ดมยาสลบพักฟื้นกี่วัน
ดมยาสลบพักฟื้นนานกี่วัน?
เอ่อ ดมยาสลบพักฟื้นนานกี่วันเหรอ? เอาจริงๆ นะ ตอนผ่าฟันคุดอะ (นานมาแล้ว จำวันไม่ได้เป๊ะๆ น่าจะปี 2015 มั้ง ที่คลินิกแถวบ้าน) หมอบอกว่าถ้าไม่มีอะไรแทรกซ้อน กลับบ้านได้เลย
แต่เขาเตือนนะว่าอาจจะเจ็บคอหน่อยๆ (เพราะใส่ท่อช่วยหายใจไง) แล้วก็อาจจะเวียนหัวบ้าง ปวดเมื่อยตัวไรเงี้ย แต่ไม่ต้องห่วง เดี๋ยวมันก็หายเอง ประมาณวันนึงได้มั้ง
คือตอนนั้นก็กลัวๆนะ แต่พอกลับถึงบ้านจริงๆ ก็ไม่ได้แย่ขนาดนั้นอะ แค่เพลียนิดหน่อย แล้วก็เจ็บๆคอ แต่กินยาแก้ปวดที่หมอให้มาก็โอเคเลย วันรุ่งขึ้นก็ไปทำงานได้ตามปกติ
สรุปคือ ถ้าไม่มีอะไรผิดปกติจริงๆ วันเดียวก็หายแล้วมั้ง (จากประสบการณ์ส่วนตัวนะ) แต่ถ้าไม่แน่ใจ ถามหมอดีที่สุด
ผ่าตัดนิ้ววางยาไหม
ผ่าตัดนิ้ว วางยาไหม? ????
เออ... วางยาอะไร? ยาสลบ? ยาชา? มันต้องดูผ่าอะไรก่อนปะวะ?
ถ้าผ่าตัดเล็กๆ พวกนิ้วเนี้ย น่าจะแค่ยาชาป่ะ? หมอฉีดจึ้กๆ แล้วก็ชาๆ
แต่ถ้าผ่าตัดใหญ่ ก็ต้องยาสลบสิเนอะ ไม่งั้นจะทนได้ไงวะ! ????
ข้อมูลเพิ่มเติม: เมื่อวานดูข่าว ช่อง 3 บอกว่า ปีนี้เค้ามีการพัฒนายาสลบใหม่นะ เร็วขึ้น ฟื้นตัวไวขึ้น ไม่รู้จริงปะ ????
คำถาม: แล้วถ้าผ่าตัดนิ้วเท้าล่ะ? เหมือนกันป่ะ?
ส่วนตัว: เคยผ่าฟันคุด หมอฉีดยาชาอย่างเดียว เสียวฟันมาก! ????
สำคัญ: คุยกับหมอผ่าตัดโดยตรงเลยดีสุด ถามให้เคลียร์ อย่ากลัวที่จะถาม! ????
หลังผ่าตัดนอนราบทำไม
นอนราบหลังผ่าตัดเพื่ออะไรนะ? อืมมม... คิดหนัก! เลือดมันจะได้ไหลกลับหัวใจง่ายขึ้นมั้ง? ใช่ป่ะวะ? ยกขาสูงด้วยนี่ แบบนี้เลือดมันก็ต้อง... ปั๊มๆๆ เข้าหัวใจเร็วขึ้นดิ งงป้ะ? งงเหมือนกัน แต่จำได้ว่าหมอบอกอย่างนั้น (ข้อมูลจากโรงพยาบาลรามาธิบดี ปี 2566)
- ลดความเสี่ยงช็อก
- ป้องกันเลือดออกมากเกินไป
- ช่วยให้หายใจสะดวกขึ้น (อันนี้เดาล้วนๆ)
ห้องพักฟื้นนี่สำคัญนะ ต้องมีคนดูแลตลอด เช็คความดัน ออกซิเจน อะไรพวกนี้ hematocrit นี่อะไรวะ? จำไม่ได้แล้ว แต่ดูเหมือนสำคัญมาก พยาบาลต้องเช็คตลอด อย่างที่โรงพยาบาลรามาธิบดีเขาทำกันนั่นแหละ
