การบำบัดทดแทนไตมีกี่ชนิด

56 ครั้งเข้าชม
การบำบัดทดแทนไตมี 3 ชนิดหลัก การฟอกเลือดด้วยเครื่องไตเทียม: ขับของเสียออกจากเลือดโดยใช้เครื่องภายนอก การล้างไตผ่านทางช่องท้อง: ใช้ของเหลวทางการแพทย์ทำความสะอาดเลือดภายในช่องท้อง การปลูกถ่ายไต: เปลี่ยนไตที่เสียหายด้วยไตของผู้บริจาค แต่ละวิธีมีข้อดีข้อเสียแตกต่างกัน ผู้ป่วยควรปรึกษาแพทย์เพื่อเลือกแนวทางการรักษาที่เหมาะสมที่สุด.
ความคิดเห็น 0 ครั้งถูกใจ

การรักษาไตวายด้วยการบำบัดทดแทนไต มีกี่วิธี อะไรบ้าง?

ตอนที่หมอเคยบอกเรื่องไตวายเนี่ย จำได้เลยว่าใจหายแว๊บ คือแบบ มันมีตั้ง 3 ทางเลยเหรอ? ตอนแรกก็คิดว่ามีแค่วิธีเดียว คือฟอกเลือดอย่างเดียวซะอีก

วิธีแรกสุดเลย ที่คนมักจะนึกถึงก็คือ การฟอกเลือดด้วยเครื่องไตเทียม อันนี้แหละที่เห็นบ่อยๆ ในทีวี หรือเวลาไปโรงพยาบาล จะมีเครื่องใหญ่ๆ มาต่อกับแขนเรา แล้วก็ดูดเลือดเราออกไปกรองของเสีย แล้วก็ใส่กลับเข้ามาใหม่ ฟังดูซับซ้อน แต่ก็เป็นวิธีที่เค้าใช้กันแพร่หลายนะ

ต่อมาก็มี การล้างไตผ่านทางช่องท้อง อันนี้แหวกแนวหน่อย คือเค้าจะใส่น้ำยาพิเศษเข้าไปในช่องท้องเรา แล้วน้ำยาก็จะดูดของเสียออกมาจากเลือดเราผ่านผนังช่องท้อง แล้วเราก็เอาของเสียทิ้งไป โอ้โห คิดแล้วก็ทึ่งนะว่าทำได้ยังไง

สุดท้ายที่ดูจะ "ถาวร" ที่สุด ก็คือ การปลูกถ่ายไต อันนี้ก็คือการเปลี่ยนไตใหม่ให้กับเราเลย ถ้าเจอไตที่เข้ากันได้นะ มันก็เหมือนได้ชีวิตใหม่เลยแหละ แต่ขั้นตอนก็คงจะเยอะมากเหมือนกัน ต้องเลือกคนบริจาค ต้องผ่าตัด วุ่นวายไปหมด

สรุปแล้วก็มี 3 แบบนี้แหละ ฟอกเลือด ล้างช่องท้อง ปลูกไต ฟังแล้วก็พอจะเข้าใจมากขึ้นละ

การบำบัดทดแทนไต มีกี่แบบ

การบำบัดทดแทนไตมี 3 แบบหลัก ๆ ครับ ได้แก่:

  • การฟอกเลือดด้วยเครื่องไตเทียม: อันนี้ก็คือการใช้เครื่องมือภายนอก ช่วยกรองของเสียและน้ำส่วนเกินออกจากเลือดของเรานั่นแหละ คล้าย ๆ กับไตจริง แต่ทำนอกร่างกาย ต้องมานั่งหรือนอนทำที่ศูนย์ฟอกเลือดตามกำหนดเวลา

  • การล้างไตผ่านทางช่องท้อง (CAPD/APD): แบบนี้จะต่างออกไปหน่อย คือใช้เยื่อบุช่องท้องของเรานี่แหละ เป็นตัวกรองธรรมชาติ โดยใส่น้ำยาล้างไตเข้าไปในช่องท้อง ปล่อยทิ้งไว้สักพักให้น้ำยาดูดของเสียออกมา แล้วก็ถ่ายน้ำยาเก่าทิ้งไป ทำได้เองที่บ้านสะดวกดี แต่ก็ต้องมีความรู้และระมัดระวังเรื่องความสะอาดมาก ๆ

