จะรู้ได้ยังไงว่าเราเป็นนิ่ว

70 ครั้งเข้าชม
เช็กด่วน! สัญญาณเตือนอาจเป็นนิ่วในไตคุณอาจมีความเสี่ยงเป็นนิ่วในไต หากพบอาการผิดปกติเหล่านี้ ควรรีบปรึกษาแพทย์เพื่อวินิจฉัยและรักษาทันที อาการปวดรุนแรง ปวดท้องหรือบั้นเอวอย่างเฉียบพลันเป็นพักๆ อาจปวดร้าวไปถึงขาหนีบ ปัสสาวะผิดปกติ ปัสสาวะมีสีขุ่น แดง หรือสีคล้ายน้ำล้างเนื้อ บางครั้งอาจมีก้อนกรวดเล็กๆ หรือเม็ดทรายปนออกมา อาการร่วมอื่นๆ มีไข้ หนาวสั่น คลื่นไส้ อาเจียน
ความคิดเห็น 0 ครั้งถูกใจ

อาการนิ่วในไต? สังเกตสัญญาณเตือนนิ่วในกระเพาะปัสสาวะอย่างไร?

ปวดท้องตรงสีข้างนี่มันทรมานจริง ๆ นะ ไม่ใช่แค่ปวดจุกๆ แต่มันปวดแบบบิดไส้เลย ตอนนั้นมันกลางเดือนธันวาคมปีก่อน ฉันกินข้าวเย็นแถวลาดพร้าวเสร็จก็รู้สึกแปลกๆ แล้ว ตอนดึกนี่หนักเลย คลื่นไส้จนแทบจะอ้วกออกมา ไม่รู้เพราะอะไร ปวดร้าวลงมาถึงข้างล่างเลย มันไม่เหมือนปวดท้องเมนส์นะอันนี้

ฉี่ออกมาก็แปลกๆ สีมันขุ่นๆ เหมือนมีอะไรแดงๆ ปนออกมาด้วย ไม่รู้สิ ก็พยายามนึกว่าไปกินอะไรมาที่ทำให้มีอาการนิ่วในไตแบบนี้ แต่นึกไม่ออกจริงๆ ไม่ได้กินอะไรแปลกเลยนะวันนั้น พอตอนลองกดๆ ตรงที่ปวดก็ไม่ได้รู้สึกเจ็บอะไรมากขึ้น บางทีมันก็รู้สึกสบายขึ้นด้วยซ้ำ มันก็งงๆ อยู่เหมือนกันนะ

แล้วอยู่ดีๆ ก็มีเม็ดทรายเล็กๆ ออกมากับฉี่ด้วย เห็นกับตาเลย ตกใจมาก มันอาจจะเป็นสัญญาณเตือนนิ่วในกระเพาะปัสสาวะหรือเปล่าก็ไม่รู้ ไม่เคยเห็นแบบนี้มาก่อน พอไปหาหมอที่โรงพยาบาลเปาโล ตรงพหลโยธินนั่นแหละ ค่าตรวจก็หลายพันอยู่ หมอเขาบอกว่าอาจจะมาจากนิ่วเล็กๆ

แต่ที่น่ากลัวกว่าคือนิ่วในท่อไต ไอ้ตอนที่มันตกลงมานั่นแหละ มันปวดบีบสุดๆ เหมือนใครเอาอะไรมาแทงเลย ตอนนั้นมันเช้าวันที่ 1 มกราคมพอดี ปวดจนอยากจะร้องไห้ ไม่เอาอีกแล้วแบบนี้ ต้องรีบจัดการจริงๆ ไม่งั้นทรมานแน่ๆ ต้องระวังอาการแบบนี้ไว้ให้ดีเลยล่ะ.

