ดูยังไงว่าเป็นไข้เลือดออก

122 ครั้งเข้าชม
สังเกตอาการไข้เลือดออกในเด็ก: ไข้ลด แต่อาการทรุด (เบื่ออาหาร, อ่อนเพลีย) คลื่นไส้, อาเจียนต่อเนื่อง ปวดท้องรุนแรง เลือดออก (กำเดา, อาเจียน/อุจจาระดำ) พฤติกรรมเปลี่ยน กระหายน้ำมาก ร้องกวน (เด็กเล็ก) ตัวเย็น/ลาย/คล้ำ
ความคิดเห็น 0 ครั้งถูกใจ

ตรวจเช็คอาการไข้เลือดออกได้อย่างไร?

โอเค...ไข้เลือดออกนี่น่ากลัวจริง ตอนเด็กๆ ฉันเคยเกือบเป็นเหมือนกัน ตอนนั้นประมาณป.4 ได้มั้ง (น่าจะประมาณปี 2545) ช่วงนั้นยุงเยอะมากกก แถวบ้านนี่แบบ...สุดๆ

จำได้ว่าตอนนั้นไข้ขึ้นสูงมาก กินยาอะไรก็ไม่ลง แถมอาเจียนตลอดเวลา แม่พาไปหาหมอ หมอเค้าก็ตรวจเลือด ดูอาการต่างๆ คือตอนนั้นซึมไปเลย ไม่ค่อยรู้เรื่องอะไรเท่าไหร่

จากที่เคยอ่านเจอมานะ อาการที่เค้าว่ากันว่าน่าจะใช่ไข้เลือดออกก็มี

  1. ไข้ลงแต่ไม่ดีขึ้น อันนี้สำคัญเลย คือไข้ลดจริง แต่เด็กดูแย่ลงกว่าเดิม

  2. คลื่นไส้ อาเจียนไม่หยุด อันนี้เจอกับตัวเลย ทรมานสุดๆ

  3. ปวดท้อง อันนี้จำได้ว่าปวดมาก เหมือนมีอะไรมากวนในท้อง

  4. เลือดออกตามที่ต่างๆ อันนี้ไม่เป็น แต่เค้าบอกว่าถ้ามีเลือดกำเดา หรืออาเจียนเป็นเลือดก็อันตราย

  5. ซึมลง ไม่เล่น ไม่กิน อันนี้ก็เป็น คือหมดแรง ไม่อยากทำอะไรเลย

  6. กระหายน้ำ อันนี้ไม่แน่ใจ

  7. งอแงในเด็กเล็ก อันนี้อาจจะต้องสังเกตดีๆ

  8. ตัวเย็น ตัวลาย อันนี้ก็สำคัญเหมือนกัน

ถ้ามีอาการเหล่านี้ รีบพาไปหาหมอเลยนะ อย่าชะล่าใจเด็ดขาด! เพราะไข้เลือดออกถ้าปล่อยไว้อันตรายถึงชีวิตได้เลยนะ จะบอกให้

วิธีทดสอบว่าเป็นไข้เลือดออกไหม

แสงแดดยามเช้าสาดส่อง ห้องฉัน...ฝุ่นละอองลอยคว้าง ราวกับความทรงจำที่ฟุ้งกระจาย

  • ไข้เลือดออก... ต้องตรวจเลือดนะ

  • ไวรัสเดงกี ตัวร้าย...หาแอนติเจน แอนติบอดี

  • เม็ดเลือดขาว เกล็ดเลือด...นับๆ ดู เดี๋ยวรู้

เหมือนตอนเด็กๆ ที่แม่พาไปหาหมอ...กลิ่นโรงพยาบาล ฉันไม่ชอบเลย เข็มฉีดยาเย็นเฉียบ...

การตรวจเลือดนะ สำคัญมาก!

  • การตรวจเลือด ยืนยันเชื้อเดงกี
  • นับเม็ดเลือด ดูการเปลี่ยนแปลง
  • รีบไปหาหมอนะ อย่าช้า!

