ก่อนผ่าตัดห้ามทำอะไรบ้าง
ก่อนผ่าตัดห้ามทำอะไรบ้าง? เตรียมตัวให้พร้อมปลอดภัยไร้กังวล?
ก่อนจะเข้าห้องผ่าตัดนี่มันวุ่นวายใจจริงๆ นะ. จำได้เลย ตอนนั้นหมอนัดให้ไปเตรียมตัวก่อนผ่าตัดไส้ติ่ง, รู้สึกประหม่าไปหมด. มีหลายอย่างที่เขาห้ามทำเลยล่ะ.
ที่สำคัญสุดๆ คือเรื่องยา. ห้ามกินยาอะไรเองเด็ดขาดเลยนะ. ต้องถามหมอให้ชัวร์ก่อนว่ายาตัวไหนกินได้ กินไม่ได้. เพราะยาบางตัวมันทำปฏิกิริยากับยาสลบนะ. อันนี้สำคัญมากจริงๆ.
แล้วก็เรื่องการตัดสินใจอะไรสำคัญๆ. ช่วงใกล้ผ่าตัดนี่สติเราไม่เต็มร้อยเท่าไหร่. เลยต้องเลื่อนเรื่องเซ็นเอกสาร หรือตัดสินใจอะไรใหญ่ๆ ไปก่อน. กลัวตัดสินใจพลาด.
ส่วนเรื่องขับรถ หรือทำงานกับเครื่องจักรนี่ไม่ต้องพูดถึง. หลังผ่าตัดนี่จะมึนๆ งงๆ ขับรถไปไหนก็อันตราย. สมาธิก็ไม่ดี.
ที่สำคัญอีกอย่างคือเรื่องการดื่มแอลกอฮอล์. อันนี้งดไปเลยนะ. ร่างกายต้องพักผ่อนให้เต็มที่.
แล้วก็การเคลื่อนไหวเร็วๆ. เช่น ลุกนั่งก้มเงยนี่ต้องระวัง. เดี๋ยวจะมีปัญหา.
สรุปคือช่วงก่อนผ่าตัด ต้องเชื่อฟังหมออย่างเดียวเลย. อย่าไปคิดเองทำเอง. ความปลอดภัยสำคัญที่สุด.
ยาอะไรที่ไม่ควรกินก่อนเข้ารับการผ่าตัด
โอ๊ย! อีพวกยาละลายลิ่มเลือดนี่ตัวดีเลยนะคุณ! เหมือนกับเปิดก๊อกน้ำทิ้งไว้ ไม่หยุดไหลอ่ะ! ทั้งแอสไพริน ทั้งไอบูโพรเฟนนี่ ตัวแสบเลย หยุดเดี๋ยวนี้ก่อนผ่าตัดนะ! อย่างน้อย 7 วันน่ะ ต้องหยุดเลย ไม่งั้นหมอได้ปวดหัว เลือดพุ่งเป็นน้ำพุแน่! เขาบอกว่ามันทำให้เลือดแข็งตัวช้าไง เลือดไหลไม่หยุด ทีนี้ก็ยาวเลยคุณเอ๊ย!
ต่อไปนี้ก็มีตัวอื่นๆ ที่ต้องระวังให้หนักนะจ๊ะ:
- วิตามินบางชนิด หรือ สมุนไพรไทย-เทศทั้งหลาย: อันนี้ก็ตัวดี! อย่างน้ำมันปลา หรือ แปะก๊วย เนี่ย บางทีมันก็ไปทำให้เลือดไหลไม่หยุดเหมือนกันนะคุณ! หรือพวกวิตามินอีเยอะๆ ก็ใช่ย่อย เห็นไหมล่ะ? พวกนี้น่ะ บางคนชอบคิดว่าของดีธรรมชาติ แต่เวลาก่อนผ่าตัดมันไม่ดีเลย ต้องหยุดชะงักเลยนะ! ฉันเองก็เผลอจะกินเหมือนกัน เห็นว่าดีงาม แต่หมอดุเลย!
- ยาเบาหวาน ยาลดความดัน: พวกนี้สำคัญมากนะ ไม่ใช่ว่าหยุดได้ตามใจฉันนะคุณ! ต้องปรึกษาคุณหมอเจ้าของไข้ ก่อนเสมอเลยนะ ว่าจะหยุดยังไง กินต่อได้ไหม วันผ่าตัดกินได้ไหม สำคัญยิ่งกว่าชีวิต (ก็ชีวิตเลยแหละ) หมอเขาจะปรับยาให้ ไม่ใช่ไปหยุดเองนะ! เหมือนจะคิดดี แต่จริงๆ อาจจะงานเข้าเลยนะ!
- ยาที่ทำให้ง่วง หรือยาคลายกังวลบางประเภท: ไอ้พวกนี้ก็เหมือนกันนะคุณ มันไปตีกับยาชา ยาสลบได้นะคุณเอ๊ย! ทำให้หมอต้องมานั่งคำนวณใหม่ เสี่ยงยาเกินขนาด หรือยาไม่พอได้เลยนะ! บอกหมอให้หมดเปลือกเลยนะคุณว่ากินอะไรเข้าไปบ้าง อย่าอายเลยคุณ!
การดูแลแผลผ่าตัดเล็ก มีอะไรบ้าง
แผลผ่าตัดเล็ก:
- ปิดให้ดี: ใช้พลาสเตอร์ตามหมอสั่ง อย่าแกะเล่น.
- แห้งคือดี: รักษาแผลให้แห้งเข้าไว้.
- เบาแรง: อย่าหักโหมยกของหนัก.
- กินโปรตีน: ตัวช่วยสมานแผลชั้นดี.