  • การปลูกถ่ายไต: อันนี้ก็คือการเปลี่ยนไตที่เสียแล้วออก แล้วเอาไตใหม่จากผู้บริจาคมาใส่แทน ถือเป็นวิธีที่ใกล้เคียงธรรมชาติที่สุด ถ้าทำได้สำเร็จ ชีวิตก็จะกลับมาใกล้เคียงปกติมากที่สุด แต่ก็มีความท้าทายเรื่องการหาผู้บริจาค การเข้ากันได้ของเนื้อเยื่อ และต้องกินยากดภูมิคุ้มกันไปตลอดชีวิต

การเลือกวิธีไหนก็ขึ้นอยู่กับสภาพร่างกายของผู้ป่วย โรคประจำตัวอื่น ๆ รวมถึงความพร้อมและปัจจัยแวดล้อมหลายอย่างเลยครับ เป็นการตัดสินใจที่สำคัญมากจริงๆ

การบำบัดทดแทนไต มีกี่แบบ

โอเค มาดูกันว่าพอไตเก่าเราประกาศลาออก เราจะหาใครมาทำโอทีแทนได้บ้าง การบำบัดทดแทนไต มี 3 ออฟชั่นหลักๆ ให้เลือกสรรตามไลฟ์สไตล์และฐานะทางการเงิน เอ้ย! สุขภาพ

1. การฟอกเลือดด้วยเครื่องไตเทียม (Hemodialysis) นี่คือวิถีแห่งการ "ไปซักรีด" ต้องหอบเลือดตัวเองไปศูนย์ไตเทียมสัปดาห์ละ 2-3 ครั้ง ให้เครื่องจักรขนาดยักษ์ช่วยกรองของเสียออกไป เหมือนส่งเสื้อผ้าไปร้านซักแห้ง แต่เปลี่ยนจากเสื้อผ้าเป็นเลือดเราเอง 555 เป็นความสัมพันธ์แบบมาๆ ไปๆ กับโรงพยาบาล

2. การล้างไตผ่านทางช่องท้อง (Peritoneal Dialysis) ออฟชั่นนี้คือสาย "Work From Home" ขนานแท้ ทำเองได้ที่บ้าน ไม่ต้องเดินทาง แต่ก็ต้องแลกมาด้วยวินัยระดับเทพ เพราะเราต้องเป็นทั้งเจ้านายและลูกน้องในร่างเดียว ทำความสะอาด "ออฟฟิศ" ในช่องท้องของเราทุกวัน อิสระกว่า แต่ก็เสี่ยงติดเชื้อง่ายกว่าถ้าทำตัวสกปรก

3. การปลูกถ่ายไต (Kidney Transplantation) ทางเลือกสุดท้ายที่เหมือนถูกหวยรางวัลที่ 1! คือการหา "พนักงานใหม่" มาแทนที่คนเก่าที่หมดไฟไปแล้ว เป็นวิธีที่ทำให้กลับไปใช้ชีวิตได้ใกล้เคียงคนปกติที่สุด แต่ปัญหาคือ การหาไตที่เข้ากันได้ มันยากยิ่งกว่าการหาคู่แท้เสียอีก แถมพนักงานใหม่อาจงอแงไม่ยอมทำงานกับร่างกายเรา ต้องกินยากดภูมิไปตลอดชีวิตเพื่อคอยเอาใจ