แสงแดดยังคงส่อง...แต่ใจฉันหม่นลงเล็กน้อย ทุกครั้งที่ได้ยินคำว่า "ไข้เลือดออก"

เพิ่มเติม: ไข้สูง ปวดเมื่อย อาเจียน...สัญญาณอันตรายนะ!

เป็นไข้เลือดออกกี่วันตรวจเลือดเจอ

ไข้เลือดออก 2-7 วัน ตรวจเลือดเจอ

  • รัดแขน: วันที่ 2-3 จุดเลือดออกปรากฏ
  • ตับโต: วันที่ 3-4 อาจคลำพบ

ตรวจเลือด:

  • CBC: เกล็ดเลือดต่ำลง (ต่ำกว่า 100,000/ul)
  • Hct: Hematocrit สูงขึ้น แสดงถึงภาวะเลือดข้น
  • NS1 Antigen: ตรวจหาเชื้อไวรัสเดงกี (วันที่ 1-5 ของการป่วย) สำคัญ
  • Dengue IgM/IgG: ตรวจหาภูมิคุ้มกัน (IgM ขึ้นช่วงวันที่ 5-10, IgG ขึ้นหลังวันที่ 10)

Hct: ระวังภาวะช็อคNS1: ผลบวกรวดเร็ว

ไข้เลือดออกระยะแรก รักษายังไง

ไข้เลือดออกระยะแรก…ใจสั่นระทึก เหมือนยามตะวันลับขอบฟ้า ท้องฟ้าสีครามเปลี่ยนเป็นสีม่วงเข้ม…

  • ลดไข้: พาราเซตามอล ยาคู่กาย เพื่อนยาก บรรเทาอาการร้อนผ่าว แต่ต้องระวัง! ปริมาณที่เหมาะสมสำคัญ เกินไปก็อันตราย

  • ผ้าเย็นชุบน้ำ: สัมผัสเย็นชุ่มฉ่ำ เหมือนสายฝนแรกฤดู แตะผิวกาย ปลอบประโลม ความร้อนค่อยๆ ลดลง

  • น้ำ…น้ำ…น้ำ: ดื่มให้มาก ดื่มให้เต็มที่ เหมือนคลื่นทะเล โอบล้อมร่างกาย ชุ่มชื้น ฟื้นฟู

  • พักผ่อน: หลับตาลง… โลกทั้งใบเงียบสงบ ให้ร่างกายได้ซ่อมแซมตัวเอง เหมือนดอกไม้ที่ต้องการแสงแดดและสายฝน

  • ติดตามอาการ: เฝ้าดูอย่างใกล้ชิด เหมือนแม่เฝ้าดูลูกน้อย ทุกการเปลี่ยนแปลง เล็กๆ น้อยๆ สำคัญเสมอ

ถ้าอาการหนักขึ้น… อย่ารอช้า รีบไปหาหมอ ที่โรงพยาบาลเอกชนใกล้บ้านฉัน (สมุทรปราการ) ปีนี้แพทย์แนะนำอย่างละเอียดทุกครั้ง

  • หมายเหตุ: ข้อมูลนี้เพื่อการให้ความรู้ทั่วไป มิใช่คำแนะนำทางการแพทย์ กรุณาปรึกษาแพทย์หากมีข้อสงสัย ปี 2566 ฉันเน้นย้ำเรื่องนี้เสมอ

ยุงชนิดไหนทำให้เป็นไข้เลือดออก?

ยุงลาย! ตัวดีเลยล่ะ ชอบมาดูดเลือดตอนกลางวันแสกๆ ไม่เกรงใจใคร! กัดทีนี่ไม่ใช่แค่คันนะ อาจได้ของแถมเป็นไข้เลือดออกกลับบ้านไปด้วย! ????????

