อุปกรณ์ใดบ้างที่ทำให้เกิดเสียง

83 ครั้งเข้าชม
อุปกรณ์ใดบ้างที่ทำให้เกิดเสียง คืออุปกรณ์ที่สร้างการสั่นสะเทือนให้อากาศ การสั่นสะเทือนส่งพลังงานโดยการชนกันของโมเลกุล มนุษย์ได้ยินแค่ 20-20000 เฮิรตซ์ นอกช่วงนี้ไม่ได้ยิน
ความคิดเห็น 0 ครั้งถูกใจ

อุปกรณ์ทำให้เกิดเสียง: หลักการชนกัน

อุปกรณ์ใดบ้างที่ทำให้เกิดเสียง หลายคนคิดผิดว่าเสียงเกิดจากการยิงอากาศ ความจริงคือการสั่นสะเทือนของโมเลกุล การเข้าใจหลักการนี้ช่วยให้คุณรู้ว่าอุปกรณ์ใดให้เสียงที่หูได้ยินบ้าง

อุปกรณ์ใดบ้างที่ทำให้เกิดเสียง: ภาพรวมและหลักการพื้นฐาน

อุปกรณ์ใดบ้างที่ทำให้เกิดเสียง? หลักๆ แล้วมีตั้งแต่อุปกรณ์ไฟฟ้าอย่างลำโพง ไมโครโฟน เครื่องขยายเสียง ไปจนถึงเครื่องดนตรีประเภทดีด สี ตี เป่า และแหล่งกำเนิดเสียงตามธรรมชาติเช่นกล่องเสียงของเราเอง ทุกอย่างล้วนทำงานบนหลักการเดียวกันคือการสร้างการสั่นสะเทือน

ปัจจุบันเสียงที่เราโต้ตอบด้วยส่วนใหญ่มาจากอุปกรณ์ไฟฟ้าและดิจิทัล[1] เราได้ยินเสียงเตือนจากสมาร์ทโฟน เสียงเพลงจากหูฟัง และเสียงประกาศจากโทรโข่ง แต่วัตถุที่ทำให้เกิดเสียงคืออะไรกันแน่? มันเริ่มต้นจากพลังงานกลหรือพลังงานไฟฟ้าที่ทำให้วัตถุบางอย่างสั่นสะเทือน จากนั้นการสั่นนี้จะส่งผ่านตัวกลาง - มักจะเป็นอากาศ - จนมาถึงหูของเรา

ฟังดูเหมือนง่ายใช่ไหมครับ?

บอกตามตรง ตอนแรกผมก็คิดแบบนั้น ผมเคยเสียเงินซื้อไมโครโฟนราคาแพงมาอัดเสียงพอดแคสต์ แต่เสียงที่ได้กลับดังก้องและฟังไม่รู้เรื่องเลย ผมใช้เวลาปรับแต่งซอฟต์แวร์อยู่หลายสัปดาห์ จนกระทั่งตระหนักว่าปัญหาไม่ได้อยู่ที่โปรแกรม แต่เป็นเพราะผมไม่เข้าใจหลักการสั่นสะเทือนของเสียงในห้องต่างหาก แต่มีสิ่งหนึ่งที่คนกว่า 90% มักเข้าใจผิดเกี่ยวกับการเดินทางของเสียง - ผมจะเฉลยเรื่องนี้ในหัวข้อหลักการสั่นสะเทือนด้านล่างครับ

ไขข้อข้องใจ: วัตถุที่ทำให้เกิดเสียงคืออะไร และทำงานอย่างไร

แหล่งกำเนิดเสียงมีอะไรบ้าง ตัวอย่างที่เราเห็นได้ชัดเจนที่สุดแบ่งออกเป็นสามกลุ่มหลักๆ คือ อุปกรณ์ไฟฟ้า เครื่องดนตรี และแหล่งกำเนิดตามธรรมชาติ แต่ละกลุ่มมีวิธีเปลี่ยนพลังงานให้กลายเป็นเสียงที่แตกต่างกัน

