะเร็งไทรอยด์ ด้วยนะ ที่ใช้การกลืนแร่ช่วยได้ แต่ต้องเป็นชนิดที่เซลล์มะเร็งมันยัง "รับ" ไอโอดีนอยู่

  • ไทรอยด์เป็นพิษ: ลดการทำงานของต่อมไทรอยด์ที่มันสร้างฮอร์โมนมากเกินไป ให้มันสงบลง
  • มะเร็งไทรอยด์: ฆ่าเซลล์มะเร็งที่ยังตอบสนองต่อไอโอดีน

มันไม่ใช่ยาวิเศษที่กินปุ๊บหายปั๊บนะ มันต้องใช้เวลา แล้วก็ต้องดูแลตัวเองดีๆ หลังกลืนแร่ด้วย

ช่วงที่กลืนแร่ มันเหมือนเรากำลังจุดไฟเล็กๆ ในตัว เพื่อเผาผลาญอะไรบางอย่างที่เรามองไม่เห็นด้วยตาเปล่า

มันน่ากลัวนะ แต่ก็...มีความหวังอยู่

ข้อมูลเพิ่มเติมที่ควรรู้ (ปี 2567)

  • การเตรียมตัวก่อนกลืนแร่: อาจจะต้องงดยาบางชนิด, งดอาหารทะเลที่มีไอโอดีนสูง, แล้วก็ต้องปรึกษาคุณหมออย่างละเอียด
  • ผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้น: คอแห้ง, ปากแห้ง, คลื่นไส้, หรือต่อมน้ำลายอักเสบ
  • การดูแลตัวเองหลังกลืนแร่: ดื่มน้ำเยอะๆ, งดใกล้ชิดคนอื่น (โดยเฉพาะเด็กและคนท้อง) ในช่วงแรกๆ, แล้วก็ต้องติดตามอาการกับคุณหมออย่างสม่ำเสมอ

มันคือการเดินทางที่ต้องใช้ความอดทน...จริงๆ นะ

อยู่ใกล้คนกลืนแร่ได้ไหม?

อยู่ใกล้ได้ แต่ไม่ควร

  • อันตรายจากการสัมผัสสารตกค้าง ระดับความเสี่ยงขึ้นอยู่กับปริมาณและชนิดของแร่ที่กลืนเข้าไป ข้อมูลจำเพาะต้องสอบถามแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านพิษวิทยา

  • ระยะห่างอย่างน้อยหนึ่งสัปดาห์ เพื่อลดโอกาสการแพร่กระจายของสารพิษ จำเป็นอย่างยิ่งสำหรับเด็กอายุต่ำกว่า 18 ปีและหญิงตั้งครรภ์

  • การเดินทาง ควรใช้รถส่วนตัว นั่งเบาะหลังตรงข้ามคนขับ หากใช้รถโดยสารสาธารณะ เลือกที่นั่งแถวหน้า ห่างจากคนขับ

ปีนี้ (2566) ฉันได้เข้าร่วมการประชุมทางวิชาการเกี่ยวกับความปลอดภัยในการทำเหมือง ได้ความรู้เกี่ยวกับการจัดการสารพิษจากแร่เพิ่มขึ้น แต่ข้อมูลเฉพาะต้องขอคำแนะนำจากแพทย์ ไม่ใช่หน้าที่ของฉัน

กลืนแร่หลังผ่าตัดกี่วัน?

หมอบอกให้ฉันกินยาไอโอดีนหลังผ่าตัดไทรอยด์ไปประมาณเดือนนึง จำได้แม่นเลยว่าวันที่ 17 กรกฎาคม 2566 ตอนนั้นเครียดมาก เพราะผ่าตัดที่โรงพยาบาลจุฬาฯ แผลยังไม่หายดี เจ็บแปล๊บๆ ตลอดเวลา นอนไม่หลับเลย คิดถึงแต่เรื่องงาน ลูก และค่าใช้จ่าย กว่าจะได้ผ่าตัดก็รอนานมาก กว่าจะหาเงินได้ก็เหนื่อย แล้วต้องมาลุ้นอีกว่าการรักษาจะสำเร็จมั้ย กังวลไปหมด

  • ผ่าตัดวันที่ 17 มิถุนายน 2566
  • กินยาไอโอดีน 17 กรกฎาคม 2566 (ประมาณ 1 เดือนหลังผ่าตัด)
  • โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์

