Post op Care มีอะไรบ้าง
การดูแลหลังผ่าตัดที่บ้าน ควรปฏิบัติตัวอย่างไรให้ฟื้นตัวไว?
อืม... เรื่องดูแลตัวเองหลังผ่าตัดที่บ้านนะ โห พูดแล้วยังรู้สึกเลยว่ามันยากกว่าที่คิดเยอะเลยนะ ตอนนั้นที่ต้องผ่าไส้ติ่ง จำได้เลยว่าออกจากโรงพยาบาลศิริราชมาช่วงปลายเดือนมีนาคม 2565 นะ พอถึงบ้านแล้วมันแบบ... งงไปหมดเลยอ่ะ จะลุก จะนั่งยังไงก็เจ็บไปหมด มันไม่ใช่แค่เรื่องแผล แต่ทั้งตัวมันเพลียไปหมดเลยจริง ๆ
ก่อนหน้านั้นน่ะ ตอนที่รู้ว่าต้องผ่าตัดนะ โอ้โห นี่ก็อีกเรื่อง คือมันวุ่นวายสุดๆ เลยนะ ไม่ใช่แค่ต้องเซ็นเอกสารยินยอมเยอะแยะไปหมด เหมือนจะบอกว่าถ้าเกิดอะไรขึ้นฉันรับผิดชอบเองนะ อะไรแบบนั้น คือมันก็เข้าใจแหละ แต่มันก็กลัวไง เอกสารกองโตเลย แล้วยังต้องไปเจาะเลือด ตรวจคลื่นหัวใจ ฟังปอดอีกหลายรอบ เหมือนตรวจสุขภาพใหญ่ไปเลยอ่ะนะ แต่ละขั้นตอนก็คือรอคิวนานมาก จำได้เลยว่าวันนั้นที่โรงพยาบาลแถวอนุสาวรีย์ฯ กว่าจะเสร็จทุกอย่างก็บ่ายแก่ ๆ แล้ว
พอกลับมาบ้านน่ะ สิ่งที่สำคัญจริง ๆ เลยนะสำหรับฉันก็คือการพักผ่อนให้เยอะ ๆ แบบมากๆ พยายามอย่าขยับตัวเยอะเกินไป เพราะแผลมันตึงมากเลย อาหารก็ต้องเป็นพวกอ่อน ๆ คุณแม่ทำข้าวต้มให้กินตลอดเกือบสองอาทิตย์เลยนะ ตอนเช้าก็จะมีน้ำใบบัวบกที่ปั่นเองเลย คือแม่บอกว่าช่วยลดบวม ลดช้ำได้ดี คือก็ไม่รู้จริงรึเปล่าหรอกนะ แต่ก็กินไปเพราะแม่อยากให้หายไวๆ น้ำหนักลดไปตั้ง 2-3 โลเลยช่วงนั้น คือมันกินไม่ค่อยลงด้วยแหละ
เดินนะ คือตอนแรกมันทรมานมากเลยนะ จะเข้าห้องน้ำทีก็คือต้องจับนู่นจับนี่ตลอดเวลา กลัวล้ม กลัวแผลปริ ก็พยายามเดินให้ได้นิดหน่อยในแต่ละวัน แบบว่าเดินไปหน้าบ้าน แล้วก็กลับเข้ามา แบบช้าๆ นะ คือคุณหมอบอกให้เดินบ้างนิดหน่อยจะได้ไม่ติดเตียง แต่ก็กลัวไง กลัวเจ็บเพิ่ม ตอนนั้นคิดว่า เออ ถ้าไม่เดินเลยมันจะฟื้นช้ากว่าเดิมไหมนะ ก็เลยค่อยๆ ฝืนทำเอา แบบบางทีก็มีหงุดหงิดตัวเองนิดหน่อยนะ ทำไมมันไม่หายเจ็บสักทีวะ
ทำไมหลังผ่าตัดต้องนอนราบ
หลังผ่าตัดเสริมหน้าอกนะ... เค้าให้เรานอนราบๆ อ่ะ... มันก็ช่วยเรื่องแผลนะ... จริงๆ มันเหมือนให้ร่างกายมันได้พัก... แล้วก็เลือดมันจะได้ไหลเวียนดีๆ... ไม่ไปกดทับแผลมากเกินไป... ให้แผลได้มีเวลาพักฟื้น... แบบนี้แผลมันก็จะได้หายเร็วขึ้น... แล้วก็ไม่ค่อยมีปัญหาตามมาด้วย... อย่างพวกติดเชื้ออะไรพวกนี้... มันก็จะน้อยลง...
