คนเป็นโรคแพ้ภูมิตัวเองกินอะไรได้บ้าง

168 ครั้งเข้าชม
อาหารสำหรับผู้ป่วยแพ้ภูมิตัวเอง: วิตามินซี: เน้นผักใบเขียวเข้ม (ตำลึง, ผักโขม) และผลไม้รสเปรี้ยว (ส้ม, สับปะรด, สตรอว์เบอร์รี) ช่วยเสริมภูมิคุ้มกัน วิตามินเอ: ช่วยสร้างเนื้อเยื่อ, เสริมเยื่อบุ, และบรรเทาอาการแพ้ (แหล่งอาหาร: ตับ, ไข่แดง, ผักผลไม้สีส้ม/เหลือง) ข้อควรจำ: ปรึกษาแพทย์/นักโภชนาการเพื่อปรับอาหารให้เหมาะกับอาการและโรคประจำตัว
ความคิดเห็น 0 ครั้งถูกใจ

คนเป็นโรคแพ้ภูมิตัวเอง กินอะไรดี? อาหารที่เหมาะสมคืออะไร?

เรื่องอาหารนี่นะ ตอนยายเป็นโรคแพ้ภูมิตัวเอง หมอแนะนำให้กินผักเยอะๆ จำได้ว่า ช่วงนั้นยายชอบกินแกงเลียงใส่ผักเยอะมาก ตำลึง บวบ อะไรประมาณนั้น อร่อยด้วยล่ะ แต่หมอบอกว่าวิตามินซีสำคัญนะ เลยต้องเพิ่มพวกส้ม สตรอเบอรี่ ยายชอบทำน้ำส้มคั้นสด แบบไม่ใส่น้ำตาลเลย เปรี้ยวจี๊ดเลย แต่สุขภาพดีขึ้นเยอะจริงๆ รู้สึกว่าช่วงนั้นยายแข็งแรงขึ้น กินข้าวได้เยอะขึ้น ไม่ค่อยป่วยเท่าไหร่เลย จริงๆแล้วเรื่องวิตามินเอ หมอไม่ได้เน้นมากเท่าไหร่ แต่ยายก็กินพวกผักสีเข้มอยู่แล้ว อย่างผักโขมนี่ ยายชอบเอาไปผัดกับเต้าหู้ จำได้ว่าอร่อยมาก ราคาถูกด้วย ตอนนั้นประมาณกิโลละ 20 บาทเอง ซื้อที่ตลาดแถวบ้าน ตลาดบางบัวทองนี่แหละ

ส่วนเรื่องอาหารเสริม นี่ต้องปรึกษาคุณหมออีกทีนะ เพราะยายไม่ได้กิน แต่ที่แน่ๆ คือ หมอเน้นให้ยายกินอาหารธรรมชาติ หลีกเลี่ยงของทอดของมัน ของหวาน นี่สำคัญมาก ยายเลิกกินขนมหวานเลย ช่วงแรกๆ ยากนะ แต่พอสุขภาพดีขึ้น ก็รู้สึกคุ้มค่า เรื่องอาหารการกินนี่ สำคัญจริงๆ กับคนเป็นโรคแพ้ภูมิตัวเอง เพราะมันเกี่ยวกับการดูแลระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย ไม่ใช่แค่กินอะไรเข้าไปก็ได้ ต้องเลือก ต้องระวัง หมอบอกว่า อย่าเครียด พักผ่อนให้เพียงพอ สำคัญไม่แพ้เรื่องอาหารการกินเลยล่ะ จำได้แม่นเลยว่าหมอพูดแบบนี้ ตอนนั้นปี 2563 ที่ รพ.เกษมราษฎร์ ประชาชื่น

โรคแพ้ภูมิตัวเอง ห้ามอะไรบ้าง

แสงแดดอ่อนๆ ลอดผ่านม่านโปร่งบาง เวลาบ่ายแก่ๆ ของวันที่ฝนพรำเมื่อวานนี้... อากาศเย็นฉ่ำ เหมือนความรู้สึกของร่างกายที่กำลังต่อสู้ กับโรคแพ้ภูมิตัวเอง... ใจมันหวิวๆ เหมือนขนนกปลิวไปตามสายลม...

