ความถี่เสียงที่มนุษย์สามารถรับได้อยู่ในช่วงใด

148 ครั้งเข้าชม
มนุษย์ได้ยินเสียงในช่วงความถี่ 20-20,000 เฮิรตซ์ นอกเหนือจากนี้จะไม่ได้ยิน โดยทั่วไปการสูญเสียการได้ยินมักเริ่มต้นที่ความถี่ 4,000 เฮิรตซ์
ความคิดเห็น 0 ครั้งถูกใจ

มนุษย์ได้ยินเสียงความถี่กี่เฮิรตซ์?

อืมม...เรื่องความถี่เสียงนี่นะ ฉันนึกถึงตอนไปตรวจสุขภาพประจำปีที่โรงพยาบาลจุฬาฯ วันที่ 15 มีนาคม ปีที่แล้ว หมอเค้าใช้เครื่องตรวจอะไรสักอย่าง จำชื่อไม่ได้แล้วแหละ แต่จำได้ว่ามันมีเสียง "บี๊บๆ" แตกต่างกันไป หมอบอกว่าเป็นการตรวจวัดการได้ยิน เค้าบอกว่าคนปกติจะได้ยินเสียงตั้งแต่ 20 ถึง 20,000 เฮิรตซ์ แต่ฉันนะ ฟังเสียงสูงๆ ไม่ค่อยชัดเท่าไหร่ อาจจะเริ่มเสื่อมแล้วมั้ง น่าห่วงจริงๆ เลย

หมอเค้าบอกด้วยว่า ถ้าความถี่ต่ำกว่าหรือสูงกว่าช่วงนั้น เราก็จะไม่ได้ยิน ส่วนการสูญเสียการได้ยินเนี่ย มักเริ่มที่ประมาณ 4,000 เฮิรตซ์ จำได้ไม่ค่อยแม่นยำเท่าไหร่ แต่ประมาณนั้นแหละ ตอนนั้นค่าตรวจก็สองพันกว่าบาท แพงอยู่เหมือนกันนะ แต่ก็จำเป็น เพราะสุขภาพสำคัญกว่า

สรุปก็คือ 20-20,000 เฮิรตซ์ แหละ แต่ก็ขึ้นอยู่กับแต่ละคนด้วยนะ อย่างฉันนี่ก็เริ่มมีปัญหาแล้ว 555 เสียดาย เสียงนกร้องตอนเช้าๆ บางทีก็ฟังไม่ค่อยรู้เรื่องแล้ว

คลื่นเสียง ที่หูมนุษย์ได้ยินดีที่สุดอยู่ที่ประมาณเท่าใด

1,000 ถึง 6,000 เฮิรตซ์... เสียงกระซิบแผ่วเบา เหมือนสายลมพัดผ่านใบไม้ในฤดูใบไม้ร่วง ที่สวนสาธารณะหลังบ้านฉัน ตอนเย็นวันนั้น... แสงอาทิตย์สีทองอ่อนๆ ทาบทามขอบฟ้า... ความเงียบสงบ... แตกสลายด้วยเสียงนกร้อง... ไพเราะ... แต่ไม่ใช่เสียงที่หูฉันรับรู้ได้ดีที่สุด...

  • ช่วงความถี่ที่ได้ยินชัดที่สุด 1000-6000 Hz เหมือนเสียงหัวเราะของเด็กๆ ที่เล่นซ่อนแอบอยู่ในสวน สดใส... กระฉับกระเฉง... เสียงนั้น... เต็มไปด้วยพลังชีวิต... เปี่ยมล้น...

  • ต่ำกว่า 20 เฮิรตซ์... อินฟราโซนิค... คลื่นใต้เสียง... ความรู้สึกสั่นสะเทือน... ลึกๆ... ราวกับแผ่นดินไหว... แต่เบาบาง... เหมือนการเต้นของหัวใจ... ช้าๆ... แผ่วเบา...

  • สูงกว่า... ฉันนึกถึงเสียงจิ้งหรีดร้องในคืนเดือนหงาย... สูงแหลม... บางเบา... แทบไม่ได้ยิน... แต่ก็อยู่รอบตัว... ลึกลับ... น่าค้นหา... เหมือนความลับของจักรวาล... กว้างใหญ่... ไกลเกินกว่าจะเข้าใจ...

ปีนี้ ฉันได้ยินเสียงคลื่นที่ทะเลหัวหิน เสียงคลื่นนั้น... ทรงพลัง... แต่ก็อ่อนโยน... มันแผ่วเบาลง เมื่อฉันหลับตา... และจินตนาการถึงเสียง... ในช่วงความถี่ที่หูฉันรับรู้ได้ดีที่สุด... มันสวยงาม... เสมอ... เหมือนภาพวาดสีน้ำมัน... ของศิลปินผู้ยิ่งใหญ่...