- เลี่ยงของเน่า: อาหารหมักดอง ของดิบ งดไปก่อน.
- พักก่อน: งดออกกำลังกายหนักๆ.
- บอกลาบุหรี่: ควันพวกนั้นมันทำลาย.
- ยาต้องครบ: กินยาฆ่าเชื้อให้หมดตามหมอสั่ง.
เพิ่มเติม:
- ความสะอาด: ล้างมือทุกครั้งก่อนสัมผัสแผล.
- สังเกต: ถ้ามีหนอง แดง บวม ร้อน รีบไปหาหมอ.
- ทายา: บางครั้งหมออาจสั่งยาให้ทา.
- วัสดุ: เลือกใช้วัสดุทำแผลที่เหมาะกับแผล.
- ความถี่: เปลี่ยนพลาสเตอร์ตามที่แพทย์แนะนำ.
- การหาย: ขึ้นอยู่กับสภาพร่างกายแต่ละคน.
แผลผ่าตัดเล็กห้ามโดนน้ำกี่วัน
แผลผ่าตัดเล็ก ห้ามโดนน้ำโดยตรง อย่างน้อย 3-5 วัน หากยังแดง มีรอยแยกเล็กน้อย. เวลาคือการรักษา. รีบเกินไป ผลไม่ต่างกัน.
แผลแห้ง ไร้หนอง ไร้น้ำเหลือง? สัมผัสน้ำเบาได้. ห้ามแช่ ห้ามถู.
หลังตัดไหม. รอ 24-48 ชั่วโมง ก่อนสัมผัสน้ำ. ผิวหนังเปราะบาง.
- ตรวจแผลสม่ำเสมอ. สี กลิ่น ปวด บวม. สัญญาณเตือน ไม่ควรละเลย.
- อาบน้ำฝักบัว. กระแสน้ำเบา พ้นแผล.
- หลีกเลี่ยงการแช่. อ่าง สระน้ำ. แหล่งเชื้อโรค.
- ซับแผลแห้งทันที. ผ้าสะอาด เบามือ.
- ติดเชื้อ? มีไข้ ปวด บวม แดงร้อน มีหนอง. พบแพทย์. ทันที.
5วันตัดไหมได้ไหม
การตัดไหม 5 วันหลังเย็บแผล โดยทั่วไปยังถือว่าเร็วเกินไป ครับ
ปกติแล้ว แพทย์จะประเมินการตัดไหมในช่วง 7-10 วัน หลังเย็บแผลเป็นหลักครับ การตัดสินใจนี้ขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย เช่น:
- ตำแหน่งของแผล: แผลที่ใบหน้ามักจะตัดเร็วกว่าบริเวณอื่น เพราะการไหลเวียนเลือดดีและสมานตัวเร็ว ในขณะที่แผลบริเวณข้อต่อที่ต้องมีการเคลื่อนไหวบ่อยๆ เช่น ข้อศอก หรือข้อเข่า อาจต้องรอตัดไหมนานกว่าคือ 10-14 วัน เพื่อให้แผลมีความแข็งแรงเพียงพอ
แล้วเมื่อไหร่ที่ต้องตัดไหมจริงๆ?
- มองที่ชนิดไหม: ไหมบางชนิดละลายได้เอง ไม่ต้องตัด แต่ถ้าเป็นไหมที่ต้องตัด ก็ต้องรอให้แผลสมานตัวดีก่อน
- พิจารณาความตึงของแผล: ถ้าแผลยังดูตึงมาก หรือมีการดึงรั้ง อาจต้องรออีกนิดเพื่อป้องกันแผลปริ
- สภาวะร่างกายผู้ป่วย: สุขภาพโดยรวม การควบคุมโรคประจำตัว เช่น เบาหวาน ก็มีผลต่อการสมานแผล
เจ็บไหมตอนตัด?
- มักจะไม่เจ็บมาก ครับ แค่รู้สึกดึงๆ หรือจี๊ดๆ เล็กน้อยเท่านั้นเอง เพราะปกติแพทย์จะใช้ยาชาเฉพาะที่ ถ้ากลัวมากๆ ลองบอกคุณหมอได้
การดูแลแผลหลังเย็บ สำคัญกว่าที่คิดนะ
- รักษาความสะอาด: ล้างแผลเบาๆ ด้วยน้ำเกลือ (Saline) หรือน้ำสะอาดตามที่แพทย์แนะนำ
- ปิดแผลให้แห้ง: หากมีผ้าก๊อซปิดแผล ให้เปลี่ยนตามความเหมาะสม และพยายามให้แผลแห้งที่สุด
- สังเกตอาการผิดปกติ: ถ้าแผลบวม แดง มีหนอง หรือมีไข้ รีบไปพบแพทย์ทันที
ข้อมูลเสริมที่ควรรู้:
- แผลผ่าตัดใหญ่ อาจใช้เวลาสมานตัวนานกว่าแผลจากการบาดเจ็บทั่วไป
- การโภชนาการ มีส่วนสำคัญ การทานโปรตีนและวิตามินซีช่วยเร่งการสมานแผล
- การหลีกเลี่ยงแสงแดด หลังตัดไหม ช่วยลดรอยแผลเป็นได้ดี
- การนวดคลึงแผล หลังจากตัดไหมไปแล้วสักพัก อาจช่วยให้แผลนุ่มขึ้นและลดการเกิดพังผืด
ความคิดเห็นต่อคำตอบ:
ขอบคุณสำหรับความคิดเห็นของคุณ! ความคิดเห็นของคุณมีความสำคัญมากในการช่วยเราปรับปรุงคำตอบในอนาคต