- การนอนราบช่วยลดแรงกดทับที่แผล: เวลาเรานอนราบ สมองส่วนหน้าเราไม่จำเป็นต้องทำงานหนักในการควบคุมการไหลเวียนเลือดไปเลี้ยงสมองเหมือนเวลาที่เรายืนหรือนั่ง แรงดันเลือดก็จะลดลงไปที่บริเวณหน้าอก ส่งผลให้แผลผ่าตัดได้รับแรงกดน้อยลง
- ส่งเสริมการไหลเวียนเลือด: เมื่อร่างกายอยู่ในท่าราบ การไหลเวียนเลือดจะสะดวกมากขึ้น เลือดสามารถลำเลียงสารอาหารและออกซิเจนไปยังบริเวณแผลผ่าตัดได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งจำเป็นต่อกระบวนการซ่อมแซมเนื้อเยื่อ
- ลดความเสี่ยงภาวะแทรกซ้อน: การนอนราบยังช่วยลดความเสี่ยงของการเกิดภาวะแทรกซ้อน เช่น เลือดคั่ง หรือการเคลื่อนที่ของซิลิโคน (หากเป็นการเสริมหน้าอก) และช่วยป้องกันการอักเสบของแผล
การดูแลตัวเองหลังผ่าตัดเสริมหน้าอกเพื่อการฟื้นฟูที่รวดเร็ว
- นอนในท่าที่เหมาะสม: นอกจากการนอนราบแล้ว การใช้หมอนรองเพื่อยกศีรษะเล็กน้อยอาจช่วยให้หายใจสะดวกขึ้น แต่ต้องปรึกษาแพทย์เรื่องท่าที่เหมาะสมที่สุดสำหรับคุณ
- ปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด: รวมถึงการทานยาตามที่สั่ง การดูแลแผล และการจำกัดกิจกรรมต่างๆ
- หลีกเลี่ยงกิจกรรมที่ต้องออกแรงมาก: โดยเฉพาะในช่วงสัปดาห์แรกๆ หลังผ่าตัด เพื่อป้องกันไม่ให้แผลกระทบกระเทือน
- สวมใส่ชุดชั้นในพยุงเต้านม: ตามที่แพทย์แนะนำ เพื่อช่วยประคองและลดการเคลื่อนไหวของหน้าอก
ทำไมบล็อคหลังแล้วต้องนอนราบ
ก็... ตอนที่พี่สาวผ่าตัดคลอดลูกชายคนแรกที่โรงพยาบาลแถวบ้านน่ะ ประมาณปี 2562 ได้มั้ง หมอให้บล็อกหลัง (Epidural) ตอนแรกก็กลัวๆ นะ เห็นเขาเข็มยาวๆ จัง แต่พอทำเสร็จ ไม่ปวดเลยเว้ย! คือรู้สึกชาๆ ขาขยับไม่ได้เหมือนขาเราไม่ใช่ของเรา 555
พอหลังผ่าตัดเสร็จ พยาบาลก็บอกให้ นอนราบ เลย ห้ามลุก ห้ามขยับตัวเยอะๆ พยายามนอนนิ่งๆ ไว้ พี่สาวบอกว่ารู้สึกเหมือนขาหนักๆ ขยับไม่ได้จริงๆ แล้วก็มีอาการเหมือนจะหน้ามืดๆ เบาๆ นิดหน่อย พยาบาลก็คอยวัดความดันตลอด
ที่ต้องนอนราบเนี่ย หมออธิบายว่า ยาชาที่ฉีดเข้าโพรงกระดูกสันหลังมันยังออกฤทธิ์อยู่ ทำให้เราไม่รู้สึกปวดแผลจริงๆ จังๆ แล้วก็ขยับขาไม่ได้เหมือนที่บอกไปนั่นแหละ
อีกอย่างที่สำคัญคือ ระบบประสาทที่ควบคุมเส้นเลือดมันจะโดนกดด้วย ทำให้อาจจะมีอาการ ความดันเลือดต่ำ ได้ ซึ่งอันตรายนะ ถ้าเราลุกไวๆ หรือขยับตัวแรงๆ อาจจะหน้ามืด เป็นลม หรือมีปัญหาเรื่องเลือดไปเลี้ยงสมอง
แล้วที่ต้องหนุนหมอนหลังด้วย ก็เพื่อให้ยาชา กระจายตัวได้ดี และ ป้องกันการกดทับเส้นประสาท ด้วย
- ยาชาออกฤทธิ์: ทำให้ไม่ปวดแผล และขยับขาไม่ได้
- ระบบประสาทอัตโนมัติโดนกด: อาจทำให้ความดันโลหิตต่ำ
- นอนราบ: ช่วยลดความเสี่ยงจากความดันต่ำ และป้องกันการกดทับเส้นประสาท
- หนุนหมอนหลัง: ช่วยให้ยาชาออกฤทธิ์ทั่วถึง และป้องกันการบาดเจ็บ
สรุปคือ เพื่อความปลอดภัยของเราเองนั่นแหละ ต้องเชื่อหมอ พยาบาลนะ!
