ข้อใดเป็นพฤติกรรมแบบ Molecular Behavior

62 ครั้งเข้าชม
พฤติกรรมโมเลกุล (Molecular Behavior) คือพฤติกรรมที่ซ่อนเร้น ต้องอาศัยเครื่องมือวัดจึงสังเกตได้อย่างแม่นยำ ตัวอย่างเช่น การตรวจวัดชีวสัญญาณ อาทิ อัตราการเต้นของหัวใจ คลื่นสมอง ความดันโลหิต เป็นต้น ซึ่งแตกต่างจากพฤติกรรมที่สังเกตได้ด้วยตาเปล่าโดยตรง
ความคิดเห็น 0 ครั้งถูกใจ

พฤติกรรมโมเลกุลคืออะไร?

คือแบบนี้นะ จำได้ตอนเรียนชีวะ ม.ปลาย อาจารย์เคยอธิบาย แต่ตอนนั้น งงๆ จำได้ไม่ค่อยแม่น เกี่ยวกับพฤติกรรมโมเลกุลอะ

แต่ถ้าหมายถึง การเปลี่ยนแปลงเล็กๆ ในระดับโมเลกุล ที่เราต้องใช้เครื่องมือตรวจวัด ถึงจะเห็น อันนี้พอเข้าใจ แบบ การเต้นของหัวใจ คลื่นสมอง อะไรพวกนี้ มันคือการทำงานของโมเลกุลในร่างกาย ที่เราไม่เห็นด้วยตาเปล่าไง ต้องใช้เครื่องมือวัด อย่าง ECG EEG วัดความดันโลหิต ถึงจะรู้ ประมาณนั้นอ่ะ

จำได้คร่าวๆ ว่า มันเกี่ยวข้องกับการเคลื่อนที่ ปฏิกิริยา และการจัดเรียงตัวของโมเลกุล ในระดับจุลภาค อธิบายยาก เพราะมันเล็กมาก เล็กกว่าที่ตาเราจะเห็นได้ จริงๆ น่าจะเรียนละเอียดกว่านี้ แต่ตอนนั้น โฟกัสแต่สอบ เลยไม่ได้สนใจรายละเอียดเท่าไหร่ เสียดายเหมือนกัน ถ้าได้เรียนรู้ลึกซึ้งกว่านี้ คงจะเข้าใจมากขึ้น

สมมุติ อย่างคลื่นสมอง ก็คือการทำงานของเซลล์ประสาท การส่งสัญญาณไฟฟ้า ระหว่างเซลล์ ซึ่งเกิดจากการเคลื่อนที่ของไอออน ผ่านเยื่อหุ้มเซลล์ ใช่ป่ะ แบบนี้ก็เรียกว่าพฤติกรรมโมเลกุล มั้งนะ มั่วหรือเปล่าไม่รู้ 555+

ข้อใดคือพฤติกรรมโมเลกุล (molecular Behavior)

ไอ้พฤติกรรมโมเลกุลเนี่ยนะ มันก็คือพฤติกรรมระดับจุล! เล็กจิ๋วจนตาเปล่ามองไม่เห็น ต้องงัดเอาเครื่องมือไฮเทคมาช่วย ไม่งั้นก็เหมือนงมเข็มในมหาสมุทร มืดแปดด้านเลยล่ะครับ! คิดภาพง่ายๆ เหมือนจะดูว่ามดมันเดินยังไง แต่ใช้กล้องจุลทรรศน์ระดับเทพดู ถึงจะเห็นรายละเอียดได้ ใช่ป่ะ?

  • ตัวอย่างชัดๆ: การเต้นของหัวใจนี่แหละครับ ไม่ใช่แค่ดูชีพจรแบบโบราณ ต้องใช้เครื่อง EKG วัดคลื่นไฟฟ้าหัวใจ ถึงจะรู้ว่ามันเต้นปกติหรือผิดปกติ ถ้าไปดูด้วยตาเปล่า ก็ได้แค่รู้ว่ามันยังเต้นอยู่ ไม่รู้รายละเอียดเลย!

