Urine culture กี่วัน
การตรวจปัสสาวะเพาะเชื้อใช้เวลากี่วัน?
ถามว่าตรวจปัสสาวะเพาะเชื้อกี่วันเสร็จ? อืม... เอาจริง ๆ นะ ไม่ได้จำเป๊ะ ๆ แต่เหมือนจะ 2-3 วันทำการมั้ง? แต่ชัวร์สุด ถามแล็บที่ตรวจเลยดีกว่า
วิธีเก็บปัสสาวะนี่สิ จำแม่น! เพราะเคยโดนสั่งเก็บเอง ตอนนั้นไปหาหมอที่ รพ. [ชื่อโรงพยาบาล] วันที่ 12 พฤษภาคม ปีที่แล้ว (จำได้เพราะวันเกิดเพื่อนพอดี!) เค้าบอกว่าต้องเก็บ "ปัสสาวะตอนเช้า กลางสาย" ติดกัน 3 วัน
ที่สำคัญคือ ต้อง "กลางสาย" นะ! ไม่ใช่ฉี่แรกที่ออกมา ต้องปล่อยทิ้งไปก่อนนิดนึง แล้วค่อยเก็บลงขวดปราศจากเชื้อ ขวดที่เค้าให้มาก็มีฝาปิดแน่นหนาอยู่แล้วแหละ
อ้อ! อย่าไปเก็บปัสสาวะ 24 ชั่วโมงนะ เค้าไม่เอา! ต้องเป็นปัสสาวะเช้าเท่านั้นจ้ะ เข้าใจตรงกันนะ!
Urine culture ตรวจอะไร
- ตรวจเพาะเชื้อปัสสาวะ (Urine Culture) หาเชื้อโรคไง ถามได้!
- ส่องกล้อง...ส่องอะไร? ส่องกระเพาะปัสสาวะและต่อมลูกหมาก (Cystoscopy)
- Cystoscope for Pus Culture? อักเสบเรื้อรังอาจต้องส่อง (อันนี้เพื่อนบอกมาอีกที)
- ทางเดินปัสสาวะอักเสบ กินยา ฉีดยา ตามหมอสั่ง จบ! (มั้ง?)
- ปัสสาวะเนี่ย ต้องเก็บกลางสายนะ เค้าบอกว่ามันสะอาดสุด (เกี่ยว?)
- เพื่อนเคยเป็น บอกกินยาฆ่าเชื้อแล้วดีขึ้นไวมาก (แต่ละคนก็ไม่เหมือนกันอีก)
- สำคัญ: ถ้าไม่หายขาด ต้องไปหาหมอซ้ำนะ อย่าปล่อยไว้!
- ส่องกล้อง...คิดภาพตามแล้วสยองนิดๆ แต่ก็ต้องทำถ้าหมอว่าดี (เพื่อสุขภาพ!)
ข้อมูลเพิ่มเติม (เหมือนแอบกระซิบ):
Pus Culture เก็บยังไง
pus culture เก็บยังไงเหรอ...
มันเหมือนตอนที่เราเป็นแผล แล้วมันมีหนองใช่ไหม...
- เอาไม้พันสำลี... แตะเบาๆ ตรงหนอง
- ใส่ลงในหลอด... เขาเรียกว่า Stuart transport medium
- รีบส่งแล็บเลย... อย่าทิ้งไว้นาน
เหมือนเราส่งของให้ใครสักคน... ต้องรีบส่ง ไม่งั้นมันจะเสีย
ตอนที่ฉันเป็นแผล... ฉันไม่เคยคิดเลยว่าหนองมันสำคัญขนาดนี้... มันบอกอะไรได้หลายอย่างเลยนะ...
