คลีนิคพรีเมี่ยม รามา แพงไหม

268 ครั้งเข้าชม
คลินิกพรีเมี่ยม รามา: ราคาและบริการราคาคลินิกพรีเมี่ยม รามา ขึ้นอยู่กับบริการที่เลือก โดยทั่วไปอยู่ในระดับกลางถึงสูง เน้นคุณภาพและความสะดวกสบายคำแนะนำ: สอบถามราคาโดยตรงกับคลินิกเพื่อข้อมูลล่าสุด อาจมีโปรโมชั่นหรือแพ็คเกจที่คุ้มค่า
ความคิดเห็น 0 ครั้งถูกใจ

คลินิกพรีเมียมรามา ค่าใช้จ่ายแพงไหม อัปเดตล่าสุด?

เริ่มเลยนะ คลินิกพรีเมียมรามานี่นะ ถามว่าแพงไหม ฉันว่ามันแล้วแต่ เราเคยพาแม่ไปตรวจสุขภาพน่ะ ตอนนั้นก็ปลายปี 66 นี่แหละ เดือนธันวานะ เข้าไปตรงตึกสมเด็จฯ ชั้นสองมั้งนะ ค่าปรึกษาหมอแค่รอบเดียวก็เกือบสองพันแล้วนะ ไม่รวมค่ายาอะไรเลย จุกอยู่

แต่มันก็ดีกว่าไง คืองี้ พวกคลินิกข้างนอกบางทีหมอไม่ค่อยมีเวลา บางทีเราต้องรอคิวเป็นชั่วโมงที่โรงพยาบาลทั่วไปนู่น พอมาที่นี่ ห้องตรวจมันสบายกว่าเยอะ มีพยาบาลคอยดูแลแบบใกล้ชิดนะ ไม่ได้รู้สึกถูกทิ้งขว้างเหมือนบางที่ พยาบาลเขาดูแลแบบใส่ใจจริงๆ จำได้ว่าตอนนั้นแม่บ่นปวดหลัง เขาก็รีบไปหาเก้าอี้เสริมมาให้เลย

คือถ้าถามว่าแพงไหม มันก็แพงกว่าโรงพยาบาลรัฐปกติแน่ๆ ล่ะ แต่เทียบกับเอกชนบางที่ก็ถือว่ากลางๆ ถึงสูงนะ คือเราได้เวลาคุยกับหมอนานกว่าไง ได้ถามเยอะๆ ซึ่งตรงนี้มันสำคัญมากสำหรับคนสูงอายุอย่างแม่เรานะ ตอนนั้นหมอแนะนำเรื่องอาหารเสริมให้ด้วย ชื่ออะไรนะ จำไม่ค่อยได้ แคลเซียมผสมอะไรสักอย่างนี่แหละ แต่จำได้ว่าแม่ชอบ

คลินิกรามาพรีเมี่ยม เบิกได้ไหม

คลินิกรามาพรีเมี่ยม เบิกได้ไหม? อัตราค่าบริการ?

โอ้โห! คลินิกพรีเมี่ยมเนี่ยนะ จะเบิกได้ก็น่าจะเหมือนงมเข็มในมหาสมุทรแหละคุณ! ค่าบริการพรีเมี่ยมคลินิก 150 บาทน่ะ เบิกไม่ได้นะจ๊ะ เขาจัดมาให้เรา “พรีเมี่ยม” แบบจ่ายเต็มเหนี่ยวไปเลย

ส่วนค่าหมอ 0-700 บาทเนี่ย ก็แล้วแต่อาการของเราละกัน ถ้าปวดหัวตัวร้อนธรรมดา ค่าหมอก็อาจจะเบาๆ แต่ถ้าเป็นโรคประหลาดๆ ที่หมอต้องมานั่งเกาหัวแกรกๆ ค่าตัวก็พุ่งปรี๊ดเป็นจรวดได้เลย

แต่ๆๆๆ ค่ายาน่ะ เบิกได้ตามสิทธิ์กรมบัญชีกลาง อันนี้พอจะปลอบใจได้หน่อยนะ ประหนึ่งเจอโอเอซิสกลางทะเลทราย

