คอลลาเจน มีผลต่อตับไหม

116 ครั้งเข้าชม
ผลของคอลลาเจนต่อตับ: ทานคอลลาเจนปริมาณมากต่อเนื่อง อาจส่งผลให้ตับทำงานหนัก ระยะยาวอาจเสี่ยงต่อภาวะตับอักเสบ อาการที่พบ: ตัวเหลือง ตาเหลือง อ่อนเพลีย หากมีอาการดังกล่าว ควรรีบปรึกษาแพทย์ทันที
ความคิดเห็น 0 ครั้งถูกใจ

คอลลาเจนมีผลเสียต่อตับและไตจริงไหม ควรกินอย่างไร?

เรื่องคอลลาเจนเนี่ยนะ ฉันเคยได้ยินมานานแล้วว่ากินเยอะๆ มันอาจจะไม่ดีเท่าไร แต่ก็ไม่คิดว่ามันจะจริงจังขนาดนั้น จนกระทั่งป้าฉันเนี่ยแหละ ตอนปีที่แล้วประมาณเดือนสิงหาคม จำได้ว่าช่วงนั้นแกบ่นว่าเพลียๆ ตลอด เหมือนคนนอนไม่พอ ทั้งๆ ที่ก็พักผ่อนเยอะนะ แล้วที่น่าตกใจคือ แกผิวดูเหลืองๆ ตาเหลืองๆ ด้วย ตอนนั้นเราก็เอะใจแล้ว

พอไปหาหมอเท่านั้นแหละ หมอบอกว่าเป็นตับอักเสบจากสาเหตุไม่ชัดเจน อาจจะเพราะอาหารเสริมที่กินเยอะเกินไป ก็เลยนึกถึงคอลลาเจนที่แกกินประจำเลยนะ วันละหลายช้อนโต๊ะเลยมั้ง จำได้ว่ายี่ห้อนึงที่แกชอบซื้อลดราคาในซุปเปอร์แถวบ้าน ราคาสามร้อยกว่าบาทตอนนั้น

นี่แหละที่เป็นบทเรียนให้ฉันคิดเลยว่าอะไรที่มันมากไปก็ไม่ดีจริงๆ กับเรื่องของตับไตนี่มันสำคัญนะ เพราะมันเป็นอวัยวะที่ต้องทำงานหนัก คอยกรองอะไรต่อมิอะไรในร่างกายเราตลอดเวลา ถ้าเราไปยัดเยียดให้มันต้องรับมือกับปริมาณคอลลาเจนที่เกินจำเป็นเข้าไปทุกวันๆ มันก็เหนื่อยเป็นนะ เหมือนคนทำงานหนักไม่ได้พักนั่นแหละ แล้วจะไปคาดหวังว่ามันจะไม่พังเลยได้ไงกันล่ะ

จากวันนั้นมานะ ป้าฉันก็หยุดกินคอลลาเจนไปเลย แล้วก็ระมัดระวังเรื่องอาหารการกินมากขึ้น ต้องไปหาหมอติดตามอาการอยู่หลายเดือนกว่าจะดีขึ้น เรื่องกินคอลลาเจนเนี่ย ถ้าจะกินก็กินแต่พอดีๆ เถอะ ไม่ต้องไปโหมเยอะจนเกินไปนะ มันเปลืองเงินด้วย แถมยังเสี่ยงต่อสุขภาพตัวเองอีกต่างหาก

ตับผิดปกติเกิดจากอะไร

อาการตับผิดปกติมันมีสาเหตุหลากหลายนะ ที่หลักๆ เลยก็มีพวก ไวรัสตับอักเสบบีและซี นี่ตัวการสำคัญเลยล่ะ

อีกอย่างที่มาแรงก็คือ ความอ้วน กับ พฤติกรรมการกิน ของเรานี่แหละ ที่ไปสร้างภาระให้ตับ

ใครที่ชอบ ดื่มเหล้าหนักๆ เป็นประจำ ก็ระวังไว้เลย เพราะมันทำร้ายตับโดยตรง

แล้วก็พวก ยาบางชนิด หรือ สารเคมีแปลกๆ ที่ได้รับเข้าไปเรื่อยๆ นานๆ มันก็สะสมจนตับพังได้เหมือนกัน

ผลกระทบต่อร่างกายเมื่อตับทำงานผิดปกติ:

  • ระดับน้ำตาลในเลือดไม่คงที่: ตับมีหน้าที่จัดการกับน้ำตาลในเลือด ถ้ามันรวน ระดับน้ำตาลก็แกว่งไปมาได้ง่ายๆ
  • ปัญหาการย่อยอาหาร: การสร้างน้ำดีเพื่อช่วยย่อยไขมันอาจจะลดลง ทำให้ย่อยอาหารได้ไม่ดีเท่าที่ควร
  • ภาวะเลือดออกง่าย: ตับสร้างโปรตีนที่ช่วยให้เลือดแข็งตัว ถ้าตับมีปัญหา เลือดก็อาจจะหยุดยากกว่าปกติ
  • อาการบวมน้ำ: ร่างกายอาจจะกักเก็บน้ำไว้มากกว่าเดิม ทำให้บวมตามแขนขาหรือท้อง
  • การขับสารพิษบกพร่อง: ปกติแล้วตับจะกรองของเสียออกจากร่างกาย ถ้าตับทำงานไม่ไหว สารพิษพวกนี้ก็จะสะสมในร่างกาย