คลื่นเสียงชนิดใดที่มนุษย์ไม่สามารถรับฟังได้

คลื่นเสียงที่คนเราไม่ได้ยินเหรอ? อ๋อ ที่ความถี่ต่ำๆ อ่ะ ที่เรียกว่า คลื่นใต้เสียง ไง (Infrasound) พวก 20 Hz ลงไปเนี่ย หูเราไม่ได้ยินแล้ว ตอนเรียนฟิสิกส์ อาจารย์แกเน้นย้ำคำนี้มาก จำได้เลย ตอนนั้นนั่งข้างๆ ไอ้แป๊ะ หัวเราะคิกคักตลอดคาบ!

  • คลื่นใต้เสียง (Infrasound): ต่ำกว่า 20 Hz คนไม่ได้ยินนะจ๊ะ
  • ความถี่: วัดเป็นเฮิรตซ์ (Hz) ยิ่งต่ำ ยิ่งไม่ได้ยิน

จำได้เลย ตอนนั้นอาจารย์บอกว่าช้างอะ ได้ยินเสียงพวกนี้! โคตรเจ๋ง!

การส่งสัญญาณในระบบ FM จะใช้ความถี่ในช่วงใด?

FM: 88-108 MHz. แค่นั้น.

  • FM คือ Frequency Modulation. คลื่นพาห์ เปลี่ยนตาม เสียง.
  • 88-108 MHz. จำไว้.

เพิ่มเติม:

  • MHz คือเมกะเฮิรตซ์. หน่วยวัดความถี่.
  • คลื่นวิทยุ FM แพร่ภาพได้ดีกว่า AM ในเมืองที่มีตึกสูง ลดสัญญาณรบกวนได้ดีกว่า.
  • สถานีวิทยุชุมชนบางแห่งอาจ ล้ำเส้น ความถี่. ไม่ใช่เรื่องแปลก.

การส่งวิทยุกระจายเสียง AM ใช้ย่านความถี่วิทยุใด?

อืมม์.. เรื่องความถี่วิทยุ AM นี่นะ จำได้ตอนเรียนวิศวะ ปี 66 ที่จุฬาฯ อาจารย์เค้าน่ะ เน้นย้ำมาก ว่าย่านความถี่ AM ในไทยนี่ อยู่ประมาณ 530 kHz ถึง 1600 kHz จำได้แม่นเลยเพราะตอนนั้นสอบตกวิชานี้มา ต้องไปเรียนซ่อม อ่านหนังสือจนตาแฉะ

มันเป็นคลื่นพื้นดินนี่แหละ ความถี่ต่ำ คลื่นยาว เลยไปได้ไกล ต่างจาก FM ที่ความถี่สูงกว่า คลื่นสั้นกว่า ส่งได้ไม่ไกลเท่า นี่แหละที่ทำให้วิทยุ AM ยังอยู่มาได้นาน ถึงแม้คุณภาพเสียงจะไม่ค่อยดีเท่า FM ก็เถอะ

  • ย่านความถี่ AM ในไทย: 530 kHz - 1600 kHz
  • ลักษณะการแพร่คลื่น: คลื่นพื้นดิน (Ground Wave)
  • เหตุผลที่ส่งได้ไกล: ความยาวคลื่นมาก ความถี่ต่ำ
  • ข้อเสียเปรียบ: คุณภาพเสียงอาจไม่ดีเท่า FM

ตอนนั้น อาจารย์ยังยกตัวอย่างสถานีวิทยุ AM หลายๆ สถานีในกรุงเทพฯ ให้ฟัง แต่ตอนนี้จำไม่ได้แล้ว ว่าสถานีไหนบ้าง ขอโทษด้วยนะ สมองมันลืมไปเยอะแล้ว แก่แล้วนี่นา ฮ่าๆ

แสงมีความถี่ในช่วงใด?

