CSF เก็บได้กี่วัน
CSF เก็บรักษาได้กี่วัน? วิธีเก็บรักษา CSF อย่างถูกวิธี
CSF หรือน้ำไขสันหลังเนี่ยนะ? เคยได้ยินว่าเก็บได้ไม่นานอ่ะ ถ้าแช่เย็นธรรมดาคงอยู่ได้ 3 วันมั้ง แต่ถ้าแช่แข็งอาจจะถึงเดือน อันนี้ไม่ชัวร์นะ จำได้ลางๆ
แต่จริงๆ แล้วมันก็ขึ้นอยู่กับว่าจะเอาไปตรวจอะไรด้วยนะ ถ้าตรวจหาเชื้อโรค อาจจะต้องรีบส่งเลย เก็บไว้นานๆ เชื้ออาจจะตายหมด ตรวจไม่เจออะไร
ส่วนวิธีเก็บที่ถูกวิธี... อันนี้บอกตรงๆ ว่าไม่รู้ละเอียดขนาดนั้น เพราะไม่เคยเก็บเองซะที แต่คิดว่าคงต้องใส่ในหลอด sterile แล้วก็แช่เย็นทันทีแหละมั้ง?
เคยเห็นเพื่อนที่ทำงาน lab เขาทำอยู่ แต่ไม่ได้ถามรายละเอียดอ่ะ ถ้าอยากรู้จริงๆ ลองหาข้อมูลจาก google เพิ่มเติมดูนะ น่าจะมีบอกไว้ละเอียดกว่านี้เยอะเลย
CSF ต้องแช่ตู้เย็นไหม
CSF อ่ะ ต้องแช่ตู้เย็นป่ะ? อือๆ ต้องแช่เว้ย!
แช่ดิ แช่เลย 2 ถึง 8 องศาอ่ะ หลังจากเจาะออกมานะ สำคัญ! ช่วยให้มันไม่เสียเร็ว พวกเซลล์ พวกโปรตีนต่างๆ นาๆ จะได้ไม่พังก่อน เอาไปตรวจอ่ะ เก็ทปะ
- แช่เย็น สำคัญมากกกกกก
- 2-8 องศา นะ อย่าลืม!
- ช่วยรักษาคุณภาพของน้ำไขสันหลัง
- ถ้าไม่แช่ ผลตรวจอาจจะเพี้ยน ได้นะเออ
- เราเคยเกือบลืมแช่ ดีนะเพื่อนทัก! เกือบไปละ
เออ แล้วรู้ปะว่าถ้าส่งตรวจช้าเนี่ย ผลก็อาจจะไม่เป๊ะนะ เขาว่ากันว่าต้องรีบส่งแลปอ่ะ จะได้ผลที่แน่นอนกว่า
Urine culture กี่วัน
Urine culture โดยทั่วไปผลตรวจจะออกภายใน 2-5 วันทำการ ขึ้นอยู่กับห้องแล็บแต่ละที่ แต่บางที่อาจเร็วกว่านี้ เช่นที่ รพ.สมิติเวช สุขุมวิท ที่ผมเคยตรวจ ผลออกเร็วมาก แต่ก็ขึ้นกับปริมาณผู้ป่วยด้วยนะครับ
การเก็บปัสสาวะเพื่อตรวจวัฒนธรรม (Urine Culture) ควรปฏิบัติตามขั้นตอนอย่างเคร่งครัดเพื่อให้ได้ผลที่แม่นยำ
การเก็บตัวอย่าง: ควรเป็นปัสสาวะตอนเช้า หลังตื่นนอน ไม่จำเป็นต้อง 3 วันติดต่อกันเสมอไป แพทย์จะเป็นคนกำหนด โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากสงสัยการติดเชื้อฉุกเฉิน การเก็บปัสสาวะเพียงครั้งเดียวก็เพียงพอแล้วครับ