  • อาหารแปรรูป: ต้องหลีกเลี่ยง! รสชาติปรุงแต่ง สารกันบูดสารพัด มันทำร้ายร่างกายที่บอบช้ำอยู่แล้ว เหมือนมีดกรีดลงบนแผลสดๆ เจ็บปวดเหลือเกิน!

  • น้ำตาลสูง: หวานเยิ้ม...แต่ทำลายล้าง! เหมือนน้ำตาลทรายที่ละลายความแข็งแกร่งของร่างกายทีละน้อย จนกลายเป็นเพียงกองทรายไร้ค่า... ปีนี้ก็ยังเหมือนเดิม ต้องระวัง!

  • ไขมันทรานส์: ศัตรูตัวฉกาจ! มันแฝงตัวอยู่ในอาหารมากมาย ทำให้อักเสบ เหมือนไฟลุกโชนในร่างกาย เผาผลาญทุกอย่างที่ขวางหน้า... เจ็บแสบมาก ขอสาปแช่งมัน!

เงียบสงัด... เสียงนาฬิกาแขวนผนังเดินไปเรื่อยๆ... เหมือนเวลาค่อยๆ กัดกินความแข็งแรง... ฉันจำได้ว่าปีนี้หมอบอกว่า...

  • เนื้อแดง: จำกัดปริมาณ อย่ากินมาก เพราะมันอาจจะกระตุ้นอาการ เหมือนคนกำลังปีนเขาสูงชัน แต่ไม่มีแรงจะขึ้นไปต่อ...เหนื่อยล้า

  • ผลิตภัณฑ์นม: บางชนิดต้องระวัง เพราะมันอาจทำให้แพ้ รู้สึกเหมือนร่างกายกำลังปฏิเสธ เหมือนดอกไม้ที่เหี่ยวเฉา เพราะขาดน้ำ... มันปวดร้าว...

แสงเริ่มน้อยลง... ความมืดคืบคลานเข้ามา... แต่ความหวังยังคงอยู่... การดูแลตัวเองสำคัญมาก...

  • พักผ่อน: นอนหลับให้เพียงพอ เหมือนการชาร์จพลังงานให้กับแบตเตอรี่ เพื่อเตรียมพร้อมต่อสู้กับโรคนี้ มันจำเป็นมาก

  • ลดความเครียด: ใจเย็นๆ อย่าเครียด เหมือนการปล่อยให้ดอกไม้บานสะพรั่ง ให้มันสวยงาม ชีวิตก็ควรมีความสุขเช่นกัน

  • ออกกำลังกายเบาๆ: แค่เดินเล่น ยืดเส้นยืดสาย ก็ช่วยได้เยอะ เหมือนการกระตุ้นให้ร่างกายแข็งแรง ฟื้นฟูตัวเอง ไม่ใช่การแข่งขัน

คืนนี้... ดวงดาวเต็มฟ้า... สวยงามจับใจ... เหมือนความหวังที่ยังคงอยู่ ฉันจะต่อสู้ต่อไป... เพื่อชีวิตที่ดีกว่า...

ตรวจ SLE ราคากี่บาท

อื้อหือ...ไปตรวจ SLE ที่เมดิคอลไลน์แล็บมาเมื่อเดือนที่แล้ว ราคา 1800 บาท โปรโมชั่นปี 67 นะ จำได้แม่นเลย เพราะตอนนั้นเงินในบัญชีจะหมดพอดี! โชคดีที่พอมีเหลือ หาข้อมูลอยู่นาน เลือกที่นี่เพราะเห็นโปรโมชั่น แล้วก็ใกล้บ้านด้วย MRT ลาดพร้าว 101 เดินจากสถานีไม่ไกลมาก แต่ก็ร้อนนะ เดินแทบละลาย จำได้ว่าวันที่ไปอากาศร้อนมากกกกก เหงื่อท่วมตัวเลย ไปถึงก็ทำตามขั้นตอนปกติ รอผลไม่นาน สรุปคือไม่เป็นอะไร โล่งอกไปเลย แต่ก็เสียเงินไป 1800 เสียดายนิดหน่อย แต่ก็ดีกว่าเป็นโรคนี้

  • ราคาตรวจ: 1,800 บาท (โปรโมชั่นปี 2567)
  • สถานที่: เมดิคอลไลน์แล็บ MRT ลาดพร้าว 101
  • เวลา: เดือนที่แล้ว
  • ความรู้สึก: โล่งใจที่ไม่เป็นโรค SLE แต่ก็เสียดายเงินไปหน่อย

