ฉีดยาเข้ากล้ามเนื้อ กี่ml
ฉีดยาเข้ากล้ามเนื้อ ปริมาณยาที่เหมาะสมและปลอดภัยสูงสุดกี่ ml?
ฉีดยาเข้ากล้ามเนื้อ ปริมาณสูงสุดที่ปลอดภัยคือกี่ ml?
โดยทั่วไปแล้วไม่เกิน 5 ml หรือ 5 ซีซีต่อครั้งในกล้ามเนื้อตำแหน่งเดียวครับ
จำได้เลยตอนป่วยหนักๆ เมื่อช่วงต้นปี ต้องไปฉีดยาที่คลินิกแถวลาดพร้าวเกือบทุกวัน เป็นยาฆ่าเชื้อที่แบบ...ปวดมาก คือตัวยามันแสบๆ แล้วก็หนืดๆ ไม่เหมือนพวกวัคซีนทั่วไปเลยซักนิด
วันนั้นคุณหมอสั่งยาโดสแรงเป็นพิเศษ คุณพยาบาลเดินมาบอกเลยว่า ‘ยาเยอะนะ เดี๋ยวขอแบ่งฉีดสะโพกสองข้างนะ’ ตอนแรกก็งงๆ แต่พอฉีดเข้าไปข้างแรกแล้วมันตึงๆ หน่วงๆ ก็เข้าใจเลยว่าทำไมต้องแบ่ง คือถ้าอัดทั้งหมดไปทีเดียว กล้ามเนื้อคงระบมไปหลายวันแน่ๆ
เพิ่งมารู้ทีหลังนี่แหละว่ากล้ามเนื้อเรามันรับปริมาณยาได้จำกัด ส่วนใหญ่เค้าจะให้กันไม่เกิน 5 ซีซี ถ้ามากกว่านั้นก็ต้องแยกฉีดแบบที่ผมโดนมานั่นแหละ มันเป็นเรื่องความปลอดภัยแล้วก็ลดความเจ็บปวดของเราด้วย ไม่ใช่แค่ฉีดๆให้มันจบไป
ฉีดยา SC ได้กี่ ml
ดึกแล้ว... อยู่ๆ ก็นึกถึงเรื่องนี้ขึ้นมา
การฉีดยา SC... ฉีดได้แค่ไหนกันนะ
ฉีดได้ ไม่เกิน 2 ml นะ
มันเป็นการฉีดเข้าใต้ผิวหนัง... ตรงชั้นไขมันเลย... ตัวยามันจะค่อยๆ ดูดซึมไป... ไม่ต้องรีบร้อน เหมือนชีวิตตอนนี้เลยมั้ง... ค่อยๆ เป็น ค่อยๆ ไป
ส่วนใหญ่... ที่เขาฉีดกันก็จะมี...
- ต้นแขน... ด้านหลังอะ ตรงที่เนื้อนิ่มๆ
- หน้าท้อง... แต่ต้องห่างจากสะดือหน่อย
- หน้าขา... ตรงนี้ก็ฉีดได้เหมือนกัน
ฉีดยาเข้าเส้นใช้เข็มเบอร์อะไร
อ๋อออ ที่ถามว่าฉีดยาเข้าเส้นนะ หมายถึงเข้าหลอดเลือดดำใช่ป่ะ อันนี้สำคัญนะ ต้องแยกกันดีๆ
ถ้า ฉีดยาเข้าเส้นเลือดดำ เลยนะ ที่เราเคยเห็นเขาใช้กันบ่อยๆ เลยนะ ส่วนมากเลยจะเป็นเข็มเบอร์ 20G หรือ 22G เนี่ยแหละ สองเบอร์นี้เลยนะที่เจอเยอะสุดๆ ถ้าบางคนแบบเส้นเลือดเล็กมากๆ หรือเด็กเล็กๆ อาจจะเจอ 24G ด้วยนะ แต่ส่วนใหญ่ก็ 20G 22G เนี่ยแหละ
ไอ้ที่บอกเบอร์ 25, 26, 27 อันนั้นอ่ะ ไม่ใช่นะ เพื่อน อันนั้นมันสำหรับฉีดแบบอื่นเลย ไม่ใช่เข้าเส้นเลือดดำโดยตรงนะ ถ้าฉีดเข้ากล้ามเนื้อ พยาบาลเพื่อนเราบอกว่า เขาจะใช้เบอร์ 23 หรือ 25 แบบยาวๆ หน่อยอะ ให้ถึงกล้ามเนื้อไง ส่วนฉีดเข้าชั้นใต้ผิวหนัง หรือในหนังนั่นก็ใช้เข็มสั้นๆ เบอร์เล็กๆ ไปเลย
นี่ข้อมูลเพิ่มให้ ลองอ่านดูนะ เผื่อจะได้เข้าใจง่ายขึ้นนะ:
- ฉีดยาเข้าเส้นเลือดดำ (Intravenous - IV): อันนี้แหละที่ถามมาเลยนะ มักจะใช้เข็มเบอร์ 20G (ใหญ่หน่อย), 22G (ขนาดกลางๆ) หรือ 24G (เล็กหน่อยสำหรับเส้นเลือดเปราะหรือเด็ก) พวกนี้แหละสำหรับให้ยา สารน้ำ หรือเจาะเลือดนะ
- ฉีดยาเข้ากล้ามเนื้อ (Intramuscular - IM): พวกฉีดวัคซีน หรือยาแก้ปวดบางตัวอ่ะนะ เข็มที่ใช้ส่วนใหญ่จะเป็นเบอร์ 23G หรือ 25G ความยาวประมาณ 1 นิ้วถึง 1.5 นิ้วเลย ให้ยาเข้าไปในกล้ามเนื้อชั้นลึก
- ฉีดยาเข้าชั้นใต้ผิวหนัง (Subcutaneous - SC): อย่างพวกฉีดอินซูลิน หรือยาบางชนิดนะ ใช้เข็มเบอร์ 25G หรือ 27G ความยาวประมาณ 1/2 นิ้ว สั้นๆ พอให้ยาอยู่ใต้ผิวหนังไง
- ฉีดยาเข้าชั้นในผิวหนัง (Intradermal - ID): อันนี้เป็นพวกทดสอบภูมิแพ้ หรือฉีดวัคซีน BCG อ่ะนะ จะใช้เข็มเล็กมากๆ เบอร์ 26G หรือ 27G สั้นจิ๋วเลย ให้ยาอยู่แค่ชั้นผิวหนังด้านบนสุด
- จำไว้เลยนะ เลข G ยิ่งน้อย เข็มยิ่งใหญ่! อย่าง 20G ก็จะใหญ่กว่า 27G เยอะเลยนะ เลือกใช้ตามสภาพเส้นเลือดคนไข้ กับชนิดของยาที่ฉีดด้วยนะ มันละเอียดอ่อนนิดนึงแหละ
ทำไมต้องฉีดยาเข้ากล้ามเนื้อ?
โห นึกถึงตอนไปฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่ที่คลินิกแถวอโศกเมื่อเดือนก่อนเลย บ่ายๆ วันพุธ คนโคตรเยอะ แอร์ก็เย็นเฉียบ นั่งรอจนมือเย็นไปหมด
พอถึงคิว พยาบาลก็เตรียมแอลกอฮอล์มาเช็ดต้นแขน เรานี่เกลียดเข็มสุดๆ เลยถามไปว่า ทำไมต้องฉีดเข้ากล้ามเนื้ออะครับ เจ็บก็เจ็บ ปวดแขนไปอีกสองวัน
พี่พยาบาลก็ตอบสั้นๆ ว่า "มันออกฤทธิ์เร็วดีค่ะน้อง" ตอนเข็มจิ้มลงไปมันก็จี๊ดเดียวนะ แต่หลังจากนั้นสิ ความรู้สึกหน่วงๆ ปวดๆ มันเริ่มแผ่ไปทั่วแขนเลย
ความรู้สึกปวดระบมแขนนั่นแหละคือคำตอบ มันคือตอนที่ยาค่อยๆ ถูกดูดซึมจากกล้ามเนื้อเข้าสู่กระแสเลือดโดยตรง มันไม่ได้ไปทางอื่นเลย นี่คือเหตุผลหลักๆ ที่ต้องทนเจ็บ
การฉีดยาเข้ากล้ามเนื้อ (IM) มันจำเป็นเพราะ...
- ยาดูดซึมเร็วมาก เพราะในกล้ามเนื้อมีเส้นเลือดฝอยเยอะแยะไปหมด ยาเลยแพร่เข้าสู่กระแสเลือดได้ไว ทำให้ การฉีดยาเข้ากล้ามเนื้อออกฤทธิ์ได้เร็วกว่า การกินยาที่ต้องรอผ่านกระเพาะ
- เหมาะกับยาที่ต้องการให้กระจายไปทั่วร่างกาย หรือยาที่ถ้าฉีดตื้นๆ ใต้ผิวหนังแล้วจะแสบมาก ระคายเคืองสุดๆ
- ฉีดยาในปริมาณที่เยอะกว่าการฉีดใต้ผิวหนังได้ กล้ามเนื้อรองรับตัวยาได้มากกว่า
Im ฉีดตรงไหน?
