ควรเจาะ Hct หลังให้เลือดกี่ชั่วโมง
เจาะ Hct หลังให้เลือดควรเว้นระยะกี่ชั่วโมง?
เอ่อ… เจาะ Hct หลังให้เลือดเนี่ยนะ? จำได้ว่าตอนฝึกงานที่โรงพยาบาล (น่าจะปี 2555 มั้ง) พี่ๆ พยาบาลเค้าจะ... หลังให้เลือดเสร็จใช่ไหม?
ก็ต้องวัดความดันอะไรพวกนี้ก่อนอยู่แล้วอ่ะนะ แล้วก็เจาะ Hct อีกที ประมาณ 4 ชั่วโมงให้หลัง (มั้ง) อันนี้ไม่แน่ใจเป๊ะๆ แต่ที่แน่ๆ คือต้องสังเกตอาการคนไข้ไป 24 ชั่วโมงเต็มๆ อ่ะ
คือบางคนแพ้เลือด หรือมีอาการอะไรแปลกๆ ต้องรีบจับให้ได้ไง เราเคยเจอเคสแพ้เลือดแบบผื่นขึ้นเต็มตัว น่ากลัวมาก! จำได้เลยว่าตอนนั้นแทบไม่ได้นอน เพราะต้องเฝ้าคนไข้
แล้วที่สำคัญคือ อย่าไปเจาะ Hct เองที่บ้านนะ! อันตราย! ไปโรงพยาบาลให้หมอทำให้ดีกว่า เชื่อเราเถอะ
ทำไมต้องให้เลือดหมดภายใน 4 ชั่วโมง
แสงจันทร์สาดส่อง... ราตรีนี้ช่างยาวนาน...
ทำไมต้องให้เลือดหมดภายใน 4 ชั่วโมง?
- 4 ชั่วโมง... ขีดเส้นตายของเม็ดเลือดแดง... ความเสี่ยง, เชื้อโรคร้าย...
- แบคทีเรีย... จ้องจะเติบโต... ในอุณหภูมิห้อง... เลือดอุ่นๆ...
- Hemolysis... เซลล์แตกสลาย... อันตรายถึงชีวิต... อย่าประมาท...
- 1-2 ชั่วโมง... เร่งรีบ... แต่ปลอดภัยกว่า... ความเร็วคือชีวิต...
- ยูนิตเดียว... เล็กน้อย... แต่สำคัญ... ทุกหยาดหยด... มีค่า...
- อุณหภูมิห้อง... ตัวการสำคัญ... เร่งปฏิกิริยา... แห่งความเสื่อม...
สายลมพัดเบา... กลิ่นดอกไม้จางๆ... ความทรงจำเลือนลาง... แต่ความจริงยังคงอยู่...
- เลือดหนึ่งยูนิต... ราว 450-500 มิลลิลิตร... ชีวิตหนึ่ง... แลกได้หรือไม่?
- การให้เลือด... ไม่ใช่แค่การถ่ายเท... แต่คือการต่อชีวิต... อย่างระมัดระวัง...
- ผู้ป่วยบางราย... อาจต้องการเลือดมากกว่าหนึ่งยูนิต... ต้องเฝ้าระวัง... อย่างใกล้ชิด...
- ความผิดพลาด... เพียงเล็กน้อย... อาจนำมาซึ่ง... หายนะ...
ท้องฟ้าเริ่มสว่าง... วันใหม่กำลังจะมา... ความหวังยังคงอยู่...