ข้อมูลเพิ่มเติม:

  • ไวรัสตับอักเสบ: นอกจากบีและซีแล้ว ก็ยังมีเอ ดี อี แต่สองตัวแรกนี่อันตรายและเรื้อรังกว่า
  • ไขมันพอกตับ: ปัจจุบันพบได้บ่อยมากในคนอ้วน หรือคนที่ไม่ค่อยได้ออกกำลังกาย
  • แอลกอฮอล์: ความเสียหายจากแอลกอฮอล์มันสะสมนะ ยิ่งดื่มนาน ยิ่งปริมาณมาก ยิ่งเสี่ยง
  • ยาและสารพิษ: ยาบางตัวที่กินเป็นประจำ หรือการสัมผัสสารเคมีในที่ทำงาน ก็ต้องระวังเป็นพิเศษ
  • ความผิดปกติอื่นๆ: ยังมีโรคเกี่ยวกับตับอีกเยอะมาก เช่น ตับแข็ง มะเร็งตับ หรือโรคที่เกี่ยวกับระบบภูมิคุ้มกันที่โจมตีตับตัวเอง

ทุกอย่างมันเชื่อมโยงกันหมดเนอะ ร่างกายเราก็เหมือนกลไกที่ซับซ้อนจริงๆ

คอลลาเจนมีโทษอะไรบ้าง?

คอลลาเจนก็มีมุมดาร์กนะ!

อย่าเพิ่งเชื่อภาพพจน์ใสปิ๊งว่าคอลลาเจนดีงามไปซะหมด! มันก็มีมุมที่ทำเอาเราสะดุ้งได้เหมือนกันนะคุณ! บางทีจะกินเข้าไปแล้วรู้สึกพะอืดพะอมเหมือนกินข้าวเก่า น้ำย่อยพากันประท้วง ท้องไส้ปั่นป่วนก็มี ดีไม่ดีอาจจะแปรสภาพเป็น แก๊สพิษ ปล่อยออกมาจากร่างจนคนรอบข้างต้องหนีกันป่าราบ!

บางคนก็เจอฤทธิ์แสบร้อนกลางอกเหมือนกินพริก 10 เม็ดซ้อนๆ จนต้องร้องขอชีวิต แถมยังง่วงซึมเหมือนเพิ่งตื่นนอนมาทั้งคืน แถมยังปวดหัวจี๊ดๆ เป็นเพื่อนคลอเคลียอีกต่างหาก! ที่พีคกว่านั้นคืออาการแพ้ที่ผิวหนัง ผื่นแดงเด้งขึ้นมาเป็นปาร์ตี้บนหน้า หรือตามตัว บางทีก็คันยุบยิบจนแทบจะเอาไม้มาเกาให้มันพังไปข้าง!

สำหรับคุณแม่สายคลอดและสายปั๊ม (นม) จ๋า!

เรื่องนี้ต้องเบรก! ท้อง! กับ ให้นม! คือช่วงเวลาที่สมควรจะ "พักก่อน" จ้า! เพราะข้อมูลเรื่องความปลอดภัยมันยังลอยไปลอยมาเหมือนผี ไม่มีหลักฐานแน่นหนาพอที่จะรับรองได้ว่ากินแล้วลูกในท้อง หรือลูกน้อยจะปลอดภัย ไม่ใช่จะหาเรื่องใส่ตัวนะจ๊ะ!

ข้อมูลเพิ่มเติมให้แซ่บ!