บล็อกหลังทำไมต้องนอนราบ
บล็อกหลัง ทำไมต้องนอนราบ? เข้าใจง่ายๆ สไตล์บ้านๆ!
ก็อย่างที่หมอเขาบอกแหละครับ เวลาฉีดยาชาเข้าไขสันหลังเนี่ย คุณหมอมักจะให้เรานอนแผ่หรา ราวกับจะไปอาบแดด หรือไม่ก็ตะแคงข้างเหมือนกุ้งแห้ง จะนานแค่ไหนน่ะเหรอ? ก็ราวๆ 5-20 นาทีนะ กว่ายาจะออกฤทธิ์เต็มที่ เหมือนรอกินหมูกระทะที่ต้องรอไฟติดก่อนอะแหละ
พอหายาชาออกฤทธิ์แล้วนะ ขาคุณเอ๊ย จะเริ่มจากชาๆ ค่อยๆ กลายเป็นหมดแรง ยวบยาบเหมือนเส้นสปาเก็ตตี้ลวก ไม่ต้องหวังขยับเขยื้อนอะไรได้เลย หรือไอ้ตรงเอวลงไปเนี่ย เจ็บก็ไม่รู้สึกแล้ว เหมือนโดนตัดขาดจากระบบประสาทไปเลยว่ะ
เหตุผลเบื้องหลังอาการ "นอนแผ่" แบบนี้:
- ป้องกันน้ำไขสันหลังรั่ว: ลองนึกภาพว่ารูที่เจาะไปมันเหมือนรูเล็กๆ บนลูกโป่ง ถ้าเราลุกเร็วไป น้ำใสๆ ที่อยู่รอบไขสันหลัง (เหมือนน้ำหล่อลื่น) มันอาจจะไหลออกมาทางรูนั้นได้เยอะเกินไป ทำให้ปวดหัวตึ้บๆ เหมือนหัวจะระเบิดได้เลยนะ! การนอนราบจะช่วยปิดรูนั้นไว้ให้สนิท โอกาสรั่วก็น้อยลงหน่อย
- ยาจะได้กระจายทั่วถึง: ยาชาที่ฉีดเข้าไปเนี่ย มันต้องไปเคลือบๆ ตรงเส้นประสาทแถวไขสันหลังให้ทั่วถึงก่อนถึงจะออกฤทธิ์ได้ดี ถ้าเรานอนราบ มันก็เหมือนเทน้ำลงบนพื้นเรียบๆ น้ำมันก็จะไหลแผ่ออกไปได้ดีกว่าการไปยืนทำท่าพิสดารอะนะ
- ลดอาการแทรกซ้อน: การนอนราบเนี่ย เป็นวิธีที่ง่ายที่สุดแล้วที่จะช่วยลดโอกาสเกิดอาการข้างเคียงที่ไม่พึงประสงค์อื่นๆ ด้วย อย่างที่บอกไปว่าถ้ามันรั่วเยอะๆ ก็ปวดหัว หรือบางทีอาจจะมีอาการคลื่นไส้ อาเจียน เกิดขึ้นได้อีก
ข้อมูลเพิ่มเติมแบบเจาะลึก (นิดหน่อย):
- น้ำไขสันหลัง (Cerebrospinal Fluid - CSF): ของเหลวใสๆ ที่คอยปกป้องสมองและไขสันหลังของเรา มีหน้าที่เหมือนเบาะรองรับแรงกระแทก และช่วยในการขนส่งสารอาหารต่างๆ
- การเจาะไขสันหลัง (Spinal Tap / Lumbar Puncture): เป็นหัตถการทางการแพทย์ที่แพทย์จะใช้เข็มเล็กๆ สอดเข้าไปในช่องระหว่างกระดูกสันหลัง เพื่อเก็บตัวอย่างน้ำไขสันหลัง หรือฉีดยาชาเข้าไขสันหลัง