เลือดหมดอายุ กี่ชั่วโมง
เลือดหมดอายุเนี่ย พูดถึงเกล็ดเลือดป้ะ? คือเกล็ดเลือดมันไม่ได้เก็บแบบแช่เย็นนะ เคยไปบริจาคเลือดที่สภากาชาดไทยตรงอังรีดูนังต์ (จำได้เลยวันนั้นรถติดมากกก) เค้าบอกว่าเกล็ดเลือดต้องเก็บในตู้พิเศษ อุณหภูมิ 20-24 องศาเซลเซียส แล้วต้องเขย่าตลอดด้วย ไม่งั้นมันจะจับตัวกันเป็นก้อน ใช้ไม่ได้
- อายุเกล็ดเลือด: ปกติ 3-5 วัน (ดูที่ถุงเลือดอีกทีนะ)
- ห้ามแช่เย็น (2-6 องศา) เด็ดขาด!
ทำไมต้องเขย่า?: เพื่อป้องกันเกล็ดเลือดตกตะกอนและจับตัวเป็นก้อน
ทำไมอายุสั้น?: เพราะเกล็ดเลือดเป็นเซลล์ที่มีชีวิต ต้องการสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมในการอยู่รอด
การให้เลือด 1 ถุงใช้เวลากี่ชั่วโมง
เฮ้ย! ใครบอกให้เลือดถุงนึงต้อง 4 ชั่วโมง? บ้าบอ! นี่มันยุค 2024 แล้วนะเว้ย! สมัยนี้เค้าใช้เครื่องปั่นเลือดไฮเทคกันแล้ว!
ความจริง: การให้เลือด 1 ถุง (450-500 มล.) ใช้เวลาแค่ 8-12 นาที เองแก! เร็วกว่ากินก๋วยเตี๋ยวอีก! แต่ถ้าเป็นพวกให้ส่วนประกอบเลือด เช่น เกล็ดเลือด อาจจะนานหน่อย เพราะต้องปั่น ต้องแยก อาจจะเกือบชั่วโมง หรือมากกว่านั้นก็แล้วแต่
ข้อเสนอแนะ? โอ๊ย! อย่าไปคิดมาก! เตรียมตัวให้พร้อม แค่นั้นแหละ!
- นอนให้พอ: ไม่ใช่ให้นอนตีพุงนะ! นอนให้ร่างกายมันสดชื่นหน่อย
- กินข้าวให้อิ่ม: ไม่ใช่กินจนพุงแตกนะ! เอาแค่พอมีแรง
- ดื่มน้ำเยอะๆ: ไม่ใช่กินจนฉี่แตกนะ! จิบๆ ไปเรื่อยๆ
- ทำใจให้สบาย: ไม่ใช่ทำตัวเป็นพระอิฐพระปูนนะ! ผ่อนคลายบ้าง
แล้วก็... อย่าไปกลัวเข็ม! คิดซะว่าโดนยุงกัด! จบนะ!
ป.ล. ใครบอกให้เลือดนาน 4 ชั่วโมงวะ? สงสัยหมอผี! ไปหาหมอจริงๆ ดีกว่ามั้ง!
ให้เลือดเฝ้าระวังอะไรบ้าง
อืม...กลางดึกแบบนี้ คิดถึงเรื่องให้เลือด... ต้องระวังหลายอย่างเนอะ เหนื่อยใจจัง
หลังให้เลือดแต่ละถุงสิบห้านาที ต้องเช็กชีพจร ความดันโลหิต อุณหภูมิ หายใจ ดูอาการผิดปกติ อย่างเช่น เหนื่อยหอบ ไข้ขึ้น หนาวสั่น ผื่นขึ้น รู้สึกแน่นหน้าอก ปวดหลัง แบบนี้ต้องรีบหยุดเลย แล้วก็รีบแจ้งหมอทันที ปีนี้ก็ยังเหมือนเดิมนะ เรื่องนี้สำคัญมากเลย
จริงๆ มันมีรายละเอียดเยอะกว่านี้อีก แต่จำได้แค่นี้แหละ ตอนเรียนก็งงๆ พยายามจดทุกอย่าง แต่พอมาอ่านตอนนี้ ก็ยังงงๆอยู่ดี สมองมันไม่ค่อยทำงานตอนกลางคืน เศร้าจัง
จำได้ว่าเอกสารที่เคยอ่าน มันมีรายละเอียดเยอะกว่านี้ เกี่ยวกับการเตรียมตัวก่อนให้เลือด การเลือกเลือด และการดูแลหลังให้เลือด ปีนี้ ฉันยังทำงานที่เดิม ก็ยังเจอเคสแบบนี้บ่อยๆเหมือนเดิม
เฮ้อ... คิดมากไปหน่อยแล้ว พรุ่งนี้ค่อยว่ากันใหม่ดีกว่า... หลับตาลงก่อนดีกว่า เหนื่อยจัง
ให้เลือดเฝ้าระวังอะไร?
