ลักษณะสำคัญของแรงจูงใจมีอะไรบ้าง

185 ครั้งเข้าชม
ลักษณะสำคัญของแรงจูงใจ:แรงจูงใจเป็นพลังขับเคลื่อนสำคัญสู่ความสำเร็จ ช่วยให้บุคคลแสดงพฤติกรรมต่อเนื่องเพื่อบรรลุเป้าหมายที่ตั้งไว้ เปรียบเสมือนเชื้อเพลิงที่ผลักดันให้ก้าวไปข้างหน้าอย่างไม่ย่อท้อ ไม่ว่าเป้าหมายนั้นจะเล็กหรือใหญ่ แรงจูงใจก็เป็นปัจจัยชี้วัดความสำเร็จอย่างแท้จริง
ความคิดเห็น 0 ครั้งถูกใจ

แรงจูงใจ มีลักษณะสำคัญอะไรบ้าง?

แรงจูงใจสำคัญกับฉันมากนะ จำได้เลยตอนสอบปลายภาค ม.6 วิชาเคมี เครียดมากกกก เกรดตกแน่ๆ แต่เพื่อนบอกว่าถ้าได้เกรด A มันจะเลี้ยงไอติม แค่ไอติมนะ แต่พลังมันมหาศาล ฉันอ่านหนังสือแทบตาย ได้ A จริงด้วย! ไอติมอร่อยมาก นี่แหละแรงจูงใจแบบเห็นผลชัดเจนเลย

อีกแบบคือตอนลดน้ำหนัก ตั้งเป้าจะวิ่ง 5 กิโล แต่เหนื่อยมาก เลยหาแรงจูงใจใหม่ ซื้อชุดออกกำลังกายสวยๆ แพงด้วยนะ เกือบสองพัน เลยรู้สึกว่าต้องใส่ให้คุ้ม สุดท้ายวิ่งได้จริงๆ แถมยังรู้สึกดีกับตัวเองด้วย แบบนี้คือแรงจูงใจจากรางวัลทางอ้อม

สรุปง่ายๆนะ สำหรับฉัน แรงจูงใจมันคืออะไรก็ได้ที่ผลักดันให้เราทำสิ่งที่ยากๆ ให้สำเร็จ ไม่ว่าจะเป็นของรางวัล ความภาคภูมิใจ หรือแม้แต่ความกลัวที่จะล้มเหลว มันสำคัญมาก เพราะเป็นเหมือนเชื้อเพลิงที่ทำให้เราไปถึงเป้าหมายได้จริงๆ ไม่มีมันก็คงท้อกลางทางไปนานแล้วล่ะ

การจูงใจมีความสำคัญต่อองค์กรอย่างไร

โอ๊ย...ถามเรื่องจูงใจเนี่ยนะ? มันสำคัญกว่าปลาร้าสับอีกนะนาย! ถ้าองค์กรขาดแรงจูงใจ พนักงานก็เหมือนผีดิบ เดินเอื่อยๆ ทำงานไปวันๆ เหมือนคนโดนของ

  • พลังงาน (Energy): จูงใจดีมีแฮง! เหมือนเติมไนโตรให้รถอีแต๋น พุ่งกระฉูดไปถึงเป้าหมาย! แต่ถ้าจูงใจห่วย...ก็เหมือนเอารถเข็นผักแข่งกับเฟอร์รารี่!
  • ความพยายาม (Persistence): จูงใจแล้วอยากเก่ง! เหมือนคนอยากผอม กินคลีน ออกกำลังกาย! แต่ถ้าไม่จูงใจ...ก็เหมือนคนลดความอ้วนวันที่ 1 แล้วกินหมูกระทะวันที่ 2!
  • พร้อม...อะไรก็พร้อม: พร้อมลุย พร้อมบวก พร้อมพัฒนา! เหมือนนักมวยขึ้นเวที ได้ยินเสียงระฆัง! แต่ถ้าไม่จูงใจ...ก็เหมือนคนตื่นสายวันจันทร์ อยากลาออก!

ข้อมูลเสริม:

  • ปีนี้บริษัทเราขึ้นเงินเดือน 0.5% โถ...จูงใจให้ลาออกชัดๆ!
  • มีแต่คนบอกว่า "ทำงานที่นี่เหมือนไม่ได้ทำงาน" เพราะไม่มีใครจูงใจให้ทำงานจริงๆ จังๆ เลย!
  • ล่าสุดเจ้านายซื้อรถใหม่...สงสัยจะจูงใจตัวเองเก่งเกินไป!