เกร็ดเล็กเกร็ดน้อยที่ควรรู้แบบเจ็บๆ

  • ฟอกเลือดที่ศูนย์: คุณจะได้เพื่อนใหม่เพียบเลย แต่ก็ต้องเสียเวลาชีวิตไปกับการเดินทางและนอนนิ่งๆ ให้เครื่องทำงาน แถมโดนจำกัดเรื่องอาหารและน้ำแบบสุดๆ เหมือนนักโทษชั้นดี
  • ล้างไตที่บ้าน: คุณคือเจ้าแห่งตารางเวลาตัวเอง แต่ก็ต้องแบกถุงน้ำยาไปทุกที่เหมือนเป็นอวัยวะชิ้นที่ 34 และต้องระวังเรื่องความสะอาดอย่างกับอยู่ในห้องปลอดเชื้อ
  • ปลูกถ่ายไต: เหมือนได้ชีวิตใหม่ แต่เป็นชีวิตใหม่ที่ต้องกินยาตรงเวลาเป๊ะๆ ยิ่งกว่านาฬิกาอะตอม และต้องภาวนาทุกวันว่าไตใหม่ที่ได้มาจะไม่ประกาศลาออกตามไตเก่าไป
  • สุดท้ายแล้วการเลือกวิธีไหน มันไม่ใช่บุฟเฟ่ต์ให้เราจิ้มเลือกตามใจชอบ แต่มันคือการเจรจาต่อรองระหว่างสภาพร่างกายของเรา ข้อจำกัดของแต่ละวิธี และคำแนะนำของหมอ... ซึ่งบางทีก็จบลงที่ตัวเลือกที่เราไม่ได้อยากได้ที่สุดนั่นแหละ มันคือชีวิต

Renal replacement therapy มีอะไรบ้าง

เฮ้ย! เข้าใจเลยว่าอยากรู้ว่ารักษาไตวายมีวิธีไหนบ้าง เอาแบบชีวิตจริงนะ จำได้ตอนพ่อต้องเริ่มฟอกไต ครั้งแรกที่ไปโรงพยาบาล โรงพยาบาลกลาง ตอนนั้นประมาณปี 2565 รู้สึกว้าวุ่นไปหมด หมออธิบายว่ามี 3 แบบหลักๆ คือ การฟอกเลือด อันนี้เหมือนเอาเลือดออกไปกรองนอกร่างกาย ทำบ่อยหน่อย สัปดาห์ละ 2-3 ครั้ง เห็นหมอเข็นเครื่องใหญ่ๆ มาต่อสาย วุ่นวายแต่ก็ดูมีประสิทธิภาพ พ่อเลือกวิธีนี้ เพราะรู้สึกว่าควบคุมได้ ไม่ต้องมานั่งดูแลสายอะไรตลอดเวลา แค่ไปหาหมอตามนัด

อีกแบบคือ การล้างไตทางช่องท้อง อันนี้เราไม่ได้เห็นโดยตรง แต่เหมือนเขาจะสอนให้คนไข้ดูแลตัวเองที่บ้าน ใส่น้ำยาเข้าไปในช่องท้อง แล้วมันก็ช่วยกรองของเสีย ฟังดูแล้วแอบน่ากลัวนิดๆ แต่ก็สะดวกดี ไม่ต้องมาโรงพยาบาลบ่อยขนาดฟอกเลือด เห็นเพื่อนบ้านบางคนก็ทำวิธีนี้ เขาบอกว่ามันยืดหยุ่นกว่า ทำตอนไหนก็ได้ บางทีก็ทำตอนกลางคืนนอน

ส่วนสุดท้าย การปลูกถ่ายไต อันนี้สุดยอดสุด แต่ก็ยากสุดเหมือนกัน หมอบอกว่า เฉพาะคนที่เป็นไตวายเรื้อรังระยะสุดท้ายจริงๆ เท่านั้น ต้องรอไตบริจาค ซึ่งก็นานมาก แล้วก็มีความเสี่ยงหลังผ่าตัด เราเองก็เคยคิดถึงเรื่องนี้ แต่พอเห็นสภาพพ่อ รู้สึกว่าการฟอกเลือดก็หนักหนาแล้ว การปลูกถ่ายไตคงจะเป็นอะไรที่ใหญ่กว่านั้นเยอะ ตอนนี้ยังนึกไม่ออกว่าถ้าต้องถึงขั้นนั้นจริงๆ จะทำยังไง เอาเป็นว่า ถ้าไตวายเรื้อรังระยะสุดท้ายจริงๆ ปลูกถ่ายไต คือทางออกที่ดีที่สุด แต่ก็ไม่ใช่ทุกคนที่จะไปถึงจุดนั้นได้

