ความดัน 130/90 ปกติไหม
ค่าความดันโลหิต 130/90 ปกติไหม มีความเสี่ยงอะไรบ้าง?
ความดัน 130/90 ปกติมั้ย... ส่วนตัวเลยนะ ผมว่ามันคือสัญญาณเตือนแล้วล่ะ ไม่ใช่ค่าที่สบายใจได้
ผมเองเคยเจอตัวเลขนี้เป๊ะๆ เลยตอนตรวจสุขภาพประจำปีเมื่อช่วงสิงหาปีที่แล้วที่คลินิกแถวออฟฟิศ หมอไม่ได้ให้ยาทันทีนะ แต่เขาพูดตรงๆ เลยว่า 'นี่คือความดันสูงระยะที่ 1' แล้วก็ถามเรื่องการกินการนอนยาวเลย คือมันเป็นจุดที่ต้องเริ่มทำอะไรสักอย่างแล้ว ไม่งั้นระยะยาวมันเสี่ยงทั้งโรคหัวใจทั้งเส้นเลือดในสมอง
ตอนแรกก็ไม่ได้คิดอะไรมากนะ แต่พอกลับมาหาข้อมูลเอง เออ มันน่ากลัวเหมือนกันนะ เพราะมันไม่มีอาการอะไรเลยไง แต่ข้างในร่างกายมันกำลังทำงานหนักกว่าปกติไปเรื่อยๆ ผมกลับมาคุมอาหารแบบจริงจังเลยนะ ลดเค็มแบบสุดๆ คือซดน้ำแกงไม่ได้เลย แล้วก็พยายามเดินให้เยอะขึ้น แค่สามเดือนเอง ไปวัดอีกทีลงมาเหลือ 125/85 หมอยังชมเลย
อย่าปล่อยไว้เด็ดขาด ตัวเลขนี้มันไม่ได้เจ็บปวดอะไรหรอก แต่มันคือระเบิดเวลาเงียบๆ ที่รออยู่ข้างใน ไปหาหมอเถอะ คุยกับเขาตรงๆ ดีที่สุดแล้ว
ความดันตัวล่างสูง อันตรายไหม
ความดันตัวล่างสูง... อันตรายนะ... มันเป็นเหมือนสัญญาณเงียบๆ ที่เราไม่ค่อยรู้สึกตัว... มันน่ากลัวตรงนี้แหละ
นั่งคิดๆ ดูแล้ว... ตัวเลขพวกนี้มันก็สำคัญจริงๆ... ตัวบนไม่ควรเกิน 120 ตัวล่างไม่ควรเกิน 80... แต่พอตัวล่างมันดีดไปเกิน 90... หรือตัวบนเกิน 140... นั่นคือเรื่องใหญ่แล้ว ต้องไปหาหมอเลย... อย่าปล่อยไว้
มันไม่ได้จบแค่ตัวเลขไง... มันลามไปได้หลายอย่าง... คิดแล้วก็ใจหาย... อัมพฤกษ์ อัมพาต... หัวใจ... ไต... ทุกอย่างมันพังลงได้เพราะความดันนี่แหละ... จริงๆ นะ
- ความดันตัวล่าง (Diastolic) คืออะไร: มันคือแรงดันในหลอดเลือด ขณะที่หัวใจกำลังพัก หรือคลายตัว... มันบอกว่าหลอดเลือดเราต้องรับแรงดันหนักแค่ไหนตลอดเวลา
- ทำไมมันถึงอันตราย: เพราะถ้าตัวล่างสูงค้างไว้นานๆ... หลอดเลือดแดงจะแข็งและเสื่อมเร็วขึ้นมาก... เพิ่มความเสี่ยงที่หลอดเลือดจะอุดตันหรือแตก... ทั้งในสมองและหัวใจ
- มักไม่มีอาการเตือน: นี่คือสิ่งที่แย่ที่สุด... เราจะไม่รู้สึกอะไรเลย... หลายคนไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่าตัวเองความดันสูง... จนกว่าจะเกิดเรื่องร้ายขึ้นมาแล้ว... เลยเรียกกันว่า ฆาตกรเงียบ
- ปัจจัยเสี่ยงที่ต้องระวัง (ข้อมูลจากสมาคมโรคหัวใจแห่งประเทศไทย ปี 2567):
- กินอาหารรสเค็มจัด
- น้ำหนักตัวเกินเกณฑ์มาตรฐาน
- ภาวะเครียดสะสม
- ขาดการออกกำลังกาย