- ภาวะปวดศีรษะหลังเจาะไขสันหลัง (Post-dural puncture headache - PDPH): เป็นภาวะที่พบได้เมื่อน้ำไขสันหลังรั่วออกไปมากเกินไป ทำให้ความดันในโพรงกะโหลกศีรษะลดลง ส่งผลให้เกิดอาการปวดศีรษะ โดยเฉพาะเมื่อเปลี่ยนท่าทาง
บล็อกหลังต้องนอนราบกี่ชั่วโมง
บล็อกหลังนอนราบ 6 ชั่วโมง ก็พอแล้วนะ ถ้าหมอให้กินไรได้ ก็ซัดน้ำเยอะๆ เลย 2-3 ลิตร 2-3 วันอะ ทำไมต้องเยอะงี้? ป้องกันหัวปวดตุบๆ หลังบล็อกไง ถ้าปวดก็รีบบอกพยาบาลนะเว้ย
ข้อมูลเกี่ยวกับบล็อกหลัง:
- บล็อกหลัง (Spinal block) คือการฉีดยาชาเข้าทางไขสันหลังส่วนล่าง เพื่อระงับความรู้สึกปวดบริเวณนั้นๆ มักใช้กับการผ่าตัดช่วงล่างของร่างกาย เช่น ผ่าคลอด ผ่าตัดช่องท้องส่วนล่าง ผ่าตัดอวัยวะเพศ หรือผ่าตัดขา
- เหตุผลที่ต้องนอนราบ หลังฉีดบล็อกหลัง ก็เพื่อลดโอกาสที่น้ำไขสันหลังจะรั่วไหลออกมาจากตำแหน่งที่ฉีด ถ้ามันรั่วก็มีโอกาสเกิดอาการปวดศีรษะตามมาได้
- อาการปวดศีรษะหลังบล็อกหลัง (Postdural puncture headache) มักมีลักษณะปวดตุบๆ ที่ศีรษะ โดยเฉพาะเวลานั่งหรือยืน และมักจะดีขึ้นเมื่อนอนราบ เป็นอาการที่พบได้ แต่ก็มีวิธีจัดการ
- การดื่มน้ำมากๆ ช่วยชดเชยน้ำไขสันหลังที่อาจสูญเสียไป และช่วยลดความเข้มข้นของน้ำไขสันหลัง ทำให้แรงดันน้ำไขสันหลังกลับมาเป็นปกติเร็วขึ้น
- ความรุนแรงของอาการ และระยะเวลาในการนอนราบอาจแตกต่างกันไปตามแต่ละบุคคลและคำแนะนำของแพทย์แต่ละท่านนะ
ทำไมต้อง 6 ชั่วโมง?
- ตามมาตรฐานทั่วไป การนอนราบ 6 ชั่วโมงหลังฉีดบล็อกหลัง ถือเป็นระยะเวลาที่เพียงพอในการช่วยลดความเสี่ยงของการเกิดอาการปวดศีรษะจากการบล็อกหลังได้มากพอสมควร
- แต่มันก็มีกรณีที่หมออาจจะให้ปฏิบัติตัวแตกต่างไปจากนี้ได้ อันนี้ต้องแล้วแต่หมอเลยจริงๆ
เรื่องการดมยาสลบ:
- จริงๆ แล้วการดมยาสลบ (General anesthesia) กับบล็อกหลัง (Spinal block) มันคนละอย่างกันนะ แต่บางทีก็ใช้ร่วมกันได้
- การดมยาสลบคือการทำให้หลับ ไม่รู้สึกตัวอะไรเลย ส่วนบล็อกหลังคือชาเฉพาะที่ ไม่ได้หลับ
- ถ้าต้องดมยาสลบ ก็จะมีขั้นตอนการดูแลที่ต่างออกไปอีกนะ เช่น งดน้ำงดอาหารก่อนผ่าตัดนานกว่าบล็อกหลัง
นอนราบหลัง spinal block เพื่ออะไร
นอนราบ. เพื่อให้ยาเดินทาง.