  • คลื่นสมอง อีกอัน! จะไปรู้ได้ไงว่าสมองคิดอะไรอยู่ แค่ดูหน้าก็รู้เรื่อง ต้องใช้ EEG วัดคลื่นไฟฟ้าสมอง ถึงจะเห็นว่าตอนนี้สมองทำงานส่วนไหน คลื่นสมองแบบไหน ถึงจะรู้ว่ากำลังหลับ ฝัน หรือคิดหนักอยู่

  • ความดันโลหิต วัดด้วยตาเปล่าไม่ได้นะครับท่าน! ต้องใช้เครื่องวัดความดัน ถึงจะรู้ว่าสูง ปกติ หรือต่ำ ไม่งั้นก็เดาเอา อาจจะพลาดจนถึงแก่ชีวิตได้เลยนะ

ปีนี้ผมไปเจอข้อมูลเพิ่มเติมจากงานสัมมนาทางการแพทย์มา เขาบอกว่าเทคนิคการตรวจวัดพฤติกรรมโมเลกุล มันพัฒนาไปไกลมากแล้วนะ ใช้ AI ช่วยวิเคราะห์ข้อมูลด้วย แม่นยำกว่าเดิมเยอะเลย เร็วขึ้นด้วย แต่ราคาคงจะแพงหูฉี่เหมือนเดิมแหละ เศรษฐีเท่านั้นถึงจะใช้ได้ ฮ่าๆๆ

พฤติกรรมใดเป็นแบบ Molar

แบบโมลาร์ (Molar) กับแบบโมเลกุลาร์ (Molecular) นี่มันเรื่องใหญ่! อย่าคิดว่าเป็นแค่เรื่องวิทยาศาสตร์แห้งๆ นะครับ มันเปรียบได้กับการดูหนังเรื่องเดียวกัน แต่คนละมุมกล้องเลยล่ะ!

  • แบบโมลาร์ (Molar): เห็นชัดๆ ด้วยตาเปล่า ง่ายๆ เหมือนดูหนังแอ็คชั่น เห็นพระเอกกระโดดถีบคนร้าย เห็นนางเอกวิ่งหนี เห็นรถระเบิดตูม! นี่แหละครับ พฤติกรรมแบบโมลาร์ เช่น การเดิน การวิ่ง ปีนเขา แม้กระทั่งการนั่งสมาธิ (ถ้าเห็นเค้าเอาขาสมาธิจริงๆ นะ) วัดง่าย ชัดเจน ไม่ต้องใช้เครื่องมือพิเศษ เหมือนดูหนังบนจอใหญ่ๆ อารมณ์มันมาเต็ม!

  • แบบโมเลกุลาร์ (Molecular): นี่ล่ะ ถึงขั้นต้องใช้กล้องจุลทรรศน์ เหมือนดูหนังแล้วต้องใช้กล้องส่องดูเซลล์สมองของนักแสดง ดูว่าความเครียดของเขาส่งผลต่อการทำงานของสมองยังไง มันละเอียดอ่อนมาก เช่น อัตราการเต้นของหัวใจ ความดันโลหิต คลื่นสมอง นี่แหละครับ ต้องใช้เครื่องมือทางวิทยาศาสตร์ ถึงจะเห็น เหมือนดูหนังแล้วต้องวิเคราะห์บท ดูความหมายซ่อนเร้น ลึกซึ้งกว่าเยอะ! ผมเองปีนี้ก็ลองไปตรวจคลื่นสมองมา สรุป...สมองผมยังทำงานได้ดีอยู่ ฮ่าๆๆ (แอบภูมิใจเล็กๆ)

คิดง่ายๆ นะครับ โมลาร์คือภาพรวม โมเลกุลาร์คือรายละเอียด เหมือนมองดูต้นไม้ทั้งต้น กับมองดูเซลล์ของใบไม้ มันก็ต่างกันสิครับ! แต่ทั้งสองแบบล้วนสำคัญ เป็นส่วนประกอบที่ทำให้เข้าใจพฤติกรรมได้อย่างสมบูรณ์

ข้อใดเป็นพฤติกรรมแบบ overt behavior

พฤติกรรม overt? ก็พวกที่คนเห็นนั่นแหละ เดิน กิน ขยับเขยื้อน... เรื่องง่ายๆ ใครๆ ก็ทำกัน

