การทํา PICC line คืออะไร

63 ครั้งเข้าชม
PICC line คืออะไร? PICC line คือ สายสวนที่ใส่ผ่านหลอดเลือดดำส่วนปลาย (แขน) ไปยังหลอดเลือดดำใหญ่ส่วนกลางของร่างกาย ใช้สำหรับการให้ยา สารน้ำ หรือสารอาหารทางหลอดเลือดดำ เป็นเวลานาน (หลายสัปดาห์/เดือน) ข้อดี: ลดความเสี่ยงติดเชื้อเมื่อเทียบกับสายสวนหลอดเลือดดำส่วนกลางแบบเดิม เหมาะสำหรับผู้ป่วยที่ต้องการยา/สารน้ำต่อเนื่อง เช่น ผู้ป่วยมะเร็ง, ผู้ป่วยที่ต้องได้รับยาปฏิชีวนะนาน ขั้นตอนการใส่: ทำโดยแพทย์/พยาบาลที่ได้รับการฝึกอบรม การดูแล: ต้องดูแลความสะอาดบริเวณที่ใส่สายอย่างสม่ำเสมอ
ความคิดเห็น 0 ครั้งถูกใจ

โอ้โห… PICC line นี่มันอะไรกันนะ? เคยได้ยินมาบ้าง แต่ไม่ค่อยเข้าใจเท่าไหร่หรอก จนกระทั่ง… ใช่! คุณแม่ฉันเองนี่แหละที่ต้องใส่ ตอนนั้นตกใจมากเลยนะ เหมือนหนังเลยอ่ะ (จริง ๆ นะ!)

เอาล่ะๆ มาเข้าเรื่องกันดีกว่า PICC line ง่าย ๆ เลยก็คือ สายเล็ก ๆ บางๆ แต่ยาวววว… หมอเค้าเอาไปเสียบเข้าทางเส้นเลือดที่แขนนะ แล้วมันจะวิ่งไปไกลถึงเส้นเลือดใหญ่ๆ ใจกลางร่างกายเลย คิดดูสิ! มันเหมือน… เอ่อ… เหมือนงูเล็กๆ (ขอโทษนะ ฉันเปรียบเทียบไม่ค่อยเก่ง) ที่ไชไปในตัวเราเพื่อส่งยา ส่งน้ำเกลือ หรือสารอาหารอะไรก็ได้ที่ร่างกายต้องการ ยาวนานด้วยนะ หลายอาทิตย์ บางทีเป็นเดือนเลยล่ะ!

คุณแม่ฉันต้องใส่เพราะต้องกินยาเคมีบำบัด หมอบอกว่าถ้าให้ทางเส้นเลือดเล็กๆ มันจะเสี่ยงติดเชื้อง่ายกว่า แต่ PICC line นี่ลดโอกาสติดเชื้อได้เยอะกว่าเยอะเลย เห็นไหมล่ะ มันมีข้อดีของมันอยู่ ถึงแม้จะดูน่ากลัวไปหน่อยก็เถอะ ตอนแรกฉันก็กลัวแทนคุณแม่ คิดภาพตอนเค้าเอาเข็มแทงเข้าไปในแขนแล้วนะ เสียวแทนจริงๆ!

แต่ก็ดีนะ ที่มันทำให้คุณแม่ได้รับยาได้อย่างต่อเนื่อง ไม่ต้องมานั่งเปลี่ยนสายบ่อยๆ มันช่วยให้ชีวิตง่ายขึ้นเยอะเลย (ถึงจะต้องคอยเช็ดแผลให้สะอาดอยู่ทุกวัน และต้องระวังไม่ให้สายไปโดนอะไร เป็นภาระเล็กๆ น้อยๆ ที่เราต้องทำ เหนื่อยบ้างนิดหน่อย แต่ก็คุ้มค่า) หมอผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางหรือพยาบาลที่ได้รับการฝึกฝนมาเป็นอย่างดีจะเป็นคนใส่ให้ค่ะ ไม่ใช่ใครก็ได้นะคะ!

อ้อ! ลืมบอกไป ฉันเคยเห็นข้อมูลจากไหนสักแห่ง (จำไม่ได้แล้วสิ ขอโทษนะ) เค้าบอกว่า PICC line เหมาะกับคนไข้ที่ต้องใช้ยาหรือสารอาหารทางเส้นเลือดเป็นระยะเวลานานๆ เช่น ผู้ป่วยมะเร็งอย่างคุณแม่ฉัน หรือพวกที่ต้องกินยาปฏิชีวนะนานๆ อะไรประมาณนั้นล่ะ จำได้แค่นี้แหละ เอาเป็นว่า ถ้าใครต้องใช้ ก็ลองปรึกษาคุณหมอดูนะคะ อย่าไปค้นหาข้อมูลเองเยอะ เดี๋ยวจะยิ่งเครียดเปล่าๆ ไว้ใจคุณหมอดีกว่าเนอะ ^^