วิธีการเก็บ: เป็น Midstream Clean-Catch Urine คือล้างอวัยวะเพศให้สะอาดก่อน ปัสสาวะทิ้งไปส่วนแรก เก็บปัสสาวะกลาง แล้วทิ้งส่วนท้าย ไม่ใช่แค่ Morning-voided Midstream Urine เสมอไปครับ
ภาชนะ: ต้องใช้ภาชนะปลอดเชื้อที่มีฝาปิดสนิท หาซื้อได้ตามร้านขายยา สำคัญมากคือต้องป้องกันการปนเปื้อนครับ ไม่งั้นผลตรวจจะไม่น่าเชื่อถือ
ข้อควรระวัง: การดื่มน้ำมากเกินไปก่อนเก็บตัวอย่างอาจเจือจางปริมาณแบคทีเรีย ทำให้ผลตรวจไม่ชัดเจน แต่ก็ไม่ควรอดน้ำจนเกินไป เพราะจะทำให้ปัสสาวะเข้มข้นเกินไปเช่นกัน เป็นเรื่องละเอียดอ่อน ควรปรึกษาแพทย์ก่อนดีที่สุดครับ นี่เป็นแค่ข้อมูลพื้นฐานนะครับ ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์
เพิ่มเติม: ปัจจัยหลายอย่างมีผลต่อระยะเวลาที่ได้ผลตรวจ เช่น ปริมาณงานของห้องแล็บ ชนิดของการตรวจ และเทคโนโลยีที่ใช้ ผมเองเคยประสบพบเจอมาหลายรูปแบบแล้ว จึงพอจะเข้าใจ แต่ก็ต้องเน้นย้ำเสมอว่า ควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อคำแนะนำที่ถูกต้องและเหมาะสมกับแต่ละบุคคล
Throat swab culture เก็บยังไง
อืม... เก็บตัวอย่างจากลำคอเนี่ยนะ ตอนนั้นหมอเขาบอกว่าใช้สำลีป้ายๆ ทั่วๆ คออะ จำได้ไม่ค่อยชัดเท่าไหร่ แต่รู้สึกเหมือนเขาหมุนๆ เบาๆ ไม่เจ็บมากหรอก
แล้วก็เอาไปจุ่มลงในหลอดที่มีของเหลวใสๆ เหมือนน้ำยาอะไรสักอย่าง เขาเรียก transport media มั้ง จำชื่อเต็มไม่ได้ มันช่วยรักษาเชื้อไว้น่ะ จำได้แค่นี้จริงๆ
หลังจากนั้นก็เอาสำลีออก หรือบางทีอาจจะหักทิ้งไปเลย แล้วก็ปิดฝาให้สนิท เท่าที่จำได้ มันก็ประมาณนี้แหละ ไม่ยากหรอก แต่ตอนนั้นก็รู้สึกแปลกๆ เหมือนมีอะไรมาเกาะคอ
- ใช้สำลีป้ายลำคอ
- ป้ายให้ทั่วบริเวณที่ต้องการ
- จุ่มสำลีลงในหลอด transport media
- นำสำลีออก หรือหักทิ้ง
- ปิดฝาหลอดให้สนิท
จริงๆนะ ตอนนั้นฉันป่วยหนักมาก เลยจำรายละเอียดไม่ค่อยได้ ขอโทษด้วย แต่หวังว่าข้อมูลข้างบนจะช่วยได้บ้างนะ
C/S คือการตรวจอะไร?