แสงจันทร์สีเงินฉาบฉายลงบนใบหน้าเหงื่อโทรม... ความเงียบกดทับ ราวกับลมหายใจสุดท้ายของคืน นี่คือเวลาที่หัวใจเต้นระทึก หลังให้เลือดไปแล้ว...
สิบห้านาที... ดวงตาฉันจดจ้องนาฬิกา เวลาไหลช้าอย่างน่าหวั่นไหว เหมือนเม็ดทรายละเอียดที่ร่วงหล่นลงสู่ก้นแก้ว ฉันต้องเฝ้าระวัง...
อุณหภูมิ... ความร้อนหรือความเย็นที่ผิดปกติ จะบอกเล่าเรื่องราวที่ซ่อนเร้นอยู่ภายในร่างกาย
ชีพจร... จังหวะชีวิตที่เปลี่ยนแปลง เป็นเสียงกระซิบแผ่วเบา เตือนถึงอันตรายที่อาจใกล้เข้ามา
หายใจ... ลมหายใจแผ่วเบาหรือหนักหอบ คือภาพสะท้อนของความทุกข์ทรมาน ที่ฉันต้องคอยเฝ้าระวัง
ความดันโลหิต... แรงกดดันที่เปลี่ยนแปลง เป็นดั่งกระแสน้ำวนที่ดูดกลืนชีวิต
อาการ... เหนื่อยล้า ไข้ หนาวสั่น ผื่นแดง แน่นหน้าอก ปวดหลัง... แต่ละอาการ คือเสียงร้องของร่างกาย
ถ้าพบสิ่งผิดปกติ... หยุดให้เลือดทันที! เสียงดังก้องในหัว ต้องรีบแจ้งแพทย์ ด่วนที่สุด! นี่คือภารกิจของฉัน... ภารกิจของการเฝ้าระวัง เพื่อปกป้องชีวิต ในยามค่ำคืนอันเงียบสงบ แต่แฝงไปด้วยความตึงเครียด
(ข้อมูลเพิ่มเติม 2566): การติดตามผู้ป่วยหลังการให้เลือดเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง เพื่อป้องกันภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้นได้ การเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด เป็นกุญแจสำคัญในการรักษาชีวิต)
ซีรั่ม (Serum) ต่างจากพลาสม่า (Plasma) อย่างไร?