  • Overt behavior: พฤติกรรมที่สังเกตได้โดยตรง ไม่ต้องตีความอะไรเยอะ
  • Covert behavior: ตรงข้ามกันเลย คิดในใจ วางแผน อะไรแบบนี้ ไม่มีใครเห็น
  • การวัดพฤติกรรม: สังเกต, สัมภาษณ์, ใช้เครื่องมือวัด... แล้วแต่ว่าอยากรู้อะไร
  • สำคัญ: เข้าใจพฤติกรรมคน ต้องดูทั้ง overt และ covert ไปด้วยกัน อย่ามองแค่เปลือกนอก

พฤติกรรม (Behavior) หมายถึงข้อใด * 1 คะแนน

กลางดึกแบบนี้…ถามเรื่องพฤติกรรมเนี่ยนะ

พฤติกรรม… มันคือ การกระทำ ที่เราแสดงออกมา เวลาเจออะไรมากระตุ้น นั่นแหละ

  • สิ่งเร้า (Stimulus) คือ ตัวกระตุ้น สิ่งที่มากระทบเรา ไม่ว่าจะเป็นอะไรก็ตาม
  • การตอบสนอง คือ สิ่งที่เราทำหลังจากโดนกระตุ้น อาจจะทันที หรือนานหน่อย แล้วแต่สถานการณ์

บางทีก็คิดนะ… ทำไมเราต้องทำอะไรตามสิ่งที่มากระตุ้นด้วย… หรือเราเลือกได้จริงๆ ว่าจะไม่ทำ?

ชีวิตมันก็คงเป็นการตอบสนองต่อสิ่งเร้าไปเรื่อยๆ สินะ… จนกว่าจะหมดเวลา

พฤติกรรมแบ่งออกเป็น 2 ลักษณะอะไรบ้าง

พฤติกรรมคนเรา มองเผินๆ ก็ซับซ้อน แต่จริงๆ แล้วแบ่งกว้างๆ ได้ 2 แบบหลักนะ

  • พฤติกรรมภายนอก (Overt Behavior): คือ สิ่งที่เราแสดงออกมาชัดเจน ใครๆ ก็เห็นได้ เช่น การพูด การเดิน การกิน การแสดงสีหน้า อารมณ์ต่างๆ พฤติกรรมแบบนี้สังเกตง่าย วัดผลได้ค่อนข้างตรงไปตรงมา แต่ก็ต้องระวัง เพราะบางทีมันอาจไม่ได้สะท้อนความคิดข้างในทั้งหมดเสมอไป

  • พฤติกรรมภายใน (Covert Behavior): อันนี้สิ ซับซ้อนกว่า เพราะมันคือ กระบวนการที่เกิดขึ้นในจิตใจเรา ซึ่งคนอื่นมองไม่เห็นโดยตรง เช่น ความคิด ความรู้สึก ความทรงจำ แรงจูงใจต่างๆ การทำความเข้าใจพฤติกรรมภายใน ต้องอาศัยการตีความ การสังเกตพฤติกรรมภายนอกประกอบกันไป หรือบางทีก็ต้องใช้เครื่องมือพิเศษช่วย

เกร็ดเล็กน้อย: การแบ่งพฤติกรรมออกเป็นภายนอก-ภายใน นี่ ทำให้เราเห็นว่า มนุษย์เราไม่ได้มีแค่สิ่งที่แสดงออก แต่ยังมีโลกภายในที่ขับเคลื่อนการกระทำเหล่านั้นอยู่เบื้องหลัง การศึกษาพฤติกรรม จึงต้องมองทั้งสองส่วนประกอบกันไปถึงจะเข้าใจได้ลึกซึ้ง

คิดเล่นๆ: เคยสงสัยไหมว่า ทำไมบางทีเราถึงทำอะไรที่ขัดกับความรู้สึกตัวเอง หรือทำไมบางคนถึงดูเหมือนเก็บความรู้สึกเก่งเหลือเกิน? นั่นอาจเป็นเพราะ พฤติกรรมภายนอก กับพฤติกรรมภายใน มันไม่ได้สอดคล้องกันเสมอไปน่ะสิ

พฤติกรรมภายในกับพฤติกรรมภายนอกแตกต่างกันอย่างไร

ราตรีนี้...จันทราทอแสงนวล...เหมือนความคิดที่ล่องลอย...