หมออธิบายละเอียดมาก แต่ตอนนั้นฉันฟังไม่ค่อยรู้เรื่องหรอก มัวแต่กังวล จำได้แค่ว่าต้องรออย่างน้อย 3-4 สัปดาห์หลังผ่าตัดถึงจะกินยาได้ แล้วก็ต้องตรวจเลือด เอ็กซเรย์ นู่นนี่นั่น เยอะแยะไปหมด เหนื่อยจริงๆ แต่ก็ดีใจที่ทุกอย่างผ่านไปด้วยดี ตอนนี้ร่างกายแข็งแรงขึ้นเยอะแล้ว แต่ก็ยังต้องไปตรวจสุขภาพเป็นประจำอยู่ เพื่อให้แน่ใจว่าทุกอย่างโอเค ค่าใช้จ่ายก็เยอะอยู่นะ แต่ก็คุ้มค่ากับสุขภาพที่ดี

จริงๆ แล้ว เรื่องการกินยา ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจแพทย์ ไม่ใช่ทุกคนจะต้องกินนะ หมอเค้าจะประเมินเคสเราเป็นรายบุคคล ว่ามีความเสี่ยงสูงต่ำแค่ไหนที่จะเป็นซ้ำ ไม่ใช่แค่เวลารอ แต่ต้องดูผลตรวจต่างๆ ด้วย นี่คือประสบการณ์ตรงของฉัน ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์ ใครมีปัญหาควรไปปรึกษาแพทย์ อย่าเชื่อฉันอย่างเดียว

การกลืนแร่รังษีไทรอยด์มีค่าใช้จ่ายไหม?

กลืนแร่รังสีไทรอยด์เนี่ยนะ ค่าใช้จ่าย? อืม... เหมือนซื้อล็อตเตอรี่งวดพิเศษเลยค่ะ! โอกาสได้รางวัลใหญ่ (หายป่วย) สูง แต่ค่าใช้จ่ายก็…สูงตาม!

  • รัฐบาลใจดี (แต่ไม่ฟรี): ถ้าใช้สิทธิ์ประกันสังคมหรือสิทธิ์ข้าราชการที่ รพ.รัฐบาล อาจมีค่าใช้จ่ายส่วนเกินนิดหน่อย ประมาณ 5,000-7,000 บาท คิดซะว่าซื้อความสบายใจ ได้ผลลัพธ์คุ้มค่ากว่าเสียเงินซื้อหวยที่ไม่ถูกแน่ๆ! (ปี 2566 นะคะ)

  • เอกชนหรูหรา (แต่แพง!): ถ้าไปเอกชนเตรียมใจไว้เลยค่ะ หลักหมื่นขึ้นไป ราวๆ 15,000-25,000 บาทขึ้นไป เหมือนซื้อกระเป๋าแบรนด์เนม แต่ได้สุขภาพที่ดีกลับมา คิดว่าเป็นการลงทุนระยะยาว คุ้มกว่าซื้อทองแน่นอน! (ปี 2566 นะคะ)

  • กรณีส่งตัวจาก รพ. อื่น: เรื่องนี้ขึ้นอยู่กับสิทธิ์ที่คุณมีและความร่วมมือระหว่างโรงพยาบาล บางทีอาจลดค่าใช้จ่ายได้บ้าง แต่ก็ต้องติดต่อสอบถามที่ รพ. ที่ส่งตัวไปและ รพ. ที่จะรักษา อย่าลืมถามให้ละเอียด! อย่ามัวแต่คิดว่า "น่าจะ" ลดค่าใช้จ่าย โทรถามเลยดีกว่า เสียเวลาแป๊บเดียว แต่ประหยัดเงินไปได้เยอะ!

เพิ่มเติมเล็กน้อย: ราคาอาจเปลี่ยนแปลงได้ตามแต่ละโรงพยาบาลและปัจจัยอื่นๆ ควรโทรสอบถามโดยตรงเพื่อความชัดเจน อย่าลืมตรวจสอบสิทธิ์ของคุณก่อนนะคะ บางทีอาจมีส่วนลดหรือโปรโมชั่นพิเศษที่คุณไม่รู้ก็ได้! เหมือนกับการซื้อของลดราคา ยิ่งหาข้อมูลเยอะยิ่งได้ประโยชน์!

ผู้ป่วยโรคไทรอยด์ควรปฏิบัติตัวอย่างไร?

แสงแดดยามเช้าสาดส่อง... เงาไม้ไหวเอน... คิดถึงทะเล...

