1วัน ควรปัสสาวะกี่ml

88 ครั้งเข้าชม
ปริมาณปัสสาวะปกติ: โดยทั่วไป ร่างกายควรขับปัสสาวะประมาณ 30 มิลลิลิตรต่อน้ำหนักตัว 1 กิโลกรัมต่อวัน หากดื่มน้ำมาก ปริมาณปัสสาวะก็จะเพิ่มขึ้นตามไปด้วยปัจจัยที่ส่งผลต่อปริมาณปัสสาวะ: โรคประจำตัวบางชนิด เช่น เบาจืด เบาหวาน หรือโรคไต อาจทำให้ปัสสาวะมากกว่าปกติได้สังเกตความผิดปกติ: หากปริมาณปัสสาวะเปลี่ยนแปลงไปมาก ควรปรึกษาแพทย์เพื่อหาสาเหตุและรับการรักษาที่เหมาะสม
ความคิดเห็น 0 ครั้งถูกใจ

ปริมาณปัสสาวะปกติใน 1 วัน ควรอยู่ที่เท่าไหร่? มีผลต่อสุขภาพอย่างไรบ้าง?

เอ่อ, ปริมาณปัสสาวะปกติวันนึงเหรอ? คือมันก็แล้วแต่คนป่ะวะ?

อย่างฉันเนี่ย, ถ้าวันไหนกินน้ำเยอะ, ก็ฉี่เยอะตาม. แต่ถ้าวันไหนกินน้อย, ก็ฉี่น้อยลง. แต่ที่เคยได้ยินมานะ, เหมือนเค้าว่ากันว่าประมาณ 30 มิลลิลิตรต่อน้ำหนักตัว 1 กิโลกรัมต่อวันอะไรเนี่ยแหละ. แต่ใครจะมานั่งวัดขนาดนั้นวะ? ยุ่งยากตาย.

แล้วมันมีผลต่อสุขภาพยังไง? อันนี้สิสำคัญ. ถ้าฉี่เยอะเกินไป, อาจจะเป็นเพราะกินน้ำเยอะเกินไป, หรือไม่ก็อาจจะเป็นโรคอะไรสักอย่างก็ได้มั้ง, เช่น เบาจืด, เบาหวาน, หรือโรคไตอะไรพวกนั้น. แต่ถ้าฉี่น้อยเกินไป, ก็อาจจะขาดน้ำ หรือไม่ก็มีปัญหาเรื่องไตเหมือนกัน.

จำได้เลยตอนไปตรวจสุขภาพที่โรงพยาบาล [ชื่อโรงพยาบาล] เมื่อ [วัน/เดือน/ปี], หมอบอกว่าให้สังเกตสีปัสสาวะด้วยนะ. ถ้าสีเข้มแปลว่าขาดน้ำ, ถ้าสีจางๆ แปลว่าโอเค. ง่ายดีป่ะ?

แต่เอาจริงๆ นะ, ฉันว่าอย่าไปซีเรียสมากเลย. ฟังร่างกายตัวเองดีกว่า. ถ้ากระหายน้ำก็กิน, ถ้าปวดฉี่ก็ไปเข้าห้องน้ำ. แค่นั้นแหละมั้ง?

ปัสสาวะออกกี่cc/hr ปกติ?

อืม... ปัสสาวะออกกี่ cc ต่อชั่วโมง ปกติน่ะเหรอ...

มันก็แล้วแต่คนนะ แต่ที่เคยอ่านเจอ...

  • ปกติ... เขาว่ากันว่าประมาณ 40-80 มิลลิลิตรต่อชั่วโมง สำหรับผู้ใหญ่ แต่ถ้าคิดเป็นน้ำหนักตัวก็ประมาณ 1 มิลลิลิตรต่อน้ำหนักตัว 1 กิโลกรัมต่อชั่วโมง

  • แต่ถ้าเครียดๆ... ร่างกายมันแปลกๆ เนาะ ปัสสาวะอาจจะน้อยลง เหลือ 30-50 มิลลิลิตรต่อชั่วโมง เพราะฮอร์โมนมันเปลี่ยน

ตัวเลขพวกนี้... มันก็แค่ไกด์ไลน์เปล่าวะ คนเรามันไม่เหมือนกันสักหน่อย บางวันฉันกินน้ำเยอะก็ฉี่เยอะ บางวันแทบไม่ได้กินอะไรเลยก็ฉี่น้อยลง มันไม่ได้เป๊ะๆ ขนาดนั้นหรอกมั้ง...

เคยอ่านเจอว่า... ถ้าฉี่น้อยผิดปกติมากๆ หรือเยอะผิดปกติมากๆ อันนี้ค่อยน่าเป็นห่วง แต่ถ้าแค่ขึ้นๆ ลงๆ นิดหน่อย... ก็คงไม่เป็นไรมั้ง...