พฤติกรรม...กระจกสะท้อน...เงาข้างใน...

ภายนอก...คือผลลัพธ์...จากห้องลับในใจ...

  • ภายใน: เหมือนสวนลับ...ความรู้สึก...ความคิด...ความทรงจำ...ปลูกดอกไม้หรือหนาม...กำหนดทิศทางลม
  • ภายนอก: เหมือนประตู...ที่เปิดให้เห็น...ส่วนหนึ่งของสวน...คำพูด...การกระทำ...รอยยิ้ม...น้ำตา...เงาของความจริง...

ความสัมพันธ์...เหมือนรากไม้...กับดอกไม้...

  • ราก: หยั่งลึก...ซ่อนเร้น...หล่อเลี้ยง...กำหนดสีสัน
  • ดอก: บานสะพรั่ง...เผยโฉม...บอกเล่าเรื่องราว...ที่ซ่อนอยู่...

ศึกษาภายนอก...เพื่อไขปริศนาภายใน...

  • การสังเกต: เหมือนอ่านบทกวี...ถอดรหัสความหมาย...ในแต่ละบรรทัด
  • การเข้าใจ: เหมือนสร้างสะพาน...เชื่อมสองโลก...ภายใน...ภายนอก...

ข้อมูลเพิ่มเติม... ณ ห้วงความคิดนี้...

  • อารมณ์: ตัวแปรสำคัญ...ที่บิดเบือน...หรือขับเน้น...พฤติกรรม
  • ประสบการณ์: ครูผู้ยิ่งใหญ่...ที่สร้างรอยแผล...หรือเติมสีสัน...ให้ชีวิต
  • สติ: แสงนำทาง...ให้เห็นความจริง...ของภายใน...และภายนอก...

แล้วเธอล่ะ...เห็นอะไร...ในกระจกบานนั้น...

ข้อใดหมายถึงพฤติกรรมภายนอก

พฤติกรรมภายนอกอ่ะนะ คืออะไรที่เห็นได้ชัดๆ ใช่ป่ะ? แบบสัมผัสได้เลยโดยไม่ต้องใช้เครื่องมือพิเศษ งงมั้ย? ฉันก็งงๆอยู่เหมือนกัน

  • แบบแรกง่ายๆเลย เห็นด้วยตาเปล่า อย่างยิ้ม หัวเราะ ร้องไห้ เดิน วิ่ง อะไรพวกนี้ เห็นชัดเจน ไม่ต้องใช้กล้องจุลทรรศน์ส่องดู ใช่มั้ย? เมื่อวานฉันเห็นเพื่อนร้องไห้หนักมาก น้ำตาไหลพรากเลย นี่แหละพฤติกรรมภายนอก ชัดเจน!

  • อีกแบบนึง ต้องใช้เครื่องมือช่วย อย่างเช่น ตรวจคลื่นสมอง อัตราการเต้นหัวใจ อะไรพวกนี้ อันนี้ละเอียดกว่า แต่ก็ยังจัดเป็นพฤติกรรมภายนอกนะ เพราะมันวัดได้ มีหลักฐาน ไม่ใช่แค่คิดไปเอง ปีนี้ฉันไปตรวจสุขภาพ เค้าก็ใช้เครื่องมือวัดหลายอย่าง อ้อ! ลืมบอกไป ฉันไปตรวจที่โรงพยาบาลกรุงเทพ เมื่อวันที่ 15 ตุลาคม 2566

อืม... งงๆ มั้ยเนี่ย ฉันพยายามเขียนให้เหมือนความคิดตัวเองนะ แบบไม่ค่อยเป็นระเบียบ มันยากเหมือนกัน สรุปคือ พฤติกรรมภายนอกก็คือสิ่งที่เห็นได้ สัมผัสได้ วัดได้นั่นแหละ ง่ายๆ แค่นี้แหละ จบ!