แรงจูงใจภายนอก (Extrinsic motives) คือข้อใด

โอ๊ย... แรงจูงใจภายนอกน่ะเหรอ? มันก็เหมือนหมาเห็นปลอกคอทองคำนั่นแหละ! ???? ใครๆ ก็อยากได้รางวัล อยากดัง อยากมีคนชมเชยกันทั้งนั้นแหละ!

  • เงินทอง: ใครบอกไม่ชอบเงินนี่โกหกทั้งเพ! ????
  • ชื่อเสียง: อยากเป็นดาว TikTok กันทั้งนั้นแหละสมัยนี้! ????
  • คำชม: หวานๆ หน่อย ใครๆ ก็ชอบ! ????
  • ตำแหน่ง: ใหญ่คับฟ้า ใครๆ ก็อยากเป็น! ????
  • ของรางวัล: ล่อตาล่อใจยิ่งกว่าขนมเค้ก! ????

สรุปง่ายๆ คือ อะไรที่ "นอกตัว" เรา แล้วทำให้เรา "อยาก" ทำอะไรบางอย่าง... นั่นแหละแรงจูงใจภายนอก! มันก็เหมือนคนอยากผอมเพราะอยากใส่ชุดว่ายน้ำสวยๆ ไปทะเลนั่นแหละโว้ย! ???? ว่าแต่... วันนี้กินอะไรดี? ????

บุคคลที่มีการจูงใจ (Motivated for Behavior) จะมีลักษณะอย่างไร

คนที่มีแรงจูงใจสูงอะ แบบในหนังสือของกิลฟอร์ดปี 1959 น่ะ เค้าบอกว่าจะมีลักษณะแบบนี้

  • ทะเยอทะยาน อยากทำอะไรให้สำเร็จ เป้าหมายชัดเจนมาก แบบฉันเองก็เป็นคนนึงที่แบบนี้แหละ ตั้งใจเรียนโคดๆๆๆ อยากได้เกรด A ทุกวิชาเลย

  • ขยันโคตรๆ พยายามสุดๆ เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ต้องการ จำได้ตอนสอบไฟนอล อ่านหนังสือแทบตาย นอนน้อยมาก ไม่ไหวจริงๆ

  • อดทนสุดๆ ถึงจะยากแค่ไหน ก็สู้ตาย ไม่ยอมแพ้ เหมือนตอนเรียนโปรแกรมมิ่ง โค้ด error เยอะมาก แต่ก็ไม่ถอดใจ แก้จนกว่าจะได้ ใช้เวลาเป็นอาทิตย์เลย กว่าจะเสร็จโปรเจค

เพิ่มเติมนิดนึง ปีนี้ 2024 แล้ว หนังสือเล่มนั้นอาจจะเก่าไปหน่อยแล้วมั้ง แต่หลักๆก็ยังใช้ได้อยู่นะ แนวคิดเรื่องแรงจูงใจนี่มันพัฒนามาเรื่อยๆ มีทฤษฎีใหม่ๆ ออกมาเยอะแยะเลย แต่หลักการพื้นฐานก็คล้ายๆกันแหละ

ความสำคัญของการจูงใจมีอะไรบ้าง

โอเค... แรงจูงใจนะ สำคัญดิ! แบบว่าถ้าไม่มี แรง...แล้วจะไปทำอะไรได้วะเนี่ย? เหมือนรถไม่มีน้ำมันอ่ะ ไปไม่รอด!

  • อยากผอม? แรงจูงใจคืออะไร? อยากใส่ชุดสวย? อยากสุขภาพดี? สำคัญหมด!
  • เรียนจบ? แรงจูงใจ? อยากได้งานดี? อยากให้พ่อแม่ภูมิใจ? หรือแค่...ไม่อยากโดนด่า? (อันนี้ก็แรงจูงใจป้ะวะ?)
  • ทำโปรเจคให้เสร็จ? แรงจูงใจ? อยากได้ A? อยากได้เงินเดือนขึ้น? หรือกลัวโดนไล่ออก? (อันนี้แรงจูงใจเชิงลบป่ะ?)