ซีรั่มกับพลาสมา... เหมือนฝาแฝดที่ทะเลาะกันตลอด! ต่างกันตรงที่ความ "แข็งกร้าว" แหะๆ หมายถึงกระบวนการได้มาไงครับ
พลาสมา: นี่คือของเหลวในเลือดที่ยังคงความ "บริสุทธิ์" ไว้ เพราะก่อนแยกจะเติมสารกันแข็งตัว คิดภาพเป็นสาวน้อยใสๆ ที่ยังไม่เคยผ่านร้อนผ่านหนาว มีไฟบรินโนเจน (Fibrinogen) โปรตีนตัวสำคัญในการแข็งตัวของเลือดอยู่ครบถ้วน เหมือนยังมี "พลังในตัว" เต็มเปี่ยม
ซีรั่ม: นี่แหละตัวแสบ! หลังจากเลือดแข็งตัวแล้ว เจ้าไฟบริโนเจน ก็หายไป เหมือนสาวน้อยที่ผ่านประสบการณ์ชีวิตมาเยอะ นิ่งๆ สงบๆ แต่ก็มีประสบการณ์ชีวิตเต็มเปี่ยม เหลือแต่ของเหลวใสๆ ไร้ไฟบริโนเจน (และปัจจัยการแข็งตัวอื่นๆ)
เปรียบง่ายๆ เลยนะ พลาสม่าคือ "น้ำผลไม้" สดๆ จากต้น ยังไม่ผ่านการกรองอะไร มีสารอาหารครบถ้วน ส่วนซีรั่มคือ "น้ำผลไม้คั้นสด" ที่ผ่านการกรอง เอาแต่กากออกไปแล้ว เหลือแต่น้ำหวานๆ (แต่ก็ขาดสารอาหารบางอย่างไป)
ข้อมูลเพิ่มเติม ปี 2024:
พลาสมาใช้ในทางการแพทย์ เช่น การให้เลือด การผลิตยา และการรักษาโรคต่างๆ เยอะแยะมากมาย จำได้ว่าปีที่แล้วมีงานวิจัยเกี่ยวกับการใช้พลาสมาในการรักษาแผลไฟไหม้ที่ได้ผลดีมาก น่าสนใจใช่ไหมล่ะ
ซีรั่มก็เช่นกัน แต่จะเน้นด้านการผลิตแอนติบอดี (antibodies) ไว้ใช้ในวัคซีน หรือการรักษาโรคต่างๆ บางอย่างเช่น โรคติดเชื้อ ซึ่งปีนี้เอง มีการพัฒนาการใช้ซีรั่มในการรักษาโรคภูมิแพ้แบบใหม่ เห็นทีจะต้องติดตามกันต่อไป น่าตื่นเต้นจริงๆ
ความเข้มข้นเลือดไม่ผ่าน เกิดจากอะไร?
โอ๊ย เลือดข้นไม่ผ่าน! อะไรเนี่ย! เกี่ยวกับ...
- น้ำหนักเกิน: อ้วนแล้วไงอะ ก็กินเยอะนี่นาเกี่ยวไหม?
- สูบบุหรี่: อันนี้ไม่สูบแน่นอน (รอดตัวไป!)
- แอลกอฮอล์: นิดหน่อยเอง (มั้ง)
- เซลล์เม็ดเลือด: อันนี้น่ากลัว ต้องไปตรวจ
- โรค: โอ๊ย! อย่าเป็นอะไรเลยนะ
เอ๊ะ... แล้วถ้าเลือดข้นมากๆ มันจะเกิดอะไรขึ้นอะ? เส้นเลือดตีบ? หัวใจวาย? น่ากลัวจัง! ต้องไปหาหมอแล้วมั้งเนี่ย!
ข้อมูลเพิ่มเติม: ความเข้มข้นเลือด (Hematocrit) ปกติผู้ชาย 42-52%, ผู้หญิง 37-47% ปี 2567 นะ เช็คดีๆ!
ย้ำ: รีบไปตรวจดีกว่า อย่าคิดเองเออเอง!
FFP คืออะไรทางการแพทย์?
FFP คือ Plasma สดแช่แข็งไง! ง่ายจะตาย... แต่ทำไมต้องแช่แข็งนะ?
FFP ใช้กับคนไข้เลือดออกง่าย คือแบบ multiple coagulation factors มันพร่องไปหมด แล้วมันคือไรฟระ? อ้อ พวกโปรตีนที่ช่วยให้เลือดแข็งตัวนี่เอง
เช่นคนป่วยตับพัง ตับมันสร้างพวกนี้ไม่ได้ไง หรือ warfarin overdose อ่ะ (warfarin มันยาละลายลิ่มเลือดปะวะ?)