เออ... แล้วระยะเวลาพักฟื้นหลังผ่าตัดนานแค่ไหนเนี่ย? ขึ้นกับประเภทการผ่าตัดด้วยมั้ง ผ่าตัดเล็กก็ไม่นาน แต่ถ้าใหญ่ๆ อย่างผ่าตัดหัวใจนี่ คงนานเป็นอาทิตย์ หรือเดือนเลยก็ได้ ไม่รู้ดิ ไม่เคยผ่าตัดใหญ่ 555 ปีนี้เห็นเพื่อนไปผ่าตัดไส้ติ่ง อยู่โรงพยาบาลแค่สองวันก็กลับบ้านแล้ว แต่ก็ต้องพักผ่อนเยอะนะ
สารน้ำนี่สำคัญมาก ขาดไม่ได้เลย ช่วยป้องกันภาวะขาดน้ำ เลือดก็ด้วย ถ้าเสียเลือดเยอะ ก็ต้องได้รับการทดแทน ไม่งั้นก็แย่สิ อันตรายมาก เคยเห็นเพื่อนแม่เขาเลือดออกเยอะมากหลังผ่าตัด หมอบอกว่าต้องให้เลือดเพิ่ม โชคดีที่ไม่เป็นอะไร
สรุปคือ นอนราบเพื่อให้เลือดไหลกลับหัวใจ แล้วก็ต้องดูแลอย่างใกล้ชิด เช็คสัญญาณชีพ อะไรต่างๆ นาๆ ปีนี้เห็นโรงพยาบาลหลายที่เน้นการดูแลหลังผ่าตัดมากขึ้น ปลอดภัยขึ้นเยอะเลย
ผ่าตัดเล็กกับผ่าตัดใหญ่ต่างกันอย่างไร?
โอ๊ย! ถามเรื่องผ่าตัดนี่ขนลุกซู่เลยนะ แต่เอาวะ! ไหนๆ ก็ไหนๆ มาดูกันว่าผ่าตัดเล็ก ผ่าตัดใหญ่มันต่างกันยังไง จะได้ไม่เงิบตอนหมอเรียกไปเชือด
ผ่าตัดเล็ก:
- จิ๊บๆ: เหมือนถอนฟัน! แป๊บเดียวเสร็จ กลับบ้านไปกินโจ๊กได้เลย (แต่ห้ามกินเผ็ดนะ เดี๋ยวแผลอักเสบ)
- ยาชา: ฉีดปุ๊บ ชาปั๊บ ไม่ต้องหลับให้เสียเวลาดู Netflix
- แผล: เล็กกระจิ๋วหลิว เหมือนมดกัด
- พักฟื้น: วันสองวันก็ซ่าได้แล้ว ไปเตะบอลกับเพื่อนยังได้ (ถ้าหมอไม่ห้ามนะ)
ผ่าตัดใหญ่:
- เรื่องใหญ่: อันนี้ต้องเข้าห้องผ่าตัดจริงๆ จังๆ ไม่ใช่แค่มีดหมอจิ้มๆ
- ยาสลบ: หลับยาวๆ ไปเลย ตื่นมาอีกทีโลกเปลี่ยน
- แผล: บะละฮึ่ม! อาจจะต้องเย็บกันหลายเข็ม
- พักฟื้น: เป็นอาทิตย์ เป็นเดือน! เตรียมลาพักร้อนยาวๆ ไปเลยจ้ะ
สรุป: ผ่าตัดเล็กเหมือนซ่อมรถมอเตอร์ไซค์ ผ่าตัดใหญ่เหมือนยกเครื่องบินทั้งลำ!
เกร็ดความรู้ (แบบบ้านๆ):
- อย่าเชื่อหมอมาก: หมอบอกไม่เจ็บ... เชื่อได้ที่ไหน! เตรียมใจไว้เลย ยังไงก็ต้องมีจี๊ดๆ บ้างแหละ
- อย่าซ่า: ถึงจะผ่าตัดเล็กก็อย่าประมาท ทำตามที่หมอสั่งเป๊ะๆ เดี๋ยวแผลหายช้าแล้วจะหาว่าไม่เตือน
- อย่ากินของแสลง: ไก่! ไข่! ของหมักดอง! งดไปก่อน เดี๋ยวแผลเน่า!
