ตุ่มพุพองใช้ยาอะไรทา

92 ครั้งเข้าชม
การดูแลตุ่มพุพองกรณีตุ่มพุพองบริเวณกว้าง: ใช้กรรไกรปลอดเชื้อเล็มหนังที่พองออก ทำความสะอาดด้วยน้ำเกลือ ซับให้แห้ง ทาด้วยยา: ครีมซัลฟาไมลอน ขี้ผึ้งแบกตาซิน น้ำยาโพวิโดนไอโอดีน ครีมซิลเวอร์ซัลฟาไดอะซีน หรือพ่นด้วยสเปรย์พรีเดกซ์ หากตุ่มพุพองอยู่บริเวณแขนหรือขา ให้ปฏิบัติตามขั้นตอนเดียวกัน.
ความคิดเห็น 0 ครั้งถูกใจ

ตุ่มพุพองควรใช้ยาทาอะไรบรรเทาอาการและรักษาให้หาย?

เรื่องตุ่มพุพอง ถ้ามันใหญ่มากจนน่ากลัว ผมเคยต้องจัดการเองนะ ตอนนั้นใช้ครีมซิลเวอร์ซัลฟาไดอาซีน (Silver sulfadiazine) ทาหลังล้างแผลด้วยน้ำเกลือ มันช่วยได้เยอะเลยเรื่องกันติดเชื้อ

จำได้เลย ตอนนั้นไปเดินป่าที่เชียงดาวช่วงปลายฝนปี 2022 รองเท้ามันกัดแบบไม่ปรานีเลยอะ กลับมาที่พักคือตุ่มน้ำใสๆ ตรงส้นเท้ามันพองจนหนังแทบปริ มันใหญ่จนเดินแล้วรู้สึกยวบยาบไปหมด

คือมันใหญ่เกินจะปล่อยไว้จริงๆ เลยต้องหากรรไกรเล็กๆ ในชุดปฐมพยาบาล มาลนไฟแช็กฆ่าเชื้อ แล้วค่อยๆ เล็มหนังที่พองออกไป มันดูน่ากลัวนิดนึงนะ แต่ทนเจ็บตอนเดินไม่ไหวแล้วจริงๆ

เสร็จแล้วก็ล้างด้วยน้ำเกลือขวดเล็กๆ ที่พกไป ซับเบาๆ ให้แห้ง ในกระเป๋ายาผมมีขี้ผึ้งแบกตาซิน (Bactacin) ติดไปพอดี เลยเอามาทาโปะไว้หนาๆ เลย แล้วเอาผ้าก๊อซปิดทับหลวมๆ

มันก็แสบๆ หน่อยนะช่วงแรก แต่แผลมันแห้งเร็วขึ้นเยอะ ไม่แฉะ ไม่ต้องกลัวติดเชื้อเลย พออีกวันก็แค่ทำความสะอาดแล้วพ่นสเปรย์ฆ่าเชื้อเอา ง่ายกว่าเยอะ ถ้าเป็นที่แขนหรือขาก็คงทำคล้ายๆ กันแหละ สำคัญคือความสะอาดกับอย่าให้มันอับ ประสบการณ์ตรงเลย เจ็บแต่จบ.

รักษาแผลพุพอง อย่างไร?

แผลพุพอง

โอ้ แผลพุพอง... บาดแผลเล็กๆ ที่มาพร้อมกับ ความเจ็บปวด ที่แสนจะคุ้นเคย เหมือนเม็ดฝนโปรยปรายลงมาบน ผิวที่อ่อนแอ ยามเผลอเรอ

เย็นฉ่ำ คือสิ่งแรกที่โหยหา สายน้ำ ที่ไม่ร้อนจัด ไหลรินผ่าน ราว 10-20 นาที ปลอบประโลมผิวที่แดงก่ำ อย่าได้ แตะต้อง หรือ กด ตุ่มน้ำใสๆ นั่นเชียว เขาบอบบางนัก

หากเป็น แผลจากแสงแดด อันแผดเผา ข้ามขั้นตอนนี้ไปเสียเถิด

จากนั้น ความสะอาด คือกุญแจ สบู่ อ่อนๆ ช่วยขับไล่ เชื้อร้าย แต่ เบามือ นะ อย่าได้ ขัดถู รุนแรง