หรือคนที่ได้เลือดเยอะมากๆ เลือดใหม่มันเจือจาง factor พวกนี้ไปหมดไง
สำคัญ: FFP มันช่วย หยุดเลือด กรณีที่ factor มันไม่พออ่ะ! แต่...มันมีผลข้างเคียงไหมนะ? ต้องถามหมออีกที
ปล. ปีนี้ 2567 แล้วนะจ๊ะ เผื่อใครหลงเข้ามาอ่าน
(คิดในใจ: ทำไมหมอไม่บอกให้ละเอียดกว่านี้วะเนี่ย ถามทีไรทำหน้าเหมือนรำคาญทุกที! บ่นๆๆ)
ข้อมูลเพิ่ม: เคยเจอคนรู้จักเป็นโรคตับ ต้องให้ FFP บ่อยมาก น่าสงสารชะมัด
ทำไมต้องให้เกล็ดเลือด?
ขาดเลือดก็ตายดิ เกล็ดเลือดช่วยหยุดเลือดไงวะ ไม่งั้นก็ตายทั้งเป็น
- ช่วยแข็งตัวเลือด ปิดแผล
- อายุสั้นแค่ 5-10 วัน ต้องเติมเรื่อยๆ
- ร่างกายมี 150,000-450,000 ตัว/ลูกบาศก์มิลลิเมตร (ปี 2566) ขาดไม่ได้จริงๆ
ปีนี้ฉันบริจาคไปแล้ว 3 ครั้ง ไม่ใช่เรื่องตลกนะเว้ย
พลาสมาทําหน้าที่อะไร?
สายลมพัดเย็นยะเยือก เดือนธันวาคมปีนี้ แสงแดดอ่อนโยนสาดส่องลงมาบนหน้าต่างห้องนอนของฉัน ความเงียบสงบแผ่ขยายราวกับผ้าไหมสีขาวนุ่มนวล... พลาสมา...
ชีวิต... มันไหลเวียน เหมือนสายน้ำในแม่น้ำโขง ชีวิตเราก็เช่นกัน พลาสมาคือส่วนสำคัญ เหมือนสายธารที่หล่อเลี้ยงทุกสิ่ง
โปรตีน... นับไม่ถ้วน ในพลาสมา มันคือกุญแจสำคัญ ไขไปสู่ความสมดุล การทำงานของร่างกาย เหมือนดวงดาวระยิบระยับบนท้องฟ้า
การแข็งตัว... หยุดเลือด พลาสมาช่วยได้ เหมือนเทพธิดาแห่งการเยียวยา ปลอบประโลมบาดแผล
ภาพของทะเลสาปแสนสวยเมื่อช่วงซัมเมอร์ที่ผ่านมาผุดขึ้นมาในความทรงจำ น้ำใสสะอาดราวกับกระจก สะท้อนแสงแดดเป็นประกายระยิบระยับ นั่นคือพลาสมา บริสุทธิ์ ทรงพลัง
- พลาสมาแช่แข็ง... ชีวิตใหม่... ความหวังใหม่... สำหรับผู้ที่ต้องการ เหมือนดวงตะวันที่ส่องแสง ทะลุผ่านความมืดมิด
ดวงจันทร์ลอยเด่นอยู่บนท้องฟ้า แสงนวลๆ สาดส่องลงมา คล้ายกับพลาสมา เงียบสงบ แต่เต็มไปด้วยพลังงาน ที่รอการปลดปล่อย...
- การรักษา... พลาสมา บทบาทสำคัญ ช่วยชีวิตคน ได้มากมาย
ปีนี้...ฉันรู้สึกถึงความสำคัญของพลาสมาอย่างลึกซึ้ง มันคือของขวัญล้ำค่า จากธรรมชาติ...
ความคิดเห็นต่อคำตอบ:
ขอบคุณสำหรับความคิดเห็นของคุณ! ความคิดเห็นของคุณมีความสำคัญมากในการช่วยเราปรับปรุงคำตอบในอนาคต