ฉีดเข้ากล้ามเนื้อเต็มๆ ครับท่าน จุดลงจอดที่เขาเล็งกันไว้ก็คือตรงนั้นแหละ
จุดยุทธศาสตร์ยอดนิยมคือกล้ามเนื้อหัวไหล่ (Deltoid) เป็นเหมือนลานจอดเฮลิคอปเตอร์ส่วนตัวบนต้นแขน สำหรับมนุษย์วัยทำงานและวัยรุ่นใจร้อนทั้งหลาย จุดนี้เข้าถึงง่าย แค่พับแขนเสื้อก็พร้อมรบแล้ว
ส่วนเรื่องเข็ม...เข็มเบอร์ 25 คือขนาดมาตรฐานสากล แต่ความยาวนี่สิเรื่องจริง ถ้าท่านหุ่นเพรียวลมก็ใช้ 1 นิ้วก็ถึงแล้ว แต่ถ้ามีเกราะป้องกันชั้นเลิศ (ไขมันนั่นแหละ) ก็อาจต้องขยับไปที่ 1.5 นิ้ว เพื่อให้ยาเดินทางไปถึงแก่นแท้ของกล้ามเนื้อ ไม่ใช่แค่ฝากไว้ที่ชั้นไขมันให้เหงาเล่น
แต่เดี๋ยวก่อน! แขนไม่ใช่ที่เดียวที่โดนปัก ยังมีทำเลทองอื่นๆ อีก:
- กล้ามเนื้อหน้าขา (Vastus Lateralis): นี่คือโลเคชั่นทองคำสำหรับเบบี๋และเด็กเล็ก เพราะแขนน้องยังเล็กเท่าลูกชิ้น กล้ามเนื้อขานี่แหละคือสเต็กชิ้นโตที่รองรับยาได้ดีเยี่ยม ปักตรงนี้ร้องแป๊บเดียวจบ
- กล้ามเนื้อสะโพกด้านข้าง (Ventrogluteal): โซน VIP สำหรับยาที่ต้องการความสงบ หรือฉีดในปริมาณเยอะๆ จุดนี้มีเส้นเลือดและเส้นประสาทน้อยมาก ปลอดภัยหายห่วง เหมือนฉีดในเซฟเฮาส์ส่วนตัว
- กล้ามเนื้อก้น (Dorsogluteal): โลเคชั่นในตำนานที่สมัยนี้เขาไม่ค่อยนิยมแล้ว เพราะเป็นจุดเสี่ยงดวง มีโอกาสเจอแจ็คพอตโดนเส้นประสาท Sciatic ได้ง่ายๆ เลยถูกลดชั้นให้เป็นแค่ตัวสำรองไปโดยปริยาย
ถ้าฉีดยาโดนเส้นประสาทจะเป็นยังไง?
ยามบ่าย... แสงรำไร... สาดกระทบผนังเย็นเฉียบ พลัน... ความรู้สึกจี๊ดดดดหนึ่งก็แล่นวาบ ⚡️ มันคือปลายแหลมเล็กๆ ที่เดินทาง... พรึ่บ! โดนเส้นประสาท ราวกับสายฟ้าฟาดในความมืดมิด
ความเจ็บปวดพุ่งไปตามทางที่มองไม่เห็น เสียวแปลบ เหมือนเพลงบรรเลงแห่งความทรมาน มันปวดร้าว... ทั่วบริเวณนั้น... ทุกเสี้ยววินาที... ต้องถอนออก... ดึงเข็มออกทันที... ไม่ทันตั้งตัว...
บางที... ใต้ผิวหนังนั้น... อาจซ่อนเรื่องราวของสีแดงฉาน ???? เลือด... ที่ไม่ยอมหยุดไหล... เหมือนน้ำตาที่ไม่แห้งเหือด ถ้ามีโรคเลือด หรือ กินยาละลายลิ่มเลือด ชีวิตนั้น... ช่างเปราะบาง...
- อาการที่ปรากฏ:รู้สึกเจ็บเสียวรุนแรง ไปตามแนวเส้นประสาทที่ถูกแทง อาจมีอาการชา หรือความรู้สึกอ่อนแรงชั่วคราว.
- การจัดการเร่งด่วน: สิ่งสำคัญที่สุดคือ ต้องถอนเข็มออกทันที เพื่อป้องกันความเสียหายต่อเส้นประสาทที่อาจเกิดขึ้นต่อไป.
- ผลกระทบที่อาจตามมา:
- ความเจ็บปวดเรื้อรัง: หากเส้นประสาทบาดเจ็บรุนแรง อาจนำไปสู่อาการปวดเรื้อรัง (Neuropathic Pain) ได้.
- อาการชาถาวร: ในบางกรณี อาจเกิดอาการชา หรือการอ่อนแรงที่บริเวณนั้นอย่างถาวร.
- เลือดออกและรอยช้ำ: เกิดรอยช้ำ หรือก้อนเลือด (hematoma) หากปลายเข็มทำลายหลอดเลือดเล็กๆ ร่วมด้วย.
- กรณีเลือดออกไม่หยุด: หากผู้ป่วยมีภาวะเลือดออกง่าย หรือใช้ยาต้านการแข็งตัวของเลือด เช่น วาร์ฟาริน อาจเกิดเลือดคั่งใต้ชั้นกล้ามเนื้อได้ ซึ่งต้องเฝ้าระวังใกล้ชิด.
- การดูแลหลังเกิดเหตุ: หลังเกิดเหตุการณ์ ควรได้รับการประเมินอาการโดยแพทย์ และอาจต้องมีการรักษาตามอาการ เช่น การให้ยาแก้ปวด การทำกายภาพบำบัด หรือการพิจารณาการผ่าตัดในกรณีที่รุนแรง.
ความคิดเห็นต่อคำตอบ:
ขอบคุณสำหรับความคิดเห็นของคุณ! ความคิดเห็นของคุณมีความสำคัญมากในการช่วยเราปรับปรุงคำตอบในอนาคต