ลักษณะสำคัญของแรงจูงใจมีอะไรบ้าง
แรงจูงใจ มีลักษณะสำคัญอะไรบ้าง?
แรงจูงใจสำคัญกับฉันมากนะ จำได้เลยตอนสอบปลายภาค ม.6 วิชาเคมี เครียดมากกกก เกรดตกแน่ๆ แต่เพื่อนบอกว่าถ้าได้เกรด A มันจะเลี้ยงไอติม แค่ไอติมนะ แต่พลังมันมหาศาล ฉันอ่านหนังสือแทบตาย ได้ A จริงด้วย! ไอติมอร่อยมาก นี่แหละแรงจูงใจแบบเห็นผลชัดเจนเลย
อีกแบบคือตอนลดน้ำหนัก ตั้งเป้าจะวิ่ง 5 กิโล แต่เหนื่อยมาก เลยหาแรงจูงใจใหม่ ซื้อชุดออกกำลังกายสวยๆ แพงด้วยนะ เกือบสองพัน เลยรู้สึกว่าต้องใส่ให้คุ้ม สุดท้ายวิ่งได้จริงๆ แถมยังรู้สึกดีกับตัวเองด้วย แบบนี้คือแรงจูงใจจากรางวัลทางอ้อม
สรุปง่ายๆนะ สำหรับฉัน แรงจูงใจมันคืออะไรก็ได้ที่ผลักดันให้เราทำสิ่งที่ยากๆ ให้สำเร็จ ไม่ว่าจะเป็นของรางวัล ความภาคภูมิใจ หรือแม้แต่ความกลัวที่จะล้มเหลว มันสำคัญมาก เพราะเป็นเหมือนเชื้อเพลิงที่ทำให้เราไปถึงเป้าหมายได้จริงๆ ไม่มีมันก็คงท้อกลางทางไปนานแล้วล่ะ
การจูงใจมีความสำคัญต่อองค์กรอย่างไร
โอ๊ย...ถามเรื่องจูงใจเนี่ยนะ? มันสำคัญกว่าปลาร้าสับอีกนะนาย! ถ้าองค์กรขาดแรงจูงใจ พนักงานก็เหมือนผีดิบ เดินเอื่อยๆ ทำงานไปวันๆ เหมือนคนโดนของ
- พลังงาน (Energy): จูงใจดีมีแฮง! เหมือนเติมไนโตรให้รถอีแต๋น พุ่งกระฉูดไปถึงเป้าหมาย! แต่ถ้าจูงใจห่วย...ก็เหมือนเอารถเข็นผักแข่งกับเฟอร์รารี่!
- ความพยายาม (Persistence): จูงใจแล้วอยากเก่ง! เหมือนคนอยากผอม กินคลีน ออกกำลังกาย! แต่ถ้าไม่จูงใจ...ก็เหมือนคนลดความอ้วนวันที่ 1 แล้วกินหมูกระทะวันที่ 2!
- พร้อม...อะไรก็พร้อม: พร้อมลุย พร้อมบวก พร้อมพัฒนา! เหมือนนักมวยขึ้นเวที ได้ยินเสียงระฆัง! แต่ถ้าไม่จูงใจ...ก็เหมือนคนตื่นสายวันจันทร์ อยากลาออก!
ข้อมูลเสริม:
- ปีนี้บริษัทเราขึ้นเงินเดือน 0.5% โถ...จูงใจให้ลาออกชัดๆ!
- มีแต่คนบอกว่า "ทำงานที่นี่เหมือนไม่ได้ทำงาน" เพราะไม่มีใครจูงใจให้ทำงานจริงๆ จังๆ เลย!
- ล่าสุดเจ้านายซื้อรถใหม่...สงสัยจะจูงใจตัวเองเก่งเกินไป!
แรงจูงใจภายนอก (Extrinsic motives) คือข้อใด
โอ๊ย... แรงจูงใจภายนอกน่ะเหรอ? มันก็เหมือนหมาเห็นปลอกคอทองคำนั่นแหละ! ???? ใครๆ ก็อยากได้รางวัล อยากดัง อยากมีคนชมเชยกันทั้งนั้นแหละ!