เออ... แล้วถ้าแรงจูงใจหมดล่ะ? หมดไฟ? เบิร์นเอาท์? ต้องเติมไงวะ? หาแรงบันดาลใจ? พักผ่อน? หรือ...เปลี่ยนเป้าหมาย? (อันนี้เริ่มนอกเรื่องละ)

แล้วถ้าเป้าหมายมันเปลี่ยนไปล่ะ? แรงจูงใจต้องเปลี่ยนตามป้ะ? หรือว่า...บางทีเราก็แค่ "อยาก" ทำเฉยๆ ไม่ต้องมีเหตุผลอะไรมากมาย? (เริ่มงงตัวเองละ)

  • เมื่อวานดู TED Talk เรื่อง...อะไรวะ? จำไม่ได้ละ แต่เกี่ยวกับแรงจูงใจนี่แหละ! (หาแป๊บ...) เออ! เกี่ยวกับ "Purpose" นี่หว่า!
  • เพื่อนบอกว่า "แรงจูงใจตัวเองสำคัญสุด!" จริงป่ะวะ? แล้วแรงจูงใจจากคนอื่นล่ะ? ไม่สำคัญเหรอ? (เริ่มสับสน...)

สรุปคือ แรงจูงใจ = พลังขับเคลื่อนไปสู่เป้าหมาย (มั้ง?) แต่เป้าหมายเปลี่ยน แรงจูงใจก็ต้องเปลี่ยน (รึเปล่า?) หรือบางทีก็ไม่ต้องมีเป้าหมาย? แค่ทำเพราะ "อยาก" ทำ? (อันนี้เริ่มไม่แน่ใจละ)

ข้อมูลเพิ่มเติม: ปีนี้ (2024) เทรนด์แรงจูงใจดูเหมือนจะเน้นเรื่อง "Self-Care" มากขึ้นนะ! คือแบบ...ต้องรักตัวเองก่อน ถึงจะมีแรงไปทำอย่างอื่น! (อันนี้ก็น่าสนใจ)

ทฤษฏีการจูงใจมีประโยชน์กับผู้บริหารในด้านใด

ทฤษฎีการจูงใจเนี่ย สำคัญกับผู้บริหารมากนะ! โดยเฉพาะเรื่องการบริหารคน ปีนี้ผมเจอปัญหาลูกน้องขี้เกียจ เลยต้องไปศึกษาหนักเลย ฮือออ

  • เพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน: ถ้ารู้วิธีจูงใจ งานเสร็จไวขึ้น ไม่ต้องตามจิกตลอดเวลา สบายใจขึ้นเยอะ! ประหยัดเวลาไปทำอย่างอื่นได้ นี่แหละคือประโยชน์ที่เห็นชัดเลย

  • ลด Turnover: คนอยากทำงาน ก็อยู่กับเราไปนานๆ สิ ไม่ต้องเสียเวลาหาคนใหม่ ฝึกอบรมใหม่ เปลืองงบประมาณ เศรษฐกิจแบบนี้ ประหยัดได้ก็ต้องประหยัด!

  • สร้างบรรยากาศการทำงานที่ดี: ถ้าคนมีแรงจูงใจ บรรยากาศก็ดีขึ้น ทีมเวิร์คแข็งแกร่ง ไม่ทะเลาะเบาะแว้ง คิดแล้วก็สบายใจขึ้นนะ

เรื่องแรงจูงใจกับ HR เนี่ย ก็สำคัญเหมือนกัน!

  1. รู้ตัวเอง: ปีนี้ผมพยายามเข้าใจตัวเองมากกว่าเดิม รู้ว่าอะไรทำให้ผมมีแรงจูงใจ แล้วก็พยายามปรับใช้กับลูกน้อง ผลลัพธ์ดีกว่าที่คิดไว้เยอะเลย

  2. รู้คนอื่น: ต้องเข้าใจว่าแต่ละคนชอบอะไร แรงจูงใจไม่เหมือนกัน บางคนชอบเงิน บางคนชอบคำชม บางคนชอบความก้าวหน้า ปีนี้ใช้หลักนี้ ผลงานทีมดีขึ้นเยอะ

  3. รู้กลุ่ม: การสร้างแรงจูงใจให้ทั้งทีม มันยากกว่าการจูงใจคนๆ เดียว ต้องคิดกลยุทธ์ให้ดี ปีนี้ลองใช้การแข่งขันภายในทีม ผลก็โอเคอยู่นะ แต่ก็ต้องระวังความสัมพันธ์ภายในทีมด้วย

เฮ้ออ คิดแล้วก็เหนื่อย แต่ก็สนุกดีนะ ปีหน้าต้องศึกษาเรื่องนี้ให้ลึกกว่านี้ อาจจะไปเรียนเพิ่มด้วยก็ได้ อยากเป็นผู้บริหารที่ดี ต้องเก่งเรื่องนี้ให้ได้!