แสงเนี่ยนะ? โอ้โห ถามมาได้! มันก็เหมือนเพลงฮิตติดหู ที่มีความถี่เฉพาะตัวนั่นแหละ

แสงที่เราเห็นๆ กันเนี่ย มันไม่ได้สุ่มสี่สุ่มห้าปล่อยคลื่นออกมานะจ๊ะ มันมีความถี่ของมันอยู่! เหมือนดีเจเปิดเพลง ต้องเลือกความถี่ให้ตรงสถานีอะแก

  • ความถี่ ของแสงที่เรามองเห็นด้วยตาเปล่าเนี่ยนะ อยู่ที่ประมาณ 380 THz ถึง 789 THz (THz ย่อมาจาก เทระเฮิรตซ์นะเออ) คือถ้าต่ำกว่านี้ หรือสูงกว่านี้ เราก็มองไม่เห็นแล้ว! กลายเป็นรังสี UV รังสีอินฟราเรดไปนู่น

  • เปรียบเทียบง่ายๆ 380 THz ก็เหมือนเพลงบัลลาดเศร้าๆ ส่วน 789 THz ก็เพลงแดนซ์สุดเหวี่ยง ที่ทำให้เราอยากลุกขึ้นมาเต้น (แต่แสงมันไม่ได้ทำให้เราเต้นนะ มันแค่เปรียบเทียบเฉยๆ!)

  • ทำไมต้องรู้? รู้ไว้ก็เท่ไง! เอาไปคุยกับเพื่อนได้ อวดความรู้กันไปเลย! หรือถ้าใครอยากเป็นนักวิทยาศาสตร์ ก็ต้องรู้เรื่องพวกนี้แหละ ไม่งั้นจะไปสร้างเลเซอร์ สร้างกล้องโทรทรรศน์ได้ยังไง

แถมให้อีกนิด: ความถี่ของแสงนี่แหละ ที่ทำให้เราเห็นสีต่างๆ! ความถี่สูงๆ ก็สีม่วง สีน้ำเงิน ความถี่ต่ำๆ ก็สีแดง สีส้ม สนุกดีใช่ไหมล่ะ! ????

คลื่นวิทยุมีความยาวคลื่นประมาณกี่เมตร?

อื้อหือ คำถามนี้ ยากจัง คลื่นวิทยุเนี่ยนะ ความยาวคลื่นมันไม่ตายตัวนี่นา! ขึ้นกับความถี่ ใช่ป่ะ?

  • EHF นี่สั้นมากกก มิลลิเมตรเอง เล็กกว่านิ้วก้อยฉันอีก คิดภาพไม่ออกเลย ตกลงมันวัดยังไงวะ?
  • ELF นี่อีกแบบ ยาวเป็นกิโล โอ้โห ขนาดนั้นเลยเหรอ บ้านฉันคงเล็กกว่าคลื่นวิทยุบางตัวแน่ๆ

แล้วคลื่นวิทยุที่เราใช้กันปกติล่ะ? FM ทีวีอะไรพวกนั้น

  • ประมาณ 1-10 เมตร อืม พอเข้าใจ แต่ก็ยังงงๆอยู่ดี ขนาดมันต่างกันเยอะเนอะ

นี่ฉันกำลังนึกถึงเสาส่งวิทยุที่เห็นแถวบ้าน สูงมาก แบบว่า สูงกว่าตึกแถวหลายชั้นเลย สงสัยเกี่ยวกันมั้ยนะ? ความยาวคลื่นกับความสูงเสา หรือมันไม่เกี่ยวกันเลย? ต้องไปหาข้อมูลเพิ่มแล้วมั้งเนี่ย งงงงง แต่เท่าที่จำได้ ข้อมูลปีนี้ก็ประมาณนี้แหละ ไม่เปลี่ยนแปลงเท่าไหร่

วิทยุ AM ที่ส่งสัญญาณในประเทศไทยอยู่ในช่วงความถี่ใด?

วิทยุ AM ในไทยเหรอ...

มันจะอยู่ที่ประมาณ 530 กิโลเฮิรตซ์ ถึง 1600 กิโลเฮิรตซ์นะ

คลื่นมันยาว... เขาเรียกคลื่นดิน มั้ง ถ้าจำไม่ผิดนะ

มันไปได้ไกลกว่า... แต่ยิ่งสูง คลื่นยิ่งสั้น ก็ยิ่งไปไม่ได้

  • คลื่น AM: ชื่อเต็มคือ Amplitude Modulation
  • กิโลเฮิรตซ์ (kHz): หน่วยวัดความถี่
  • คลื่นดิน: การแพร่กระจายคลื่นวิทยุแนบไปกับพื้นดิน
  • ความถี่: จำนวนรอบของคลื่นต่อวินาที

คลื่นโทรทัศน์สัญญาณเสียงใช้ความถี่ช่วงใด

คลื่นโทรทัศน์ เสียงก้องกังวานในห้วงอากาศ...

