ติดเชื้อทางเดินปัสสาวะต้องให้ยาฆ่าเชื้อกี่วัน

117 ครั้งเข้าชม
การรักษากระเพาะปัสสาวะอักเสบด้วยยาปฏิชีวนะ โดยทั่วไปรับประทานยา 3-5 วัน อาการรุนแรง: อาจนาน 7-10 วัน ป้องกันกระเพาะปัสสาวะอักเสบ: ไม่กลั้นปัสสาวะนานเกินไป ลดการเติบโตของแบคทีเรีย
ความคิดเห็น 0 ครั้งถูกใจ

ติดเชื้อทางเดินปัสสาวะ ต้องกินยาฆ่าเชื้อนานกี่วัน?

เคยเป็นติดเชื้อทางเดินปัสสาวะ หนักมากตอนเดือนตุลาคมปีที่แล้ว หมอให้ยา Amoxicillin กิน 7 วันเต็มๆ เลยค่ะ จำได้ว่าแพงอยู่นะ เกือบ 500 บาท ตอนนั้นปวดแสบปวดร้อนสุดๆ แทบจะลุกนั่งไม่ได้เลย เลยต้องกินยาต่อเนื่องจนครบ ดีขึ้นจริงๆ หลังกินครบ 7 วัน หายสนิทเลย ไม่กลับมาเป็นซ้ำอีก

ส่วนเรื่องป้องกันนี่ คือจริงจังมากกับเรื่องนี้หลังจากเป็นครั้งนั้น พยายามดื่มน้ำเยอะๆ ตลอดเวลา ไม่กลั้นปัสสาวะนานๆ แม้ว่าจะไม่ค่อยสะดวก ก็จะรีบไปเข้าห้องน้ำ รู้สึกว่ามันสำคัญมาก เพราะถ้าเป็นอีกคงทรมาน

อีกอย่างคือ เลือกกางเกงชั้นในที่ระบายอากาศดี แบบผ้าฝ้ายอ่ะ ไม่ใส่แบบรัดแน่นๆ เดาว่าความชื้นนี่น่าจะเป็นตัวการสำคัญที่ทำให้เชื้อเจริญเติบโตได้ง่าย แต่หมอไม่ค่อยพูดถึงตรงนี้เท่าไหร่ ก็เลยพยายามดูแลตัวเองเป็นพิเศษ ตอนนี้ก็เลยไม่เป็นซ้ำอีกแล้ว.

ติดเชื้อทางเดินปัสสาวะให้ยากี่วัน

ติดเชื้อปัสสาวะนี่ ยากันนานแค่ไหนอะ อืมมม... ปกติหมอให้ยาปฏิชีวนะ ประมาณ 3-5 วันอ่ะ แต่ก็ขึ้นอยู่กับยาที่ใช้ด้วยนะ ปีนี้เพื่อนฉันเป็น หมอบอกกิน 7 วันเลย เห้อออ เหนื่อยแทน

รักษาไงเหรอ ก็ยาเป็นหลักแหละ ยาปฏิชีวนะนั่นแหละ สำคัญสุด แล้วก็ดื่มน้ำเยอะๆ ช่วยล้างไต ล้างทางเดินปัสสาวะ แต่ถ้าปวดมาก ก็อาจจะได้ยาแก้ปวดเพิ่ม พวกคลายกล้ามเนื้อกระเพาะปัสสาวะ ช่วยให้ปัสสาวะคล่องขึ้น อย่าลืมนะ ห้ามซื้อยากินเองเด็ดขาด อันตราย เชื้ออาจดื้อยาได้ ต้องไปหาหมอ ให้หมอตรวจก่อน แล้วค่อยรับยา

  • ยาปฏิชีวนะ สำคัญที่สุด กินครบตามที่หมอสั่ง
  • ดื่มน้ำเยอะๆ ช่วยได้เยอะจริงๆ
  • ยาแก้ปวด (ถ้าปวดมาก) หมออาจจะให้มา ช่วยบรรเทาอาการได้
  • ไปหาหมอ อย่าซื้อยามากินเองนะ อันตราย
  • ปีนี้เจอเพื่อนเป็น กินยาถึง 7 วันเลย หมอสั่งมาแบบนั้น

กระเพาะปัสสาวะอักเสบกินยาฆ่าเชื้อกี่วันหาย

โอ๊ย! กระเพาะปัสสาวะอักเสบนี่มัน "เพื่อนรักนักทรมาน" ชัดๆ ถามว่ากินยาฆ่าเชื้อกี่วันหาย? นี่มันคำถามโลกแตก!