- เงินทอง: ใครบอกไม่ชอบเงินนี่โกหกทั้งเพ! ????
- ชื่อเสียง: อยากเป็นดาว TikTok กันทั้งนั้นแหละสมัยนี้! ????
- คำชม: หวานๆ หน่อย ใครๆ ก็ชอบ! ????
- ตำแหน่ง: ใหญ่คับฟ้า ใครๆ ก็อยากเป็น! ????
- ของรางวัล: ล่อตาล่อใจยิ่งกว่าขนมเค้ก! ????
สรุปง่ายๆ คือ อะไรที่ "นอกตัว" เรา แล้วทำให้เรา "อยาก" ทำอะไรบางอย่าง... นั่นแหละแรงจูงใจภายนอก! มันก็เหมือนคนอยากผอมเพราะอยากใส่ชุดว่ายน้ำสวยๆ ไปทะเลนั่นแหละโว้ย! ???? ว่าแต่... วันนี้กินอะไรดี? ????
บุคคลที่มีการจูงใจ (Motivated for Behavior) จะมีลักษณะอย่างไร
คนที่มีแรงจูงใจสูงอะ แบบในหนังสือของกิลฟอร์ดปี 1959 น่ะ เค้าบอกว่าจะมีลักษณะแบบนี้
ทะเยอทะยาน อยากทำอะไรให้สำเร็จ เป้าหมายชัดเจนมาก แบบฉันเองก็เป็นคนนึงที่แบบนี้แหละ ตั้งใจเรียนโคดๆๆๆ อยากได้เกรด A ทุกวิชาเลย
ขยันโคตรๆ พยายามสุดๆ เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ต้องการ จำได้ตอนสอบไฟนอล อ่านหนังสือแทบตาย นอนน้อยมาก ไม่ไหวจริงๆ
อดทนสุดๆ ถึงจะยากแค่ไหน ก็สู้ตาย ไม่ยอมแพ้ เหมือนตอนเรียนโปรแกรมมิ่ง โค้ด error เยอะมาก แต่ก็ไม่ถอดใจ แก้จนกว่าจะได้ ใช้เวลาเป็นอาทิตย์เลย กว่าจะเสร็จโปรเจค
เพิ่มเติมนิดนึง ปีนี้ 2024 แล้ว หนังสือเล่มนั้นอาจจะเก่าไปหน่อยแล้วมั้ง แต่หลักๆก็ยังใช้ได้อยู่นะ แนวคิดเรื่องแรงจูงใจนี่มันพัฒนามาเรื่อยๆ มีทฤษฎีใหม่ๆ ออกมาเยอะแยะเลย แต่หลักการพื้นฐานก็คล้ายๆกันแหละ
ความสำคัญของการจูงใจมีอะไรบ้าง
โอเค... แรงจูงใจนะ สำคัญดิ! แบบว่าถ้าไม่มี แรง...แล้วจะไปทำอะไรได้วะเนี่ย? เหมือนรถไม่มีน้ำมันอ่ะ ไปไม่รอด!
- อยากผอม? แรงจูงใจคืออะไร? อยากใส่ชุดสวย? อยากสุขภาพดี? สำคัญหมด!
- เรียนจบ? แรงจูงใจ? อยากได้งานดี? อยากให้พ่อแม่ภูมิใจ? หรือแค่...ไม่อยากโดนด่า? (อันนี้ก็แรงจูงใจป้ะวะ?)
- ทำโปรเจคให้เสร็จ? แรงจูงใจ? อยากได้ A? อยากได้เงินเดือนขึ้น? หรือกลัวโดนไล่ออก? (อันนี้แรงจูงใจเชิงลบป่ะ?)
เออ... แล้วถ้าแรงจูงใจหมดล่ะ? หมดไฟ? เบิร์นเอาท์? ต้องเติมไงวะ? หาแรงบันดาลใจ? พักผ่อน? หรือ...เปลี่ยนเป้าหมาย? (อันนี้เริ่มนอกเรื่องละ)
แล้วถ้าเป้าหมายมันเปลี่ยนไปล่ะ? แรงจูงใจต้องเปลี่ยนตามป้ะ? หรือว่า...บางทีเราก็แค่ "อยาก" ทำเฉยๆ ไม่ต้องมีเหตุผลอะไรมากมาย? (เริ่มงงตัวเองละ)
- เมื่อวานดู TED Talk เรื่อง...อะไรวะ? จำไม่ได้ละ แต่เกี่ยวกับแรงจูงใจนี่แหละ! (หาแป๊บ...) เออ! เกี่ยวกับ "Purpose" นี่หว่า!
