กินวิตามินซีกี่วันเห็นผล

128 ครั้งเข้าชม
วิตามินซี: กี่วันถึงเห็นผลการกินหรือฉีดวิตามินซี ไม่ได้ให้ผลลัพธ์ทันที ร่างกายต้องใช้เวลาดูดซึมก่อน โดยทั่วไปจะเริ่มเห็นผลดีขึ้นหลัง 3 วัน และเห็นผลเต็มที่ในช่วง 1-2 สัปดาห์ ทั้งนี้ ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับสภาพผิวของแต่ละบุคคลคำหลัก: วิตามินซี, ผลลัพธ์, สภาพผิว, การดูดซึม
ความคิดเห็น 0 ครั้งถูกใจ

กินวิตามินซีแล้วเห็นผลจริงไหม? ใช้เวลานานเท่าไหร่?

กินวิตามินซีแล้วเห็นผลจริงไหม? อืมมม… ส่วนตัวนะ, ฉันว่ามันก็แล้วแต่คนอ่ะ

ตอนนั้น ฉันเคยกินวิตามินซีเม็ดฟู่ของ Boots (จำราคาไม่ได้, น่าจะแถวๆ 200 กว่าบาท) ทุกวันเลยนะ ประมาณ 2-3 เดือนได้. ผิวก็ดูใสขึ้นนิดนึงนะ แต่ไม่ได้ว้าวขนาดนั้นอะ

แต่ถ้าถามว่าเห็นผลจริงไหม? ฉันว่าจริงนะ แค่ไม่ได้แบบปุบปับ! ต้องใช้เวลาอะ แล้วก็ขึ้นอยู่กับว่ากินแบบไหนด้วยมั้ง

ส่วนเรื่องระยะเวลา… จำไม่ได้ว่ากี่วันเห็นผล แต่ไม่ใช่ 3 วันแน่นอน! อาจจะสัก 2 อาทิตย์มั้ง? ถ้ากินสม่ำเสมออะนะ

วิตามินซี ห้ามกินคู่กับวิตามินอะไร

วิตามินซีอะนะ ตอนแรกก็ไม่รู้หรอกว่ากินกับอะไรไม่ได้บ้าง

วิตามินบี 12 เนี่ยตัวดีเลย แม่บอกว่าอย่ากินพร้อมกันเด็ดขาด! กินพร้อมกันคือบี 12 แทบไม่เข้าตัวเลยนะสิ

  • วิตามิน B12: ห้ามกินพร้อมวิตามินซี ร่างกายดูดซึมบี 12 น้อยลง (ควรรอ 2-3 ชม.)

ส่วนยาคุมอันนี้เพื่อนเตือนมา ตอนนั้นกินยาคุมอยู่ไง แล้วกินวิตามินซีเยอะมาก เพราะเป็นหวัด ปรากฏว่าคลื่นไส้สุดๆ อ้วกออกมาเลยจ้า แทบช็อก! ตั้งแต่นั้นมากินวิตามินซีน้อยลงเยอะ

  • ยาคุม: กินกับวิตามินซีดูดซึมยาคุมเยอะขึ้น อาจคลื่นไส้ อ้วก (มีผลต่อการคุมกำเนิด)

ตอนนี้ก็เลยกินวิตามินซีแบบระวังมาก อ่านฉลากตลอด แล้วก็เว้นระยะห่างในการกินยาแต่ละตัวด้วย เซ็งเลย!

กินวิตามินซีช่วยให้ผิวขาวจริงไหม?

กินวิตามินซีแล้วขาวขึ้นจริงป่ะวะ? เออ...นี่ฉันกำลังสงสัยอยู่เนี่ย จริงๆมันก็ช่วยเรื่องความกระจ่างใสอยู่นะ แต่ขาวเว่อร์ๆแบบในโฆษณาเลยมั้ย อันนั้นก็คงไม่ใช่ละมั้ง

  • วิตามินซีมันเป็นสารต้านอนุมูลอิสระนี่เนอะ ช่วยเรื่องผิว ใช่ปะ?
  • อ่านเจอมาว่ามันยับยั้งการสร้างเม็ดสีเมลานิน เม็ดสีเมลานินนี่คือตัวการทำให้ผิวคล้ำใช่มั้ย?
  • แล้วมันก็ช่วยผลัดเซลล์ผิวด้วย โอเคเข้าใจแล้ว คือมันไม่ได้ทำให้ขาวโบ๊ะ แต่ช่วยให้ผิวดูใสขึ้น

แต่ๆๆ ฉันว่ามันก็ต้องใช้ควบคู่กับการดูแลอย่างอื่นด้วยแหละ อย่างเช่นทาครีมกันแดด สำคัญมากกก ปีนี้ฉันใช้ครีมกันแดด แบรนด์ [ชื่อแบรนด์ครีมกันแดด] รู้สึกว่ามันโอเคอยู่นะ ไม่เหนียวเหนอะหนะดี

อีกอย่าง กินวิตามินซีอย่างเดียวไม่พอหรอก ต้องกินอาหารครบ 5 หมู่ ดื่มน้ำเยอะๆด้วย พักผ่อนให้เพียงพอด้วยนะ คือมันต้องดูแลหลายๆด้านอะ ไม่ใช่แค่กินวิตามินซีอย่างเดียว ปวดหัว!

