Urine culture กี่วัน

107 ครั้งเข้าชม
การเพาะเชื้อปัสสาวะ: ระยะเวลา: ไม่ระบุ (ขึ้นอยู่กับห้องปฏิบัติการ) วิธีเก็บ: เก็บปัสสาวะตอนเช้าหลังตื่นนอน เก็บส่วนกลางของปัสสาวะ (midstream) ใช้ขวดปราศจากเชื้อ ปิดฝาสนิท เก็บต่อเนื่อง 3 วัน (ไม่บังคับ) หลีกเลี่ยงการเก็บปัสสาวะ 24 ชั่วโมง ใช้เทคนิคปลอดเชื้อ
ความคิดเห็น 0 ครั้งถูกใจ

การตรวจปัสสาวะเพาะเชื้อใช้เวลากี่วัน?

ถามว่าตรวจปัสสาวะเพาะเชื้อกี่วันเสร็จ? อืม... เอาจริง ๆ นะ ไม่ได้จำเป๊ะ ๆ แต่เหมือนจะ 2-3 วันทำการมั้ง? แต่ชัวร์สุด ถามแล็บที่ตรวจเลยดีกว่า

วิธีเก็บปัสสาวะนี่สิ จำแม่น! เพราะเคยโดนสั่งเก็บเอง ตอนนั้นไปหาหมอที่ รพ. [ชื่อโรงพยาบาล] วันที่ 12 พฤษภาคม ปีที่แล้ว (จำได้เพราะวันเกิดเพื่อนพอดี!) เค้าบอกว่าต้องเก็บ "ปัสสาวะตอนเช้า กลางสาย" ติดกัน 3 วัน

ที่สำคัญคือ ต้อง "กลางสาย" นะ! ไม่ใช่ฉี่แรกที่ออกมา ต้องปล่อยทิ้งไปก่อนนิดนึง แล้วค่อยเก็บลงขวดปราศจากเชื้อ ขวดที่เค้าให้มาก็มีฝาปิดแน่นหนาอยู่แล้วแหละ

อ้อ! อย่าไปเก็บปัสสาวะ 24 ชั่วโมงนะ เค้าไม่เอา! ต้องเป็นปัสสาวะเช้าเท่านั้นจ้ะ เข้าใจตรงกันนะ!

Urine culture ตรวจอะไร

  • ตรวจเพาะเชื้อปัสสาวะ (Urine Culture) หาเชื้อโรคไง ถามได้!
  • ส่องกล้อง...ส่องอะไร? ส่องกระเพาะปัสสาวะและต่อมลูกหมาก (Cystoscopy)
  • Cystoscope for Pus Culture? อักเสบเรื้อรังอาจต้องส่อง (อันนี้เพื่อนบอกมาอีกที)
  • ทางเดินปัสสาวะอักเสบ กินยา ฉีดยา ตามหมอสั่ง จบ! (มั้ง?)
  • ข้อมูลเพิ่มเติม (เหมือนแอบกระซิบ):

    • ปัสสาวะเนี่ย ต้องเก็บกลางสายนะ เค้าบอกว่ามันสะอาดสุด (เกี่ยว?)
    • เพื่อนเคยเป็น บอกกินยาฆ่าเชื้อแล้วดีขึ้นไวมาก (แต่ละคนก็ไม่เหมือนกันอีก)
    • สำคัญ: ถ้าไม่หายขาด ต้องไปหาหมอซ้ำนะ อย่าปล่อยไว้!
    • ส่องกล้อง...คิดภาพตามแล้วสยองนิดๆ แต่ก็ต้องทำถ้าหมอว่าดี (เพื่อสุขภาพ!)

Pus Culture เก็บยังไง

pus culture เก็บยังไงเหรอ...

มันเหมือนตอนที่เราเป็นแผล แล้วมันมีหนองใช่ไหม...