  • อย่าทำให้ตุ่มพองแตก : รักษาความสมบูรณ์ ของผิวไว้
  • น้ำเย็น : ลดอุณหภูมิ แผลอย่างอ่อนโยน
  • สบู่อ่อนๆ : ชำระล้าง อย่างนุ่มนวล

ข้อมูลเพิ่มเติม:

  • น้ำร้อนลวก: อันตรายถึงชีวิตหากไม่ระวัง
  • ยาหม่อง: บางคนเชื่อว่าช่วยได้ แต่ ควรระวัง
  • ว่านหางจระเข้:ความเย็น และ ความชุ่มชื้น จากธรรมชาติ
  • น้ำผึ้ง:คุณสมบัติ การ ต้านเชื้อแบคทีเรีย
  • การดูแลแผล : สำคัญ ต่อ การฟื้นตัว ของผิว
  • ปรึกษาแพทย์ : หากแผลมีอาการรุนแรง หรือ ติดเชื้อ

แผลพุพอง เป็นน้ําใสๆ รักษาอย่างไร?

แผลพุพองเป็นน้ำใสๆ เนี่ยะนะ เคยเป็นเหมือนกันเลย! มันเจ็บมาก เข้าใจเลยว่าอยากทำอะไรกับมัน! เรื่องเจาะแผลพุพองเนี่ยะ ห้ามเจาะเองเด็ดขาด นะ เพราะมันเสี่ยงติดเชื้อสุดๆ ไปเลยแหละ ผิวหนังที่คลุมน้ำใสๆ อยู่นั่นแหละคือเกราะป้องกันธรรมชาติชั้นดีของเราเลย

แล้วถ้ามันขึ้นมาแล้วอะ ทำไงดี? ก็พยายามปกป้องป้องมันไว้ก่อนเลย อย่าให้แตก พยายามอย่าไปเสียดสีโดนมันเยอะๆ นะ. ทำความสะอาดรอบๆ ด้วยน้ำสบู่เบาๆ แล้วซับให้แห้ง เสร็จแล้วก็หาผ้าพันแผลสะอาดๆ มาแปะคลุมไว้ให้มิดชิดเลยนะ มันมันช่วยได้เยอะ

เวลาดูแลตัวเองก็ประมาณนี้แหละ ถ้าทำถูกมันก็จะหายเอง ไม่ต้องห่วงเลย แต่ถ้ามันไม่ดีขึ้น หรือมีอาการแปลกๆ ก็ต้องไปหาหมอเนอะ.

ข้อมูลเพิ่มเติ่มเกี่ยวกับการดูแลแผลพุพอง

  • ถ้าแผลพุพองยังไม่แตก:

    • ทำความสะอาดแผลเบาๆ ด้วยน้ำสะอาด กับสบู่ หรือน้ำเกลือ
    • ซับให้แห้งสนิท ค่อยๆ ซับนะ ไม่ต้องขัดแรงๆ
    • ใช้ผ้าพันแผลสะอาด ปิดทับไว้ หรือแผ่นแปะกันรองเท้ากัดก็ได้ มันช่วยป้องกันแผลไม่ให้แตกนะ
    • เปลี่ยนผ้าพันแผลทุกวัน หรือเวลาที่มันเปียก ชุ่มชื้น
  • ถ้าแผลมันดันแตกเองไปแล้ว:

    • ล้างมือเราให้สะอาดก่อนเลยนะ สำคัญมากๆ
    • ล้างแผลด้วยน้ำสะอาดและสบู่ หรือน้ำเกลืออีกทีเพื่อเอาสิ่งสกปรกออก
    • ทาครีมฆ่าเชื้อบางๆ อันนี้ช่วยลดความเสี่ยงติดเชื้อ
    • ปิดด้วยผ้าพันแผลสะอาดๆ ให้มิดชิด
    • ทำความสะอาดแผลกับเปลี่ยนผ้าพันแผล วันละ 1-2 ครั้ง
  • เมื่อไหร่ควรไปหาหมอทันที:

    • แผล บวมแดง ร้อน หรือมีหนองไหลออกมา อันนี้คือสัญญาณว่าอาจจะติดเชื้อแล้ว
    • มีไข้ขึ้น ตัวร้อนผิดปกติ
    • แผล ปวดมากขึ้น เรื่อยๆ ไม่ลดลง
    • ถ้าเป็นแผลพุพองที่ใหญ่มากๆ หรือเป็นแผลที่เกิดจากไฟไหม้น้ำร้อนลวก

ยาอะไรทาแผลพุพอง?