อ้อ ลืมไป ปีนี้ฉันเริ่มออกกำลังกายด้วย วิ่งตอนเช้า อาทิตย์ละ 3 วัน รู้สึกดีขึ้นเยอะเลย ผิวก็ดูใสขึ้น อาจจะเกี่ยวข้องกับการไหลเวียนเลือดมั้ง ไม่รู้เหมือนกัน งงงงงง

ข้อมูลเพิ่มเติม (ปี 2566):

  • การศึกษาจำนวนมากยืนยันว่าวิตามินซีช่วยเรื่องความกระจ่างใสของผิว แต่ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายอย่าง เช่น ปริมาณที่รับประทาน สุขภาพโดยรวม และพันธุกรรม
  • วิตามินซีมีจำหน่ายในหลายรูปแบบ เช่น เม็ด ผง และเซรั่ม ควรเลือกแบบที่เหมาะสมกับตัวเอง
  • ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนรับประทานวิตามินซีในปริมาณสูง เพราะอาจมีผลข้างเคียงได้

วิตามินซีอะไรกินแล้วขาว?

วิตามินซีไม่ได้เปลี่ยนสีผิวโดยตรง แต่มีส่วนช่วย

  • Blackmores Bio Acerola Plus 1500 mg. เน้นธรรมชาติ
  • Vistra Acerola Cherry 1000 mg. ยอดนิยม
  • Now Foods Vitamin C Plus Acerola Cherry 1000 mg. เน้นปริมาณ
  • DHC Vitamin C. ราคาเข้าถึงง่าย
  • Dr.Pong Triple C 1000 mg. ทางเลือกเฉพาะ

วิตามินซีสำคัญต่อภูมิคุ้มกัน คอลลาเจน ผิวใสจริงไหม? ต้องลองเอง

  • ผิวแต่ละคนตอบสนองต่างกัน
  • อาหารเสริม ไม่ใช่ยาวิเศษ

กินอาหารให้ครบ ปรึกษาแพทย์สำคัญสุด

วิตามินซี ยี่ห้อไหนดี 2567?

อื้อหือ..ถามเรื่องวิตามินซีปีนี้เนี่ยนะ ปีนี้ฉันลองหลายยี่ห้อเลย บอกตรงๆเลือกยากมาก! ตอนแรกไปเดินเล่นที่ Boots ที่เซ็นทรัลเวิลด์ เดือนมีนาคม เห็น DHC โปรโมชั่นเลยจัดมา แต่รู้สึกเฉยๆนะ ไม่ค่อยเห็นผลเท่าไหร่ กินไปเดือนนึงก็เลิก

หลังจากนั้นไปเจอ Dr.PONG ที่ร้านขายยาแถวบ้าน ซอยสุขุมวิท 24 ต้นเดือนพฤษภาคม ราคาแรงอยู่ แต่เขาบอกว่าคุณภาพดี กินไปอาทิตย์นึง รู้สึกสดชื่นขึ้นนะ แต่แพงไปหน่อยสำหรับฉัน

อีกยี่ห้อที่ลองคือ Voost เพื่อนแนะนำ ซื้อออนไลน์ กลางเดือนมิถุนายน แบบซองสะดวกดี แต่รสชาติแปลกๆ ไม่ค่อยชอบเท่าไหร่ กินไม่หมดด้วยซ้ำ

Blackmores กับ Nat C ฉันลองซื้อมาเทียบกัน ซื้อจากร้านขายยาในห้าง เดือนกรกฎาคม Blackmores กินง่าย แต่ Nat C รู้สึกว่าซึมซับได้ดีกว่า ราคาพอๆ กันด้วยนะ

ส่วน SWISSE กับ Dii ฉันยังไม่ได้ลอง เห็นรีวิวเยอะดี แต่ปีนี้งบหมดแล้วจริงๆ ปีหน้าค่อยว่ากันใหม่

  • DHC: เฉยๆ ไม่ค่อยเห็นผล
  • Dr.PONG: ดี แต่แพง
  • Voost: รสชาติแปลก กินไม่หมด
  • Blackmores: กินง่าย
  • Nat C: ซึมซับดี ราคาโอเค
  • SWISSE & Dii: ยังไม่ได้ลอง

ปล. เรื่องกินวิตามินนี่ ขึ้นอยู่กับแต่ละคนด้วยนะ ผลลัพธ์อาจจะไม่เหมือนกัน ฉันแค่เล่าประสบการณ์ของตัวเองเท่านั้นแหละ

วิตามินซี ห้ามกินคู่กับวิตามินอะไร?