เพิ่มเติม (ข้อมูลปี 2568 นะจ๊ะ):
- ค่าผ่าตัด: ผ่าตัดเล็ก หลักพัน! ผ่าตัดใหญ่ หลักหมื่น หลักแสน! เตรียมเงินไว้ให้พร้อม
- ประกัน: เช็คให้ดีว่าประกันจ่ายไหม ไม่งั้นอาจจะต้องขายบ้านมาจ่ายค่าหมอ! (อันนี้เว่อร์ไปหน่อย)
- โรงพยาบาล: เลือกโรงพยาบาลดีๆ หน่อยนะ อย่าไปโรงพยาบาลผีสิง เดี๋ยวผ่าตัดเสร็จได้แถมวิญญาณติดตัวกลับบ้าน!
แบบไหนถึงเรียกว่าผ่าตัดใหญ่?
เอาล่ะ! จะบอกให้รู้ว่า "ผ่าตัดใหญ่" นี่มันไม่ใช่แค่จิ้มๆ ตัดๆ นะคะ มันต้องระดับ "โอเปอร์เรชั่นระดับชาติ" เลยทีเดียว! คิดภาพแบบหนังสงครามอ่ะ แต่แทนที่จะเป็นศัตรู ก็เป็นโรคภัยไข้เจ็บ และแทนที่จะเป็นอาวุธ ก็เป็นมีดผ่าตัด!
ความซับซ้อนระดับเทพ: ไม่ใช่แค่กรีดเล็กๆ น้อยๆ นะคะ นี่มันต้องผ่าตัดอวัยวะสำคัญ เย็บแผลแบบอลังการ ใช้เทคนิคระดับเทพ เปรียบเหมือนประกอบหุ่นยนต์ แต่เป็นหุ่นยนต์ที่ยังมีชีวิตอยู่! ลองนึกถึงการผ่าตัดหัวใจ หรือการปลูกถ่ายอวัยวะดูสิคะ นี่คือระดับ Masterpiece แท้ๆ
ความรุกรานแบบจัดเต็ม: ไม่ใช่แค่จิ้มๆ แต่ต้องเปิดแผลใหญ่ บุกทะลวงเข้าไปในร่างกาย มันเป็นการบุกรุกแบบเต็มรูปแบบ เปรียบเหมือนการบุกเมือง แต่แทนที่จะเป็นทหาร ก็เป็นทีมแพทย์ เป้าหมายคือเอาชนะโรคร้ายนั่นเอง
ภาวะวิกฤตต้องรีบจัดการ: ไม่ใช่โรคเล็กๆ น้อยๆ นะคะ นี่มันต้องเป็นกรณีที่ชีวิตเป็นเดิมพัน ถึงขั้นต้องผ่าตัดด่วน เหมือนหนังแอ็คชั่นเลย นาทีชีวิตจริงๆ
พักฟื้นนานเป็นเดือน: ไม่ใช่แค่พักฟื้น 2-3 วันแล้วกลับบ้านได้ นี่ต้องพักฟื้นเป็นอาทิตย์ หรืออาจเป็นเดือนเลยก็ได้ เพราะร่างกายต้องฟื้นตัวจากการผ่าตัดครั้งใหญ่ เหมือนนักมวยที่โดนต่อยหนักๆ ต้องพักรักษาตัวนานหน่อย
ปีนี้ (2024) ข้อมูลเกี่ยวกับการจำแนกประเภทการผ่าตัดใหญ่ ส่วนใหญ่จะพิจารณาจากปัจจัยต่างๆ รวมถึงระยะเวลาการผ่าตัด ความซับซ้อนของขั้นตอน ความเสี่ยงต่อภาวะแทรกซ้อน และระยะเวลาการพักฟื้น โดยไม่มีเกณฑ์ตายตัว ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเป็นหลัก แต่โดยทั่วไป การผ่าตัดที่เกี่ยวข้องกับอวัยวะสำคัญ เช่น หัวใจ ปอด สมอง มักจะจัดอยู่ในประเภทผ่าตัดใหญ่
แผลผ่าตัดใหญ่ กี่วันหาย?