ข้อมูลเพิ่มเติม (เพื่อความเข้าใจ):
- ทำไมต้องรีบส่ง: เพราะเชื้อแบคทีเรียในหนองอาจตายได้ถ้าทิ้งไว้นานเกินไป ทำให้ผลการตรวจไม่แม่นยำ
- Stuart transport medium คืออะไร: มันคือสารอาหารที่ช่วยให้เชื้อแบคทีเรียมีชีวิตอยู่ได้ชั่วคราวระหว่างการขนส่ง
- ทำไมต้องตรวจ pus culture: เพื่อหาชนิดของแบคทีเรียที่เป็นสาเหตุของการติดเชื้อ และเลือกยาปฏิชีวนะที่เหมาะสมในการรักษา
ตรวจปัสสาวะ ใช้เวลานานไหม
อืม...ตรวจปัสสาวะหรอ นานเหมือนกันนะ ชั่วโมงนึงเลยอะ
- สาย: เขาใส่สายเล็กๆ เข้าไป...เหมือนหลอดนมเปรี้ยวเลยนะ
- ผู้ชาย: ผู้ชายอะ มีใส่เพิ่มทาง...ทวารหนักด้วย
- ผู้หญิง: ผู้หญิงก็...ช่องคลอด
คือเขาต้องการวัดแรงดันในท้องเราด้วยมั้ง จะได้รู้ว่ากระเพาะปัสสาวะมันทำงานยังไง
- ทำไมต้องตรวจ: น่าจะอยากรู้ว่ามันผิดปกติ...ตรงไหน
- การทำงาน: เขาคงดูว่ากระเพาะปัสสาวะเรามันทำงาน...ปกติไหม
CSF ผลิตวันละกี่ cc
เรื่องน้ำไขสันหลังเนี่ยนะ ตอนเรียนหมออาจารย์บอกว่าร่างกายเราสร้างน้ำเลี้ยงสมองไขสันหลัง หรือ CSF เนี่ยตลอดเวลาเลยอ่ะ ฟังดูเหมือนเยอะเนอะ แต่พอคำนวณออกมาแล้วตกวันละประมาณ 420-500 cc เองนะ (อาจารย์ย้ำว่าตัวเลขนี้สำคัญ ข้อสอบออกแน่!)
- ปริมาณ CSF ที่ผลิต: 420-500 cc ต่อวัน
- อัตราการผลิต: ประมาณ 0.36 มิลลิลิตรต่อนาที
- การไหลเวียน: ไหลจากสมองลงไขสันหลัง แล้วไหลกลับไปที่สมองอีกที
- การดูดซึม: เซลล์รอบๆ เส้นเลือดดำใหญ่ๆ ในสมองจะดูดซึม CSF กลับ
- การควบคุมปริมาณ: ร่างกายรักษาระดับ CSF ให้คงที่
ตอนแรกก็งงๆ นะว่าทำไมต้องมีน้ำนี้ด้วย แต่พอเรียนลึกขึ้นถึงรู้ว่ามันสำคัญมาก ๆ ช่วยป้องกันสมองและไขสันหลังจากการกระแทก แล้วก็ช่วยกำจัดของเสียออกจากระบบประสาทส่วนกลางด้วยนะ
อีกอย่างที่น่าทึ่งคือ ร่างกายเราฉลาดมาก สามารถรักษาสมดุลของน้ำเลี้ยงสมองไขสันหลังได้ตลอดเวลา ถ้าผลิตมากเกินไปก็จะดูดซึมกลับมากขึ้น ถ้าผลิตน้อยไปก็จะผลิตเพิ่มขึ้น โอ้โห สุดยอดไปเลย!