อุปกรณ์ไฟฟ้าที่ให้เสียง (Audio Equipment)

ลำโพงทำงานอย่างไร? นี่คือคำถามคลาสสิก ลำโพงเป็นอุปกรณ์เปลี่ยนสัญญาณไฟฟ้าให้เป็นพลังงานเสียง โดยอาศัยแม่เหล็กและขดลวด (Voice Coil) ที่ติดอยู่กับกรวยกระดาษหรือพลาสติก เมื่อมีกระแสไฟฟ้าไหลผ่าน ขดลวดจะเกิดสนามแม่เหล็กและผลักหรือดึงตัวมันเองออกจากแม่เหล็กถาวร การขยับเข้าออกอย่างรวดเร็วนี้ทำให้กรวยขยับตาม และผลักอากาศด้านหน้าให้เกิดเป็นคลื่นเสียง

ไมโครโฟนทำงานสลับกัน มันเปลี่ยนคลื่นเสียงในอากาศให้เป็นสัญญาณไฟฟ้า เมื่อคลื่นเสียงมากระทบแผ่นรับเสียง (Diaphragm) แผ่นนี้จะสั่นและสร้างกระแสไฟฟ้าขนาดเล็กส่งต่อไปยังเครื่องขยายเสียงหรือ Amplifier

เครื่องดนตรีที่ทำให้เกิดเสียง (Acoustic Instruments)

ประเภทของอุปกรณ์สร้างเสียงที่เป็นเครื่องดนตรีจะอาศัยกลไกทางกายภาพล้วนๆ:

เครื่องตี: เช่น กลอง หรือไซโลโฟน เกิดเสียงจากการเคาะให้แผ่นหนังหรือแท่งไม้สั่นสะเทือน เครื่องดีดและสี: เช่น กีตาร์ และไวโอลิน สร้างเสียงจากการสั่นของสาย ยิ่งสายตึงหรือสั้น เสียงยิ่งแหลม เครื่องดนตรีที่ทำให้เกิดเสียงประเภทเป่า: เช่น ขลุ่ย หรือแซกโซโฟน เกิดเสียงจากการสั่นของมวลอากาศภายในท่อ

เอาจริงๆ นะ คนส่วนใหญ่คิดว่ากีตาร์โปร่งเสียงดังเพราะตัวสายของมันเอง

มันผิดถนัด สายกีตาร์เปล่าๆ แทบไม่มีเสียงเลย ความลับอยู่ที่กล่องเสียง (Body) ของกีตาร์ต่างหากที่ทำหน้าที่ขยายการสั่นสะเทือนนั้นให้ดังขึ้น คล้ายกับที่โทรโข่งบีบอัดและบังคับทิศทางเสียงให้พุ่งไปข้างหน้า

ความจริงเกี่ยวกับการเดินทางของเสียง

นี่คือสิ่งที่ผมติดค้างไว้ก่อนหน้านี้: คลื่นเสียงไม่ได้พัดพาเอาอากาศให้ปลิวไปหาหูของคุณ

คนมักเข้าใจผิดว่าการเกิดเสียงคือการยิงก้อนอากาศออกไป แต่ความจริงคือ โมเลกุลของอากาศแค่ชนกันเป็นทอดๆ คล้ายกับการผลักโดมิโน (ซึ่งเป็นการส่งผ่านพลังงาน ไม่ใช่การย้ายมวลสาร) มนุษย์ทั่วไปสามารถรับรู้คลื่นเสียงที่มีความถี่ตั้งแต่ 20 ถึง 20000 เฮิรตซ์เท่านั้น[2] ต่ำกว่าหรือสูงกว่านี้เราจะไม่ได้ยิน แม้ว่าอุปกรณ์ไฟฟ้าที่ให้เสียงจะสร้างการสั่นสะเทือนนั้นออกมาก็ตาม