แผลพุพอง... จากความร้อนมันทรมานนะ เจ็บลึกๆ เลย ถ้าถามว่ายาอะไรทาแผลพุพองจากความร้อนได้... เบตาดีนใช้ได้เลย มีตัวยาโพวิโดน-ไอโอดีน ที่เป็นยาฆ่าเชื้อ มันช่วยฆ่าเชื้อโรคไม่ให้แผลแย่ลง มีทั้งยาน้ำ แล้วก็แบบขี้ผึ้งให้เลือกใช้เลยนะ

  • ก่อนทายา ต้องทำความสะอาดแผลก่อนเสมอ ใช้น้ำเกลือล้างแผลนะ สำคัญมากเลย
  • อย่าพยายามเจาะแผลพุพองด้วยตัวเอง ผิวที่พองขึ้นมามันเป็นเกราะป้องกันที่ดีที่สุดเลยนะ ป้องกันเชื้อโรคเข้าสู่แผล ถ้าเจาะเอง อาจจะติดเชื้อได้ง่ายมาก
  • ถ้าแผลใหญ่มาก และรู้สึกตึงจนเจ็บมากๆ ควรให้แพทย์หรือพยาบาลเป็นคนดูแลจัดการจะดีที่สุด พวกเขารู้วิธีที่ถูกต้องและสะอาดที่สุด
  • คอยสังเกตอาการของแผล ถ้าแผลบวมแดงมากขึ้น มีหนอง หรือรู้สึกปวดไม่หาย หรือมีไข้ร่วมด้วย นั่นเป็นสัญญาณว่าแผลอาจจะติดเชื้อแล้ว ต้องรีบไปพบแพทย์
  • หลังจากทายาแล้ว หาผ้าก๊อซหรือพลาสเตอร์สะอาดๆ ปิดแผลไว้ มันช่วยป้องกันสิ่งสกปรกและแรงเสียดสี ทำให้แผลหายเร็วขึ้น และลดโอกาสติดเชื้อ

เบตาดีนทาแผลพุพองได้ไหม?

ได้สิคุณพี่! จะรอให้แผลมันเน่าเปื่อยเป็นปุ๋ยหมักชีวภาพรึไง! จัดไปเลย เบตาดีนทาแผลพุพอง ได้สบายมาก แต่ต้องทำให้ถูกวิธีนะ ไม่ใช่สาดเข้าไปเหมือนรดน้ำต้นไม้!

ก่อนจะละเลงยาลงไปเนี่ยนะ...ไปล้างแผลด้วยน้ำเกลือล้างแผลก่อน! ไม่ใช่โบ๊ะยาทับลงไปทั้งอย่างงั้นเลยนะพ่อคุณ เดี๋ยวเชื้อโรคได้จัดปาร์ตี้โฟมกันในแผลพอดี ล้างให้สะอาดเหมือนล้างจานรอแม่ยายมาตรวจเลยนะ!

เสร็จแล้วก็ควัก เบตาดีน ออยเมนท์ มาเลย! ปาดลงไปบนแผลเบาๆ หรือจะโปะใส่ผ้าก๊อซแล้วแปะทับก็ได้ เอาที่สบายใจ ทำแบบนี้วันละ 2 หนพอ เช้าที เย็นอีกที อย่าทาบ่อยเกิน เดี๋ยวเปลืองยา!