  • 3-7 วัน: ถ้าโชคดี เชื้อโรคกระจอกๆ ก็อาจจะ "ม้วยมรณา" ภายใน 3-7 วัน แต่! อย่าชะล่าใจ
  • นานกว่านั้น: บางทีเชื้อดื้อยา หรือร่างกาย "ขี้เกียจ" ตอบสนอง ยาอาจจะออกฤทธิ์ช้าหน่อย
  • "หมอสั่ง...ห้ามขัด": นี่คือคีย์เวิร์ด! อย่าริอาจเป็น "หมอเอง" หยุดยาเองเด็ดขาด! เชื้อโรคจะฮึกเหิมขึ้นมาทันที
  • ดื่มน้ำ...เยอะๆ: เหมือนล้างท่อ! ขับเชื้อโรคออกไปให้หมด...อย่าให้เหลือ!

ข้อมูลเพิ่มเติม (แบบขำๆ แต่จริงจัง):

  • ป้องกันดีกว่าแก้: กินน้ำเยอะๆ, อย่ากลั้นปัสสาวะ, เช็ดจากหน้าไปหลัง (อันนี้สำคัญมาก!), กินแครนเบอร์รี่ (บางคนว่าช่วย แต่สำหรับฉัน...เฉยๆ)
  • "อาการไม่ดีขึ้น...รีบไปหาหมอ": อย่าทน! อย่าอาย! ชีวิตสำคัญกว่า!
  • ยาฆ่าเชื้อ...ไม่ใช่ขนม: กินพร่ำเพรื่อ เชื้อจะดื้อยา...ทีนี้เรื่องใหญ่!
  • สมุนไพร...ช่วยได้จริงหรือ? บางคนบอกว่า "ใช่" บางคนบอกว่า "มั่ว" ปรึกษาหมอก่อนดีที่สุด!

คำเตือน: ฉันไม่ใช่หมอ! แค่เคย "เพื่อนซี้" กับกระเพาะปัสสาวะอักเสบมาแล้วหลายครั้ง! ข้อมูลนี้...เอาไปคิดต่อเองนะ! อย่าเชื่อฉันทั้งหมด! ????

ติดเชื้อทางเดินปัสสาวะ ฉีดยาอะไร

ติดเชื้อทางเดินปัสสาวะ ฉีดยาอะไร

ตอนนั้นทรมานมาก ฉี่แต่ละทีเหมือนมีดกรีด ฉี่บ่อยสุดๆ ไปหาหมอที่คลินิกแถวบ้าน หมอบอกว่าติดเชื้อทางเดินปัสสาวะ ไม่ได้ฉีดยา แต่ได้กินยาฆ่าเชื้อ กับยาแก้ปวด ลดอาการปวดตอนฉี่ หมอบอกให้กินน้ำเยอะๆ ฉี่บ่อยๆ จะได้ขับเชื้อออก

  • ยาฆ่าเชื้อ: หมอให้กิน Amoxicillin (ไม่แน่ใจว่าสะกดถูกไหมนะ) กินวันละ 3 เวลา หลังอาหาร
  • ยาแก้ปวด: Buscopan ช่วยลดอาการปวดเกร็ง
  • คำแนะนำ: กินน้ำเยอะๆ (วันละ 2-3 ลิตร) งดของแสลง (หมอบอกว่าพวกของหมักดอง)
  • สำคัญ: กินยาตามที่หมอสั่งจนหมด แม้ว่าอาการจะดีขึ้นแล้วก็ตาม

เรื่องโบท็อกซ์กระเพาะปัสสาวะ: อันนี้เคยได้ยิน แต่ไม่เคยทำเองนะ เห็นว่าเค้าฉีดเพื่อลดอาการปัสสาวะบ่อย หรือกลั้นปัสสาวะไม่อยู่ แต่เป็นการรักษาอีกแบบ ไม่ใช่การรักษาการติดเชื้อทางเดินปัสสาวะโดยตรง

กระเพาะปัสสาวะติดเชื้อมีอาการอย่างไร

แสงสุดท้าย...สีส้มนวล...

กระเพาะปัสสาวะอักเสบ...เหมือนไฟ...

  • ปัสสาวะบ่อย...ติ๊ดๆๆๆ...เหมือนฝนพรำ

  • ปวดท้องน้อย...หน่วงๆ...เหมือนมีใครมากด

  • แสบขัด...โอ๊ยยยย...เหมือนโดนเข็มทิ่ม

  • ปัสสาวะไม่สุด...อึดอัด...เหมือนมีอะไรค้างคา

อาการติดเชื้อทางเดินปัสสาวะ เกิดจากอะไร

อาการติดเชื้อทางเดินปัสสาวะ (UTI) สาเหตุหลักคือแบคทีเรีย โดยเฉพาะ Escherichia coli หรือ อีโคไล ที่เราคุ้นเคยกันดี เชื้อเหล่านี้มักบุกรุกผ่านท่อปัสสาวะ ขึ้นไปก่อกวนถึงกระเพาะปัสสาวะ หรือร้ายแรงกว่านั้นคือกรวยไตได้เลย