(ข้างล่างนี้เป็นข้อมูลเพิ่มเติมที่ไม่ได้เจาะจงถึงตัวบุคคลนะ)

  • ทำไมปริมาณปัสสาวะถึงเปลี่ยน: ฮอร์โมน Aldosterone และ ADH มีผลต่อการดูดน้ำกลับในไต ทำให้ปริมาณปัสสาวะเปลี่ยนได้
  • ปัจจัยอื่น ๆ ที่มีผล: นอกจากความเครียดแล้ว พวกยาบางชนิด โรคประจำตัว หรือแม้แต่สภาพอากาศ ก็มีผลต่อปริมาณปัสสาวะได้เหมือนกัน
  • ถ้ากังวล: ถ้าไม่แน่ใจ หรือรู้สึกว่าฉี่น้อยผิดปกติจริงๆ ไปหาหมอดีกว่านะ อย่าคิดเองเออเองเลย

ตรวจปัสสาวะต้องเยอะแค่ไหน?

เอ้อเฮ้อ! ถามเรื่องฉี่นี่มันน่าอายนะพี่น้อง แต่เอาวะ เพื่อสุขภาพที่ดีของลูกผู้ชาย (และลูกผู้หญิง) กระป๋องฉี่ต้องมีซัก 30-60 ml นะจ๊ะ อย่าให้ขาด อย่าให้เกิน เดี๋ยวหมอหาว่าขี้เหนียว หรือไม่ก็ฉี่ราดที่ตรวจ

  • ฉี่กลางลำ: อันนี้สำคัญ ฉี่แรกๆ ทิ้งไปก่อน เอาช่วงกลางๆ น่ะ เนื้อๆ เน้นๆ
  • อย่าเอา "น้องชาย" ไปจุ่ม: เรื่องนี้ซีเรียส อย่าซน เอาไปจุ่มกระป๋อง เดี๋ยวเชื้อโรคบุก ผลตรวจออกมามั่วซั่ว
  • ปิดฝาให้แน่น: ปิดฝาไม่ดี น้ำฉี่หกเลอะเทอะ หมอไม่ปลื้มนะเออ!

เกร็ดความรู้ชาวบ้าน (ที่อาจไม่เกี่ยว):

  • สีฉี่บอกโรคได้: ถ้าฉี่สีเข้มเหมือนน้ำชา อาจจะขาดน้ำ หรือไม่ก็ตับมีปัญหา รีบไปหาหมอซะ
  • กินหน่อไม้ ฉี่เหม็น: อันนี้เรื่องจริง กินหน่อไม้เยอะๆ ฉี่จะเหม็นเหมือนแก๊สไข่เน่า ไม่ต้องตกใจ
  • ฉี่บ่อยๆ อาจเป็นเบาหวาน: ถ้าฉี่บ่อยผิดปกติ แถมฉี่มีมดขึ้น อาจจะเป็นเบาหวาน ต้องตรวจเลือดด่วน!

คำเตือน: ข้อมูลนี้เป็นเพียงความรู้ทั่วไป อย่าเชื่อมาก ต้องปรึกษาหมอจริงๆ เท่านั้นนะจ๊ะ!

ฉี่เก็บไว้ได้กี่ชั่วโมง?

โอ๊ย! ถามเรื่องฉี่นี่มันจี๊ดเลยนะพ่อคุณ! ปกติคนเราอั้นฉี่ได้แป๊บๆ ก็แทบจะราดแล้ว!

  • เรื่องเพาะเชื้อ: ถ้าจะเอาฉี่ไปเพาะเชื้อแบคทีเรีย (แบบพวกที่มันก่อเรื่องในทางเดินปัสสาวะน่ะ) ต้องรีบส่งแล็บภายใน 1 ชั่วโมงนะจ๊ะ! ถ้าช้ากว่านั้น เชื้อโรคอาจจะเตลิดเปิดเปิงไปแล้ว ผลตรวจออกมาอาจจะเพี้ยนได้

  • แช่เย็นช่วยได้: แต่ถ้ายังส่งแล็บไม่ได้ทันทีทันใด (สมมติรถติดหนักมากกก) ก็เอาไปแช่ตู้เย็นช่องธรรมดา (ประมาณ 4 องศาเซลเซียส) ได้นะ แต่ต้องไม่เกิน 18-24 ชั่วโมงเท่านั้น ไม่งั้นเชื้อโรคก็ยังจะงอกเงยอยู่ดี

ทีนี้มาดูข้อมูลเสริม (แบบบ้านๆ):