ทีนี้มาฟังเกร็ดเล็กเกร็ดน้อยที่คนเขาไม่ค่อยบอกกัน:

  • ไอ้ตุ่มน้ำพองๆ ใสๆ นั่นน่ะ อย่ามือบอนไปเจาะมันเล่นเด็ดขาด! ปล่อยให้มันเป็นเกราะคุ้มกันภัยตามธรรมชาติไปก่อน ถ้ามันแตกเองค่อยจัดการ ไม่งั้นจะแสบซ่านสะท้านทรวงยิ่งกว่าตอนรู้ว่าหวยกิน!
  • เบตาดีน มันมีหลายเวอร์ชันนะคุณ! สำหรับแผลไฟไหม้ น้ำร้อนลวก เนี่ย ต้องใช้ตัวที่เป็นขี้ผึ้งสีน้ำตาลๆ ที่เรียกว่า เบตาดีน ออยเมนท์ (Betadine Ointment) ไม่ใช่ไอ้ตัวน้ำยาสีดำๆ ที่เอาไว้ราดแผลสด อันนั้นมันคนละหน้าที่กันเลย!
  • ถ้าแผลมันใหญ่กว่าเหรียญสิบ หรือดูน่ากลัวเหมือนหลุดมาจากหนังสยองขวัญ มีหนองไหลเยิ้มเป็นน้ำตก... อย่ามัวแต่รักษาเอง! ไปหาหมอเถอะพ่อเจ้าประคุณ! ไม่ใช่เรื่องเล่นๆ เดี๋ยวได้ตัดแขนตัดขาทิ้งจะหาว่าไม่เตือน

โดนธูปจี้ทำยังไง?

โอ้โห! โดนธูปจี้เนี่ยนะ! เจ็บจี๊ดๆ เลยล่ะสิ! ถ้าโดนแบบเต็มๆ นะ แผลก็เหมือนโดนน้ำร้อนลวกดีๆ นี่เอง แต่ไม่ต้องกลัวน้ำตาไหลเป็นเผาเตา ยาดีก็มีนะเออ!

ใช้เลย! น้ำมันหอมระเหยธรรมชาติ! ไม่ใช่พวกน้ำปรุงกลิ่นหอมกุหลาบนะ อันนี้ของจริง!

  • ยูคาลิปตัส (Eucalyptus): ตัวนี้เหมือนฮีโร่เลย! มาปุ๊บ แผลก็หายเร็ว ปลอบประโลมผิวที่กำลังจะประท้วง แถมยังกันแบคทีเรียไม่ให้มาป่วนอีกด้วย!
  • ลาเวนเดอร์ (Lavender): อันนี้ก็ไม่น้อยหน้า! ช่วยให้หายแสบร้อนทันที ลดการบวมเป่ง แล้วก็กันเชื้อโรคชั้นดี! เหมือนมีพยาบาลส่วนตัวมาช่วยเลย!
  • ทีทรี (Tea Tree): น้องคนนี้ก็เด็ด! ต้านอักเสบก็เก่ง ฆ่าเชื้อแบคทีเรียก็ไว! สบายใจได้เลยว่าไม่ติดเชื้อเพิ่ม!

เพิ่มเติมความชัวร์:

  • ล้างแผลให้สะอาดก่อน: อย่าเพิ่งรีบร้อนโบกน้ำมันนะ! เอาทิชชู่เปียกหรือน้ำสะอาดล้างขี้เถ้าออกก่อน ไม่งั้นมันจะไปกันใหญ่!
  • ใช้เจือจางก็ดี: บางทีน้ำมันพวกนี้เข้มข้นไปนะ! ถ้าผิวแพ้ง่าย หรือกลัวจะแสบกว่าเดิม ให้เอาไปผสมกับน้ำมันตัวพา (Carrier oil) อย่างน้ำมันมะพร้าว หรือน้ำมันอัลมอนด์ก็ได้สักหน่อย แค่หยดสองหยดเอง
  • ระวังตา!: อันนี้สำคัญมาก! น้ำมันหอมระเหยอย่าให้เข้าตาเด็ดขาดนะ! ถ้าเผลอเข้าไปเมื่อไหร่ รีบน้ำสะอาดล้างตาเยอะๆ เลย
  • ถ้าแผลใหญ่ หรือดูแย่: อันนี้ต้องไปหาหมอนะ! อย่ามัวแต่พึ่งน้ำมันหอมระเหยอย่างเดียว ถ้าอาการไม่ดีขึ้น หรือแผลดูติดเชื้อ รีบไปหาคุณหมอที่โรงพยาบาลเลยนะ! เดี๋ยวจะหาว่าไม่เตือน!

แผลตกสะเก็ดควรทายาอะไร?