นิ่ว กับ กระเพาะปัสสาวะอักเสบ เหมือนกันไหม

นิ่วกับกระเพาะปัสสาวะอักเสบ ไม่เหมือนกัน แค่มีอาการคล้ายกัน

  • นิ่ว: ของแข็งที่ก่อตัวในกระเพาะปัสสาวะ อาการเด่นๆ คือ ปวด เสียวตอนปัสสาวะ ปัสสาวะบ่อยผิดปกติ ปัสสาวะเป็นเลือด หรือ ปัสสาวะไม่ออก แบบกะปริดกะปรอย
  • กระเพาะปัสสาวะอักเสบ: การติดเชื้อหรืออักเสบ มักมีอาการแสบขัด ปัสสาวะบ่อย อาจมีเลือดปนบ้าง แต่อาการปวดมักจะเด่นชัดกว่า

เรื่องควรรู้เพิ่มเติม:

  • นิ่วในกระเพาะปัสสาวะ ก้อนมันจะเกะกะ ขัดขวางทางเดินปัสสาวะ ทำให้เกิดอาการทั้งหมดที่ว่ามา
  • กระเพาะปัสสาวะอักเสบ ส่วนใหญ่เกิดจากเชื้อแบคทีเรีย ความเจ็บปวดจะชัดเจนกว่า
  • ทั้งสองอย่าง ต้องไปหาหมอ อย่ามั่วเอง
  • การวินิจฉัยที่แม่นยำต้องใช้การตรวจจากแพทย์เท่านั้น

ข้อควรจำ: อาการเหมือนกันเป๊ะก็ไม่ใช่ เรื่องแบบนี้ต้องให้ผู้เชี่ยวชาญเขาดู.

นิ่วทางเดินปัสสาวะ อันตรายไหม

โอ้โห! นิ่วในทางเดินปัสสาวะเนี่ยนะ อันตรายสิ! ถ้าปล่อยไว้นานๆ มันก็เหมือนก้อนกรวดไปอุดท่อระบายน้ำบ้านเรานั่นแหละ แล้วน้ำปัสสาวะที่ข้นๆ มันก็กลายเป็นที่รวมพลของผลึก แล้วก็รวมร่างเป็นก้อนใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ จนไปติดขัดตามจุดต่างๆ ตั้งแต่ไตยันรูเล็กๆ ที่ฉี่ออกมา

พอถึงจุดอุดตันเนี่ยะ แถวนั้นก็จะมีปัญหาสารพัด ทั้งปวดบิดจนแทบจะกลิ้งเป็นลูกขนุน แถมเชื้อโรคก็ชอบมาอาศัยเป็นบ้านหลังที่สอง ทำให้ติดเชื้อในทางเดินปัสสาวะได้ง่ายๆ เลยทีนี้ ถ้าซวยจริง ปล่อยให้มันอุดตันไปเรื่อยๆ จนไตพัง ก็อาจจะต้องมานั่งลุ้นเอาว่าไตจะวายเรื้อรังไปถึงไหน!

  • ตกผลึกเหมือนก้อนหิน: น้ำปัสสาวะเข้มข้นเกินไป จนเกิดเป็นตะกอนเล็กๆ รวมตัวกันเป็นก้อน
  • โตขึ้นเรื่อยๆ: พออยู่ในท่อปัสสาวะนานๆ ก้อนนิ่วก็มีโอกาสโตขึ้น จนขวางทาง
  • อุดตันสารพัดที่: ตั้งแต่ไต ท่อไต กระเพาะปัสสาวะ ไปจนถึงท่อปัสสาวะเลยนะ
  • เชื้อโรคชอบ: การอุดตันทำให้แบคทีเรียเข้ามาอาศัย และก่อให้เกิดการติดเชื้อ
  • อาจถึงขั้นไตวาย: ถ้าปล่อยทิ้งไว้จนไตทำงานหนักเกินไป อาจนำไปสู่ภาวะไตวายเรื้อรังได้

อันตรายกว่าที่คิดนะ!

  • ปวดแบบไม่ต้องบรรยาย: อาการปวดมักจะเกิดขึ้นอย่างรุนแรง โดยเฉพาะตอนที่นิ่วกำลังเคลื่อนตัว
  • ฉี่แสบฉี่ขัด: เป็นสัญญาณเตือนว่าทางเดินปัสสาวะกำลังมีปัญหา
  • เจอเลือดในปัสสาวะ: อาจเป็นสีชมพู หรือแดงเข้มก็ได้
  • คลื่นไส้ อาเจียน: ร่างกายประท้วงเพราะความปวด

ข้อมูลเพิ่มเติม:

  • สาเหตุเกิดได้จากหลายปัจจัย: ไม่ใช่แค่น้ำปัสสาวะเข้มข้นอย่างเดียว แต่รวมถึงกรรมพันธุ์ การกินอาหารบางชนิด หรือการดื่มน้ำน้อยเกินไป
  • มีหลายขนาด: ตั้งแต่เม็ดทรายเล็กๆ ไปจนถึงขนาดใหญ่เท่าไข่ไก่ก็มี
  • รักษาได้หลายวิธี: ขึ้นอยู่กับขนาดและตำแหน่งของนิ่ว อาจจะดื่มน้ำเยอะๆ หรือใช้ยา แต่ถ้านิ่วใหญ่มาก อาจจะต้องผ่าตัดหรือใช้คลื่นเสียงสลายนิ่ว
  • ป้องกันได้นะ: ดื่มน้ำเยอะๆ ให้เพียงพอต่อวัน ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการกินอาหาร และถ้ามีประวัติเป็นนิ่ว ควรไปปรึกษาแพทย์อย่างสม่ำเสมอ

นิ่วหลุดออกเองได้ไหม

หลุดเองได้. ถ้ามันเล็กพอ.

ขนาดต่ำกว่า 4 มิลลิเมตร. อัดน้ำเข้าไปเยอะๆ วันละ 2-3 ลิตร. เดี๋ยวก็ไหลออกมาเอง. โอกาสรอดสูงถึง 80%. ไม่ใช่เรื่องต้องซีเรียส.

ส่วนนิ่วบางชนิด. พวกที่มาจากกรดยูริค. แค่กินยา. มันก็สลายไปเอง. จบ.

ถ้ามันใหญ่กว่านั้น หรือดื้อด้าน... ก็มีวิธีอื่น.

  • สลายนิ่วด้วยคลื่นกระแทก (ESWL): ยิงคลื่นเสียงจากนอกตัว. ไม่ต้องผ่า. สำหรับนิ่วในไตที่ไม่ใหญ่เกินไป หรือไม่แข็งจนเกินไป. เหมือนโดนดีดหนังยางเบาๆ.
  • ส่องกล้องทางท่อปัสสาวะ (URS): ใช้กล้องเล็กๆ สวนเข้าไป. พอเจอตัวก็ใช้เลเซอร์ยิงให้แตก. แล้วคีบออกมา. เจ็บตัวน้อย ฟื้นตัวไว.
  • เจาะผ่านผิวหนังเข้าไปกรอนิ่ว (PCNL):สำหรับนิ่วก้อนโตๆ หรือนิ่วเขากวาง. เจาะรูเล็กๆ ที่หลัง. สอดกล้องเข้าไปบดนิ่วให้เละ. แล้วดูดทิ้ง.
  • ผ่าตัดเปิด: วิธีคลาสสิก. เดี๋ยวนี้ไม่ค่อยทำกันแล้ว. นอกจากเคสมันโคตรจะซับซ้อนจริงๆ.

มีวิธีสลายนิ่วอย่างไรบ้าง

สลายนิ่วเนี่ยนะ มันก็เหมือนส่ง "มือสังหารพลังเสียง" เข้าไปจัดการศัตรูตัวจิ๋วที่ชื่อนิ่วในไตเราแหละ พูดง่ายๆ คือเป็นภารกิจสปายลับที่ใช้ คลื่นกระแทกพลังสูง เจาะจงไปที่ก้อนนิ่วโดยไม่ต้องผ่าตัดนะเออ

ลองนึกภาพคลื่นเสียงความถี่ต่ำพลังงานมหาศาล ที่ถูกฝึกมาอย่างดี ให้พุ่งตรงดิ่งทะลุผิวหนังไปโจมตีนิ่วอย่างแม่นยำ เจ้าคลื่นพวกนี้จะทำหน้าที่เป็นเหมือนค้อนทุบขนาดจิ๋วที่มองไม่เห็น ระเบิดก้อนนิ่ว ให้แตกเป็นผงธุลีหรือชิ้นเล็กจิ๋วๆ แล้วปล่อยให้มันไหลออกไปพร้อมกับปัสสาวะของเราเองแบบเนียนๆ โดยที่เราไม่ต้องโดนกรีดเนื้อเยื่อให้เจ็บตัว ฟื้นตัวก็ไวเหมือนติดสปริงชีวิต

หลายคนบอกว่าความรู้สึกตอนทำก็แค่เหมือนโดนดีดเบาๆ หรือจุกๆ นิดหน่อยเอง ไม่ได้เจ็บปวดทรมานอะไรขนาดนั้นหรอกน่า แป๊บเดียวก็กลับไปใช้ชีวิตได้ปกติเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นเลย สงสัยไตเราคงโล่งขึ้นเยอะ เหมือนยกภูเขาออกจากอกเล็กๆ เลยมั้ง