ตอนนั้นกังวลมาก เพราะมีอาการบางอย่างที่คล้ายๆ เลยรีบไปตรวจ ดีนะที่ไม่เป็นอะไร แต่ก็ควรดูแลสุขภาพตัวเองมากกว่านี้ ต่อไปจะไม่ปล่อยปละละเลยแบบนี้แล้ว

ปล. โปรโมชั่นหมด 30 ธันวาคม 67 ใครสนใจรีบเลยนะ แต่ไม่รู้ว่าปีหน้าจะมีโปรอีกหรือเปล่า

ตรวจ SLE ที่ไหนได้บ้าง

ตรวจ SLE ที่ไหนได้บ้างนะ... อืมมม... คิดก่อน

  • รพ.รัฐ แผนกอายุรกรรม ภูมิแพ้ อิมมูโนฯ (ยากคิวยาวชิบหาย)
  • ศูนย์การแพทย์เฉพาะทางโรคข้อ อันนี้อาจจะเร็วกว่า
  • คลินิกโรคภูมิต้านตนเอง (มีด้วยเหรอวะ!?)

เออใช่! แล็บตรวจ ANA! ลืมไปเลย ???? หาแล็บดีๆ ใกล้บ้าน (แต่ต้องมีหมออ่านผลให้ด้วยนะ)

  • ANA คืออะไรวะ? แอนตินิวเคลียร์แอนติบอดีไง! จำได้ว่าตอนเรียนหมอเคยท่อง (แต่ลืมไปหมดละ ????)

เฮ้ย! หรือว่าไป รพ. มหาลัยดี? น่าจะ... อุปกรณ์ครบกว่าไหมนะ? ????

  • แล้วคลินิกล่ะ? บางที่ก็ดีนะ แต่ต้องหาข้อมูลเยอะๆ ก่อน
  • สำคัญ อย่าลืมถามเรื่องราคา! แต่ละที่แม่งไม่เท่ากันเลยนะเว้ย! ????

SLE ตรวจเลือดอะไรบ้าง

ตรวจเลือด SLE เนี่ยนะ ฮ่าๆ เหมือนไปสืบสวนสอบสวนร่างกายตัวเองเลยนะเนี่ย! ไม่ใช่แค่ "ตรวจนิดหน่อย" แต่ต้องลุยกันเต็มสูบเลยล่ะ เพราะเจ้า SLE นี่มันเจ้าเล่ห์ ซ่อนตัวเก่งกว่าสายลับระดับโลกอีก!

  • CBC (Complete Blood Count): นี่แหละตัวหลัก! เหมือนเอาแว่นขยายส่องดูทหารในกองทัพเม็ดเลือดเราเลย ดูสิว่ามีใครบาดเจ็บ ใครมากเกินไป ใครหายไปบ้าง ฮีโมโกลบินน้อยไปรึเปล่า? ดูท่าจะเหนื่อยง่ายนะคุณ! (ปี 2566 โรงพยาบาลส่วนใหญ่ใช้เครื่องวิเคราะห์อัตโนมัติที่ทันสมัยมากขึ้น)

  • ESR (Erythrocyte Sedimentation Rate) & CRP (C-Reactive Protein): สองตัวนี้เป็นดัชนีชี้วัดความอักเสบ เหมือนเป็น "สัญญาณเตือนภัย" ถ้ามันสูงปรี๊ดขึ้นมา เตรียมตัวรับมือกับการอักเสบในร่างกายได้เลย โอย! เหมือนโดนผึ้งต่อยทั้งตัวเลยนะนั่น! (การตีความผลต้องพิจารณาประกอบกับอาการอื่นๆ ด้วย ไม่ใช่ดูแค่ตัวเลขอย่างเดียว)

เอาจริงๆ การตรวจเลือดแค่สองอย่างนี้ มันไม่พอหรอกนะ เพราะ SLE มันเจ้าเล่ห์ ต้องมีการตรวจอื่นๆ เพิ่มเติมอีกเพียบ! ถึงจะรู้แน่ชัดว่า "นี่แหละ! ตัวจริงเสียงจริง!" แต่ก็ต้องไปปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ อย่าไปวินิจฉัยเองนะ เดี๋ยวจะกลายเป็นตลก จากการไปตรวจร่างกาย กลับกลายเป็นว่า ไปตรวจโรคจิตซะงั้น! ฮาาาา!