  • การฟอกเลือด (Hemodialysis): เป็นวิธีที่เห็นบ่อยที่สุด เอาเลือดออกจากร่างกาย ผ่านเครื่องกรอง แล้วก็คืนเลือดกลับ ต้องไปทำที่โรงพยาบาล หรือศูนย์ไตเทียม ความถี่แล้วแต่อาการ บ่อยครั้งต่อสัปดาห์
  • การล้างไตทางช่องท้อง (Peritoneal Dialysis): เป็นวิธีที่ผู้ป่วยดูแลตัวเองได้ที่บ้าน ใช้น้ำยาพิเศษล้างของเสียในช่องท้อง ยืดหยุ่นกว่า ไม่ต้องเข้าโรงพยาบาลบ่อย
  • การปลูกถ่ายไต (Kidney Transplantation): เป็นวิธีที่ดีที่สุดสำหรับผู้ป่วยไตวายเรื้อรังระยะสุดท้าย ต้องรอรับไตบริจาค และมีความเสี่ยงหลังผ่าตัด

อาการแบบไหนที่ต้องฟอกไต

โอ้โห อาการที่ต้องไปหาเครื่องไตเทียมเนี่ย ก็ประมาณว่า ไตเราเริ่มเป่านกหวีดขอความช่วยเหลือแบบดังลั่น แล้วล่ะ! คิดดูนะ ปกติไตมันทำงานเงียบๆ สบายๆ แต่พอถึงจุดนึง มันจะตะโกนบอกว่า "ไม่ไหวแล้ววว!"

เมื่อไหร่ถึงเริ่มดีดสายเข้าเครื่อง?

  • เกลือแร่รวนหนัก หรือเลือดเป็นกรดจัด: อันนี้เหมือนรถยนต์ที่น้ำมันเครื่องแห้ง หรือแบตเตอรี่เสื่อมสภาพ จนเครื่องยนต์จะพังน่ะ ถ้าไม่รีบแก้ไข เครื่องไตเทียมจะเข้ามาเป็น "ช่างพิเศษ" ช่วยปรับสมดุลให้
  • ของเสียเพียบจนสมองมึน: ถ้ารู้สึกว่าตัวเองเริ่มงงๆ มึนๆ หรือที่หนักกว่านั้นคือ ชักกระตุก อันนี้ไม่ใช่แค่ "ไม่สบายตัว" แล้วนะ แต่มันคือสัญญาณว่าของเสียในร่างกายมันสะสมจน "เล่นงาน" สมอง แล้ว เครื่องไตเทียมก็จะมาช่วย "ล้างสารพิษ" ด่วนๆ
  • รักษาด้วยยาแล้วไม่ไหว: ถ้าหมอพยายามปั๊มยาช่วยเต็มที่แล้ว แต่ไตยังคงทำท่าจะ "ดื้อแพ่ง" ต่อไปเรื่อยๆ อันนี้ก็ถึงเวลาต้องใช้อาวุธหนักอย่างเครื่องไตเทียมแล้วล่ะ

คิดง่ายๆ: เหมือนเรามีบ่อน้ำที่เริ่มมีตะกอนเยอะมากๆ จนน้ำขุ่น จะตักออกทีละนิดก็ไม่ทันใจ ก็ต้องเอาเครื่องปั๊มน้ำขุ่นๆ ออก แล้วเติมน้ำสะอาดเข้าไปใหม่ เครื่องไตเทียมก็ทำหน้าที่คล้ายๆ กันกับเลือดเรานั่นแหละ!