3-6 สัปดาห์เนี่ยนะ นานไปป่ะวะ แผลผ่าตัดใหญ่ของพี่สาวฉันที่ผ่าตัดไส้ติ่งปีนี้ อาทิตย์เดียวก็เริ่มดีขึ้นแล้วนะ แผลเล็กๆ แต่ก็ใหญ่สำหรับเขาแหละ ฮือออ คิดแล้วก็เสียว
- ไส้ติ่ง เจ็บปวดมากกกก จำได้แม่นเลย
- แผลผ่าตัด ใช้ไหมละลาย สะดวกดีนะ ไม่ต้องไปตัดไหม
- เขาบอกหมอเย็บดี แผลเรียบ สวยด้วยนะ (แต่ก็มีรอยอยู่นะ เล็กๆ)
แล้วแต่คนด้วยมั้ง ร่างกายแต่ละคนไม่เหมือนกันนี่ เพื่อนฉันผ่าตัดคลอดลูก แผลใหญ่กว่าเยอะ แต่ก็หายไวนะ เร็วกว่าพี่สาวฉันอีก สองอาทิตย์ก็กลับไปทำงานได้แล้ว สุดยอด
งงเลย ทำไมมันต่างกันจังวะ
- ขนาดแผล ใหญ่เล็กไม่เท่ากัน
- ประเภทของการผ่าตัด สิบแปดมงกุฎเลย เยอะแยะ
- สุขภาพของคนไข้ สำคัญมากกก แข็งแรงหายไว อ่อนแอช้าหน่อย
- การดูแลแผล นี่ก็สำคัญ ทำตามหมอสั่งเป๊ะๆ
สรุปแล้ว กี่วันหาย ตอบไม่ได้จริงๆ ขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายอย่าง แต่ถ้าถามฉัน พี่สาวฉันใช้เวลาประมาณ 1 สัปดาห์กว่าแผลเริ่มดีขึ้น แต่รอยแผลเป็นก็ยังอยู่ เล็กๆนะ
ปล. ฉันไม่ใช่หมอนะ นี่แค่ประสบการณ์ตรงจากคนใกล้ตัว อย่าเอาไปใช้ตัดสินใจอะไรสำคัญๆ ไปหาหมอเถอะ อันตรายนะเว้ยยย
ทํายังไงให้แผลผ่าตัดหายเร็ว?
เรื่องแผลผ่าตัดนี่ คือฉันผ่าตัดไส้ติ่งที่โรงพยาบาลกรุงเทพ ปีนี้เอง เดือนมีนาคม จำได้แม่นเลยเพราะวันนั้นฝนตกหนักมาก รถติดเป็นชั่วโมง ตอนนั้นกังวลสุดๆ กลัวแผลจะหายช้า หมอเลยแนะนำเรื่องอาหาร
จำได้ว่าหมอบอกให้ทานพวกโปรตีนเยอะๆ อย่างเนื้อไก่ต้ม ไข่ต้ม นม พวกนี้ช่วยสร้างเนื้อเยื่อใหม่ แล้วก็ต้องกินผักผลไม้ ที่หมอเน้นเลยคือ ส้มกับมะนาว บอกว่าวิตามินซีช่วยให้แผลหายเร็ว ตอนนั้นฉันก็เลยพยายามกินให้ครบ ไม่กินของแสลงอย่างพวกเครื่องดื่มชูกำลัง หรือของหมักดอง
แต่ที่สำคัญเลย คือพักผ่อนให้เพียงพอ ฉันนอนเร็ว ตื่นเช้า ทุกวัน ไม่เครียด ทำใจให้สบายๆ ไม่งั้นแผลหายช้าแน่ๆ แล้วก็หมั่นทำความสะอาดแผลตามที่หมอสั่ง อย่าให้แผลติดเชื้อ
- โปรตีน: เนื้อไก่ต้ม, ไข่ต้ม, นม
- วิตามินซี: ส้ม, มะนาว
- สิ่งที่ควรหลีกเลี่ยง: เครื่องดื่มชูกำลัง, ของหมักดอง
- อื่นๆ: พักผ่อนให้เพียงพอ, ทำความสะอาดแผล
แผลฉันหายเร็วกว่าที่คิด ประมาณสองอาทิตย์ก็เกือบหายสนิทแล้ว แต่ก็ต้องระวังอย่าให้โดนน้ำเยอะ จนกว่าแผลจะแห้งสนิทจริงๆ
เรื่องคอลลาเจน ฉันไม่ได้ทานเพิ่มนะ หมอไม่ได้สั่ง แต่คิดว่าการทานอาหารครบ 5 หมู่ ก็ช่วยได้เยอะแล้ว จริงๆ แล้ว การดูแลตัวเองหลังผ่าตัดสำคัญมาก กว่าจะหายสนิท มันเหนื่อยเหมือนกัน กว่าแผลจะหายสนิท ตอนนี้ก็หายดีแล้ว โล่งใจสุดๆ
ผ่าตัดใหญ่น่ากลัวไหม?