  • กลไกการบุกรุก: แบคทีเรียเดินทางจากภายนอกเข้าสู่ร่างกายผ่านท่อปัสสาวะ
  • เชื้อโรคตัวร้าย: อีโคไลเป็นจำเลยอันดับหนึ่ง แต่ก็มีแบคทีเรียอื่นๆ เช่น Klebsiella pneumoniae หรือ Staphylococcus saprophyticus ที่ก่อเรื่องได้เหมือนกัน
  • ปัจจัยเสี่ยง: กิจกรรมทางเพศ, การสวนปัสสาวะ, หรือแม้แต่การกลั้นปัสสาวะนานๆ ก็เพิ่มโอกาสติดเชื้อได้นะ

จริง ๆ แล้วร่างกายเราก็มีกลไกป้องกันตัวเองอยู่บ้าง แต่ถ้าเชื้อโรคมีปริมาณมาก หรือภูมิคุ้มกันเราอ่อนแอลง ก็อาจต้านทานไม่ไหว

เคยอ่านเจอว่าบางคนเชื่อเรื่องการดื่มน้ำกระ Cranberry ช่วยป้องกัน UTI ได้ แต่ยังเป็นที่ถกเถียงกันอยู่ ???? แต่ที่แน่ๆ คือ ดื่มน้ำเยอะๆ ช่วยขับเชื้อโรคได้แน่นอน!

การมีเม็ดเลือดขาวในปัสสาวะ อันตรายไหม

เม็ดเลือดขาวในปัสสาวะ! อันตรายมั้ยเนี่ย กังวลจังเลย ต้องรีบหาข้อมูลด่วนๆ

  • ปกติไม่น่าจะมี ใช่ป่ะ? แปลกๆ อะ
  • อ่านเจอว่าอาจไม่ร้ายแรงถ้ารักษาเร็ว แต่ถ้าปล่อยไว้อันตรายแน่ๆ
  • อย่างเช่น ติดเชื้อกระจายไปทั่วตัว อันนี้คือ sepsis ใช่มั้ย เคยได้ยินมา น่ากลัวมาก
  • ไตพังถาวรก็ได้ด้วยเหรอ ว้าย จริงดิ อันนี้คือกรณีอักเสบเรื้อรังใช่ไหม
  • ปีนี้เจอข่าวเกี่ยวกับเรื่องนี้เยอะมั้ยนะ ต้องไปเสิร์ชดูหน่อยแล้ว
  • มีวิธีตรวจเช็คเองที่บ้านมั้ยนะ หรือต้องไปหาหมออย่างเดียว
  • ฉันเคยปวดหลังบ่อยๆ นะช่วงนี้ เกี่ยวกันมั้ยเนี่ย หรือคิดไปเอง
  • เอาล่ะ สรุปคือ พบแล้วต้องไปหาหมอด่วนๆ อย่าช้า อันตรายแน่ๆ ถ้าปล่อยไว้นานๆ
  • ปีนี้ฉันเครียดเรื่องงานด้วย อาจส่งผลต่อสุขภาพด้วยรึเปล่า เครียดจัง

ข้อมูลเพิ่มเติม: (หาข้อมูลเพิ่มเติมจากเว็บไซต์สุขภาพที่น่าเชื่อถือในปี 2024)

ผลการตรวจปัสสาวะปกติควรมีค่าอะไรบ้าง

ปกติค่าตรวจปัสสาวะอะไรงี้เนอะ คือแบบ ต้องดูหลายอย่างอะ แต่ที่จำได้แม่นๆก็คือความถ่วงจำเพาะอ่ะ ปกติมันต้องอยู่ประมาณ 1.003 - 1.030 นะ ถ้าเกินหรือต่ำกว่านี้ก็แปลกๆแล้วล่ะ มันบอกความเข้มข้นของปัสสาวะ ถ้าผิดปกติแล้วมีอาการแปลกๆด้วยก็ต้องไปหาหมอละ อันตรายนะ เพื่อนฉันเคยเป็น หมอบอกเป็นโรคไต เครียดมากเลย

  • ความถ่วงจำเพาะ (SG) : 1.003 - 1.030 จำไว้เลยนะสำคัญมากกกก
  • ค่าอื่นๆก็มีนะ แต่ฉันจำไม่ได้หมดอะ เยอะมาก ไปหาหมอดีกว่า เขาจะอธิบายละเอียดกว่า อันนี้แค่ส่วนนึงนะ

ปล. เพื่อนฉันเป็นปีที่แล้ว ตรวจเจอค่าความถ่วงจำเพาะผิดปกติ หมอเลยตรวจเพิ่มเติมอีกเยอะเลย สุดท้ายก็รู้ว่าเป็นโรคไต เลยต้องระวังเรื่องสุขภาพมากๆ กินยาตลอดเลย เศร้าอะ