แรงโน้มถ่วงควบคุมทุกอย่าง. ท่านอนของคุณคือการกำหนดพื้นที่. ยาต้องไปให้ถึงตำแหน่งที่ถูกต้อง. ในความเข้มข้นที่พอดี. ร่างกายส่วนล่างจะกลายเป็นของคนอื่นชั่วคราว. ไม่มีความรู้สึก. ไม่มีการควบคุม. นี่คือเป้าหมาย.
แรงโน้มถ่วงและยา. ยาชาที่ใช้ส่วนใหญ่หนักกว่าน้ำไขสันหลัง (Hyperbaric). มันจะไหลไปตามความลาดชัน. การนอนราบหรือตะแคงคือการควบคุมทิศทางการไหลของยาให้ครอบคลุมเส้นประสาทที่ต้องการ.
ป้องกันความดันตก. การบล็อกหลังส่งผลต่อระบบประสาทอัตโนมัติ. ความดันโลหิตอาจลดลงเฉียบพลัน. การนอนราบช่วยรักษาการไหลเวียนของเลือด ไปยังอวัยวะสำคัญ. โดยเฉพาะสมอง.
ลดโอกาสปวดหัว. หลังบล็อกอาจมีอาการปวดศีรษะที่เรียกว่า Post-Dural Puncture Headache (PDPH). เกิดจากการรั่วของน้ำไขสันหลัง. การนอนราบช่วยลดแรงกด. ลดการรั่ว. แม้ปัจจุบันจะไม่ได้บังคับให้นอนราบนานๆ เพื่อป้องกัน แต่ช่วงแรกยังจำเป็น.
เวลาเซ็ตตัว. ยาต้องการเวลาเพื่อจับกับเส้นประสาท. ประมาณ 5-20 นาที. เร่งไม่ได้. ทุกอย่างมีลำดับของมัน.
Spinal block นอนราบทำไม
นอนราบหลังทำ Spinal block เนี่ยนะ... เค้าบอกว่าให้ทำ 6-8 ชั่วโมง เพราะกลัวน้ำไขสันหลังมันรั่ว แล้วปวดหัวสุดๆ ไปเลย. พลิกตะแคงตัวเหมือนท่อนไม้ทุกๆ ชั่วโมงสองชั่วโมงนี่ก็สำคัญนะ จะได้ไม่กดทับที่เดิมนานเกินไป แล้วก็ช่วยให้ท้องไส้ทำงานดีขึ้น ไม่ท้องอืด.
- เรื่องปวดหัว นี่โคตรสำคัญเลยนะ ถ้าทำ Spinal block แล้วปวดหัวนี่ทรมานจริง ๆ.
- การพลิกตัว ก็เหมือนการซ้อมกล้ามเนื้อไปในตัวแหละมั้ง.
- เช็คอาการชา ก็ง่ายๆ ลองยกขาสองข้างดู ถ้ามันชาขึ้นมาสูงกว่าเอว… อืม... ก็ต้องรีบบอกหมอเลย ไม่งั้นอาจจะมีปัญหาตามมา.
จริงๆ แล้วไอ้การนอนราบเนี่ยมันมีเหตุผลหลายอย่าง ไม่ใช่แค่เรื่องน้ำไขสันหลังรั่วอย่างเดียว. มันเกี่ยวกับการไหลเวียนของเลือดด้วยนะ.
- ลดแรงกด: การนอนราบช่วยกระจายแรงกดไปทั่วร่างกาย ลดภาระต่อจุดใดจุดหนึ่ง.
- การฟื้นตัว: ช่วยให้ร่างกายได้พักผ่อนเต็มที่หลังการทำหัตถการ.
- ป้องกันลิ่มเลือด: การเคลื่อนไหวเล็กน้อยก็ช่วยป้องกันปัญหาลิ่มเลือดอุดตันได้.
เคยได้ยินมาว่าบางทีหมออาจจะให้ยาแก้ปวด หรือให้น้ำเกลือร่วมด้วยนะ. แล้วแต่กรณีไป.
ความคิดเห็นต่อคำตอบ:
ขอบคุณสำหรับความคิดเห็นของคุณ! ความคิดเห็นของคุณมีความสำคัญมากในการช่วยเราปรับปรุงคำตอบในอนาคต