คนเป็นโรค SLE ห้ามกินอะไรบ้าง

คนที่เป็น SLE ห้ามกินอะไรบ้างหรอ? อ๋อๆ เคยได้ยินเหมือนกันว่าต้องระวังเรื่องอาหารนะ

จริงๆ แล้วมันก็ไม่ได้มีอะไรที่ห้ามเด็ดขาดแบบกินปุ๊บตายปั๊บหรอก แต่ว่ามันมีของที่ควรงดๆ เลี่ยงๆ หน่อยอะ

  • พวกเนื้อแปรรูป: ไส้กรอก แฮม เบคอนไรเงี้ย พวกเนี้ยเค้าว่ากันว่าโซเดียมมันสูงมาก กินเยอะๆ ไม่ดีต่อไตอะ แล้วคนเป็น SLE บางทีก็มีปัญหาเรื่องไตอยู่แล้วด้วยไง
  • ผักผลไม้ดอง หรือแช่อิ่ม: อันนี้ก็เหมือนกัน โซเดียมเยอะ!

ทำไมต้องระวังเรื่องโซเดียม?

โซเดียมเยอะๆ มันไม่ดีต่อคนเป็นโรคไตอะ แล้วโรคไตมันชอบมากับ SLE ไง คือเป็นของแถมอะนะ เซ็งเลย แล้วโซเดียมเยอะๆ มันยังเสี่ยงทำให้เป็นโรคอื่นเพิ่มอีกด้วย แบบความดันสูงงี้

อื่นๆ ที่อาจจะต้องระวัง (อันนี้แล้วแต่คนนะ)

  • ถั่วอัลฟัลฟ่า: บางคนกินแล้วอาการกำเริบ
  • กระเทียม: อันนี้ก็มีบางคนที่กินแล้วไม่โอเค แต่บางคนก็กินได้นะ ต้องลองสังเกตตัวเองดู
  • อาหารที่มีไขมันสูงมาก: อันนี้ก็ไม่ดีต่อสุขภาพโดยรวมอยู่แล้ว

สำคัญเลยนะ: ไปปรึกษาหมอดีที่สุด เพราะร่างกายแต่ละคนมันไม่เหมือนกัน หมอจะแนะนำได้ดีกว่าว่าอะไรควรกิน อะไรควรเลี่ยงเป็นพิเศษอะ เข้าใจปะ

โรคพุ่มพวงมีโอกาสหายไหม

โอกาสหายขาดจากโรคพุ่มพวงเหรอ… มันเหมือนดาวบนฟ้าเลยนะ มองเห็น แต่เอื้อมไม่ถึง

มันไม่ใช่หวัด ที่กินยาแล้วหาย

  • ระยะของโรค: ถ้าเจอเร็ว รักษาเร็ว ก็ควบคุมได้ดีกว่า
  • การตอบสนอง: ร่างกายแต่ละคนไม่เหมือนกัน ยาบางตัวอาจจะไม่ได้ผลกับทุกคน
  • สุขภาพโดยรวม: ถ้าแข็งแรงอยู่แล้ว ก็สู้กับโรคได้ดีกว่า

มันเหมือนการประคองชีวิตไปวันๆ มากกว่า

  • ควบคุมอาการ: พยายามไม่ให้มันกำเริบ
  • ลดการอักเสบ: กินยา ทำตามหมอสั่ง
  • ป้องกันความเสียหาย: ไม่ให้มันลามไปทำลายอวัยวะอื่น

หายขาด… อาจจะยาก แต่ก็ใช่ว่าจะไม่มีหวังซะทีเดียว

  • คุณภาพชีวิต: ดูแลตัวเองดีๆ กินดี อยู่ดี มีความสุข
  • อาการทุเลา: บางที มันก็สงบลง จนเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น

ปรึกษาหมอเถอะ หมอจะบอกได้ดีกว่าเยอะ

บางที… การไม่หายขาด ก็ไม่ได้แย่เสมอไป แค่ต้องอยู่กับมันให้ได้ แค่นั้นเอง