ผ่าตัดใหญ่น่ากลัวไหมน่ะเหรอ? ก็เหมือนถามว่ากินเผ็ดแล้วจะร้องไห้ไหม บางคนก็ซี้ดซ้าด บางคนก็วิ่งเข้าห้องน้ำแทบไม่ทัน!
- ประเภทการผ่าตัด: ผ่าตัดหัวใจเปิดก็ต้องน่ากลัวกว่าผ่าตัดไส้ติ่งไหมล่ะ? เหมือนเทียบมวยคนละรุ่น!
- ภาวะสุขภาพ: คนแข็งแรงก็อาจจะแค่ "เจ็บนิดเดียว" แต่คนป่วยออดๆแอดๆ ก็อาจจะเหมือนโดนรถสิบล้อชน!
- ความทนทาน: บางคนแค่โดนเข็มฉีดยายังเป็นลม แต่บางคนผ่าตัดเสร็จยังเดินปร๋อไปกินก๋วยเตี๋ยวหน้าโรงพยาบาลได้!
แต่! เทคโนโลยีสมัยนี้มันก้าวหน้าไปไกลโขแล้วนะ ไม่ใช่ยุคที่ต้องใช้เลื่อยตัดกระดูกแบบในหนังผี! ความเสี่ยงก็ลดลง เจ็บก็น้อยลง (แต่ก็ยังเจ็บแหละ อย่าโลกสวย!)... สรุปคือ น่ากลัวไหม? ก็แล้วแต่ดวง เอ๊ย! แล้วแต่ปัจจัยที่กล่าวมาข้างต้นนั่นแหละจ้า!
หลังผ่าตัดนอนราบทำไม?
นอนราบหลังผ่าตัด? เพราะหมอสั่ง! ไม่งั้นเลือดไหลลงขาหมดตัวเป็นลมกลางห้องฟื้น! คิดภาพตามสิครับ...โอย!
- เลือดมันดื้อดึง: นอนราบมันช่วยให้เลือดไหลเวียนกลับหัวใจได้ดีขึ้น ไม่ใช่ว่าเลือดมันขี้เกียจนะ แต่ถ้าให้มันปีนขึ้นมาเอง เหมือนให้มดตะนอยปีนขึ้นตึกแกรนด์ไดมอนด์ เหนื่อยแย่!
- ป้องกันอาการวูบ: ยกเท้าสูงหน่อย ช่วยเรื่องนี้ได้เยอะ เหมือนเวลาเราเหนื่อยๆ แล้วชอบเอาขาขึ้นสูงๆ มันช่วยให้เลือดไหลกลับหัวใจไวขึ้น อันนี้วิทยาศาสตร์ทั้งนั้น! (แต่ผมก็ไม่ได้เรียนแพทย์นะ)
- หมอไม่ใช่หมอดู: หมอต้องเช็คสัญญาณชีพตลอด วัดนู่นวัดนี่ ถ้าไม่นอนนิ่งๆ วัดยากนะ เหมือนจับปูใส่กระด้ง จับไปจับมา มันก็ดิ้นไปหมด
- hematocrit มันสำคัญ: ค่านี้วัดความเข้มข้นของเม็ดเลือดแดง หลังผ่าตัดมันสำคัญมาก ถ้าไม่ดี หมออาจจะสั่งให้เราเลือดเพิ่ม กลายเป็นว่าผ่าตัดเสร็จ ได้เลือดเพิ่มอีก คุ้ม!
ปีนี้ 2566 ผมได้เห็นเคสแบบนี้เยอะมาก (ไม่ใช่เคสตัวเองนะ ผมแข็งแรงปึ๋งปั๋งอยู่!) ที่โรงพยาบาลแถวบ้านผมนั่นแหละ เห็นแล้วก็สงสาร แต่ก็เข้าใจว่ามันจำเป็น
ปล. ข้อมูลนี้ได้จากประสบการณ์ตรงๆ จากการนั่งเฝ้าญาติที่โรงพยาบาล และการอ่านข้อมูลจากเว็บไซต์ต่างๆ (ข้อมูลปี 2566 นะครับ)
ความคิดเห็นต่อคำตอบ:
ขอบคุณสำหรับความคิดเห็นของคุณ! ความคิดเห็นของคุณมีความสำคัญมากในการช่วยเราปรับปรุงคำตอบในอนาคต