ทีนี้มาดูข้อมูลเพิ่มเติมที่คนมักจะสงสัยกันดีกว่านะ

  • นิ่วแบบไหนที่ ESWL ชอบ?: โดยทั่วไปแล้ว ESWL เหมาะกับนิ่วขนาดไม่เกิน 2 เซนติเมตร ที่อยู่ในไตหรือท่อไตส่วนต้นๆ ถ้านิ่วใหญ่เกินไป หรือซ่อนอยู่ในมุมอับ คลื่นอาจจะไปไม่ถึง หรือไปถึงก็ทุบไม่แตกนะ
  • เตรียมตัวก่อน "สลาย" ยังไง?: ส่วนใหญ่ก็งดน้ำงดอาหารก่อนทำสัก 6-8 ชั่วโมงนะ หมออาจจะแนะนำให้หยุดยาบางชนิดที่ส่งผลต่อการแข็งตัวของเลือดด้วย สำคัญเลยคือปรึกษาหมอให้ละเอียดเลยนะ
  • ผลข้างเคียงที่อาจเจอ: หลังทำอาจมีเลือดปนในปัสสาวะบ้างเล็กน้อยในช่วงแรก หรือมีรอยช้ำจางๆ ตรงผิวหนังที่โดนคลื่นกระแทก บางทีอาจมีอาการปวดหน่วงๆ หรือรู้สึกเหมือนมีเศษนิ่วไหลออกมา อันนี้เป็นเรื่องปกติ ไม่ต้องตกใจนะ
  • ถ้า ESWL ไม่ได้ผลล่ะ?: โลกไม่ได้จบสิ้นนะจ๊ะ ยังมีวิธีอื่นอีกเพียบ! เช่น การส่องกล้องผ่านท่อปัสสาวะ (URS) เข้าไปคีบหรือเลเซอร์นิ่วออก หรือ การผ่าตัดสลายนิ่วผ่านผิวหนัง (PCNL) ในกรณีที่นิ่วก้อนใหญ่จริงๆ
  • หลังทำแล้วต้องดูแลตัวเองยังไง?:ดื่มน้ำเยอะๆ จิบน้ำบ่อยๆ ช่วยให้เศษนิ่วที่แตกแล้วไหลออกมาง่ายขึ้น หลีกเลี่ยงกิจกรรมหนักๆ ในช่วงแรก และไปพบแพทย์ตามนัดเพื่อติดตามผลและดูว่ามีเศษนิ่วหลงเหลืออยู่ไหม

ผลข้างเคียงของยาสลายนิ่วมีอะไรบ้าง

เรื่องผลข้างเคียงสลายนิ่วนี่... หลักๆ ก็ปวดท้องแหละ ถ้าเศษนิ่วมันลงมาอุดท่อไตอะนะ แต่ปกติมันก็หลุดมาเองได้

แล้วก็มีเรื่องติดเชื้อ คือถ้ามีเชื้ออยู่แล้วมันจะอักเสบเพิ่มขึ้นได้ แต่ก็ให้ยาฆ่าเชื้อไป อวัยวะแถวๆ นั้นก็อาจจะช้ำนิดหน่อย พวกไส้ พวกเส้นเลือด แล้วมันจะเจ็บมากไหมเนี่ย

  • การอักเสบติดเชื้อ: เกิดในคนที่มีเชื้ออยู่เดิม รักษาด้วยยาปฏิชีวนะ
  • อาการปวดท้อง: มาจากนิ่วอุดตันท่อไต เศษนิ่วส่วนใหญ่จะหลุดออกมาเอง
  • อวัยวะข้างเคียงบอบช้ำ: ลำไส้ หลอดเลือดแดง/ดำ อาจจะช้ำเล็กน้อย

อ้อ แล้วยังมีอีก...ปัสสาวะเป็นเลือดก็เจอได้นะ ช่วงวันแรกๆ หลังทำเลย เป็นสีชมพูๆ หรือสีน้ำล้างเนื้อ ไม่ได้น่ากลัวอะไรขนาดนั้น ผิวตรงที่ทำก็มีรอยจ้ำเลือดได้เหมือนกัน ตรงหลังหรือท้องน่ะแหละที่เครื่องมันจี้

