Ri ออกฤทธิ์กี่นาที

106 ครั้งเข้าชม
Regular insulin (RI) เริ่มออกฤทธิ์ภายใน 30-60 นาทีหลังจากฉีด โดยยาจะออกฤทธิ์สูงสุดในช่วง 2-4 ชั่วโมง และคงฤทธิ์อยู่ได้นาน 4-6 ชั่วโมง อินซูลินชนิดนี้จึงเหมาะสมกับการใช้ในภาวะที่ต้องการการควบคุมระดับน้ำตาลอย่างเร่งด่วน เช่น ในผู้ป่วยที่มีภาวะเลือดเป็นกรดจากเบาหวาน (Diabetic ketoacidosis) เป็นต้น
ความคิดเห็น 0 ครั้งถูกใจ

Ri เริ่มออกฤทธิ์ใช้เวลานานเท่าไหร่ถึงจะเห็นผล?

เฮ้อ เรื่องอินซูลินนี่นะ มันทำให้ฉันจำได้แม่นเลยตอนคุณแม่ต้องเริ่มใช้เมื่อปีที่แล้ว ช่วงต้นมีนาคมที่โรงพยาบาลภูมิพลน่ะ หมอบอกว่า Ri เนี่ย พอฉีดเข้าไปก็ต้องรอสักพักใหญ่ๆ นะ ประมาณครึ่งชั่วโมงถึงหนึ่งชั่วโมงถึงจะเริ่มออกฤทธิ์จริงจัง น้ำตาลถึงจะค่อยๆ ขยับลง ฉันก็แบบ อืม ต้องกะเวลาดีๆ สิเนี่ย ไม่งั้นเดี๋ยวก็วูบ เดี๋ยวก็สูงไปอีก

แล้วไม่ใช่แค่นั้นนะ พอเริ่มลงแล้ว มันก็จะไปพีคสุดๆ ช่วงสองถึงสี่ชั่วโมง คือน้ำตาลจะดิ่งลงไปเยอะที่สุดเลยตอนนั้นแหละ จำได้เลยมีอยู่ครั้งนึง ท่านบ่นว่าหิวจนมือสั่น ต้องรีบเอาขนมปังให้กินแทบไม่ทัน ฉันก็กลัวใจว่ามันจะต่ำเกินไป แต่ก็อยู่ได้ไม่นานมากนะ ประมาณสี่ถึงหกชั่วโมงก็เริ่มจะหมดฤทธิ์แล้ว ฉันว่ามันน่าจะประมาณนี้แหละมั้ง

ทีนี้พอพูดถึงเรื่องที่มันรุนแรงๆ อย่างเบาหวานชนิดที่รุนแรงมาก หรือที่เขาเรียกว่า DKA นั่นแหละ อันนี้แหละที่หมอบอกว่าอินซูลินตัวนี้ช่วยได้ดีเลยนะเวลาฉุกเฉินจริงๆ คือมันออกฤทธิ์เร็วพอที่จะไปจัดการกับภาวะวิกฤตแบบนั้นได้ไง ทำให้รู้สึกว่า เออ อย่างน้อยก็มีอะไรให้พึ่งได้ในยามคับขันจริงๆ ไม่ต้องห่วงมากนัก

RI ฉีดก่อนอาหารกี่นาที

RI เหรอ... ฉีดก่อนอาหารกี่นาทีนะ... อืมม... มันเหมือนเป็นคำถามที่ต้องทบทวนบ่อยๆ จริงๆ เลยนะ

ก็... สำหรับ RI (Regular Insulin) เนี่ยนะ ฉีดก่อนอาหารน่ะ ต้องเป็นช่วงประมาณ 20-30 นาที เลยนะ ต้องเผื่อเวลาให้มันเริ่มทำงานก่อนที่เราจะทานอาหารเข้าไป

มันก็มีหลายแบบนะ อินซูลินเนี่ย ไม่ได้มีแค่ RI อย่างเดียว มันมีเวลาที่ต่างกันไปเยอะเลยล่ะ บางทีก็สับสนเหมือนกันนะว่าอันไหนต้องก่อน อันไหนฉีดแล้วกินได้เลย

