ไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ A ติดแล้วติดอีกได้ไหม

0 ครั้งเข้าชม
การฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่ประจำปี ไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ a ติดแล้วติดอีกได้ไหม สามารถลดอัตราการป่วยหนักและการเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลได้ถึง 40-60%. วัคซีนถูกออกแบบมาให้อัปเดตตามสายพันธุ์ที่คาดว่าจะระบาดในแต่ละปี.
ความคิดเห็น 0 ครั้งถูกใจ

[Keyword]? อัตราการป่วยหนักและวิธีป้องกันซ้ำ

การป้องกันตัวเองจากอาการป่วยหนักและการนอนซมด้วยไข้สูงเป็นสิ่งสำคัญสำหรับทุกคน. การทำความเข้าใจแนวทางการดูแลและฉีดวัคซีนประจำปีช่วยลดความเสี่ยงและผลกระทบต่อสุขภาพได้อย่างมีประสิทธิภาพโดยไม่ต้องกังวล.

ไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ A ติดแล้วติดอีกได้ไหม

ไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ a ติดแล้วติดอีกได้ไหม สามารถติดซ้ำได้อีกอย่างแน่นอน เนื่องจากเชื้อไวรัสนี้มีหลายสายพันธุ์ย่อย เช่น H1N1 และ H3N2 และมีการกลายพันธุ์อยู่ตลอดเวลา นอกจากนี้ภูมิคุ้มกันที่เกิดขึ้นหลังหายป่วยจะค่อยๆ ลดลงเมื่อเวลาผ่านไป 6-12 เดือน

หลายคนมักมีความเชื่อว่าเมื่อเคยป่วยเป็นไข้หวัดใหญ่แล้ว ร่างกายจะมีภูมิคุ้มกันไปตลอดชีวิตเหมือนโรคบางชนิด พูดกันตามตรง มันไม่ใช่อย่างนั้นเลยครับ ผมเคยเห็นผู้ป่วยกลับมาแอดมิทด้วยโรคเดิมในเวลาไม่ถึง 8 เดือนมาแล้ว ภูมิคุ้มกันตามธรรมชาติไม่ได้อยู่ตลอดไป มันลดลงเรื่อยๆ เกมโอเวอร์ คุณก็กลับมาป่วยได้อีก ผู้ที่เคยติดเชื้อจะมีภูมิคุ้มกันที่แข็งแรงเพียงช่วงระยะเวลาจำกัดเท่านั้น โดยความเสี่ยงในการติดเชื้อซ้ำจะเพิ่มขึ้นขึ้นอยู่กับสายพันธุ์ที่ระบาดในปีนั้นๆ [1]

การเข้าใจกลไกของร่างกายและไวรัสเป็นก้าวแรกที่สำคัญ แต่มีข้อผิดพลาดร้ายแรงอย่างหนึ่งที่คนกว่า 80% มองข้ามเวลาพยายามป้องกันตัวเอง - ผมจะอธิบายเรื่องนี้ในส่วนของข้อผิดพลาดในการป้องกันโรคด้านล่าง

ทำไมถึงติดไข้หวัดใหญ่ซ้ำ สาเหตุหลักที่ควรรู้

ไวรัสไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ A เป็นเชื้อโรคที่มีความฉลาดและปรับตัวเก่งมาก มันเปลี่ยนหน้าตาตัวเองไปเรื่อยๆ เพื่อหลบเลี่ยงระบบภูมิคุ้มกันของเรา สมมติว่าปีนี้คุณติดเชื้อสายพันธุ์ H1N1 ร่างกายจะจดจำและสร้างภูมิต้านทานต่อไวรัสรูปแบบนี้ไว้ แต่ในปีถัดไป ไวรัสอาจมีการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างโปรตีนบนพื้นผิวเล็กน้อย หรือคุณอาจบังเอิญไปรับเชื้อสายพันธุ์ย่อย H3N2 เข้ามาแทน

เมื่อหน้าตาของไวรัสเปลี่ยนไป ภูมิคุ้มกันเดิมจึงจำไม่ได้ ฟังดูน่าหงุดหงิดใช่ไหมครับ ผมเองก็เคยคิดว่าร่างกายเราน่าจะฉลาดพอที่จะจัดการได้ทั้งหมด แต่ในความเป็นจริง การกลายพันธุ์ที่เกิดขึ้นตลอดเวลาทำให้แอนติบอดีที่เรามีอยู่ไม่สามารถจับกับเชื้อไวรัสตัวใหม่ได้อย่างสมบูรณ์ สิ่งนี้อธิบายได้อย่างชัดเจนว่าทำไมการติดเชื้อครั้งเดียวจึงไม่เพียงพอที่จะปกป้องคุณไปตลอดชีวิต