การสลายนิ่วเจ็บมั่ย

การสลายนิ่ว จริงๆ แล้ว ไม่เจ็บปวดอย่างที่คิด นะครับ เพราะมันเป็นหัตถการแบบไม่ต้องผ่าตัด เลยไม่ต้องกังวลเรื่องแผลเปิดอะไรทั้งนั้น

ระหว่างทำ ก็อาจจะต้องมีการให้ยาบรรเทาปวด หรือยาที่ทำให้ผ่อนคลายหน่อย เพื่อให้ร่างกายอยู่นิ่งๆ ที่สุด ซึ่งบางทีก็หลับไปเลยก็มี หรือจะตื่นอยู่ก็ได้ครับ ขึ้นอยู่กับแต่ละคน

ข้อมูลเสริม:

  • ประเภทของนิ่ว: การสลายนิ่วมักใช้กับนิ่วในระบบทางเดินปัสสาวะ เช่น นิ่วในไต นิ่วในท่อไต ซึ่งมีขนาดเหมาะสม
  • เทคนิค: มีหลายแบบ เช่น คลื่นเสียง (ESWL) หรือการใช้เลเซอร์ แต่หลักการคือการทำให้ก้อนนิ่วแตกเป็นชิ้นเล็กๆ แล้วร่างกายจะขับออกมาเอง
  • การเตรียมตัว: แพทย์จะแนะนำเรื่องการงดน้ำงดอาหารก่อนทำหัตถการ รวมถึงการเตรียมยา หรือการตรวจเลือด ตรวจปัสสาวะ
  • หลังการรักษา: อาจมีอาการปวดหน่วงๆ หรือมีเลือดปนในปัสสาวะเล็กน้อย ซึ่งเป็นเรื่องปกติ และแพทย์จะให้ยาตามอาการ

ก็เหมือนการรักษาอื่นๆ ที่มีข้อดีข้อเสียนะ แต่สำหรับเรื่องความเจ็บปวด ผมว่า มันเป็นประสบการณ์ที่จัดการได้ง่าย กว่าการผ่าตัดเยอะเลยครับ

URSL มีภาวะแทรกซ้อนอะไรบ้าง

URS เนี่ย มันก็เป็นหัตถการที่ไม่ค่อยน่ากลัวเท่าไหร่หรอก ถือว่าเสี่ยงต่ำนะ แต่ก็มี ภาวะแทรกซ้อน ที่อาจจะเกิดขึ้นได้บ้างนะ

  • ติดเชื้อทางเดินปัสสาวะ อันนี้เจอบ่อยสุดเลย
  • มีเลือดออก ก็อาจจะมีบ้างนิดหน่อย
  • กระเพาะปัสสาวะ หรือ ท่อปัสสาวะ บาดเจ็บ อันนี้ก็มีโอกาสเกิดขึ้นได้เหมือนกัน

ก่อนทำ URS เนี่ย การเตรียมตัว ก็สำคัญนะ

  • ต้อง งดน้ำงดอาหาร ก่อนทำสัก 6-8 ชั่วโมง หรือก็แล้วแต่คุณหมอจะสั่งนะ
  • แล้วก็ พักผ่อนให้เพียงพอ ด้วย อันนี้ช่วยได้เยอะเลย

ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ URS:

  • URS ย่อมาจาก Ureteroscopy หรือ การส่องกล้องในท่อไต
  • หัตถการนี้ใช้สำหรับ วินิจฉัยและรักษา ปัญหาในระบบทางเดินปัสสาวะส่วนบน เช่น นิ่วในท่อไต หรือเนื้องอกในท่อไต
  • แพทย์จะใช้กล้องขนาดเล็ก สอดเข้าไปทางท่อปัสสาวะ ผ่านกระเพาะปัสสาวะ แล้วเข้าไปในท่อไตเพื่อดูสภาพภายใน
  • ถ้าเจอ นิ่ว ก็อาจจะใช้เลเซอร์หรือเครื่องมืออื่นๆ ทำให้แตกแล้วเอาออกมาได้เลย
  • ความเสี่ยงต่ำ จริงๆ นะถ้าเทียบกับการผ่าตัดแบบอื่น แต่ก็ต้องทำตามคำแนะนำแพทย์อย่างเคร่งครัดนะ