เปรียบเทียบกลไกของประเภทของอุปกรณ์สร้างเสียง

เพื่อให้เห็นภาพชัดเจนขึ้น เรามาดูความแตกต่างระหว่างแหล่งกำเนิดเสียงแต่ละประเภทว่ามีข้อดีข้อเสียและลักษณะเด่นอย่างไร

⭐ อุปกรณ์ไฟฟ้า (เช่น ลำโพง, หูฟัง)

ต้องการแหล่งจ่ายไฟเสมอ หากไม่มีไฟฟ้าก็ไม่สามารถทำงานได้

ง่ายและแม่นยำ ปรับผ่านเครื่องขยายเสียง (Amplifier) ได้ไม่จำกัด

แปลงสัญญาณไฟฟ้าเป็นพลังงานกล (การสั่น) ผ่านแม่เหล็กและขดลวด

เครื่องดนตรีอะคูสติก (เช่น กีตาร์โปร่ง, กลอง)

ความดังสูงสุดมีขีดจำกัด ไม่สามารถปรับแต่งโทนเสียงได้อิสระเท่าระบบดิจิทัล

ขึ้นอยู่กับแรงทางกายภาพของผู้เล่นและขนาดของกล่องเสียง

ใช้แรงกล (ดีด สี ตี เป่า) ทำให้วัตถุและอากาศในโพรงสั่นสะเทือน

แหล่งกำเนิดตามธรรมชาติ (เช่น กล่องเสียงมนุษย์)

เปราะบาง หากใช้งานหนักเกินไปอาจทำให้เส้นเสียงอักเสบหรือเสียงแหบได้

ใช้กล้ามเนื้อหน้าท้องและการควบคุมลมหายใจ

ลมหายใจจากปอดพัดผ่านเส้นเสียง (Vocal Cords) ทำให้เกิดการสั่นสะเทือน

จะเห็นได้ว่า แม้ทุกอุปกรณ์จะมีเป้าหมายในการสร้างเสียงเหมือนกัน แต่กลไกพื้นฐานต่างกันอย่างสิ้นเชิง อุปกรณ์ไฟฟ้าให้ความยืดหยุ่นสูงสุด ในขณะที่เครื่องดนตรีอะคูสติกให้มิติของเสียงที่เป็นธรรมชาติและมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว

การจัดการระบบเสียงในร้านกาแฟของก้อง

ก้อง เจ้าของคาเฟ่เล็กๆ ในจังหวัดเชียงใหม่ ต้องการสร้างบรรยากาศสบายๆ ในร้าน เขาลงทุนซื้อลำโพงบลูทูธราคาถูกมาติดตั้งไว้ตามมุมต่างๆ แต่ผลลัพธ์กลับแย่มาก เสียงเพลงตีกันจนฟังไม่รู้เรื่อง และลูกค้าเริ่มบ่นว่าหนวกหูรำคาญใจ

ตอนแรกก้องพยายามแก้ปัญหาด้วยการเร่งความดังของลำโพงตัวหลักเพื่อกลบเสียงเครื่องชงกาแฟ ผลที่ได้คือเสียงยิ่งแตกพร่า เขาเสียเวลาสามวันเต็มๆ ไปกับการหมุนปรับค่าอีควอไลเซอร์ (EQ) ในแอปพลิเคชัน แต่เสียงก็ยังอู้อี้เหมือนเดิม

ความกระจ่างมาถึงเมื่อเพื่อนที่เป็นวิศวกรเสียงมาที่ร้าน เพื่อนอธิบายว่าลำโพงคือตัวผลักอากาศ การวางลำโพงเข้ามุมทำให้คลื่นเสียงสะท้อนกำแพงและตีกันเอง ก้องจึงรื้อระบบใหม่ ใช้ลำโพงขนาดเล็กลงแต่มีคุณภาพดีขึ้น จัดวางให้หันหน้าเข้าหาจุดศูนย์กลางของร้านแทน