ปัจจัยด้านภูมิคุ้มกันที่ถดถอย

นอกจากความเก่งกาจของไวรัสแล้ว ปัญหาอีกส่วนหนึ่งมาจากร่างกายของเราเอง แอนติบอดีที่สร้างขึ้นหลังจากการติดเชื้อตามธรรมชาติมีอายุจำกัด ยิ่งเวลาผ่านไป ระดับความคุ้มกันในเลือดก็จะยิ่งลดต่ำลง ในกลุ่มผู้สูงอายุหรือผู้ที่มีโรคประจำตัว ไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ a ติดซ้ำได้หรือเปล่า อาจเกิดขึ้นได้ง่ายขึ้นเพราะภูมิคุ้มกันอาจลดลงอย่างมากภายในไม่กี่เดือนหลังจากการติดเชื้อครั้งแรก [2]

นี่คือเหตุผลที่แพทย์มักแนะนำให้กลุ่มเสี่ยงต้องระมัดระวังตัวเป็นพิเศษ แม้ว่าจะเพิ่งหายป่วยมาไม่นานก็ตาม การรักษาสุขภาพพื้นฐานให้แข็งแรงด้วยการนอนหลับให้เพียงพอและรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ จึงเป็นตัวช่วยประคองระดับภูมิคุ้มกันไม่ให้ตกเร็วจนเกินไป

วิธีป้องกันไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ A อย่างยั่งยืน

เรามาเข้าเรื่องสำคัญกันดีกว่า จะป้องกันตัวเองอย่างไรไม่ให้ต้องกลับไปนอนซมด้วยไข้ 39 องศาเซลเซียสอีกรอบ? อย่างแรกและสำคัญที่สุดคือการรับวัคซีน วิธีป้องกันไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ a ที่มีประสิทธิภาพสูงสุดคือการฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่ประจำปี สามารถลดอัตราการป่วยหนักและการเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลได้ถึง 40-60% [3] วัคซีนถูกออกแบบมาให้อัปเดตตามสายพันธุ์ที่คาดว่าจะระบาดในแต่ละปี

ตอนที่ผมเริ่มศึกษาเรื่องนี้อย่างจริงจัง ผมพบว่าหลายคนกลัวผลข้างเคียงของวัคซีนมากกว่าตัวโรคเสียอีก อาการปวดแขนหรือไข้ต่ำๆ 1-2 วันหลังฉีดวัคซีนนั้น เทียบไม่ได้เลยกับความทรมานจากการติดเชื้อไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ A ของจริง การลงทุนเวลาเพียง 15 นาทีที่คลินิกแลกกับความปลอดภัยตลอดฤดูฝน ถือเป็นการตัดสินใจที่คุ้มค่ามาก

ข้อผิดพลาดในการป้องกันโรคที่หลายคนมองข้าม

นี่คือข้อผิดพลาดที่ผมพูดถึงก่อนหน้านี้: การคิดว่าหน้ากากอนามัยและการล้างมือไม่จำเป็นอีกต่อไปถ้าฉีดวัคซีนแล้ว ผิดถนัด วัคซีนช่วยลดความรุนแรงของโรคจากภายใน แต่หน้ากากอนามัยคือเกราะป้องกันด่านแรกที่กันไม่ให้ละอองฝอยเข้าสู่ระบบทางเดินหายใจตั้งแต่ต้น

โดยเฉพาะเวลาที่คุณต้องเดินทางด้วยรถไฟฟ้าหรืออยู่ในห้องประชุมที่อากาศไม่ถ่ายเท เป็นไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ a แล้วเป็นอีกได้ไหม คำตอบคือเป็นได้ถ้าคุณไม่ระวัง การใส่หน้ากากอนามัยอย่างถูกต้องสามารถลดความเสี่ยงในการรับเชื้อไวรัสทางอากาศได้อย่างมีนัยสำคัญ[4] ผมเคยทำพลาดเรื่องนี้มาแล้ว คิดว่าตัวเองแข็งแรงและฉีดวัคซีนแล้วจึงเดินถอดหน้ากากในที่แออัด ผลสรุปคือติดเชื้อไข้หวัดใหญ่จนต้องกักตัวเสียงานเสียการไปหลายวัน บางครั้งสิ่งพื้นฐานที่สุดกลับเป็นสิ่งที่ปกป้องเราได้ดีที่สุด