ส่วนเรื่องเจาะเลือด X-Ray หรือหัตถการอื่นๆ พวกนี้ เบิกได้บางส่วน นะจ๊ะ เตรียมใจไว้เลยว่าอาจจะต้องควักกระเป๋าเพิ่มอีก 12% ถึง 30% เหมือนจ่ายค่าขนมให้หมอเพิ่มไงล่ะ

สรุปแล้ว:

  • ค่าบริการพรีเมี่ยมคลินิก 150 บาท:เบิกไม่ได้ จ่ายสด!
  • ค่าธรรมเนียมแพทย์ 0-700 บาท: ขึ้นอยู่กับอาการของเรา ถ้าหนักก็หนักตาม.
  • ค่ายา:เบิกได้ ตามสิทธิ์กรมบัญชีกลาง! โล่งอกไปเปราะนึง.
  • ค่าเจาะเลือด, X-Ray, หัตถการอื่นๆ:เบิกได้บางส่วน แต่ส่วนเกิน 12%-30% นั้น เตรียมไว้เลย!

ค่าใช้จ่ายของรามาพรีเมี่ยมคลินิกมีอะไรบ้าง

แน่นอน มาดูกันว่าถ้าจะก้าวเข้าสู่รามาพรีเมี่ยมคลินิก กระเป๋าตังค์เราต้องเตรียมพร้อมรับแรงกระแทกอะไรบ้าง

  • ค่าเปิดประตูสู่ดินแดนรามาฯ 50 บาท อันนี้เป็นค่าบริการพื้นฐาน เหมือนค่าผ่านทางด่วน สิทธิ์ข้าราชการยิ้มได้ เบิกไปเลยจ้ะ

  • ค่าตั๋ว Fast Pass 150 บาท นี่แหละคือภาษีความพรีเมี่ยม จ่ายเพื่อแลกกับเวลาที่ไม่ต้องรอคิวนานจนรากงอก อันนี้เบิกไม่ได้นะจ๊ะ จ่ายเองสวยๆ ไป

  • ค่าพลังสมองของคุณหมอ 0-700 บาท ค่าธรรมเนียมแพทย์ที่ผันผวนดุจดัชนีหุ้น ยิ่งเคสเราพิสดารพันลึกแค่ไหน ตัวเลขก็ยิ่งไต่ระดับสูงขึ้นไปเท่านั้น เหมือนเล่นเกมวัดดวงความซับซ้อนของร่างกายตัวเอง

  • ค่ายา ตามบุญตามกรรม (หรือตามสิทธิ์) ถ้าคุณเป็นข้าราชการ กรมบัญชีกลางก็พร้อมอุ้มชูคุณ แต่ถ้าไม่ใช่ ก็เตรียมตัวรับใบเสร็จยาที่อาจจะยาวกว่าบทสวดมนต์

ค่าบริการพรีเมี่ยม 150 บาทนั่นน่ะ มันคือค่าซื้อบรรยากาศ เหมือนจ่ายเงินเพื่ออัปเกรดที่นั่งจาก Economy เป็น Premium Economy นั่นแหละ คุณหมอคนเดียวกัน ยาตัวเดียวกัน แต่ได้ความสบายใจและไม่ต้องนั่งมองเพดานนานขึ้น

ส่วนค่าแพทย์ที่วิ่งตั้งแต่ 0 ถึง 700 บาท มันคือศิลปะแห่งการประเมินราคา ถ้าคุณแค่เดินเข้าไปบอกว่า "เจ็บคอ" ก็อาจจะโดนเบาๆ แต่ถ้าคุณเข้าไปพร้อมกับอาการ 108 อย่างที่หาใน Google แล้วไม่เจอ...เตรียมตัวพบกับเพดานบินสูงสุดได้เลย มันคือค่าจ้างนักสืบเอกชนเพื่อไขปริศนาร่างกายเราดีๆ นี่เอง

มาดูรายละเอียดปลีกย่อยที่เหมือนตัวละครลับกันบ้าง:

  • VAT 7% คือเพื่อนแท้ อย่าลืมบวกภาษีมูลค่าเพิ่มเข้าไปในทุกสมการด้วย รัฐท่านก็ขอมีส่วนร่วมในความเจ็บป่วยของเราเช่นกัน
  • ค่าตรวจพิเศษคือบิลแยก ค่าตรวจเลือด ค่าเอกซเรย์ หรือค่าส่องกล้องต่างๆ นานา พวกนี้เป็นเหมือน DLC ในเกมที่ต้องจ่ายเพิ่มนะ ไม่ได้รวมอยู่ในแพ็กเกจพื้นฐาน
  • สรุปคือ เตรียมเงินไปเผื่อๆ เหมือนไปเดินสยามนั่นแหละ ไม่รู้จะไปจบที่ร้านไหน แต่ที่แน่ๆ มีรูดบัตรแน่นอนจ้าาา

รพ.รามาเบิกได้ไหม

โรงพยาบาลรามาธิบดี เข้าร่วมโครงการเบิกจ่ายตรง ครับ ถ้าคุณมีสิทธิเบิกจ่ายตรงกับหน่วยงานต้นสังกัด ก็สามารถใช้สิทธิ์ได้เลยตั้งแต่ 4 พฤษภาคม 2561 เป็นต้นมา

สิ่งสำคัญคือ ต้องใช้บัตรประชาชนตัวจริง ในการแสดงตนเพื่อยืนยันสิทธิครับ ถึงจะเข้าเงื่อนไขการเบิกจ่ายตรง

  • สิทธิเบิกจ่ายตรง: หมายถึงระบบที่โรงพยาบาลจะเบิกค่ารักษาพยาบาลกับหน่วยงานต้นสังกัดของคุณโดยตรง คุณไม่ต้องสำรองจ่ายเงินก่อน (ในส่วนที่ครอบคลุมสิทธิ์)
  • บัตรประชาชน: ถือเป็นเอกสารสำคัญที่สุดในการยืนยันตัวตนและสิทธิของคุณในระบบนี้

การมีโครงการแบบนี้ช่วยลดภาระและความยุ่งยากในการจัดการเรื่องค่าใช้จ่ายได้เยอะเลยทีเดียวครับ เพราะมันทำให้การเข้าถึงบริการทางการแพทย์เป็นไปอย่างราบรื่นขึ้น ไม่ต้องกังวลเรื่องเอกสารหรือการสำรองจ่ายเงินจำนวนมากก่อน

ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับโครงการเบิกจ่ายตรง:

  • ใครบ้างที่ใช้สิทธิ์ได้? โดยทั่วไปคือข้าราชการและเจ้าหน้าที่รัฐ รวมถึงครอบครัวในบางกรณี ขึ้นอยู่กับระเบียบของแต่ละหน่วยงาน
  • ต้องเตรียมอะไรบ้าง? นอกจากบัตรประชาชนแล้ว บางครั้งอาจต้องเตรียมเอกสารเพิ่มเติม เช่น หนังสือส่งตัว (ถ้ามี) หรือเอกสารที่ยืนยันสิทธิอื่นๆ ตามที่โรงพยาบาลหรือหน่วยงานต้นสังกัดกำหนด
  • ครอบคลุมอะไรบ้าง? ส่วนใหญ่จะครอบคลุมค่ารักษาพยาบาลตามที่กำหนดในสิทธิ แต่ก็มีเงื่อนไขและข้อจำกัดที่แตกต่างกันไปในแต่ละสิทธิ ควรตรวจสอบกับหน่วยงานต้นสังกัดของคุณเพื่อความชัดเจน
  • การเปลี่ยนแปลง: ข้อกำหนดต่างๆ อาจมีการปรับปรุงเปลี่ยนแปลงได้ตามนโยบายของภาครัฐ การตรวจสอบข้อมูลล่าสุดกับโรงพยาบาลรามาธิบดีโดยตรง หรือกับหน่วยงานต้นสังกัด จะช่วยให้ได้รับข้อมูลที่ถูกต้องและเป็นปัจจุบันที่สุดครับ