- เพื่อนบอกว่า "แรงจูงใจตัวเองสำคัญสุด!" จริงป่ะวะ? แล้วแรงจูงใจจากคนอื่นล่ะ? ไม่สำคัญเหรอ? (เริ่มสับสน...)
สรุปคือ แรงจูงใจ = พลังขับเคลื่อนไปสู่เป้าหมาย (มั้ง?) แต่เป้าหมายเปลี่ยน แรงจูงใจก็ต้องเปลี่ยน (รึเปล่า?) หรือบางทีก็ไม่ต้องมีเป้าหมาย? แค่ทำเพราะ "อยาก" ทำ? (อันนี้เริ่มไม่แน่ใจละ)
ข้อมูลเพิ่มเติม: ปีนี้ (2024) เทรนด์แรงจูงใจดูเหมือนจะเน้นเรื่อง "Self-Care" มากขึ้นนะ! คือแบบ...ต้องรักตัวเองก่อน ถึงจะมีแรงไปทำอย่างอื่น! (อันนี้ก็น่าสนใจ)
ทฤษฏีการจูงใจมีประโยชน์กับผู้บริหารในด้านใด
ทฤษฎีการจูงใจเนี่ย สำคัญกับผู้บริหารมากนะ! โดยเฉพาะเรื่องการบริหารคน ปีนี้ผมเจอปัญหาลูกน้องขี้เกียจ เลยต้องไปศึกษาหนักเลย ฮือออ
เพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน: ถ้ารู้วิธีจูงใจ งานเสร็จไวขึ้น ไม่ต้องตามจิกตลอดเวลา สบายใจขึ้นเยอะ! ประหยัดเวลาไปทำอย่างอื่นได้ นี่แหละคือประโยชน์ที่เห็นชัดเลย
ลด Turnover: คนอยากทำงาน ก็อยู่กับเราไปนานๆ สิ ไม่ต้องเสียเวลาหาคนใหม่ ฝึกอบรมใหม่ เปลืองงบประมาณ เศรษฐกิจแบบนี้ ประหยัดได้ก็ต้องประหยัด!
สร้างบรรยากาศการทำงานที่ดี: ถ้าคนมีแรงจูงใจ บรรยากาศก็ดีขึ้น ทีมเวิร์คแข็งแกร่ง ไม่ทะเลาะเบาะแว้ง คิดแล้วก็สบายใจขึ้นนะ
เรื่องแรงจูงใจกับ HR เนี่ย ก็สำคัญเหมือนกัน!
รู้ตัวเอง: ปีนี้ผมพยายามเข้าใจตัวเองมากกว่าเดิม รู้ว่าอะไรทำให้ผมมีแรงจูงใจ แล้วก็พยายามปรับใช้กับลูกน้อง ผลลัพธ์ดีกว่าที่คิดไว้เยอะเลย
รู้คนอื่น: ต้องเข้าใจว่าแต่ละคนชอบอะไร แรงจูงใจไม่เหมือนกัน บางคนชอบเงิน บางคนชอบคำชม บางคนชอบความก้าวหน้า ปีนี้ใช้หลักนี้ ผลงานทีมดีขึ้นเยอะ
รู้กลุ่ม: การสร้างแรงจูงใจให้ทั้งทีม มันยากกว่าการจูงใจคนๆ เดียว ต้องคิดกลยุทธ์ให้ดี ปีนี้ลองใช้การแข่งขันภายในทีม ผลก็โอเคอยู่นะ แต่ก็ต้องระวังความสัมพันธ์ภายในทีมด้วย
เฮ้ออ คิดแล้วก็เหนื่อย แต่ก็สนุกดีนะ ปีหน้าต้องศึกษาเรื่องนี้ให้ลึกกว่านี้ อาจจะไปเรียนเพิ่มด้วยก็ได้ อยากเป็นผู้บริหารที่ดี ต้องเก่งเรื่องนี้ให้ได้!