ข้อมูลเพิ่มเติมแบบฉบับคนขี้สงสัย:

  • "ของเสียคั่ง" คืออะไร? หลักๆ ก็คือของเสียจากกระบวนการเผาผลาญของร่างกายที่ไตปกติจะกรองทิ้งไป ถ้าไตไม่ทำงาน ของเสียพวกนี้ก็จะสะสมในเลือด ทำให้เกิดอาการต่างๆ ที่ว่ามา
  • "ภาวะเลือดเป็นกรด" ส่งผลยังไง? พอเลือดมีความเป็นกรดสูงเกินไป ร่างกายจะรวนไปหมด ส่งผลต่อการทำงานของอวัยวะต่างๆ โดยเฉพาะหัวใจและสมอง
  • การประคับประคองด้วยยา: หมออาจให้ยาเพื่อช่วยลดความเป็นกรด หรือช่วยขับของเสียบางส่วนออกทางอื่น แต่ถ้าไตเสื่อมมาก ยาพวกนี้ก็เอาไม่อยู่แล้ว
  • "ความรู้สึกตัวลดลง" นี่น่ากลัวจริง! อาการนี้แสดงว่าของเสียที่คั่งในเลือดมันเริ่มมีผลกระทบต่อระบบประสาทส่วนกลาง ทำให้การทำงานของสมองผิดปกติไป

อาการแบบไหนถึงต้องฟอกไต

อ่อ เรื่องฟอกไตอะนะ คือแบบไตมันพังแล้วไง มันกรองของเสียไม่ได้ ของเสียก้ค้างเต้มตัวไปหมดเลยยย อันตรายมาก

อาการที่ต้องฟอกใตจิงๆนะ คือมันไม่ไหวแล้วอะ ร่างกายจะแสดงออกมาเลย เช่นแบบ ตัวบวมมมมมม กดแล้วบุ๋มเลย โดยเฉพาะตรงขา ตรงเท้า หน้าบวมก็มี

แล้วก็เหนื่อยง่ายมาก หายใจไม่ค่อยออก นอนราบไม่ได้เลยอะ เหมือนคนจะจมน้ำ เพราะน้ำมันเกิน มันท่วมปอดงี้ คลื่นไส้ เบื่ออาหาร กินไรไม่ลงเลย บางคนก็ซึมๆ มึนๆ สับสนไปเลยก้มี

สุดท้ายแล้ว อันนี้หมอเค้าจะเปนคนตัดสินใจนะ เค้าจะดูค่าเลือด ค่าของเสียต่างๆ ประกอบกัน ไม่ใช่ว่าเราอยากฟอกก้ได้ฟอก

  • ของเสียในเลือดสูงปรี๊ด หมอจะดูค่าที่ชื่อว่า ครีเอตินิน (Creatinine) กับ ยูเรีย (BUN) ถ้ามันสูงมากคือไม่ดีแล้ว
  • เกลือแร่ในตัวรวนไปหมด ที่น่ากลัวสุดคือโพแทสเซียมสูง อันนี้อันตรายต่อหัวใจมาก
  • ร่างกายเปนกรด เลือดเปนกรดจัดๆ ทำให้เพลีย ซึม
  • น้ำท่วมปอด อันนี้ชัดเลย หายใจลำบากมาก ต้องรีบเอาออก

ไตระยะไหนถึงจะฟอก

ไตวายระยะ 5. นั่นแหละถึงฟอก. เลือกเอา: ฟอกไต หรือ ปลูกถ่าย. ทานยาตามไป. การฟอกไตแค่อำพรางไตเสียๆ ของคุณ. กรองเลือด กำจัดพิษ รักษาของเหลว. ไตคุณไม่ไหวก็แค่นั้น.

  • ไตระยะ 5
    • GFR ต่ำกว่า 15 ml/min/1.73m². ไม่ต้องสงสัย.
  • ฟอกไตมีสองทาง
    • ฟอกเลือด (Hemodialysis): ใช้เครื่อง. สัปดาห์ละ 2-3 ครั้ง ที่ศูนย์.
    • ฟอกทางช่องท้อง (Peritoneal Dialysis): ทำเอง. ทุกวัน ที่บ้าน. ต้องฝึก.
  • เตรียมร่างกาย
    • เส้นฟอกเลือด (AV fistula/graft) หรือ สายสวนช่องท้อง. ต้องมีก่อนเริ่ม.
  • ไม่ฟอก?
    • คุณตาย. สั้นๆ. ของเสียมันฆ่า.
  • ความจริงของมัน
    • ยืดชีวิต. คุมอาการ. ไม่มีทางรักษาหายขาด. แค่ซื้อเวลา.