- การสูบบุหรี่และดื่มแอลกอฮอล์
- มีประวัติคนในครอบครัวเป็นโรคความดันโลหิตสูง
ความดันตัวล่างต้องไม่เกินเท่าไร
ตัวล่าง ต้อง ไม่เกิน 79 มิลลิเมตรปรอท เลยนะ
คือปกติคนทั่วไปนะ ตัวบน 120 – 130 แล้ว ตัวล่าง 70 – 79 ก็ถือว่าโอเคแล้ว
แต่ถ้าใครเป็น เบาหวาน หรือ ไตเสื่อม ด้วยเนี่ย อันนี้ต้องเป๊ะกว่าเดิมอีก ต้องต่ำกว่า 130/80 เลยนะ สำคัญมาก
- ตัวล่าง 79 คือลิมิตแล้วนะ
- ตัวบน 130 ก็ใกล้ๆ แล้ว
- เบาหวาน + ไตเสื่อม ต้อง ชัวร์ๆ
ยิ่งถ้ามีโรคพวกนี้ร่วมด้วย การคุมความดันยิ่งต้องเข้มงวด ไม่งั้นมีปัญหาตามมาเพียบเลย เคยเห็นคนรู้จักเป็นเบาหวาน ความดันก็สูงด้วย แขนขาชาไปหมด สุดท้ายก็ต้องระวังตัวหนักมาก
- ความดันตัวล่าง (Diastolic blood pressure) คือค่าที่วัดตอนหัวใจคลายตัว
- ความดันตัวบน (Systolic blood pressure) คือค่าที่วัดตอนหัวใจบีบตัว
- การมี เบาหวาน หรือ ไตเสื่อม เป็นปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้หลอดเลือดเสียหายได้ง่ายอยู่แล้ว พอความดันสูงอีก ยิ่งเร่งการเสื่อมของอวัยวะ
จำง่ายๆ ว่า ยิ่งมีโรคประจำตัวเยอะ ยิ่งต้องคุมความดันให้ดี มากกว่าคนปกติเลยนะ!
ความดันตัวล่างต่ำควรทำอย่างไร
ความดันตัวล่างต่ำควรทำอย่างไร? เจอแบบนี้ก็ต้องรับมือหน่อย ชีวิตมันมีอะไรให้ลุ้นตลอดแหละ ไม่ต้องตกใจไป ลองทำตามนี้ดูนะ!
กินเกลือให้พอดีๆ: อย่าไปกลัวเกลือเหมือนผีดิบ ปกติโดนแม่ด่าว่าเค็มมาทั้งชีวิต แต่นี่แหละจังหวะของเรา โซเดียมช่วยดึงน้ำเข้าร่างกาย ทำให้ปริมาณเลือดเพิ่มขึ้นนิดหน่อย ความดันก็กระเตื้องขึ้นมา แต่ก็ไม่ใช่ประชดชีวิตด้วยการซดน้ำปลาเพียวๆ นะ เอาแค่รู้สึกว่า "อ่าห์...ชีวิตนี้มีรสชาติ" พอ. อย่าหักโหมนะ
อาหารมื้อเล็กๆ แต่กินบ่อย: ใครบอกว่ากินจุบจิบไม่ดี? นั่นเขาไม่เข้าใจสัจธรรมของคนความดันต่ำหรอก! การกินทีละน้อยแต่สม่ำเสมอ มันช่วยให้ระดับน้ำตาลในเลือดคงที่ เลือดไม่พุ่งไปที่กระเพาะเยอะเกินไปจนหัวใจต้องทำงานหนัก นี่แหละที่เขาเรียกว่า "จิ๋วแต่แจ๋ว" มันก็เหมือนกับการเติมน้ำมันให้รถยนต์ทีละน้อยๆ ไม่ให้ถังแห้งสนิทนั่นแหละ. ดีกว่าอดนะ
เปลี่ยนท่าอย่างช้าๆ: อย่ารีบ อย่าพุ่ง! จากท่านั่งเป็นท่ายืนนี่ต้องใช้สมาธิระดับเซียน เหมือนตอนฝึกโยคะเลยนะ ให้เลือดมันมีเวลาไหลเวียนไปทั่วตัวบ้าง ไม่ใช่ลุกพรวดพราดแล้วโลกหมุนติ้ว นี่แหละวิถีของคนมีสติ ไม่ต้องรีบขนาดนั้นหรอก ชีวิตมันยังอีกยาวไกลนัก. ค่อยๆ ไปนะเพื่อน