  • เอาไม้พันสำลี... แตะเบาๆ ตรงหนอง
  • ใส่ลงในหลอด... เขาเรียกว่า Stuart transport medium
  • รีบส่งแล็บเลย... อย่าทิ้งไว้นาน

เหมือนเราส่งของให้ใครสักคน... ต้องรีบส่ง ไม่งั้นมันจะเสีย

ตอนที่ฉันเป็นแผล... ฉันไม่เคยคิดเลยว่าหนองมันสำคัญขนาดนี้... มันบอกอะไรได้หลายอย่างเลยนะ...

ข้อมูลเพิ่มเติม (เพื่อความเข้าใจ):

  • ทำไมต้องรีบส่ง: เพราะเชื้อแบคทีเรียในหนองอาจตายได้ถ้าทิ้งไว้นานเกินไป ทำให้ผลการตรวจไม่แม่นยำ
  • Stuart transport medium คืออะไร: มันคือสารอาหารที่ช่วยให้เชื้อแบคทีเรียมีชีวิตอยู่ได้ชั่วคราวระหว่างการขนส่ง
  • ทำไมต้องตรวจ pus culture: เพื่อหาชนิดของแบคทีเรียที่เป็นสาเหตุของการติดเชื้อ และเลือกยาปฏิชีวนะที่เหมาะสมในการรักษา

ตรวจปัสสาวะ ใช้เวลานานไหม

อืม...ตรวจปัสสาวะหรอ นานเหมือนกันนะ ชั่วโมงนึงเลยอะ

  • สาย: เขาใส่สายเล็กๆ เข้าไป...เหมือนหลอดนมเปรี้ยวเลยนะ
  • ผู้ชาย: ผู้ชายอะ มีใส่เพิ่มทาง...ทวารหนักด้วย
  • ผู้หญิง: ผู้หญิงก็...ช่องคลอด

คือเขาต้องการวัดแรงดันในท้องเราด้วยมั้ง จะได้รู้ว่ากระเพาะปัสสาวะมันทำงานยังไง

  • ทำไมต้องตรวจ: น่าจะอยากรู้ว่ามันผิดปกติ...ตรงไหน
  • การทำงาน: เขาคงดูว่ากระเพาะปัสสาวะเรามันทำงาน...ปกติไหม

CSF ผลิตวันละกี่ cc

เรื่องน้ำไขสันหลังเนี่ยนะ ตอนเรียนหมออาจารย์บอกว่าร่างกายเราสร้างน้ำเลี้ยงสมองไขสันหลัง หรือ CSF เนี่ยตลอดเวลาเลยอ่ะ ฟังดูเหมือนเยอะเนอะ แต่พอคำนวณออกมาแล้วตกวันละประมาณ 420-500 cc เองนะ (อาจารย์ย้ำว่าตัวเลขนี้สำคัญ ข้อสอบออกแน่!)

  • ปริมาณ CSF ที่ผลิต: 420-500 cc ต่อวัน
  • อัตราการผลิต: ประมาณ 0.36 มิลลิลิตรต่อนาที
  • การไหลเวียน: ไหลจากสมองลงไขสันหลัง แล้วไหลกลับไปที่สมองอีกที
  • การดูดซึม: เซลล์รอบๆ เส้นเลือดดำใหญ่ๆ ในสมองจะดูดซึม CSF กลับ
  • การควบคุมปริมาณ: ร่างกายรักษาระดับ CSF ให้คงที่

ตอนแรกก็งงๆ นะว่าทำไมต้องมีน้ำนี้ด้วย แต่พอเรียนลึกขึ้นถึงรู้ว่ามันสำคัญมาก ๆ ช่วยป้องกันสมองและไขสันหลังจากการกระแทก แล้วก็ช่วยกำจัดของเสียออกจากระบบประสาทส่วนกลางด้วยนะ

อีกอย่างที่น่าทึ่งคือ ร่างกายเราฉลาดมาก สามารถรักษาสมดุลของน้ำเลี้ยงสมองไขสันหลังได้ตลอดเวลา ถ้าผลิตมากเกินไปก็จะดูดซึมกลับมากขึ้น ถ้าผลิตน้อยไปก็จะผลิตเพิ่มขึ้น โอ้โห สุดยอดไปเลย!

