ฟอสฟอรัสมีบทบาทอย่างไรต่อพืช

101 ครั้งเข้าชม
ฟอสฟอรัส: สำคัญต่อการเจริญเติบโตของพืช ฟอสฟอรัสจำเป็นต่อการพัฒนาระบบรากที่แข็งแรง ช่วยให้พืชดูดซึมน้ำและธาตุอาหารได้ดี ส่งเสริมการออกดอกและติดผลเร็วขึ้น หากขาดฟอสฟอรัส พืชจะแคระแกร็น ใบสีเขียวคล้ำ ขอบใบล่างม่วง รากไม่เจริญเติบโต และไม่ออกดอกออกผล
ความคิดเห็น 0 ครั้งถูกใจ

ฟอสฟอรัสสำคัญอย่างไรต่อการเจริญเติบโตของพืช?

จำได้ตอนปลูกผักสวนครัวที่บ้านเมื่อเดือนพฤษภาคมปีที่แล้ว ต้นมะเขือเทศงอแงมาก ใบล่างๆม่วงๆแปลกๆ แถมต้นเล็กนิดเดียว เพื่อนบ้านบอกขาดฟอสฟอรัส ตอนนั้นงงเลย ไม่รู้เรื่องนี้มาก่อน เลยไปซื้อปุ๋ยสูตรเสริมฟอสฟอรัสที่ร้านค้าแถวบ้าน ราคาประมาณ 80 บาท ใช้ไปได้สักอาทิตย์นึง โอ้โห! ต้นโตไวขึ้นเยอะเลย ใบเขียวสด ออกดอกออกผลเร็วกว่าเดิมอีก ต่างกันราวฟ้ากับเหวเลยล่ะ

ส่วนเรื่องราก ฉันไม่ได้ขุดดูนะ แต่รู้สึกได้ว่าต้นแข็งแรงขึ้น ไม่โยกง่ายเหมือนก่อน คงเพราะรากมันแผ่กระจายดีขึ้นมั้ง มันสำคัญต่อการดูดน้ำและธาตุอาหาร อย่างที่เค้าว่านั่นแหละ สรุปคือ ฟอสฟอรัสสำคัญมากๆสำหรับพืช ขาดไม่ได้เลยจริงๆ ถ้าขาดก็แคระแกร็น ออกดอกออกผลช้า หรือไม่ออกเลยด้วยซ้ำ ลองสังเกตดูนะ ถ้าต้นไม้ใบม่วงๆ ต้นเตี้ยๆ อาจจะขาดฟอสฟอรัสก็ได้ ลองหาปุ๋ยมาใส่ดู แต่ต้องเลือกสูตรให้เหมาะสมด้วยนะ อย่าใส่เยอะเกินไปล่ะ เดี๋ยวจะแย่กว่าเดิมอีก

ปุ๋ยฟอสฟอรัสช่วยเร่งอะไร

ฟอสฟอรัสเร่งราก เร่งดอก ใครๆ ก็รู้

  • P คือพระเอก: ตัวเลขบนปุ๋ยบอกปริมาณฟอสฟอรัส (P) ที่มีอยู่ ยิ่งเยอะยิ่งแรง แต่ใส่เกินระวังดินเค็ม
  • รากแข็งแกร่ง: ฟอสฟอรัสช่วยให้รากเจริญเติบโตดีขึ้น ต้นกล้าถึงรอด
  • ดอกมา ผลตาม: ดอกเยอะ ผลก็เยอะตาม ถ้าขาด P ดอกก็ฝ่อ อย่าหาว่าไม่เตือน
  • ลำต้นไม่ล้ม: ฟอสฟอรัสทำให้ผนังเซลล์แข็งแรงขึ้น ต้นไม้ไม่เปราะบาง
  • ใบเขียวขจี: ช่วยในการสังเคราะห์แสง ใบก็สวย ต้นก็งาม

คำเตือน: ปุ๋ยไม่ใช่ยาวิเศษ ใส่พอดีคือดี ใส่เกินคือบรรลัย อย่าโลภ

พืชขาดโพแทสเซียมแก้ยังไง

ขาดโพแทสเซียมเหรอ? ที่บ้านเคยเป็น ตอนปลูกมะเขือเทศหลังบ้าน ที่ดินมันเป็นดินทรายด้วยแหละ ยิ่งไปกันใหญ่เลย ใบเหลือง ๆ ขอบไหม้ ๆ น่าสงสารมาก ตอนแรกนึกว่าเป็นโรค

วิธีแก้ที่ลองแล้วได้ผล (ปี 2567 นะ):