นอนหนุนหมอนเพิ่มขึ้น: ให้หัวสูงไว้ เหมือนตำแหน่งประธานบริษัทนั่นแหละ การยกหัวให้สูงขึ้นสัก 15-20 องศา จะช่วยให้เลือดไม่ไปกองรวมกันที่ส่วนล่างของร่างกายมากเกินไป ช่วยให้เลือดไหลเวียนขึ้นไปเลี้ยงสมองได้ดีขึ้นตอนเช้าๆ ลองนึกภาพเหมือนสร้างเนินให้แม่น้ำไหลสะดวกขึ้น มันเวิร์คจริงๆ นะ. หัวเราสำคัญนะ
ใส่ถุงน่องแบบรัด: ไม่ใช่แค่แฟชั่นวินเทจนะคุณ! ถุงน่องพวกนี้ช่วยบีบรัดขา ทำให้เลือดไม่ไปคั่งอยู่ตรงนั้นเยอะเกินไป มันช่วยผลักดันเลือดให้กลับขึ้นสู่หัวใจได้ดีขึ้น เหมือนกับการบีบท่อให้น้ำพุ่งแรงขึ้นไงล่ะ ใครจะไปคิดว่าไอเท็มวินเทจแบบนี้จะมีประโยชน์มากกว่าแค่ทำให้ขาดูเรียวยาว. ปรึกษาหมอก่อนใช้นะ
ดื่มกาแฟยามจำเป็น: นี่แหละตัวช่วยยามวิกฤติ! คาเฟอีนมันช่วยกระตุ้นหัวใจ ให้สูบฉีดเลือดดีขึ้น และทำให้เส้นเลือดหดตัวหน่อยๆ เพิ่มความดันได้ชั่วคราว ดื่มพอแก้อาการนะ ไม่ใช่จะเอาไปใช้แทนน้ำเปล่า เดี๋ยวจะตื่นยาวไปถึงดาวอังคาร. มากไปก็ไม่ดี
ดื่มน้ำให้มากพอ: น้ำเปล่านี่แหละของฟรีที่โคตรดีที่หลายคนมองข้าม! ร่างกายคนเราขาดไม่ได้ การดื่มน้ำเยอะๆ ช่วยเพิ่มปริมาณเลือดในร่างกายได้ง่ายๆ พอเลือดเยอะขึ้น ความดันก็ไม่ตกฮวบ ลองนึกถึงสระว่ายน้ำที่น้ำน้อยกับน้ำเยอะดูสิ อันไหนมันจะดูเต็มเปี่ยมกว่ากันล่ะ. จิบไปเรื่อยๆ ดีที่สุด
ยืนไขว้ขา: ท่าประจำของคนขี้เมื่อย แต่ตอนนี้มีประโยชน์มหาศาล! การยืนไขว้ขาหรือบีบกล้ามเนื้อน่องเล็กน้อย จะช่วยให้เลือดที่ขาถูกดันกลับขึ้นไปที่หัวใจได้ดีขึ้น เป็นการเพิ่มความดันได้ชั่วคราว ลองยืนไขว้ขาตอนรู้สึกวูบๆ ดูสิ เผื่อช่วยได้. ไม่ใช่ยืนแช่นะเดี๋ยวเมื่อย
เรื่องบางเรื่องที่ต้องรู้ไว้บ้าง เผื่อสถานการณ์ไม่คาดฝัน
- ยาบางชนิดก็เป็นตัวการ: ลองเช็กดูนะว่ามีอะไรที่เรากินแล้วไปกดความดันบ้างหรือเปล่า ถ้าใช่ก็ต้องคุยกับคุณหมอเรื่องการปรับยา.
- ออกกำลังกายเบาๆ ก็ช่วยได้นะ: เช่น เดิน ว่ายน้ำ โยคะ ช่วยให้ระบบไหลเวียนเลือดทำงานดีขึ้น แต่ก็ไม่ใช่ไปวิ่งมาราธอนตอนเพิ่งฟื้นไข้. เอาแค่พอดีตัว
- ความเครียดและอดนอนก็ตัวการร้าย: ทำให้ร่างกายรวนได้ง่ายๆ พักผ่อนให้พอ อย่านอนดึกนักเดี๋ยวแก่เร็ว
- ควรบันทึกอาการและเวลาที่รู้สึกไม่ดี: ไว้บ้าง เผื่อไปหาหมอจะได้มีข้อมูลให้เขาดู ไม่ใช่ไปถึงแล้วบอก "จำไม่ได้ค่ะ/ครับ หมอ"
- ห้ามละเลยสัญญาณเตือนของร่างกาย: หน้ามืด เวียนหัว คลื่นไส้ พวกนี้ไม่ใช่เรื่องเล่นๆ นะ! ปรึกษาแพทย์เสมอถ้าอาการไม่ดีขึ้น
ความคิดเห็นต่อคำตอบ:
ขอบคุณสำหรับความคิดเห็นของคุณ! ความคิดเห็นของคุณมีความสำคัญมากในการช่วยเราปรับปรุงคำตอบในอนาคต