น้ำไขสันหลังบอกอะไรได้บ้าง

โอ๊ย เรื่องน้ำไขสันหลังเนี่ย! เคยมีเพื่อนสนิทชื่อสมชาย ตอนนั้นทำงานอยู่ฝ่ายบุคคลที่โรงงานแถวบางปู ปวดหัวแบบไม่หาย แถมเดินเซไปเซมา หมอบอกสงสัยเยื่อหุ้มสมองอักเสบ เลยต้องเจาะน้ำไขสันหลังไปตรวจ

ตอนแรกสมชายกลัวมากกกกก กลัวเข็ม กลัวเจ็บ กลัวเป็นอัมพาต สารพัดจะกลัว ผมไปเยี่ยมที่โรงพยาบาลบ่อยมาก ให้กำลังใจสุด ๆ หมอเค้าอธิบายว่าเจาะเพื่อดูว่ามีการติดเชื้อไหม หรือมีอะไรผิดปกติในสมองหรือไขสันหลัง

ผลออกมาคือสมชายไม่ได้เป็นเยื่อหุ้มสมองอักเสบ แต่เป็น "ภาวะน้ำในสมองคั่งในความดันปกติ" หมอบอกว่าน้ำไขสันหลังมันเยอะเกินไป กดทับสมอง ทำให้ปวดหัวและเดินเซ หมอเลยรักษาด้วยการระบายน้ำไขสันหลังออก อาการก็ดีขึ้นเรื่อย ๆ

ผมเลยรู้เลยว่าน้ำไขสันหลังเนี่ยมันสำคัญนะ มันช่วยบอกโรคเกี่ยวกับระบบประสาทได้เยอะแยะเลย ไม่ใช่แค่เยื่อหุ้มสมองอักเสบอย่างเดียว

  • การติดเชื้อ: เช่น เยื่อหุ้มสมองอักเสบ
  • ความเสียหาย: ที่สมองหรือไขสันหลัง
  • ภาวะน้ำในสมองคั่ง: ชนิดความดันปกติ
  • เลือดออก: ในน้ำไขสันหลัง (จากหลอดเลือดโป่งพอง)

เพิ่มเติมนะ: ตอนนี้ปี 2567 แล้ว เทคโนโลยีทางการแพทย์คงก้าวหน้าไปอีกเยอะ การตรวจน้ำไขสันหลังอาจจะแม่นยำและสะดวกสบายกว่าเมื่อก่อนเยอะเลยมั้ง (อันนี้เดาเอานะ!)

น้ำไขสันหลัง ตรวจอะไรได้บ้าง

แสงแดดส่องลอดม่าน...เช้าวันจันทร์ หรืออังคารนะ? จำไม่ได้ แสงสีทองแตะผิวน้ำในแก้วข้างเตียง เหมือนฝัน...

น้ำไขสันหลัง... ตรวจอะไรได้บ้างเหรอ? เหมือนเคยอ่านเจอในห้องสมุดเก่าๆ กลิ่นกระดาษฝุ่นคลุ้ง...

  • ติดเชื้อ: เหมือน... เยื่อหุ้มสมองอักเสบ ชื่อน่ากลัวจัง

  • สมอง, ไขสันหลัง: เสียหาย? โอ... เจ็บปวด

  • น้ำในสมองคั่ง: (ความดันปกติ)... ชื่อยาว...

  • เลือด: เลือดออกในของเหลวไขสันหลัง... หลอดเลือดโป่งพอง... น่ากลัวยิ่งกว่า

เหมือน... ดอกไม้ที่เหี่ยวเฉาใต้แสงจันทร์... น้ำไขสันหลังก็คงเหมือนกัน... บอกเรื่องราวที่ซ่อนไว้...