ทฤษฎีอะไรในการจูงใจบุคลากรในการทำงานให้ประสบความสำเร็จ

โอ๊ย เรื่องจูงใจคนทำงานให้สำเร็จเนี่ยนะ บอกเลยว่าปวดหัวสุดๆ แต่ส่วนตัวนะ ชอบทฤษฎีของแมคเคลแลนด์ มากกว่าใครเพื่อน

จำได้เลยตอนทำโปรเจกต์จบปี 4 ที่มหาลัยเกษตรศาสตร์ บางเขน เมื่อต้นปีที่แล้ว (2566) กลุ่มเราทะเลาะกันแทบตาย เพราะแต่ละคนอยากเอาหน้า อยากเป็นดาวเด่น เราเลยลองเอาทฤษฎีนี้มาใช้ดู

แมคเคลแลนด์ว่าไงนะ?

  • Achievement (ความสำเร็จ): พวกอยากได้ผลงาน เติมไฟให้พวกนี้ด้วยเป้าหมายที่ท้าทาย แต่ต้องวัดผลได้จริงนะ
  • Affiliation (ความสัมพันธ์): พวกสายสัมพันธ์ ต้องสร้างทีมเวิร์คดีๆ ให้เค้ารู้สึกเป็นส่วนหนึ่ง แล้วเค้าจะฮึดสู้
  • Power (อำนาจ): พวกนี้อยากคุมเกม ต้องให้เค้ามีส่วนร่วมในการตัดสินใจ ให้เค้ารู้สึกว่ามีอำนาจเปลี่ยนแปลงอะไรได้

ทีนี้พอเรามาดูในกลุ่มเรา ก็เจอเลยว่ามีครบทุกแบบ บางคนแบบ "ต้องได้ A เท่านั้น!" บางคน "ขอแค่ได้อยู่กับเพื่อนก็พอ" บางคน "อยากเป็นหัวหน้ากลุ่ม อยากสั่งงาน"

แล้วผลลัพธ์เป็นไง?

ก็ดีขึ้นนะ แต่ไม่ได้ราบรื่น 100% คือเราต้องปรับวิธีคุยกับแต่ละคนอ่ะ อย่างพวกอยากได้ A เราก็ต้องให้ข้อมูลเยอะๆ ให้เค้ารู้ว่าถ้าทำแบบนี้จะได้คะแนนดี พวกที่อยากอยู่กับเพื่อน เราก็ต้องจัดกิจกรรมกลุ่มบ่อยๆ ให้เค้ารู้สึกว่าไม่ได้โดดเดี่ยว ส่วนพวกอยากคุมเกม ก็ต้องให้เค้าช่วยตัดสินใจเรื่องเล็กๆ น้อยๆ บ้าง

สรุปคือมันเวิร์ค แต่ต้องใช้ใจล้วนๆ เลย ไม่ใช่แค่ท่องจำทฤษฎีแล้วจบ

  • ข้อมูลเพิ่มเติม: ทฤษฎีนี้ไม่ได้เหมาะกับทุกคนนะ บางคนอาจจะมีแรงจูงใจแบบอื่น ที่ไม่ใช่ 3 อย่างนี้เลย ต้องสังเกตพฤติกรรมคนให้ดีๆ
  • ข้อควรระวัง: อย่าพยายามยัดเยียดแรงจูงใจให้คนอื่น ถ้าเค้าไม่ต้องการ มันจะกลายเป็นผลเสียมากกว่าผลดี

ตอนนี้ทำงานประจำที่บริษัท Startup แห่งหนึ่งย่านอารีย์ ก็เอาทฤษฎีนี้มาปรับใช้กับทีมเหมือนกัน ก็ช่วยให้เข้าใจลูกน้องมากขึ้นเยอะเลยนะ