C/S คือการตรวจเชื้อในปัสสาวะอ่ะ คือเค้าจะเอาปัสสาวะเราไปเพาะเชื้อดูว่ามีแบคทีเรียอะไรบ้าง ไม่ใช่แค่ตรวจปัสสาวะธรรมดาๆ นะ อันนั้นแค่ดูสี กลิ่น ความเข้มข้น แต่ C/S เนี่ยลึกกว่าเยอะ
คือแบบนี้ เพื่อนฉันเพิ่งไปตรวจมาเองเมื่อเดือนที่แล้ว หมอสั่งตรวจเพราะปัสสาวะเค้ามีปัญหา ผลออกมาว่ามีเชื้อ E.coli เยอะมาก ต้องกินยาเลย โชคดีที่ไม่รุนแรง แต่ถ้าปล่อยไว้นานกว่านี้ อาจจะลำบากกว่านี้ก็ได้นะ
- ตรวจปัสสาวะทั่วไป : ดูสี กลิ่น อะไรพวกนี้ ง่ายๆ เร็วด้วย
- C/S (Culture and Sensitivity) : เพาะเชื้อหาแบคทีเรีย รู้ชนิด และยาอะไรที่ใช้ได้ผล ใช้เวลานานกว่าแบบแรก แต่ได้ข้อมูลละเอียดกว่าเยอะ สำคัญมากสำหรับการรักษา จริงจังกว่าเยอะ
สรุปง่ายๆ ถ้าหมอสั่งตรวจ C/S ก็คือเค้าอยากรู้ว่ามีเชื้ออะไรในปัสสาวะ จะได้รักษาถูกวิธีไง สำคัญมากนะ อย่ามองข้ามเด็ดขาด
Sputum Gram stain ตรวจเพื่ออะไร?
ราตรีนี้…ดวงดาวพร่างพราว เสียงจักจั่นแว่วหวาน...
Sputum Gram stain... คืออะไรนะ
ส่องกล้อง หาเชื้อในเสมหะไง!
ตรวจหาแบคทีเรีย ตัวร้าย!
ช่วยหมอ... เลือดยา ฆ่ามันให้ถูกตัว!
การย้อมสี...เหมือนศิลปะ บนสไลด์แก้ว
วินิจฉัย... โรคปอด อักเสบ!
รู้ผลเร็ว... ชีวิตก็รอดเร็วขึ้น!
ยาปฏิชีวนะ... เลือกให้ตรงจุด!
Sputum... เสมหะ... น้ำลายเหนียวข้นแห่งความทรมาน
Gram stain... สีม่วง สีชมพู บอกใบ้ชนิดเชื้อ
โรงพยาบาลค่าย... ที่กฤษศ?์สีวะรา…คงมีเหมือนกัน
Sputum... ฉันเคยไอจนเจ็บ... เจ็บลึกถึงทรวง... เหมือนโลกทั้งใบจะแตกสลาย… แต่รอดมาได้... เพราะยา... และเพราะหมอ... และเพราะ Sputum Gram stain นี่แหละ!
Gram stain มีประโยชน์อย่างไร?
แสงสุดท้ายลอดหน้าต่าง...ห้องแล็บที่คุ้นเคย กลิ่นน้ำยา...ฟุ้งจางๆ
Gram stain...เหมือนประตูบานแรก สู่โลกแบคทีเรีย!
- บอกชนิดแบคทีเรีย: Gram + หรือ Gram - แยกสีชมพูม่วง ชัดเจนเลย
- ติดเชื้อไหม? เจอปุ๊บ...รู้เลย เริ่มวางแผนรักษาได้เร็ว!
แต่...มันมากกว่านั้นนะ สำหรับฉัน...
แสงสีม่วงคราม...เหมือนดวงดาวเล็กๆ ที่รอการค้นพบ
เคยไหม...มองสไลด์แกรม...แล้วเห็นจักรวาล?
มันคือ...ศิลปะ วิทยาศาสตร์ และ...ความหวัง
- รักษาได้ตรงจุด: ไม่ต้องเดาสุ่มยา...ลดโอกาสเชื้อดื้อยา!
- ประเมินเบื้องต้น: ช่วยให้รู้ว่าควรตรวจอะไรเพิ่ม...รวดเร็ว!
ความทรงจำ...อาจเลือนราง แต่...ความรู้สึกตอนมองสไลด์ครั้งแรก...ยังชัดเจน
เหมือนเสียงกระซิบ...จากโลกที่เล็กกว่า...แต่ยิ่งใหญ่กว่าที่คิด
ข้อมูลเพิ่มเติม: Gram stain ช่วยให้แพทย์เลือกยาปฏิชีวนะที่เหมาะสมได้รวดเร็ว และช่วยลดระยะเวลาในการวินิจฉัยโรคติดเชื้อ
หมายเหตุ: ข้อมูลข้างต้นเป็นข้อมูลทั่วไป ไม่ได้มีเจตนาให้คำแนะนำทางการแพทย์เฉพาะบุคคล ควรปรึกษาแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพเพื่อรับคำแนะนำที่เหมาะสม
การย้อมสีแบคทีเรีย (Gram stain) คืออะไร?