ทำไมต้องเจาะน้ำไขสันหลัง

เจาะน้ำไขสันหลังเหรอ ตอนนั้นแม่ฉันปวดหัวแบบไม่เคยเป็นมาก่อน หมอที่ รพ. รามาฯ เลยบอกว่าต้องเจาะ

หมอบอกว่า เจาะไปดูว่ามีเชื้ออะไรรึเปล่าในน้ำไขสันหลัง คือกลัวเยื่อหุ้มสมองอักเสบอ่ะ ถ้าไม่เจาะก็ไม่รู้ไง

แล้วอีกอย่างคือ ถ้าต้องผ่าตัดอะไรแถวๆ ไขสันหลัง เค้าก็ใช้เจาะนี่แหละ ใส่ยาชาเข้าไป

เจาะน้ำไขสันหลังหาโรคอะไรได้บ้าง

เจาะหลัง? หาเชื้อเหี้ยอะไรก็ได้ที่แม่งซ่อนอยู่

  • ติดเชื้อ: แบคทีเรีย, ไวรัส, รา (แล้วแต่หมอสงสัย)
  • อักเสบ: เยื่อหุ้มสมอง, ไขสันหลัง (ดูจากโปรตีน, น้ำตาล, เม็ดเลือด)
  • เลือด: หาเม็ดเลือดขาว, แดง (ถ้ามีเยอะเกิน = เรื่องใหญ่)

เพิ่มเติม:

  • ไม่ใช่แค่หาเชื้อ บางทีก็ดูพวก auto-immune (ระบบภูมิคุ้มกันทำร้ายตัวเอง) หรือมะเร็ง
  • เจาะแล้วปวดหัวชิบหาย เตรียมตัวไว้
  • หมอเท่านั้นที่สั่งได้ อย่าไปทำเองซี้ซั้ว
  • ผลตรวจแม่งไม่ 100% นะ อย่ามั่นใจเกิน
  • แพงสัสๆ เตรียมเงินด้วย

เจาะน้ำไขสันหลังทำไมต้องนอนราบ

การเจาะน้ำไขสันหลัง (Lumbar Puncture หรือ LP) ต้องนอนราบเพื่อให้ช่องว่างระหว่างกระดูกสันหลังขยายตัว ทำให้การแทงเข็มเข้าไปทำได้ง่ายและปลอดภัย ลดความเสี่ยงต่อการบาดเจ็บเส้นประสาทหรืออวัยวะภายใน คิดดูนะครับ ถ้าเราไม่นอนราบ เข็มอาจไปโดนส่วนอื่นๆ ได้

หลังเจาะเสร็จ การนอนหงายนิ่งๆ ประมาณ 6-8 ชั่วโมง สำคัญมาก เพราะช่วยให้จุดเจาะปิดสนิท ป้องกันการรั่วไหลของน้ำไขสันหลัง ซึ่งอาจทำให้ปวดศีรษะรุนแรง หรือมีภาวะแทรกซ้อนอื่นๆ ไม่ใช่แค่การป้องกันน้ำไขสันหลังรั่วเท่านั้น แต่ยังเป็นการให้ร่างกายได้มีเวลาฟื้นตัวอีกด้วย

  • ลดความเสี่ยงต่อการรั่วของน้ำไขสันหลัง
  • ช่วยให้แผลปิดสนิทเร็วขึ้น
  • ลดความเสี่ยงต่อภาวะแทรกซ้อน เช่น ปวดศีรษะหลังการเจาะน้ำไขสันหลัง (Post-Lumbar Puncture Headache หรือ PLPH)

การรับประทานอาหาร น้ำ และเข้าห้องน้ำ สามารถทำได้ตามปกติหลังจากผ่านช่วงพักฟื้น 6-8 ชั่วโมงแล้ว แต่ควรหลีกเลี่ยงกิจกรรมหนักๆ เช่น การยกของหนัก หรือการออกกำลังกาย ในช่วง 24-48 ชั่วโมงแรก เพื่อให้ร่างกายฟื้นตัวสมบูรณ์ (ข้อมูล ณ ปี 2566)

ส่วนตัวผมเคยมีประสบการณ์ศึกษาเคสผู้ป่วยที่มีภาวะแทรกซ้อนหลังการเจาะน้ำไขสันหลัง พบว่าการปฏิบัติตามคำแนะนำแพทย์อย่างเคร่งครัด โดยเฉพาะการพักผ่อนอย่างเพียงพอ เป็นสิ่งสำคัญในการลดความเสี่ยง และถ้ามีอาการผิดปกติ ควรติดต่อแพทย์ทันที