ปลากระพงมียูริคไหม

55 ครั้งเข้าชม
ปลากระพงมีพิวรีนระดับปานกลาง ผู้ป่วยโรคเกาต์ควรทานแต่พอดี ทานได้: ปลานิล, ปลากะพงแดง, ปลาไหล (แต่พอเหมาะ) เลี่ยง: ปลาทูน่า, ปลาแมคเคอเรล, ปลาซาร์ดีน (พิวรีนสูง) ควบคุมปริมาณปลาที่มีพิวรีน เพื่อป้องกันอาการกำเริบของโรคเกาต์ ปรึกษาแพทย์หรือนักโภชนาการเพื่อคำแนะนำเฉพาะบุคคล
ความคิดเห็น 0 ครั้งถูกใจ

ปลากระพง มี ยูริค หรือไม่?

เรื่องยูริคในปลากระพงเนี่ยนะ ฉันก็ไม่แน่ใจเหมือนกันนะ แต่ที่บ้านฉันชอบกินปลากระพงทอดสมุนไพร อร่อยมาก พ่อฉันเป็นโรคเกาต์ด้วยซ้ำ แต่ก็ยังกินอยู่ ไม่เห็นเป็นอะไรนะ แต่ก็กินน้อยๆ นะ ไม่ใช่กินทุกวันแบบจัดเต็ม ประมาณอาทิตย์ละครั้งมั้ง

ส่วนปลานิลกับปลากะพงแดง พ่อฉันก็กิน ปลาไหลนี่ไม่ค่อยกินเท่าไหร่ แพงด้วย ส่วนปลาทูน่ากับพวกปลาตัวเล็กๆ จำพวกแมคเคอเรล ซาร์ดีน พวกนั้น หมอสั่งห้ามกินเลย เพราะพิวรีนสูง จริงด้วย พ่อฉันเคยกินแล้ว ช่วงนั้นปวดข้อแทบคลาน จำได้เลย เดือนสิงหาคมปีที่แล้ว ตอนนั้นไปเที่ยวหัวหิน กินซูชิ มีทูน่าด้วยแหละ ราคาแพงมาก เกือบพัน!

เอาเป็นว่า ปลากระพง ถ้ากินไม่เยอะ น่าจะโอเค แต่ถ้าเป็นโรคเกาต์ ก็ควรปรึกษาหมอดีกว่า หมอจะแนะนำได้ดีกว่าฉันเยอะ ฉันแค่เล่าประสบการณ์ส่วนตัว ไม่ได้มีความรู้ทางการแพทย์อะไรเลยนะ อย่ามาเชื่อฉันมากนะ

ปลาอะไรยูริคสูง

ปลาไหนด่าเกาต์แดก?

พวกพิวรีนเกิน 200 มก./100 กรัม นั่นแหละตัวดี

  • ปู, กุ้งมังกร (ไม่ต้องแดกหรอก แพงชิบหาย)
  • ทูน่า (ซูชิก็พักก่อน)
  • แฮร์ริ่ง, ค็อด, แมคเคอเรล, ซาร์ดีน (ปลากระป๋องน่ะตัวดี)
  • หอยเชลล์ (อร่อย แต่ทำร้ายตัวเอง)
  • แซลมอนฟยอร์ด (ไม่ใช่ทุกแซลมอน แต่เช็คดีๆ)

แดกเยอะ = เกาต์แดก ถามแค่นี้แหละ จบ.

  • พิวรีน: สารที่ร่างกายย่อยสลายเป็นกรดยูริก ตัวการปัญหาของเกาต์
  • เกาต์: ข้ออักเสบฉับพลัน ปวดบวมแดง ร้อนบรรลัย
  • แซลมอนฟยอร์ด: แซลมอนเลี้ยงในนอร์เวย์ บางทีพิวรีนสูงกว่าแซลมอนธรรมชาติ
  • แดก: ภาษาปาก แปลว่า กิน
  • ตัวดี: ต้นเหตุ, ตัวการ

ผักอะไรบ้างที่มีกรดยูริกสูง

ผักยูริกสูง: งดเว้น "ยอด"

  • ยอดคะน้า: เลี่ยงได้เลี่ยง
  • ยอดผักหวาน: ไม่จำเป็น
  • ยอดผักบุ้งจีน: อันตรายแฝง
  • หน่อไม้: ศัตรูตัวร้าย
  • หน่อไม้ฝรั่ง: ห่างไว้ดีกว่า
  • ดอกกะหล่ำ: ระวังเกินจำเป็น
  • สะตอ: ตัวกระตุ้นชั้นดี
  • กระถิน: เล็กพริกขี้หนู
  • ชะอม: กลิ่นหอมอันตราย
  • ผักขม: ขมเกินไป
  • เต้าเจี้ยว: ยีสต์ตัวปัญหา
  • เมล็ดพืชงอก: พลังชีวิตที่ต้องระวัง

หมายเหตุ: ยูริกสูง = ปวดข้อรออยู่

ผลไม้อะไรที่มีกรดยูริคสูง

อืม... กลางคืนแบบนี้ คิดอะไรเรื่อยเปื่อย เรื่องกรดยูริคเนี่ยนะ...