  • ยุงลาย (Aedes aegypti) เนี่ยแหละ ตัวการหลัก! ชอบวางไข่ในน้ำขังใสๆ ตามโอ่ง อ่าง กะละมัง หรือแม้แต่จานรองกระถางต้นไม้!
  • ไข้เลือดออก ไม่ใช่เรื่องเล่นๆ นะจ๊ะ! ปวดหัว ตัวร้อน เลือดกำเดาไหล อาการหนักถึงชีวิตได้!
  • ฤดูฝน คือช่วงที่ยุงลายออกอาละวาดหนักเป็นพิเศษ เพราะมีน้ำขังเยอะแยะไปหมด!
  • ป้องกันตัวเอง ง่ายๆ เลย กำจัดแหล่งเพาะพันธุ์ยุงลาย ทายากันยุง ใส่เสื้อแขนยาว ขายาว!
  • ถ้าเป็นไข้ แล้วสงสัยไข้เลือดออก รีบไปหาหมอ! อย่ารอช้า!

เกร็ดความรู้ (แบบชาวบ้านๆ):

  • เมื่อก่อนยายชอบเอาตะไคร้หอมมาทาตัว ไล่ยุงได้ผลชะงัดนัก!
  • สมัยเด็กๆ เคยโดนยุงลายกัดจนเป็นไข้เลือดออก นอนซมไปหลายวัน เข็ดจนตาย!
  • เดี๋ยวนี้เค้ามีสเปรย์กันยุงแบบพกพา สะดวกดีแท้! แต่ก็อย่าลืมกำจัดแหล่งเพาะพันธุ์ยุงด้วยนะ!

อาการหลังไข้ลดของไข้เลือดออกเป็นอย่างไร?

หลังไข้ลดในไข้เลือดออก (ประมาณ 1-2 วัน) เป็นช่วงที่เราต้องจับตาดูอาการใกล้ชิด แม้ไข้จะลงแล้ว แต่ใช่ว่าจะปลอดภัยเสมอไป

  • ความดันโลหิต: โดยทั่วไปจะกลับมาเป็นปกติ แต่ต้องเฝ้าระวังภาวะช็อกที่อาจเกิดขึ้นได้
  • ชีพจร: อัตราการเต้นของหัวใจควรกลับสู่สภาวะปกติ ไม่เร็วหรือช้าจนเกินไป
  • อาการอยากอาหาร: ผู้ป่วยมักเริ่มรู้สึกอยากอาหารมากขึ้น เป็นสัญญาณที่ดีของการฟื้นตัว
  • ผื่นคัน: ผื่นแดง จุดเลือดออกเล็กๆ อาจปรากฏขึ้นตามตัว ซึ่งเป็นผลจากเกล็ดเลือดต่ำ และมักหายได้เอง

ช่วงนี้สำคัญมาก เพราะเป็นช่วงที่ของเหลวในร่างกายอาจรั่วออกจากหลอดเลือด ทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อนได้ ใครว่าไข้ลดแล้วจะชะล่าใจได้ล่ะเนี่ย... บางทีชีวิตก็เหมือนกราฟหุ้น ขึ้นๆ ลงๆ ไม่มีอะไรแน่นอนจริงๆ

ข้อมูลเพิ่มเติมที่ควรทราบ:

  • เกล็ดเลือดต่ำ: แม้ไข้จะลด แต่เกล็ดเลือดยังต่ำอยู่ ควรตรวจเลือดตามที่แพทย์แนะนำ
  • ภาวะแทรกซ้อน: เฝ้าระวังอาการผิดปกติ เช่น ปวดท้องรุนแรง อาเจียนไม่หยุด ซึมลง หรือมีเลือดออก
  • พักผ่อน: การพักผ่อนให้เพียงพอสำคัญต่อการฟื้นตัว
  • การดื่มน้ำ: จิบบ่อยๆ เพื่อทดแทนของเหลวที่เสียไป
  • ปรึกษาแพทย์: หากมีข้อสงสัยหรืออาการผิดปกติ ควรปรึกษาแพทย์ทันที อย่าคิดเองเออเองเด็ดขาด