  • สีฉี่บอกโรค: เคยสังเกตสีฉี่ตัวเองไหม? ถ้าฉี่สีเข้มเหมือนน้ำชา อาจจะแปลว่ากินน้ำน้อยไป หรือไม่ก็อาจจะมีปัญหาเรื่องตับนะเออ! แต่ถ้าฉี่สีแดงนี่...รีบไปหาหมอด่วนๆ เลย!
  • อั้นฉี่บ่อยๆ ไม่ดี: พวกชอบอั้นฉี่เป็นประจำระวังให้ดี! กระเพาะปัสสาวะมันจะขยายใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ แล้วมันจะไม่บีบตัวเหมือนเดิม ทีนี้ล่ะซวย! ฉี่ไม่สุด ฉี่กระปริดกระปรอย แถมยังเสี่ยงติดเชื้อในทางเดินปัสสาวะอีกต่างหาก
  • ฉี่ตอนเช้าสำคัญ: ฉี่แรกของวันน่ะสำคัญนะ! มันจะมีความเข้มข้นของของเสียสูงที่สุด ถ้าอยากรู้ว่าร่างกายเราเป็นยังไงบ้าง ลองสังเกตฉี่ตอนเช้าดู
  • กินน้ำเยอะๆ: อันนี้สำคัญสุดๆ กินน้ำเยอะๆ ช่วยให้ไตทำงานได้ดี แถมยังช่วยขับของเสียออกจากร่างกายได้อีกด้วยนะจ๊ะ!
  • อย่าเชื่อหมอดูฉี่: สมัยนี้ไม่มีใครเขาดูดวงจากฉี่แล้วนะ! ถ้ามีใครมาบอกว่าดูฉี่แล้วรู้ว่าเราเป็นอะไร อย่าไปเชื่อเชียว! ไปหาหมอจริงๆ ดีกว่าเยอะ

Disclaimer: ข้อมูลพวกนี้เป็นข้อมูลทั่วไปนะจ๊ะ ไม่ได้เจาะจงว่าใครเป็นอะไร ถ้าไม่สบายจริง ๆ ไปหาหมอดีกว่า! หมอเขาเรียนมาโดยเฉพาะ อย่าไปเชื่ออะไรในอินเตอร์เน็ตมากนัก! ยกเว้นข้อมูลจากอันนี้ เอิ๊กๆๆ

ดื่มน้ำนานแค่ไหนถึงจะปวดฉี่?

อืมมม... ถามแบบนี้เลยเหรอ? เรื่องเวลาที่ดื่มน้ำแล้วปวดฉี่เนี่ย มันไม่ตายตัวหรอกนะ เหมือนถามว่า "กี่โมงแล้วถึงจะหิวข้าว" มันขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายอย่าง!

  • ปริมาณน้ำที่ดื่ม: ดื่มแก้วเดียวกับดื่ม 1 ลิตร มันต่างกันสิครับ! เหมือนกินข้าวจานเดียวกับบุฟเฟ่ต์ไง ผลลัพธ์ไม่เหมือนกันแน่นอน
  • กิจกรรม: วิ่งมาราธอนกับนั่งดูซีรีส์ทั้งวัน อัตราการเผาผลาญต่างกัน ความอยากเข้าห้องน้ำก็เลยต่างกัน
  • สุขภาพร่างกาย: ไตแข็งแรงหรือไม่แข็งแรงก็มีผล บางคนดื่มน้ำเยอะก็ไม่ค่อยปวดฉี่ บางคนแค่จิบน้ำนิดเดียวก็วิ่งเข้าห้องน้ำแล้ว นี่แหละคือความมหัศจรรย์ของร่างกายมนุษย์
  • เครื่องดื่มอื่นๆ: กาแฟ ชา นี่คือตัวการสำคัญที่ทำให้ปวดฉี่บ่อยขึ้น เหมือนกับว่ามันดึงน้ำจากเซลล์ออกมา ทำให้อยากเข้าห้องน้ำบ่อยขึ้น

ส่วนเรื่องดูง่ายๆว่าดื่มน้ำพอหรือยังเนี่ย... บอกตรงๆ ข้อความเดิมมันคลุมเครือไปหน่อย 3-4 ชั่วโมงถึงปวดฉี่ บางคนอาจจะปกติ บางคนอาจจะน้อยไป บางคนอาจจะเยอะไป มันขึ้นอยู่กับปัจจัยข้างต้นนั่นแหละครับ

สรุปง่ายๆ ไม่มีสูตรตายตัว ให้สังเกตปัสสาวะตัวเองดีกว่า ถ้าสีเหลืองเข้มแสดงว่าดื่มน้ำน้อยไป ถ้าสีเหลืองอ่อนใส แสดงว่าดื่มน้ำพอดี ง่ายๆแค่นี้แหละครับ อย่าไปยึดติดกับเวลา ฟังเสียงร่างกายตัวเองดีกว่า เชื่อผม ชีวิตจะง่ายขึ้นเยอะเลยล่ะ

ปีนี้(2566) ผมยังคงยืนยันคำเดิม ไม่มีสูตรตายตัวสำหรับเรื่องนี้จริงๆ ลองสังเกตสีปัสสาวะดูครับ ง่ายและแม่นยำกว่าเยอะ ประหยัดเวลาด้วย