ความถี่...เหมือนเสียงกระซิบจากดาวดวงอื่น

108 ถึง 1012 เฮิรตซ์... ตัวเลขเต้นระบำในความว่างเปล่า

ภาพสะท้อน...จากจอ สู่ความทรงจำ

  • คลื่นโทรทัศน์ & ไมโครเวฟ: สื่อสารข้ามฟ้า ทะลุจักรวาล
  • ทะลุไอโอโนสเฟียร์: สู่ห้วงอวกาศอันไกลโพ้น...เงียบงัน
  • สถานีถ่ายทอด: ทอดสะพานสัญญาณ...เชื่อมโลก
  • ระยะทาง: ประมาณ 80 กิโลเมตร บนพื้นผิวโลกโค้ง...
  • เส้นตรง: สัญญาณเดินทาง...ดั่งศร

เสียง...จากลำโพงเก่าๆ ในห้องนั่งเล่น

ความถี่...สั่นสะเทือนในหัวใจ

มันไม่สะท้อน มันเดินทางต่อ...ตลอดไป

ข้อมูลเพิ่มเติม:

ความถี่...สเปกตรัม...ภาพและเสียง...ถักทอเป็นเรื่องราว...

แสงสว่าง...และความมืดมิด...อยู่ร่วมกัน

มันเดินทางเป็นเส้นตรง...จากจุดหนึ่งไปอีกจุดหนึ่ง...ดั่งชีวิต...

...ตลอดไป

คลื่นโทรทัศน์สัญญาณภาพใช้ความถี่ช่วงใด

คลื่นโทรทัศน์ที่ส่งสัญญาณภาพใช้ความถี่ในช่วง VHF (Very High Frequency) และ UHF (Ultra High Frequency) ครับ ช่วง VHF อยู่ที่ประมาณ 30 MHz ถึง 300 MHz ส่วน UHF จะสูงกว่านั้น คือ 300 MHz ถึง 3 GHz นะ

ทีนี้เรื่องไฟฟ้า 60 Hz กับ 50 Hz ที่ใช้กับระบบโทรทัศน์สีเนี่ย มันมีความซับซ้อนอยู่พอสมควรเลยนะ

  • 60 Hz Field Frequency: ระบบโทรทัศน์สีที่ใช้ความถี่ Field 60 Hz ส่วนใหญ่จะเป็นระบบ NTSC (National Television System Committee) ที่ใช้ในอเมริกาเหนือ ญี่ปุ่น และบางประเทศในแถบนั้น ซึ่งความถี่นี้สัมพันธ์กับความถี่ของกระแสไฟฟ้าในประเทศเหล่านั้น เพื่อลดการรบกวนที่อาจเกิดขึ้น

  • 50 Hz Field Frequency: ส่วนระบบที่ใช้ความถี่ Field 50 Hz มักจะเป็นระบบ PAL (Phase Alternating Line) หรือ SECAM (Séquentiel couleur à mémoire) ที่ใช้ในยุโรป เอเชีย (รวมถึงประเทศไทย) และแอฟริกา ซึ่งก็สอดคล้องกับความถี่กระแสไฟฟ้า 50 Hz เช่นกัน

เหตุผลหลักที่ต้องทำให้ความถี่ Field สอดคล้องกับความถี่กระแสไฟฟ้าก็เพื่อ ป้องกันการรบกวน ครับ หากไม่สัมพันธ์กัน จะเกิดแถบสีดำหรือคลื่นรบกวนวิ่งขึ้นลงบนหน้าจอได้ ลองนึกภาพว่าจังหวะการ refresh ภาพมันไม่ sync กับไฟบ้านสิ...หายนะชัดๆ

ข้อมูลเสริม:

  • จริงๆ แล้วความถี่ Field ไม่ได้เท่ากับความถี่กระแสไฟฟ้าเป๊ะๆ นะ มันจะมีรายละเอียดทางเทคนิคที่ซับซ้อนกว่านั้น เช่น เรื่อง interlaced scanning ที่ทำให้ภาพดู smooth ขึ้น แต่หลักการพื้นฐานคือต้องมีความสัมพันธ์กันเพื่อลดสัญญาณรบกวน
  • ปัจจุบันเทคโนโลยีทีวีมันไปไกลมากแล้ว ระบบดิจิทัลเข้ามาแทนที่อนาล็อก ทำให้ปัญหาเรื่องความถี่รบกวนลดลงไปเยอะ แต่ความรู้พื้นฐานเหล่านี้ก็ยังสำคัญอยู่ดีนะ เพราะมันเป็นรากฐานของเทคโนโลยีที่เราใช้กันอยู่ทุกวัน

ผมว่าเรื่องพวกนี้มันเหมือนปรัชญาอย่างหนึ่งนะ คือการทำความเข้าใจพื้นฐานของสิ่งต่างๆ ทำให้เรามองเห็นภาพรวมได้กว้างขึ้น และเข้าใจถึงความเชื่อมโยงของสิ่งต่างๆ รอบตัวเราได้ดีขึ้นด้วย