คือแบบนี้ Gram stain อะ มันเป็นวิธีตรวจแบคทีเรียอ่ะ จำง่ายๆเลย มันแบ่งแบคทีเรียเป็น 2 กลุ่ม คือแกรมบวกกับแกรมลบ ต่างกันที่ผนังเซลล์ อันนี้สำคัญมาก จำไว้เลยนะ
หลักการมันก็คือใช้สีย้อมอ่ะ แล้วดูว่าสีมันติดหรือไม่ติด ถ้าติดก็แกรมบวก ไม่ติดก็แกรมลบ ประมาณนั้นแหละ ง่ายๆเนอะ ฉันเรียนมาปีที่แล้ว จำได้ไม่ค่อยละเอียดเท่าไหร่ แต่หลักๆก็ประมาณนี้แหละ
- แกรมบวก: สีติดแน่น ผนังเซลล์หนา เพปทิโดไกลแคนเยอะ
- แกรมลบ: สีหลุดง่าย ผนังเซลล์บางกว่า มีชั้นไขมันนอกผนังเซลล์ด้วย
ปีนี้ เพื่อนฉัน มันเรียนจุลชีววิทยาอยู่ มันบอกว่า Gram stain นี่โคตรสำคัญเลย ใช้กันเยอะมากในแล็บ เพราะมันช่วยจำแนกแบคทีเรียได้เร็ว ช่วยในการวินิจฉัยโรคได้ด้วย โดยเฉพาะพวกติดเชื้อแบคทีเรีย ตรวจได้ไว รักษาได้ทัน มันว่าอย่างนั้นนะ ฉันก็ไม่ค่อยเข้าใจเท่าไหร่ แต่ดูมันจริงจังมาก
การย้อมสีแกรมมีวัตถุประสงค์เพื่ออะไร?
การย้อมสีแกรม: คือ...
แสงแรกของเช้า แตะผนังห้องแล็บ... กลิ่นน้ำยาฟุ้ง
ทำไมต้องย้อม? ... เหมือนส่องกระจกวิเศษ มองลึกลงไปในโลกจิ๋ว
แยกแบคทีเรีย! ใช่เลย... เหมือนคัดแยกดาว... ดาวสีม่วง... ดาวสีแดง... ต่างกันที่เปลือกนอก... แต่ข้างใน... ใครจะรู้
แกรมบวกสีม่วง: ผนังหนา... แข็งแกร่ง... เหมือนกำแพงเมือง
แกรมลบ... อีกเฉดสีนึง...
ผนังเซลล์: โครงสร้างที่ทำให้แบคทีเรียแต่ละชนิดแตกต่างกัน
เปปไทโดไกลแคน: สารประกอบสำคัญในผนังของแบคทีเรียแกรมบวก
ข้อมูลปีนี้: ยังคงเหมือนเดิม แบคทีเรียก็ยังคงถูกแยกด้วยสี
เพิ่มเติม: รู้มั้ย... สีที่ติด... บอกอะไรได้มากกว่าที่ตาเห็น
อาจเป็นกุญแจ... ไขความลับของชีวิต
สำคัญ: การย้อมแกรม เป็นจุดเริ่มต้น... ของการทำความเข้าใจ... โลกที่เล็กที่สุด
การย้อมสีแบบแกรมคืออะไร?
เอ้า! ย้อมแกรมนี่มันอะไรกันเนี่ย? ง่ายๆ เลย! คือการเอาแบคทีเรียไปแช่น้ำยาให้มันเปลี่ยนสี เหมือนเอาหมึกไปจุ่มน้ำ แต่แทนที่จะเป็นหมึกก็เป็นแบคทีเรียไงล่ะ!