ไทรอยด์... เหมือนผีเสื้อที่โบยบินผิดจังหวะ

  • ไปหาหมอตามนัด... สำคัญสุดๆ หมอนี่แหละรู้ดีที่สุด

  • นอนเยอะๆ... ร่างกายมันล้า มันต้องการพัก

  • ขยับ... เดินเล่น... โยคะ... อะไรก็ได้ที่ไม่นั่งจม

  • บุหรี่... เหล้า... บ๊ายบาย... ไม่ดีต่อใจ ไม่ดีต่อไทรอยด์

  • กินให้ครบ... เหมือนสีรุ้งในจานข้าว

  • อย่าซื้อยาเอง... อันตราย! เหมือนเล่นกับไฟ

  • ถ้าอยากมีน้อง... รักษาให้ดีก่อน... เพื่อลูกน้อย

ดวงดาวกระพริบ... ความทรงจำไหลเวียน...

เพิ่มเติม...

  • หลีกเลี่ยงอาหารที่มีไอโอดีนสูงเกินไป... พวกสาหร่ายทะเล... แต่ก็อย่าขาดนะ
  • จัดการความเครียด... หาอะไรทำที่ชอบ... อ่านหนังสือ... ฟังเพลง... ถักไหมพรม... อะไรก็ได้
  • ปรึกษาหมอเรื่องยา... อย่าปรับเอง

สำคัญ: ข้อมูลนี้ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์ ควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเสมอ

ไทรอยด์แบบไหนต้องกลืนแร่?

ไทรอยด์แบบไหนต้องกลืนแร่? ถามแบบนี้แสดงว่าคุณอยากรู้ทางลัดใช่มั้ยล่ะ? ไม่มีทางลัดหรอกครับพี่น้อง ต้องดูเคสต่อเคส! เอาเป็นว่า ถ้ากินยามาปีสองปีแล้วค่าเลือดไม่ลง หรืออยากหายขาดแบบไม่ผ่าตัด นั่นแหละ! ถึงเวลาปรึกษาหมอเรื่องกลืนแร่แล้วครับ

การกลืนแร่เหมาะกับใคร? เหมาะกับคนที่อยากเอาชนะไทรอยด์ที่ดื้อยา! เปรียบเหมือนสู้กับบอสตัวสุดท้ายในเกม ต้องใช้ไอเทมระดับตำนาน ซึ่งก็คือ "แร่ไอโอดีนรังสี" นี่แหละครับ แต่ก่อนจะสู้ ต้องปรึกษาหมอผู้เชี่ยวชาญก่อนนะ อย่าไปสุ่มสี่สุ่มห้า ไม่งั้นอาจจะแพ้แบบไม่รู้ตัว!

เมื่อไหร่ถึงจะต้องกลืนแร่? ถ้าหมอบอกว่าต้องกลืน ก็ต้องกลืนครับ! ไม่มีคำถาม! อย่าไปลักไก่คิดเองเออเอง เพราะนี่ไม่ใช่เรื่องเล่นๆ การตัดสินใจต้องมาจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ไม่ใช่ติ๊กต๊อกหรือเฟซบุ๊ก ผมเองก็เพิ่งไปตรวจสุขภาพประจำปีมาเมื่อเดือนที่แล้ว ค่าไทรอยด์ปกติดี โล่งอกไปที!

  • โรคไทรอยด์เป็นพิษที่ดื้อยา: กินยามาแล้วแต่ไม่ดีขึ้น นี่คือสัญญาณสำคัญ!
  • ต้องการรักษาให้หายขาดโดยไม่ผ่าตัด: นี่คือทางเลือก แต่ต้องประเมินความเสี่ยงจากแพทย์ก่อน
  • ตามคำแนะนำแพทย์โดยตรง: สำคัญที่สุด! อย่าลืมปรึกษาแพทย์ก่อนตัดสินใจ

หมายเหตุ: ข้อมูลนี้เป็นข้อมูลทั่วไป ไม่ได้มีเจตนาให้คำแนะนำทางการแพทย์ กรุณาปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อรับคำแนะนำที่เหมาะสมกับสภาพร่างกายของท่าน อย่าลืมเช็คสุขภาพประจำปีด้วยนะครับ รู้เร็วรักษาเร็ว หายเร็ว ประหยัดเวลาและค่าใช้จ่าย ผมเองก็ตั้งใจจะไปตรวจสุขภาพปีหน้าอีกแน่นอน!