เปรียบเทียบวิธีสร้างภูมิคุ้มกันป้องกันไข้หวัดใหญ่

หลายคนลังเลว่าจะปล่อยให้ร่างกายสร้างภูมิคุ้มกันเองตามธรรมชาติเมื่อป่วย หรือจะเลือกฉีดวัคซีนป้องกันล่วงหน้าดี นี่คือการเปรียบเทียบเพื่อให้เห็นภาพชัดเจน

ภูมิคุ้มกันจากการติดเชื้อตามธรรมชาติ

สูง ต้องเสียค่ารักษาพยาบาล ค่ายา และสูญเสียรายได้จากการหยุดงาน

ป้องกันได้เฉพาะสายพันธุ์ย่อยที่เพิ่งติดเชื้อมาเท่านั้น ไม่ครอบคลุมสายพันธุ์อื่น

สูงมากในช่วงแรก แต่จะลดลงอย่างรวดเร็วหลังผ่านไป 6 เดือน

สูงมาก ต้องแลกมาด้วยอาการป่วยรุนแรง และอาจเกิดภาวะแทรกซ้อนเช่นปอดอักเสบ

ภูมิคุ้มกันจากการฉีดวัคซีนประจำปี (แนะนำ) ⭐

ต่ำและคุ้มค่า เป็นการจ่ายเงินหลักร้อยเพื่อป้องกันความสูญเสียหลักหมื่น

ครอบคลุมไวรัสไข้หวัดใหญ่ 3-4 สายพันธุ์ในเข็มเดียว (รวมทั้งชนิด A และ B)

รักษาระดับภูมิคุ้มกันได้คงที่ตลอดฤดูกาลระบาด ลดความรุนแรงของโรคได้ 40-60%

ต่ำมาก ผลข้างเคียงมักมีเพียงอาการปวดบริเวณที่ฉีดหรือมีไข้ต่ำๆ ซึ่งหายได้เองใน 1-2 วัน

การเลือกฉีดวัคซีนเป็นทางเลือกที่ชาญฉลาดกว่าอย่างเห็นได้ชัด การหวังพึ่งภูมิคุ้มกันจากการป่วยจริงมีความเสี่ยงสูงและไม่ยั่งยืน เนื่องจากคุณไม่สามารถคาดเดาความรุนแรงของโรคในแต่ละครั้งได้เลย

ประสบการณ์ติดเชื้อซ้ำซ้อนของกานต์ พนักงานออฟฟิศ

กานต์ พนักงานบัญชีวัย 32 ปีในกรุงเทพฯ เคยป่วยเป็นไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ A เมื่อเดือนมกราคม เธอต้องลางาน 5 วันและทรมานกับอาการปวดกล้ามเนื้ออย่างหนัก กานต์เชื่อว่าร่างกายเธอสร้างภูมิคุ้มกันที่แข็งแกร่งแล้ว จึงละเลยการฉีดวัคซีนประจำปีและเลิกใส่หน้ากากอนามัยเวลาขึ้นรถไฟฟ้า

แปดเดือนต่อมาในช่วงปลายฤดูฝน กานต์เริ่มมีอาการหนาวสั่น ไข้ขึ้นสูง และไอแห้งๆ อีกครั้ง เมื่อไปพบแพทย์และตรวจเชื้อ ผลปรากฏว่าเป็นบวกอีกรอบ เธอรู้สึกหงุดหงิดและไม่เข้าใจว่าทำไมถึงติดโรคเดิมได้ในเวลาไม่ถึงปี ทั้งที่เธอมั่นใจในภูมิคุ้มกันของตัวเองมาก

แพทย์อธิบายว่าครั้งแรกเธอติดเชื้อสายพันธุ์ย่อย H1N1 แต่ครั้งนี้เป็นสายพันธุ์ H3N2 ประกอบกับภูมิคุ้มกันเดิมที่ลดต่ำลงตามกาลเวลา ทำให้เชื้อใหม่สามารถโจมตีร่างกายได้ กานต์ต้องเสียค่ารักษาพยาบาลอีกรอบและพลาดการพรีเซนต์งานสำคัญที่บริษัท