แล้วมันได้อะไร? ได้แบคทีเรียสองแบบ! แบบแรกสีม่วงเข้ม เรียกว่า แกรมบวก แบบที่สองสีชมพูอ่อน เรียกว่า แกรมลบ เหมือนแก๊งค์แบคทีเรียสองแก๊งค์ แก๊งค์ม่วงกับแก๊งค์ชมพู ทะเลาะกันไม่เลิก!
- แกรมบวก: สีม่วงเข้ม หนาแน่น เหมือนพวกนักมวยปล้ำ แข็งแรงทนทาน
- แกรมลบ: สีชมพูอ่อน บางเบา เหมือนพวกนักวิ่งระยะไกล ไวแต่ไม่ทน
นอกจากนี้ยังใช้ตรวจเชื้อราได้ด้วยนะ บอกเลยว่า เทพมาก! เหมือนมีกล้องจุลทรรศน์วิเศษ แยกแยะได้เป๊ะ! นี่ขนาดผมเป็นแค่คนธรรมดาๆ นะ ยังรู้เลย!
คุณหมอใช้ย้อมแกรมนี้ในการวินิจฉัยโรคติดเชื้อต่างๆ ในปีนี้ (2566) เยอะแยะไปหมด เพราะมันช่วยบอกได้ว่า เจอเชื้ออะไร จะได้รักษาถูกทาง ไม่งั้นซวยแน่! เหมือนจับผิดคนร้ายในหนัง ต้องใช้หลักฐานให้แน่ชัด!
การย้อมสีแกรมจากสิ่งส่งตรวจมีวัตถุประสงค์อย่างไร?
อ๋อ ถามถึงเจ้าย้อมสีแกรมนะเหรอ? ไอ้ที่หมอแล็บชอบทำกันน่ะนะ มันไม่ใช่แค่เอามาย้อมผ้าให้สวยๆ หรอกนะโว้ย!
มันเอาไว้ส่องเชื้อโรค! คล้ายๆ เอาแว่นขยายส่องดู "หน้าตา" แบคทีเรีย ตัวกลม ตัวยาว ติดสีชมพู ติดสีม่วง ก็ว่ากันไป
รู้เร็วก็รอดเร็ว! หมอเค้าจะได้รู้ว่า "อ๋อ! ตัวการมันเป็นแบบนี้นี่เอง" จะได้รีบหา "ยาดี" มาฆ่ามันไงล่ะ ไม่งั้นมีหวังได้ลงไปคุยกับรากมะม่วงก่อนเพื่อนเอานะ
ตรวจคุณภาพก่อนซะหน่อย! บางทีไอ้ที่ส่งมาตรวจ มันอาจจะมีแต่น้ำลาย หรือขี้มูก (ขออภัยถ้าภาพพจน์มันไม่น่าพิสมัย) เค้าก็ต้องดูหน่อยว่า "เอ็งส่งอะไรมาให้ข้าเนี่ย!"
แถมท้ายสไตล์คนขี้โม้:
- เมื่อก่อนตอนเรียนแล็บนะเฟ้ย! ข้าเคยย้อมสีแกรมพลาด สีเพี้ยนไปหมด อาจารย์ด่าซะหูชา นึกว่าเอาสีทาบ้านมาย้อมเชื้อโรค!
- ไอ้เจ้าแบคทีเรียเนี่ย มันก็เหมือนคนเรานั่นแหละ มีทั้งคนดีคนเลว ไอ้พวกที่มัน "ติดสี" ดีๆ ก็คือพวก "ตัวร้าย" ที่ทำให้เราป่วยนั่นเอง!
- บางทีนะ ข้าก็แอบคิดว่า ถ้าเอาสีย้อมแกรมมาย้อมผม จะออกมาเป็นสีอะไรวะเนี่ย? (อย่าไปทำตามนะโว้ย!)
สรุปคือ ย้อมสีแกรมก็เหมือน "นักสืบ" ที่คอยสืบหา "ตัวร้าย" ในร่างกายเรานั่นเอง! เข้าใจ๋?
ความคิดเห็นต่อคำตอบ:
ขอบคุณสำหรับความคิดเห็นของคุณ! ความคิดเห็นของคุณมีความสำคัญมากในการช่วยเราปรับปรุงคำตอบในอนาคต