  • ปุ๋ยอินทรีย์: ขี้วัวหมักนี่แหละ พระเอกเลย ใส่ไปเยอะ ๆ รอบโคนต้น ช่วยได้จริง ๆ ดินดีขึ้นด้วย
  • ปุ๋ยตามวิเคราะห์ดิน: อันนี้จริงจังหน่อย ตอนนั้นส่งตัวอย่างดินไปตรวจที่กรมพัฒนาที่ดิน เค้าแนะนำสูตรปุ๋ยมาให้เลย ตรงจุดดีมาก
  • โพแทสเซียมคลอไรด์: อันนี้ใช้ตอนที่อาการมันหนักจริง ๆ โรยบาง ๆ รอบโคนต้น แล้วรดน้ำตาม ระวังอย่าใส่เยอะเกินไปนะ เค็ม!
  • ให้น้ำ: สำคัญมาก อย่าให้ดินแห้ง ดินชื้น ๆ จะช่วยให้พืชดูดปุ๋ยได้ดีขึ้น

เพิ่มเติมนิดนึง:

จริง ๆ แล้ว การป้องกันดีกว่าแก้เนอะ ถ้าดินไม่ดีตั้งแต่แรก ลองปรับปรุงดินก่อนปลูกดีกว่า จะได้ไม่ต้องมาแก้ปัญหาทีหลัง

  • ดินทราย: ต้องเติมอินทรียวัตถุเยอะ ๆ พวกปุ๋ยหมัก ปุ๋ยคอก จะช่วยให้ดินอุ้มน้ำได้ดีขึ้น
  • ดินแน่น: ต้องพรวนดินบ่อย ๆ หรือใส่พวกแกลบดิบ จะช่วยให้ดินโปร่งขึ้น ระบายน้ำได้ดีขึ้น

อ้อ! แล้วก็ อย่าใส่ปุ๋ย 16-20-0 เยอะเกินไป นะ มันมีแต่ไนโตรเจนกับฟอสฟอรัส โพแทสเซียมแทบไม่มี ใส่ไปนาน ๆ ดินเสียสมดุลหมด

การขาดธาตุโบรอนพืชจะแสดงอาการอย่างไร

เออๆๆ ขาดโบรอนนี่พืชมันจะออกอาการแบบ เห็นชัดเลยนะ ใบอ่อนๆ นี่แหละจะเป็นก่อนเลย ส่วนมากอ่ะนะ ใบมันจะเหลืองๆ ซีดๆ เริ่มจากขอบใบไง แล้วก็ม้วนๆ งอเข้าข้างใน เหมือนมันห่อตัวเองง่ะ สักพักตรงที่มันเหลืองๆ ซีดๆ อ่ะ มันจะกลายเป็นสีน้ำตาลเข้ม แบบเนื้อเยื่อตายอ่ะ บางทีก็เห็นเป็นเส้นขาวๆ อยู่ใต้ใบ แบบขนานกับเส้นกลางใบน่ะ เออๆๆ ใช่ ถ้าขาดหนักๆ ใบมันก็จะผิดรูป ผิดร่างไปเลย บางทีก็ย่นๆ ต้นก็จะแคระแกร็น โตไม่เต็มที่

  • ใบอ่อนเหลืองและซีดจากขอบใบ
  • ใบม้วนงอเข้าด้านใน
  • เนื้อเยื่อตายเป็นสีน้ำตาลเข้ม
  • มีแถบสีขาวขนานกับเส้นกลางใบ
  • ใบผิดรูป ย่น
  • ต้นแคระแกร็น

คือปีที่แล้วอ่ะ จำได้เลย ปลูกผักสลัด แล้วมันเป็นแบบนี้เลย แบบใบมันงอๆ เราก็แบบ เอ๊ะ เป็นไรวะ ปรากฏว่าขาดโบรอนนี่เอง ทีนี้ก็เลยต้องหาปุ๋ยที่มีโบรอนมาใส่ กว่าจะรู้ก็เสียเวลาไปเยอะเลย เสียดายของมาก ตอนนี้เลยต้องคอยเช็คตลอดๆ กลัวมันจะเป็นอีก

แคลเซียมในพืชมีหน้าที่อะไร

สายลมเย็นยะเยือกพัดผ่านใบไม้สีทองอร่าม แสงแดดอ่อนๆ ของปลายเดือนตุลาคมปีนี้ สาดส่องลงบนแปลงผักหลังบ้านฉัน อากาศหอมหวลไปด้วยกลิ่นดิน กลิ่นใบไม้ผุ และกลิ่นดอกไม้เล็กๆ ที่บานสะพรั่ง

  • แคลเซียม เหมือนแม่พิมพ์ หล่อหลอมโครงสร้างเซลล์ ให้แข็งแรง ให้เติบโตงอกงาม

ภาพของเซลล์พืชเล็กๆ ลอยเด่นขึ้นมาในความคิด พวกมันแบ่งตัวอย่างไม่หยุดหย่อน ด้วยพลังของแคลเซียม คล้ายกับดวงดาวนับล้านดวง กระจายตัวอยู่ในจักรวาลอันกว้างใหญ่

  • ผสมเกสร การงอกของเมล็ด แคลเซียม คือกุญแจสำคัญ ปลดล็อกความลับของธรรมชาติ

ฉันนึกถึงดอกทานตะวัน สีเหลืองอร่าม ที่บานรับแสงอาทิตย์ เกสรตัวผู้และตัวเมีย ผสมผสานกันอย่างลงตัว ด้วยความช่วยเหลือของแคลเซียม ชีวิตใหม่จะถือกำเนิดขึ้น