วิตามินซี? อย่าแดกคู่กับ B12.

  • B12: ดูดซึมเหี้ยลง ถ่างเวลาแดกออกไป 2-3 ชม. ถ้าเลี่ยงได้เลี่ยง
  • ยาคุม: คลื่นไส้ อ้วกแตก คุมพลาด เสี่ยงท้อง

กินวิตามินซีติดต่อกันได้กี่เดือน?

แดกไปเหอะ อย่าเยอะเกิน พันมิลลิกรัมพอ

เกินหกเดือน กูไม่รับประกัน

ข้อมูลเสริม:

  • เรื่องไต: กินหลังอาหารเช้า ช่วยให้ไตทำงานดีขึ้น ลดเสี่ยงนิ่ว
  • ปริมาณ: เกินพันมิลลิกรัมต่อวัน ระวังไตพัง
  • ระยะเวลา: สามถึงหกเดือน พอละ อย่าแดกเยอะเกิน
  • ภูมิคุ้มกัน: ช่วยฆ่าเชื้อโรค เสริมเยื่อบุผิว

วิตามินซี ควรพักกี่เดือน?

วิตามินซี พักเมื่อไร?

  • 6 เดือน หยุด 1 เดือน. ร่างกายต้องการพัก. เกินไปก็เปลืองเปล่า.
  • 1000-2000 มก.ต่อวัน. มากไป ตับไตทำงานหนัก.
  • 500 มก. หลายมื้อ. ดูดซึมดีกว่า. ครั้งเดียวจอด. 25% คือความจริง.
  • บำรุงตับ? ตลอดไปรึ?. ถามหมอ. อย่าเชื่อทุกอย่าง.

เพิ่มเติม:

  • วิตามินซีสังเคราะห์ vs. จากอาหาร. ต่างกัน. เลือกให้ดี.
  • ผลไม้ตระกูลส้ม ก็มี. ทางเลือก. ไม่ต้องพึ่งยาเสมอไป.
  • ความเครียด. ตัวร้าย. วิตามินซีหมดเร็ว. จัดการซะ.
  • "ของดี...มีโทษถ้าเกิน". จำไว้. ไม่ต่างจากยาแก้ปวด.

โรคอะไรห้ามกินวิตามินซี?

เฮ้อ... คิดหนักจริงๆ เรื่องวิตามินซีเนี่ยนะ

คนเป็นโรคเลือดผิดปกติ อย่างพวก Hemochromatosis หรือโรคธาลัสซีเมีย นี่อันตรายนะ ไม่ควรทานเลย จำได้ว่าเพื่อนสมัยมัธยม มันเป็นธาลัสซีเมีย หมอบอกห้ามเด็ดขาด ไม่งั้นอันตรายถึงชีวิต เรื่องพวกนี้ต้องระวังจริงๆ

แล้วก็โรคเบาหวาน อันนี้ก็ต้องระวัง เพราะมันอาจจะทำให้น้ำตาลในเลือดขึ้นสูง ต้องปรึกษาหมอก่อนทุกครั้ง อย่าประมาท ผมเองก็มีญาติเป็นเบาหวาน เขาระวังมากๆเลย กินอะไรต้องเช็คหมด

อืม... อีกอย่างที่นึกออกก็คือ โรคเม็ดเลือดแดงรูปเคียว อันนี้ไม่ควรทานวิตามินซีเยอะๆ เหมือนกัน ไม่รู้ว่าทำไมนะ แต่จำได้ว่าเคยอ่านเจอ ต้องระมัดระวัง จริงๆ เรื่องสุขภาพเนี่ย ต้องศึกษาดีๆ

สรุปง่ายๆ เลยก็คือ

  • โรคเกี่ยวกับเลือด: Hemochromatosis, โรคธาลัสซีเมีย, โรคเม็ดเลือดแดงรูปเคียว ห้ามทานเด็ดขาด
  • โรคเบาหวาน: ควรปรึกษาแพทย์ก่อนทาน เพราะอาจทำให้น้ำตาลในเลือดสูงขึ้น
  • ข้อควรระวัง: ศึกษาข้อมูลให้ดีก่อนทานเสมอ อย่าประมาท ปรึกษาแพทย์ถ้าไม่แน่ใจ