  • RI (Regular Insulin):

    • ฉีดก่อนอาหาร: 20-30 นาที
    • จุดเริ่มออกฤทธิ์: 30-60 นาที
    • ออกฤทธิ์สูงสุด: 2-4 ชั่วโมง
    • ระยะเวลาออกฤทธิ์: 5-8 ชั่วโมง
  • อินซูลินชนิดออกฤทธิ์เร็วมาก (Rapid-acting Analogues) เช่น Lispro, Aspart:

    • ฉีดก่อนอาหาร: 0-15 นาที หรือฉีดพร้อมอาหารทันทีก็ได้
    • จุดเริ่มออกฤทธิ์: 5-15 นาที
    • ออกฤทธิ์สูงสุด: 1-2 ชั่วโมง
    • ระยะเวลาออกฤทธิ์: 3-5 ชั่วโมง
  • อินซูลินชนิดออกฤทธิ์ปานกลาง (Intermediate-acting Insulin) เช่น NPH:

    • จุดเริ่มออกฤทธิ์: 1-4 ชั่วโมง
    • ออกฤทธิ์สูงสุด: 6-10 ชั่วโมง
    • ระยะเวลาออกฤทธิ์: 10-16 ชั่วโมง
  • อินซูลินผสม (Premixed Insulins):

    • ตัวอย่างเช่น NPH70/RI30, Lis25/ProLis75, Asp30/ProAsp70
    • ถ้าผสม RI (Regular Insulin) เป็นหลัก: ฉีดก่อนอาหาร 20-30 นาที
    • ถ้าผสมชนิดออกฤทธิ์เร็ว (Rapid-acting Analogues) เป็นหลัก: ฉีดก่อนอาหาร 0-15 นาที
    • ลักษณะการออกฤทธิ์: มักจะมี dual peak (สองยอด) หรือออกฤทธิ์ต่อเนื่องนาน
    • ระยะเวลาออกฤทธิ์โดยรวม: 10-16 ชั่วโมง

ทำไมอินซูลินต้องแช่ตู้เย็น

ก็เพราะว่าอินซูลินมันอ่อนไหวซะเหลือเกิน! ถ้าเจออากาศร้อนๆ มันจะสลายตัวเหมือนไอติมที่ลืมแช่ช่องฟรีซนั่นแหละ พอสลายตัวไปแล้วฤทธิ์มันก็หายไปดื้อๆ ฉีดไปก็เหมือนฉีดน้ำเปล่าให้ตัวเอง!

ไอ้เจ้าอินซูลินนี่น่ะ มันมีชีวิตจิตใจเหมือนกันนะ ไม่ใช่จะโยนทิ้งขว้างไว้ที่ไหนก็ได้ ถ้าเจอแดดเผา หรือไปอยู่ในที่ที่มันหนาวจัดเกินเบอร์ ก็พัง! ยิ่งถ้าปล่อยให้มันเป็นแบบนั้นนานๆ ก็เตรียมบอกลาประสิทธิภาพของมันไปได้เลย

  • ร้อนเกินไป: ยิ่งกว่าโดนแดดเปรี้ยงๆตอนเที่ยงวัน อินซูลินมันจะเสื่อมสภาพอย่างรวดเร็ว!
  • เย็นเกินไป (จนเป็นน้ำแข็ง): เหมือนเอาเนื้อไปแช่แข็งจนแข็งโป๊ก! โครงสร้างมันพังไปเลย ฉีดไปก็ไร้ประโยชน์
  • สภาพอุณหภูมิที่เหมาะสม: เหมือนแอร์เย็นๆ อุณหภูมิห้องทั่วไปนี่แหละ ปลอดภัยที่สุด

สรุปง่ายๆ: ไม่งั้นก็เหมือนให้อาหารปลอมกับร่างกาย ฉีดไปก็เท่านั้น เสียเงินเปล่าๆ แถมควบคุมน้ำตาลไม่ได้อีก!