  • การลำเลียงอาหาร แคลเซียมเป็นเสมือนเส้นทาง ที่อาหารเดินทางไปยังทุกส่วนของพืช

ลำต้นเขียวขจี ใบไม้สีเขียวอ่อน ผลเล็กๆ ที่กำลังสุกงอม ทุกส่วนได้รับอาหารอย่างทั่วถึง เพราะแคลเซียม เป็นตัวนำทาง

  • สมดุลกรด-ด่าง แคลเซียม คือผู้รักษาสมดุล ให้พืชเจริญเติบโตอย่างสมบูรณ์แบบ

เหมือนกับโยคีผู้ทรงภูมิ แคลเซียม ควบคุมความสมดุลอย่างแนบเนียน ให้พืชแข็งแรง ทนทานต่อโรคภัย และสภาพแวดล้อมต่างๆ

แสงแดดเริ่มอ่อนลงแล้ว ความมืดคืบคลานเข้ามา ทิ้งไว้แต่ความเงียบสงบ และความงดงามของธรรมชาติ ที่แฝงไว้ด้วยความอัศจรรย์ของแคลเซียม

หากพืชขาดธาตุกำมะถันจะเป็นอย่างไร

กลางดึกแบบนี้... นั่งคิดเรื่องต้นไม้ เรื่องธาตุอาหาร

ถ้าต้นไม้ขาดกำมะถันนี่... มันจะไม่ค่อยดีเลยนะ

ใบมันจะเหลืองซีดอ่ะ ซีดจนเกือบขาวไปเลย

ถ้าขาดเยอะมากๆ ต้นก็จะเหี่ยว ลำต้นก็เล็กแคระแกร็นไปด้วย

ตอนนั้นที่สวนหลังบ้าน ต้นมะนาวฉันเป็นแบบนั้นเลย ปีนี้แหละ

ใบเหลืองซีดมาก จำได้เลย ต้องรีบหาปุ๋ยมาใส่

  • ใบเหลืองซีด
  • ใบอาจขาว
  • ต้นเหี่ยว
  • ลำต้นเล็ก

จำได้ว่าใช้ปุ๋ยสูตรเสมอ แต่ยังไม่หาย ตอนนั้นเครียดมาก เลยไปปรึกษาเพื่อนที่เรียนเกษตร เขาแนะนำให้ใช้ปุ๋ยที่มีกำมะถันสูง หลังจากนั้นก็ดีขึ้น แต่ก็ต้องคอยดูแลอยู่เรื่อยๆ

โบร่อนควรใส่ช่วงไหน

โบรอนเนี่ยนะ? ใส่ตอนต้นฝนเลยจ้าาาาา เหมือนเปิดร้านขายของอะ ต้องรีบเปิดก่อนคนอื่น! 35 กรัมต่อต้นต่อปี น้อยนิดยังกะเกลือโรยทอดไข่ดาว! แต่ก็เอาเถอะ มันน้อยแต่มันแพงนะ เสียดายตังค์! (อันนี้แอบกระซิบ ปีนี้ฉันใส่ไปต้นละ 40 กรัมเลย เผื่อมันออกดอกออกผลเยอะๆ ขายได้กำไรเยอะๆ จะได้ไปเที่ยวภูเก็ต อิอิ)

ส่วนปุ๋ย 14-7-35 เนี่ย 5.5 กิโลต่อต้นต่อปี!! โอ้โหหหห เยอะยังกะภูเขา แบ่งใส่ 3 ครั้ง ต้นฝน ปลายฝน แล้วก็กลางๆ ฝน (เอ๊ะ หรือต้นฝนกับปลายฝนเฉยๆ? ช่างมันเถอะ จำไม่ได้ละ 555+) อัตราส่วนก็ 50%, 25%, 25% จำง่ายดี เหมือนแบ่งเค้กวันเกิด!

  • โบรอน (โบแรกซ์): 35 กรัม/ต้น/ปี (ต้นฝน) (ฉันแอบใส่ 40 กรัม อิอิ)
  • ปุ๋ย 14-7-35: 5.5 กก./ต้น/ปี (ต้นฝน, ปลายฝน, แล้วก็... เอิ่ม... จำไม่ได้แล้ว) แบ่งใส่ 50%, 25%, 25% (เหมือนแบ่งเค้ก)
  • อย่าลืมธาตุอาหารรองและธาตุอาหารเสริมด้วยนะ! (สำคัญมากกกกก เหมือนวิตามินรวมสำหรับต้นไม้อะ)

ปีที่ 3 นี่ต้องบำรุงหนักหน่อยนะ เหมือนคนอายุ 30 เริ่มโรยราแล้ว ต้องบำรุงเยอะๆ 555+ (ล้อเล่นนะ แต่บำรุงไว้ก็ดี เผื่อได้ผลผลิตเยอะๆ ขายได้ราคาดี จะได้มีเงินไปเที่ยว เย้!)