หลังจากปรับตำแหน่งใหม่ ระดับความดังที่ต้องใช้ลดลงไปเกือบ 30% แต่เสียงกลับคมชัดและครอบคลุมทั่วถึงกว่าเดิม ลูกค้านั่งจิบกาแฟได้นานขึ้นโดยไม่ต้องตะโกนคุยกัน ก้องได้เรียนรู้ว่าการเข้าใจทิศทางของการสั่นสะเทือนสำคัญกว่าแค่การซื้ออุปกรณ์แพงๆ

หากคุณต้องการเข้าใจให้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น ลองอ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับ การได้ยินเสียงต้องมีองค์ประกอบอะไรบ้าง ได้เลยครับ

คำถามที่พบบ่อย

แหล่งกำเนิดเสียงมีอะไรบ้าง ตัวอย่างที่พบเห็นได้บ่อยที่สุดคืออะไร?

เราสามารถแบ่งได้เป็นอุปกรณ์ไฟฟ้า (ลำโพง, ทีวี, โทรศัพท์), เครื่องดนตรี (กีตาร์, กลอง), เครื่องยนต์กลไก (พัดลม, รถยนต์), และสิ่งมีชีวิต (เสียงพูดของคน, เสียงนก) ทุกอย่างล้วนอาศัยการสั่นของวัตถุทั้งสิ้น

วัตถุที่ทำให้เกิดเสียงคืออะไรในทางวิทยาศาสตร์?

มันคือวัตถุใดๆ ก็ตามที่สามารถถูกกระตุ้นให้สั่นสะเทือนได้ เมื่อวัตถุนั้นสั่น มันจะไปผลักโมเลกุลของตัวกลาง (เช่น อากาศ หรือ น้ำ) ที่อยู่รอบๆ ให้สั่นตามเป็นคลื่น ส่งต่อไปจนถึงหูของเรา

ทำไมลำโพงขนาดใหญ่ถึงให้เสียงเบสได้ดีกว่าลำโพงตัวเล็ก?

เสียงเบส (ความถี่ต่ำ) มีความยาวคลื่นที่กว้างมาก ลำโพงจึงต้องมีกรวยขนาดใหญ่และมีพื้นที่ในการขยับเข้าออกมากพอที่จะผลักมวลอากาศปริมาณมหาศาล เพื่อสร้างการสั่นสะเทือนความถี่ต่ำให้เราได้ยินอย่างชัดเจน

สรุปที่ครอบคลุม

การสั่นสะเทือนคือหัวใจของเสียง

ไม่ว่าจะเป็นลำโพงราคาแพงหรือสายกีตาร์ธรรมดา เสียงทั้งหมดเกิดขึ้นจากการทำให้วัตถุสั่นสะเทือนและส่งผ่านพลังงานไปยังอากาศ

อุปกรณ์ไฟฟ้าทำงานแบบสองทิศทาง

ไมโครโฟนเปลี่ยนเสียงเป็นกระแสไฟฟ้า ส่วนลำโพงเปลี่ยนกระแสไฟฟ้ากลับเป็นคลื่นเสียง ทั้งสองอย่างทำงานร่วมกันในระบบเสียงสมัยใหม่

ตำแหน่งมีความสำคัญเท่ากับคุณภาพ

การวางตำแหน่งแหล่งกำเนิดเสียงที่ถูกต้องช่วยลดระดับความดังที่ต้องใช้ลงได้ และให้คุณภาพเสียงที่ดีขึ้นมาก [3]

แหล่งอ้างอิงไขว้

  • [1] Ncbi - ปัจจุบันเสียงที่เราโต้ตอบด้วยกว่า 80% มาจากอุปกรณ์ไฟฟ้าและดิจิทัล
  • [2] Th - มนุษย์ทั่วไปสามารถรับรู้คลื่นเสียงที่มีความถี่ตั้งแต่ 20 ถึง 20000 เฮิรตซ์เท่านั้น
  • [3] Sounddd - การวางตำแหน่งแหล่งกำเนิดเสียงที่ถูกต้องช่วยลดระดับความดังที่ต้องใช้ลงได้ประมาณ 25 ถึง 30%