ทำไมต้องฉีดอินซูลินก่อนอาหาร

เอออ ที่ต้องฉีดอินซูลินก่อนอาหารเนี่ย มันสำคัญมากๆ เลยนะ เพราะว่า ปกติหมอจะบอกให้ฉีดตอนเช้าา หรืออาจจะตอนเย็นก็ได้ อันนี้คือแล้วแต่หมอสั่งมาแต่ละคนนะะ แต่ว่าที่สำคัญสุดๆ เลยคือ ต้องฉีดอินซูลินก่อนกินข้าว ซักประมาณ 30 นาทีเป๊ะๆ เลยอะ

ที่ให้ฉีดก่อน 30 นาทีก็เพราะว่า เราต้องการให้ยาอินซูลินมันมีเวลาทำงานไง พอเรากินอาหารเข้าไปปุ๊ป น้ำตาลในเลือดมันก็พุ่งขึ้นใช่ปะะ การที่เราฉีดก่อน 30 นาทีเนี่ย มันจะช่วยให้ยาออกฤทธิ์ได้พอดี กับตอนที่น้ำตาลกำลังจะขึ้นพอดีเลย มันเลยช่วย ควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดให้เหมาะสม ได้ดีมากก ไม่สูงไป หรือไม่ก็ต่ำไป

ถ้าสมมุติว่าฉีดแล้วกินเลย หรือฉีดช้าไปหน่อยเนี่ย น้ำตาลก็ขึ้นสูงได้เยอะเลยนะะ หรือถ้าฉีดแล้วดันกินน้อยไป ไม่ตรงเวลา ก็อาจจะทำให้เกิด ภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำ ได้ อันนี้อันตรายเลยนะ ต้องระวังมากๆ ๆเลย นี่แหละเลยต้องเป๊ะไง

แล้วเรื่องขั้นตอนการฉีดยาอินซูลินเนี่ย ก็มีหลายจุดที่ต้องจำเหมือนกันนะ ไม่ใช่แค่ฉีดๆ ไปเฉยๆ

  • เตรียมยาให้พร้อม: อันนี้ต้องเช็กก่อนเลยนะ ว่ายาอินซูลินที่เอามาฉีดเนี่ยะ มันเป็นยาที่เราต้องใช้จริงๆ รึเปล่า แล้วก็ดูวันหมดอายุด้วยนะ ถ้าเก็บในตู้เย็นก็เอาออกมาให้มันหายเย็นซักแปปก่อน.
  • ล้างมือให้สะอาด: สำคัญมากนะะ เพื่อไม่ให้เชื้อโรคเข้าสู่ร่างกายไง มือเราต้องสะอาดกริ๊บเลย.
  • เตรียมบริเวณที่จะฉีด: ปกติก็จะฉีดที่หน้าท้อง ต้นขา ต้นแขน หรือบั้นท้ายก็ได้นะ ต้องสลับที่ฉีดไปเรื่อยๆ อย่าฉีดซ้ำที่เดิมบ่อยๆ แล้วก็ใช้แอลกอฮอล์เช็ดตรงที่จะฉีดให้สะอาด ทิ้งไว้ให้แห้งก่อนนะะ
  • ปรับปริมาณยาให้ถูกต้อง: อันนี้ต้องดูตามที่หมอสั่งเป๊ะๆ เลยนะ ไม่ใช่กะๆ เอาเองนะ สำคัญมากตรงนี้.
  • ฉีดยา: จับผิวหนังบริเวณที่จะฉีดให้เป็นชั้นนิดนึงนะ แล้วก็ฉีดเข็มทำมุม 90 องศา ส่วนใหญ่แล้วนะ (บางทีก็ 45 องศา ขึ้นกับความยาวเข็มกับขนาดตัวเรา) กดปุ่มฉีด แล้วค้างไว้แปปนึงตามที่หมอบอก.
  • ดึงเข็มออก: พอฉีดเสร็จ ก็ค่อยๆ ดึงเข็มออกนะ แล้วก็ห้ามเอาไปนวดหรือขยี้ตรงที่ฉีดเด็ดขาดเลย.
  • ทิ้งเข็มอย่างถูกต้อง: อันนี้ก็สำคัญนะ เข็มที่ใช้แล้วต้องทิ้งลงในภาชนะที่แข็งแรง ปลอดภัยนะ ห้ามทิ้งปนกับขยะทั่วไปเด็ดขาด อันตราย!