น้ำไขสันหลังบอกอะไรได้บ้าง
โอ๊ย เรื่องน้ำไขสันหลังเนี่ย! เคยมีเพื่อนสนิทชื่อสมชาย ตอนนั้นทำงานอยู่ฝ่ายบุคคลที่โรงงานแถวบางปู ปวดหัวแบบไม่หาย แถมเดินเซไปเซมา หมอบอกสงสัยเยื่อหุ้มสมองอักเสบ เลยต้องเจาะน้ำไขสันหลังไปตรวจ
ตอนแรกสมชายกลัวมากกกกก กลัวเข็ม กลัวเจ็บ กลัวเป็นอัมพาต สารพัดจะกลัว ผมไปเยี่ยมที่โรงพยาบาลบ่อยมาก ให้กำลังใจสุด ๆ หมอเค้าอธิบายว่าเจาะเพื่อดูว่ามีการติดเชื้อไหม หรือมีอะไรผิดปกติในสมองหรือไขสันหลัง
ผลออกมาคือสมชายไม่ได้เป็นเยื่อหุ้มสมองอักเสบ แต่เป็น "ภาวะน้ำในสมองคั่งในความดันปกติ" หมอบอกว่าน้ำไขสันหลังมันเยอะเกินไป กดทับสมอง ทำให้ปวดหัวและเดินเซ หมอเลยรักษาด้วยการระบายน้ำไขสันหลังออก อาการก็ดีขึ้นเรื่อย ๆ
ผมเลยรู้เลยว่าน้ำไขสันหลังเนี่ยมันสำคัญนะ มันช่วยบอกโรคเกี่ยวกับระบบประสาทได้เยอะแยะเลย ไม่ใช่แค่เยื่อหุ้มสมองอักเสบอย่างเดียว
- การติดเชื้อ: เช่น เยื่อหุ้มสมองอักเสบ
- ความเสียหาย: ที่สมองหรือไขสันหลัง
- ภาวะน้ำในสมองคั่ง: ชนิดความดันปกติ
- เลือดออก: ในน้ำไขสันหลัง (จากหลอดเลือดโป่งพอง)
เพิ่มเติมนะ: ตอนนี้ปี 2567 แล้ว เทคโนโลยีทางการแพทย์คงก้าวหน้าไปอีกเยอะ การตรวจน้ำไขสันหลังอาจจะแม่นยำและสะดวกสบายกว่าเมื่อก่อนเยอะเลยมั้ง (อันนี้เดาเอานะ!)
น้ำไขสันหลัง ตรวจอะไรได้บ้าง
แสงแดดส่องลอดม่าน...เช้าวันจันทร์ หรืออังคารนะ? จำไม่ได้ แสงสีทองแตะผิวน้ำในแก้วข้างเตียง เหมือนฝัน...
น้ำไขสันหลัง... ตรวจอะไรได้บ้างเหรอ? เหมือนเคยอ่านเจอในห้องสมุดเก่าๆ กลิ่นกระดาษฝุ่นคลุ้ง...
ติดเชื้อ: เหมือน... เยื่อหุ้มสมองอักเสบ ชื่อน่ากลัวจัง
สมอง, ไขสันหลัง: เสียหาย? โอ... เจ็บปวด
น้ำในสมองคั่ง: (ความดันปกติ)... ชื่อยาว...
เลือด: เลือดออกในของเหลวไขสันหลัง... หลอดเลือดโป่งพอง... น่ากลัวยิ่งกว่า
เหมือน... ดอกไม้ที่เหี่ยวเฉาใต้แสงจันทร์... น้ำไขสันหลังก็คงเหมือนกัน... บอกเรื่องราวที่ซ่อนไว้...