ทฤษฎีอะไรในการจูงใจบุคลากรในการทำงานให้ประสบความสำเร็จ
โอ๊ย เรื่องจูงใจคนทำงานให้สำเร็จเนี่ยนะ บอกเลยว่าปวดหัวสุดๆ แต่ส่วนตัวนะ ชอบทฤษฎีของแมคเคลแลนด์ มากกว่าใครเพื่อน
จำได้เลยตอนทำโปรเจกต์จบปี 4 ที่มหาลัยเกษตรศาสตร์ บางเขน เมื่อต้นปีที่แล้ว (2566) กลุ่มเราทะเลาะกันแทบตาย เพราะแต่ละคนอยากเอาหน้า อยากเป็นดาวเด่น เราเลยลองเอาทฤษฎีนี้มาใช้ดู
แมคเคลแลนด์ว่าไงนะ?
- Achievement (ความสำเร็จ): พวกอยากได้ผลงาน เติมไฟให้พวกนี้ด้วยเป้าหมายที่ท้าทาย แต่ต้องวัดผลได้จริงนะ
- Affiliation (ความสัมพันธ์): พวกสายสัมพันธ์ ต้องสร้างทีมเวิร์คดีๆ ให้เค้ารู้สึกเป็นส่วนหนึ่ง แล้วเค้าจะฮึดสู้
- Power (อำนาจ): พวกนี้อยากคุมเกม ต้องให้เค้ามีส่วนร่วมในการตัดสินใจ ให้เค้ารู้สึกว่ามีอำนาจเปลี่ยนแปลงอะไรได้
ทีนี้พอเรามาดูในกลุ่มเรา ก็เจอเลยว่ามีครบทุกแบบ บางคนแบบ "ต้องได้ A เท่านั้น!" บางคน "ขอแค่ได้อยู่กับเพื่อนก็พอ" บางคน "อยากเป็นหัวหน้ากลุ่ม อยากสั่งงาน"
แล้วผลลัพธ์เป็นไง?
ก็ดีขึ้นนะ แต่ไม่ได้ราบรื่น 100% คือเราต้องปรับวิธีคุยกับแต่ละคนอ่ะ อย่างพวกอยากได้ A เราก็ต้องให้ข้อมูลเยอะๆ ให้เค้ารู้ว่าถ้าทำแบบนี้จะได้คะแนนดี พวกที่อยากอยู่กับเพื่อน เราก็ต้องจัดกิจกรรมกลุ่มบ่อยๆ ให้เค้ารู้สึกว่าไม่ได้โดดเดี่ยว ส่วนพวกอยากคุมเกม ก็ต้องให้เค้าช่วยตัดสินใจเรื่องเล็กๆ น้อยๆ บ้าง
สรุปคือมันเวิร์ค แต่ต้องใช้ใจล้วนๆ เลย ไม่ใช่แค่ท่องจำทฤษฎีแล้วจบ
- ข้อมูลเพิ่มเติม: ทฤษฎีนี้ไม่ได้เหมาะกับทุกคนนะ บางคนอาจจะมีแรงจูงใจแบบอื่น ที่ไม่ใช่ 3 อย่างนี้เลย ต้องสังเกตพฤติกรรมคนให้ดีๆ
- ข้อควรระวัง: อย่าพยายามยัดเยียดแรงจูงใจให้คนอื่น ถ้าเค้าไม่ต้องการ มันจะกลายเป็นผลเสียมากกว่าผลดี
ตอนนี้ทำงานประจำที่บริษัท Startup แห่งหนึ่งย่านอารีย์ ก็เอาทฤษฎีนี้มาปรับใช้กับทีมเหมือนกัน ก็ช่วยให้เข้าใจลูกน้องมากขึ้นเยอะเลยนะ
ความคิดเห็นต่อคำตอบ:
ขอบคุณสำหรับความคิดเห็นของคุณ! ความคิดเห็นของคุณมีความสำคัญมากในการช่วยเราปรับปรุงคำตอบในอนาคต