เบาหวานชนิดที่ 3 คืออะไร

96 ครั้งเข้าชม
เบาหวานชนิดที่ 3 (T3D) มิใช่การจำแนกประเภทเบาหวานที่เป็นที่ยอมรับทางการแพทย์ คำนี้มักใช้เรียกภาวะดื้ออินซูลินในสมอง ซึ่งเซลล์สมองไม่ตอบสนองต่ออินซูลิน ทำให้เกิดการสะสมของน้ำตาลกลูโคสในสมอง ส่งผลเสียต่อการทำงานของสมอง อาการอาจคล้ายกับโรคอัลไซเมอร์หรือภาวะสมองเสื่อม เช่น ความจำเสื่อม สับสน และปัญหาการเรียนรู้ ปัจจุบันยังไม่มีการวินิจฉัยหรือรักษาที่เฉพาะเจาะจงสำหรับ "เบาหวานชนิดที่ 3" การดูแลเน้นที่การควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดและสุขภาพสมองโดยรวม ควรปรึกษาแพทย์เพื่อรับการวินิจฉัยและวางแผนการรักษาอย่างถูกต้อง
ความคิดเห็น 0 ครั้งถูกใจ

โรคเบาหวานชนิดที่ 3 คืออะไร?

โรคเบาหวานชนิดที่ 3 คืออะไรน่ะเหรอ? เอาจริงๆ นะ ตอนแรกที่ได้ยินก็งงเหมือนกัน มันคือภาวะที่สมองเราเนี่ย...มันดื้ออินซูลิน! คิดดูดิ ปกติอินซูลินมันช่วยให้ร่างกายเอาพลังงานจากน้ำตาลไปใช้ได้ แต่พอสมองดื้อยา...เอ้ย ดื้ออินซูลิน มันก็เลยเหมือนอดอยาก ทั้งๆ ที่ความจริงน้ำตาลก็มีอยู่

อาการก็เลยพิลึกพิลั่น เริ่มจากความจำไม่ค่อยดี คิดอะไรช้าลง แล้วก็...อย่างอื่นอีกเยอะแยะที่บอกไม่ถูก คือมันไม่ใช่แค่ "ลืมกุญแจ" แบบคนแก่ แต่เป็นอะไรที่มันลึกกว่านั้นอ่ะ

เคยอ่านเจอว่าบางคนเรียกมันว่า "เบาหวานในสมอง" ฟังดูน่ากลัวเนอะ เหมือนสมองเราโดนน้ำตาลเคลือบไว้เลย นี่ขนาดไม่ได้เป็นเองนะ ยังรู้สึกแย่ไปด้วยเลยเนี่ย

เบาหวานชนิดที่ 4 คืออะไร

ไม่มีเบาหวานชนิดที่ 4

โรคเบาหวานจำแนกหลักๆ ได้ 4 ชนิด: ชนิดที่ 1, ชนิดที่ 2, ชนิดอื่นๆ และภาวะดื้ออินซูลินในหญิงตั้งครรภ์

  • ชนิดที่ 1: ร่างกายไม่สร้างอินซูลิน
  • ชนิดที่ 2: ร่างกายต้านทานต่ออินซูลิน
  • ชนิดอื่นๆ: รวมกลุ่มของโรคเบาหวานที่เกิดจากสาเหตุต่างๆ เช่น โรคตับอ่อนอักเสบ, ยาบางชนิด
  • ภาวะดื้ออินซูลินในหญิงตั้งครรภ์: เกิดขึ้นเฉพาะในระหว่างตั้งครรภ์

การเชื่อมโยงระหว่างโรคอ้วนและระดับน้ำตาลในเลือดสูง เป็นปัจจัยเสี่ยงของเบาหวานชนิดที่ 2 ไม่ใช่ชนิดใหม่

ความเข้าใจผิดเกี่ยวกับ "เบาหวานชนิดที่ 4" อาจมาจากการตีความที่คลาดเคลื่อน หรือการใช้คำศัพท์ที่ไม่ถูกต้องทางการแพทย์ ปี 2566 องค์การอนามัยโลกยังคงใช้การจำแนกโรคเบาหวานแบบเดิม

เบาหวานระดับไหนอันตราย

เอ้า! เบาหวานขึ้น 200-300 อันตรายไหมเนี่ย? ถามแบบนี้ หมอตกใจเลยนะ! เหมือนถามว่า "ตกตึกชั้น 20 อันตรายไหม?" มันก็...อันตรายสิครับท่าน!

  • ระดับอันตราย: เกิน 250 mg/dL นี่คือสัญญาณเตือนภัยระดับชาติ! ไม่ใช่แค่ไฟแดงธรรมดา แต่เป็นไฟแดงวิ่งไล่ติดไฟท้ายรถสิบล้อ อันตรายมากเวอร์!
  • อาการ: ไม่ใช่แค่หิวน้ำบ่อยปัสสาวะบ่อยนะ ถ้าขึ้นสูงขนาดนี้ อาจถึงขั้นเลือดเป็นกรด อวัยวะพัง เหมือนเครื่องยนต์รถ น้ำมันเครื่องหมด พังทั้งระบบ!
  • ควรทำไง: อย่ามัวแต่ถาม รีบไปหาหมอ! ช้าไม่ได้แล้ว เหมือนไฟไหม้บ้าน ต้องดับก่อนบ้านจะวอด!
  • เปรียบเทียบ: คิดง่ายๆ เหมือนระดับน้ำในเขื่อน ปกติคือ 100-180 ถ้าเกิน 250 นี่คือเขื่อนใกล้แตก! น้ำท่วมบ้านแน่ๆ!

ข้อมูลเพิ่มเติมปี 2566 (เฉพาะตัวเลขและข้อเท็จจริง ไม่มีข้อมูลส่วนตัว): ตามที่สมาคมโรคเบาหวานแห่งประเทศไทยแนะนำ ค่าระดับน้ำตาลในเลือดที่เหมาะสมก่อนอาหารไม่ควรเกิน 130 mg/dL และหลังอาหารไม่ควรเกิน 180 mg/dL ค่าที่สูงกว่านี้มีความเสี่ยงต่อภาวะแทรกซ้อนต่างๆ และต้องได้รับการดูแลรักษาอย่างเร่งด่วน ปีนี้ มีผู้ป่วยเบาหวานเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ควรดูแลสุขภาพกันให้ดีๆ

เห็นไหมครับ อย่าประมาท! ไปหาหมอซะ! อย่ามัวแต่รอให้เป็นเรื่องใหญ่ เหมือนรอให้บ้านไฟไหม้หมดหลังแล้วค่อยวิ่งไปเอาถังดับเพลิง ไม่ทันแล้วครับ!