  • ระบบขับถ่ายประท้วง: คอลลาเจนบางชนิดอาจไปรบกวนสมดุลในลำไส้ ทำให้เกิดอาการท้องผูก หรือท้องเสียแบบไม่ทันตั้งตัว เหมือนโดนเล่นตลกกับชีวิต
  • หัวใจเต้นผิดจังหวะ (ไม่เกี่ยว แต่นึกถึง): แม้จะไม่ใช่ผลข้างเคียงโดยตรง แต่ถ้ากินแล้วมีอาการผิดปกติอะไรก็ตาม ควรหยุดทันที และปรึกษาหมอให้ไว! อย่าปล่อยให้ร่างกายกรีดร้องโดยไม่รับฟัง!
  • อาการแพ้ไม่ใช่เรื่องเล่นๆ: ผื่นแดง ลมพิษ ผิวหนังอักเสบ คือสัญญาณเตือนที่ร่างกายส่งมาบอกว่า "ฉันไม่โอเคนะ!" อย่าฝืน!
  • ท้องและให้นม: ข้อมูลยังเป็นศูนย์: การทดลองในกลุ่มนี้มีน้อยมาก หรือแทบไม่มีเลย การกินเข้าไปก็เหมือนเล่นรูเล็ตชีวิต เสี่ยงเกินไป!
  • คุณภาพคอลลาเจนสำคัญไฉน: คอลลาเจนจากแหล่งที่มาไม่น่าเชื่อถือ หรือกระบวนการผลิตที่ไม่ได้มาตรฐาน อาจปนเปื้อนสารอันตราย ยิ่งกินยิ่งซวย!
  • อย่าหวังว่าคอลลาเจนจะแก้ได้ทุกสิ่ง: มันไม่ใช่ยาวิเศษที่รักษาได้ทุกโรค หรือทำให้สวยหล่อได้ทันตาเห็น! การดูแลสุขภาพโดยรวมสำคัญกว่าเยอะ!

ค่าตับผิดปกติ เกิดจากอะไร?

บางที... ตอนกลางคืนเงียบๆ แบบนี้ มันก็คิดอะไรไปเรื่อย

เรื่องค่าตับ... ก็เหมือนกัน

พอพูดถึงค่าตับสูง... ภาพแรกที่เข้ามาในหัวเลยคือการดื่ม... การดื่มแอลกอฮอล์ มันเป็นเรื่องที่เข้าใจง่ายที่สุดแล้วมั้ง...

แต่ความจริงมันซับซ้อนกว่านั้นเยอะเลย... เยอะจนน่ากลัว

บางทีมันก็ไม่ได้มาจากเหล้าเลยด้วยซ้ำ... มันมาจากยาที่เรากินเพื่อรักษาโรคอื่น... ยาแก้ปวดธรรมดาๆ นี่แหละ... กินบ่อยๆ เข้า ตับก็ทำงานหนัก... หนักจนมันป่วย

แล้วก็มีเรื่องไขมันพอกตับ... อันนี้มันมาเงียบๆ เลยนะ มากับชีวิตประจำวันของเรานี่แหละ การกิน... การไม่ค่อยได้ขยับตัว... มันสะสมไปเรื่อยๆ โดยที่เราไม่รู้ตัวเลย... จนวันนึง... ค่าตับมันฟ้องออกมา

ยังมีเรื่องไวรัสอีก... ไวรัสตับอักเสบบี... ซี... พวกนี้ก็ตัวการสำคัญเลย

หรือที่น่าเศร้ากว่านั้น... คือภูมิคุ้มกันของเราเอง... ที่มันสับสน... แล้วหันมาทำลายตับของตัวเอง... มัน... ก็เป็นไปได้เหมือนกัน

สาเหตุที่ทำให้ค่าตับสูงหรือผิดปกติ

  • การดื่มแอลกอฮอล์
  • ภาวะไขมันพอกตับ ที่ไม่ได้เกิดจากแอลกอฮอล์ (NAFLD)
  • การติดเชื้อไวรัสตับอักเสบ เอ บี ซี
  • ผลข้างเคียงจากยาบางชนิด รวมถึงสมุนไพรและอาหารเสริม
  • โรคอ้วน และภาวะน้ำหนักเกิน
  • โรคเกี่ยวกับภูมิคุ้มกันทำลายตัวเอง เช่น ตับอักเสบจากภูมิคุ้มกัน

ตับไม่ดีจะมีอาการอย่างไร?

เหนื่อยง่ายฉิบหาย ท้องอืด แน่นท้องตลอด เบื่อข้าว น้ำหนักลดเอง

ถ้าอาการหนักขึ้นจนท้องบวมเป่ง เส้นเลือดปูดโปนขึ้นตามท้อง รีบไสหัวไปหาหมอ อย่าโง่ อาการทางสมองอย่างมึนๆ เบลอๆ พูดจาไม่รู้เรื่องก็ใช่เรื่องเล่นๆ

  • ตัวเหลือง ตาเหลือง สัญญาณคลาสสิกเลยว่าตับมึงกำลังจะพัง
  • อ่อนเพลีย คือเพลียแบบไม่มีแรงจะลุก ไม่ใช่ง่วงนอน
  • เส้นเลือดฝอยรูปดาว (Spider Angioma) จุดแดงๆ มีแขนงเหมือนใยแมงมุม ขึ้นตามหน้าอก คอ แขน
  • ท้องมาน ท้องโตเหมือนคนท้องเพราะมีน้ำข้างใน สะดือปลิ้น
  • ฝ่ามือแดง แดงจัดผิดปกติ โดยเฉพาะอุ้งมือ
  • สมองเอ๋อ (Hepatic Encephalopathy) สับสน ความจำแย่ลง บุคลิกเปลี่ยน เพราะของเสียในเลือดมันขึ้นสมอง