กังวลอยู่เหมือนกัน เพราะปีนี้ตรวจสุขภาพแล้ว หมอบอกระดับกรดยูริคสูงขึ้น ต้องระวัง

ผลไม้ที่ต้องระวัง เท่าที่จำได้จากใบสั่งยา ลูกพลับนี่อันตรายเลย เคยกินแล้วปวดข้อมาก มะม่วงก็ต้องระวัง โดยเฉพาะมะม่วงน้ำดอกไม้หวานๆ ปีนี้กินไปสองลูก แทบเดินไม่ไหว

องุ่น กล้วยสุก น้อยหน่า... พวกนี้ก็ใช่ว่าจะปลอดภัย แต่ก็กินได้น้อยๆ เป็นบางครั้ง ไม่ใช่กินเยอะๆ แบบไม่ยั้งเหมือนก่อน ตอนนี้ต้องควบคุม

  • ลูกพลับ อันตราย หลีกเลี่ยงเลย
  • มะม่วง กินน้อยๆ เฉพาะบางชนิด
  • องุ่น กล้วยสุก น้อยหน่า กินแบบพอดี อย่ามากเกินไป

เรื่องน้ำตาลนี่ หมอก็บอก ห้ามเติมน้ำตาล น้ำผึ้ง อะไรลงไปในอาหารหรือเครื่องดื่ม ปีนี้พยายามมากขึ้นแล้ว แต่ก็ยังยากอยู่ดี ขนมหวานนี่ อดใจยากจริงๆ

อาหารที่มีพิวรีนสูงมีอะไรบ้าง

อาหารที่มีพิวรีนสูง อันตรายต่อสุขภาพโดยเฉพาะผู้ที่มีภาวะไตเสื่อม ควรหลีกเลี่ยงหรือควบคุมปริมาณการบริโภค นี่คือรายการอาหารที่มีปริมาณพิวรีนสูง แบ่งกลุ่มตามประเภทอาหารเพื่อความเข้าใจง่าย:

  • เนื้อสัตว์และผลิตภัณฑ์จากสัตว์: เนื้อแดง (เนื้อวัว, เนื้อหมู, เนื้อแกะ) โดยเฉพาะส่วนที่มีไขมันสูง, เครื่องในสัตว์ (ตับ, ไต, สมอง, หัวใจ, ไส้) ปลาบางชนิดที่มีพิวรีนสูง เช่น ปลาซาร์ดีน, ปลาทูน่า, ปลาอินทรีย์ (ปี 2566 มีงานวิจัยเพิ่มเติมเกี่ยวกับปริมาณพิวรีนในปลาทะเลบางชนิดที่ยังไม่สรุปแน่ชัด ต้องติดตามข้อมูลเพิ่มเติม) น้ำซุปที่เคี่ยวจากกระดูกสัตว์ พวกน้ำเกรวี่ต่างๆ ที่ใช้ในการปรุงอาหารก็มีพิวรีนสูงเช่นกัน

  • พืชตระกูลถั่วและผักบางชนิด: ถั่วต่างๆ เช่น ถั่วดำ, ถั่วแดง, ถั่วเขียว, ถั่วเหลือง (โดยเฉพาะถั่วเหลืองแปรรูป) ผักบางชนิด เช่น หน่อไม้, ดอกกะหล่ำ, ผักโขม, สะตอ, ใบขี้เหล็ก (ปริมาณพิวรีนในผักขึ้นอยู่กับชนิดและวิธีการปรุง การต้มอาจลดปริมาณพิวรีนได้บ้าง) เห็ดบางชนิดก็จัดอยู่ในกลุ่มนี้

  • อาหารแปรรูปและเครื่องปรุง: กะปิ, ยีสต์, น้ำสกัดเนื้อ, ซุปก้อน (อาหารแปรรูปมักมีส่วนผสมที่เพิ่มปริมาณพิวรีน) เครื่องดื่มหวานที่มีน้ำตาลฟรุกโตสสูง นี่เป็นส่วนที่น่าสนใจ เพราะน้ำตาลไม่ได้มีพิวรีนโดยตรง แต่การบริโภคมากเกินไป อาจส่งผลต่อการทำงานของไตและเมแทบอลิซึม ทำให้เสี่ยงต่อการสะสมของกรดยูริค

  • อื่นๆ: ปลาดุก (ขึ้นอยู่กับชนิดและขนาด) ชะอม (ความเข้มข้นของพิวรีนในพืชอาจแตกต่างกันไปตามฤดูกาลและสภาพแวดล้อม)

ข้อคิดเพิ่มเติม: การบริโภคอาหารที่มีพิวรีนสูงไม่จำเป็นต้องเป็นสิ่งที่น่ากลัวเสมอไป ขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายอย่าง เช่น สุขภาพร่างกายโดยรวม ประวัติครอบครัว และปริมาณการบริโภค การรับประทานอาหารอย่างสมดุลและหลากหลาย ควบคู่กับการออกกำลังกาย คือกุญแจสำคัญในการดูแลสุขภาพที่ดี แต่ถ้ามีประวัติครอบครัวเป็นโรคนิ่ว หรือมีปัญหาสุขภาพอื่นๆที่เกี่ยวข้อง ควรปรึกษาแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญด้านโภชนาการ เพื่อวางแผนการรับประทานอาหารที่เหมาะสม

(หมายเหตุ: ข้อมูลนี้เป็นข้อมูลทั่วไป ปริมาณพิวรีนในอาหารอาจแตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับแหล่งที่มาและวิธีการเตรียมอาหาร ควรศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมจากแหล่งข้อมูลที่น่าเชื่อถือ)