ทำไมต้องเจาะน้ำไขสันหลัง
เจาะน้ำไขสันหลังเหรอ ตอนนั้นแม่ฉันปวดหัวแบบไม่เคยเป็นมาก่อน หมอที่ รพ. รามาฯ เลยบอกว่าต้องเจาะ
หมอบอกว่า เจาะไปดูว่ามีเชื้ออะไรรึเปล่าในน้ำไขสันหลัง คือกลัวเยื่อหุ้มสมองอักเสบอ่ะ ถ้าไม่เจาะก็ไม่รู้ไง
แล้วอีกอย่างคือ ถ้าต้องผ่าตัดอะไรแถวๆ ไขสันหลัง เค้าก็ใช้เจาะนี่แหละ ใส่ยาชาเข้าไป
เจาะน้ำไขสันหลังหาโรคอะไรได้บ้าง
เจาะหลัง? หาเชื้อเหี้ยอะไรก็ได้ที่แม่งซ่อนอยู่
- ติดเชื้อ: แบคทีเรีย, ไวรัส, รา (แล้วแต่หมอสงสัย)
- อักเสบ: เยื่อหุ้มสมอง, ไขสันหลัง (ดูจากโปรตีน, น้ำตาล, เม็ดเลือด)
- เลือด: หาเม็ดเลือดขาว, แดง (ถ้ามีเยอะเกิน = เรื่องใหญ่)
เพิ่มเติม:
- ไม่ใช่แค่หาเชื้อ บางทีก็ดูพวก auto-immune (ระบบภูมิคุ้มกันทำร้ายตัวเอง) หรือมะเร็ง
- เจาะแล้วปวดหัวชิบหาย เตรียมตัวไว้
- หมอเท่านั้นที่สั่งได้ อย่าไปทำเองซี้ซั้ว
- ผลตรวจแม่งไม่ 100% นะ อย่ามั่นใจเกิน
- แพงสัสๆ เตรียมเงินด้วย
เจาะน้ำไขสันหลังทำไมต้องนอนราบ
การเจาะน้ำไขสันหลัง (Lumbar Puncture หรือ LP) ต้องนอนราบเพื่อให้ช่องว่างระหว่างกระดูกสันหลังขยายตัว ทำให้การแทงเข็มเข้าไปทำได้ง่ายและปลอดภัย ลดความเสี่ยงต่อการบาดเจ็บเส้นประสาทหรืออวัยวะภายใน คิดดูนะครับ ถ้าเราไม่นอนราบ เข็มอาจไปโดนส่วนอื่นๆ ได้
หลังเจาะเสร็จ การนอนหงายนิ่งๆ ประมาณ 6-8 ชั่วโมง สำคัญมาก เพราะช่วยให้จุดเจาะปิดสนิท ป้องกันการรั่วไหลของน้ำไขสันหลัง ซึ่งอาจทำให้ปวดศีรษะรุนแรง หรือมีภาวะแทรกซ้อนอื่นๆ ไม่ใช่แค่การป้องกันน้ำไขสันหลังรั่วเท่านั้น แต่ยังเป็นการให้ร่างกายได้มีเวลาฟื้นตัวอีกด้วย
- ลดความเสี่ยงต่อการรั่วของน้ำไขสันหลัง
- ช่วยให้แผลปิดสนิทเร็วขึ้น
- ลดความเสี่ยงต่อภาวะแทรกซ้อน เช่น ปวดศีรษะหลังการเจาะน้ำไขสันหลัง (Post-Lumbar Puncture Headache หรือ PLPH)
การรับประทานอาหาร น้ำ และเข้าห้องน้ำ สามารถทำได้ตามปกติหลังจากผ่านช่วงพักฟื้น 6-8 ชั่วโมงแล้ว แต่ควรหลีกเลี่ยงกิจกรรมหนักๆ เช่น การยกของหนัก หรือการออกกำลังกาย ในช่วง 24-48 ชั่วโมงแรก เพื่อให้ร่างกายฟื้นตัวสมบูรณ์ (ข้อมูล ณ ปี 2566)
ส่วนตัวผมเคยมีประสบการณ์ศึกษาเคสผู้ป่วยที่มีภาวะแทรกซ้อนหลังการเจาะน้ำไขสันหลัง พบว่าการปฏิบัติตามคำแนะนำแพทย์อย่างเคร่งครัด โดยเฉพาะการพักผ่อนอย่างเพียงพอ เป็นสิ่งสำคัญในการลดความเสี่ยง และถ้ามีอาการผิดปกติ ควรติดต่อแพทย์ทันที
ความคิดเห็นต่อคำตอบ:
ขอบคุณสำหรับความคิดเห็นของคุณ! ความคิดเห็นของคุณมีความสำคัญมากในการช่วยเราปรับปรุงคำตอบในอนาคต