บทเรียนครั้งนี้ทำให้กานต์เปลี่ยนพฤติกรรมทันที เธอตั้งเตือนในโทรศัพท์เพื่อฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่ทุกๆ เดือนมิถุนายน และพกเจลล้างมือติดกระเป๋าเสมอ ผลลัพธ์คือตลอด 2 ปีที่ผ่านมา เธอไม่เคยต้องลางานเพราะป่วยหนักด้วยโรคระบบทางเดินหายใจอีกเลย

คำแนะนำที่เป็นประโยชน์

การติดเชื้อซ้ำคือเรื่องจริงที่เกิดขึ้นได้

ภูมิคุ้มกันตามธรรมชาติมีอายุจำกัดเพียง 6-12 เดือน และไวรัสไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ A มีการกลายพันธุ์อยู่ตลอดเวลา ทำให้คุณเสี่ยงต่อการติดเชื้อซ้ำได้เสมอ

วัคซีนประจำปีคือเกราะป้องกันหลัก

การฉีดวัคซีนอย่างต่อเนื่องทุกปีสามารถลดความเสี่ยงในการป่วยหนักและการเข้ารักษาในโรงพยาบาลได้ประมาณ 40-60% ถือเป็นการลงทุนเพื่อสุขภาพที่คุ้มค่า

อย่าละเลยสุขอนามัยพื้นฐานเด็ดขาด

การสวมหน้ากากอนามัยอย่างถูกวิธีในพื้นที่เสี่ยง สามารถช่วยลดโอกาสรับเชื้อผ่านละอองฝอยในอากาศได้มากกว่า 50% แม้ว่าคุณจะได้รับวัคซีนแล้วก็ตาม

คำแนะนำอื่นๆ

เป็นไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ a แล้วเป็นอีกได้ไหม?

เป็นซ้ำได้แน่นอนครับ ภูมิคุ้มกันที่เกิดขึ้นหลังจากการหายป่วยจะค่อยๆ ลดลงเมื่อเวลาผ่านไปประมาณ 6-12 เดือน ยิ่งไปกว่านั้น ไวรัสยังมีหลายสายพันธุ์ย่อย หากคุณไปสัมผัสกับเชื้อสายพันธุ์ใหม่ ร่างกายก็สามารถติดเชื้อซ้ำได้

ทำไมถึงติดไข้หวัดใหญ่ซ้ำทั้งที่เพิ่งหาย?

สาเหตุหลักคือไวรัสมีการกลายพันธุ์และมีสายพันธุ์ย่อยที่แตกต่างกัน เช่น H1N1 และ H3N2 ภูมิคุ้มกันที่คุณมีจากสายพันธุ์หนึ่ง อาจไม่สามารถป้องกันสายพันธุ์อื่นได้อย่างสมบูรณ์ ประกอบกับระดับภูมิคุ้มกันในเลือดที่ลดต่ำลงเมื่อเวลาผ่านไป

วิธีป้องกันไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ a ที่ดีที่สุดคืออะไร?

วิธีที่ดีที่สุดคือการฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่เป็นประจำทุกปี ควบคู่ไปกับการรักษาสุขอนามัยพื้นฐาน เช่น ล้างมือด้วยสบู่บ่อยๆ และสวมหน้ากากอนามัยเมื่อต้องเข้าไปในพื้นที่แออัดหรืออากาศไม่ถ่ายเท

หากคุณสงสัยว่าภูมิคุ้มกันของเราอยู่ได้นานแค่ไหน สามารถศึกษาเพิ่มเติมได้ที่ ไข้หวัดใหญ่มีภูมิกี่เดือน

การอ้างอิงไขว้

  • [1] Pmc - ผู้ที่เคยติดเชื้อจะมีภูมิคุ้มกันที่แข็งแรงเพียงช่วงระยะเวลาจำกัดเท่านั้น โดยความเสี่ยงในการติดเชื้อซ้ำจะเพิ่มขึ้นขึ้นอยู่กับสายพันธุ์ที่ระบาดในปีนั้นๆ
  • [2] Cdc - ในกลุ่มผู้สูงอายุหรือผู้ที่มีโรคประจำตัว ภูมิคุ้มกันอาจลดลงอย่างมากภายในไม่กี่เดือนหลังจากการติดเชื้อครั้งแรก
  • [3] Cdc - การฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่ประจำปีสามารถลดอัตราการป่วยหนักและการเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลได้ถึง 40-60%
  • [4] Nature - การใส่หน้ากากอนามัยอย่างถูกต้องสามารถลดความเสี่ยงในการรับเชื้อไวรัสทางอากาศได้อย่างมีนัยสำคัญ