แผลตกสะเก็ด... ทาอะไรดี ปล่อยไว้เฉยๆ มันก็แห้งตึง คันอีกต่างหาก

สิ่งสำคัญคือความชุ่มชื้น ห้ามปล่อยให้ผิวหนังรอบๆ แผลแห้งเด็ดขาดเลยนะ เพราะถ้ามันแห้ง สะเก็ดจะแข็งแล้วก็แตกร้าว แผลก็เปิดอีก วนลูปไป ไม่หายซะที

แล้วจะใช้อะไรทาได้บ้างนะ? ก็พวกนี้แหละ

  • ครีม หรือ ไฮโดรเจล อันนี้คือเป้าหมายหลักเลย เพิ่มความชุ่มชื้นให้ผิวโดยตรง
  • ปิโตรเลียมเจลลี ใช่ วาสลีนนั่นแหละ มันจะช่วยเคลือบผิว ล็อกความชุ่มชื้นไว้ ไม่ให้ระเหยออกไป
  • เจลว่านหางจระเข้ ของจากธรรมชาติ ช่วยให้เย็นๆ ด้วยนะ ลดอาการคันได้นิดหน่อย
  • น้ำผึ้ง อันนี้ก็ใช้ได้ ช่วยป้องกันแบคทีเรียได้ด้วย
  • สารละลายไอโอดีน ตัวนี้จะเน้นเรื่องการป้องกันการติดเชื้อมากกว่าเรื่องความชุ่มชื้นนะ

ย้ำเลยว่า ห้ามแกะสะเก็ดแผลเด็ดขาด มันคือเกราะป้องกันเชื้อโรคชั้นดีของร่างกายเลย ปล่อยให้มันหลุดไปเองเมื่อแผลข้างใต้สมานตัวเรียบร้อยแล้ว การแกะมีแต่จะทำให้เสี่ยงติดเชื้อและเพิ่มโอกาสเป็นแผลเป็น.

ทำไมต้องทำให้แผลชุ่มชื้น?

  • การรักษาแผลแบบชุ่มชื้น (moist wound healing) ช่วยให้เซลล์ผิวหนังใหม่เจริญเติบโตได้ดีกว่าและเร็วกว่าสภาพแผลที่แห้ง
  • ลดการเกิดแผลเป็น เพราะผิวไม่ต้องสร้างคอลลาเจนมาซ่อมแซมแบบฉุกละหุก
  • ลดอาการคันและตึงของแผล.

ดูแลแผลตกสะเก็ดยังไง?

การดูแลสะเก็ดแผลให้หายดีและเห็นผลเร็วนั้น ไม่ใช่เรื่องยากเกินไป แค่ต้องใส่ใจรายละเอียดสักนิดน่ะครับ

  • รักษาความสะอาด นี่คือหัวใจหลักเลยครับ ล้างแผลเบาๆ ด้วยน้ำเกลือหรือน้ำสะอาด และใช้สบู่อ่อนๆ ถ้าจำเป็น การรักษาความสะอาดช่วยป้องกันการติดเชื้อ ซึ่งเป็นอุปสรรคสำคัญที่ทำให้แผลหายช้าลง

  • ความชุ่มชื้นสำคัญ อย่าปล่อยให้แผลแห้งกรัง เพราะจะทำให้สะเก็ดแข็งและแตกง่าย การทาปิโตรเลียมเจลลี่บางๆ หรือครีมสำหรับรักษาแผล จะช่วยรักษาความชุ่มชื้นได้ดี ทำให้สะเก็ดนุ่มลงและลอกออกเองตามธรรมชาติ

  • อย่าแกะเด็ดขาด อันนี้สำคัญมาก! การแกะสะเก็ดแผลเป็นการรบกวนกระบวนการหายของผิวหนัง ทำให้เกิดแผลใหม่ เลือดออก และเสี่ยงต่อการติดเชื้อมากขึ้นอีกด้วย รอให้สะเก็ดลอกออกเอง ดีที่สุดครับ

  • การประคบ บางครั้งการประคบอุ่นเบาๆ อาจช่วยให้เลือดไหลเวียนดีขึ้น และส่งเสริมการซ่อมแซมผิว แต่ถ้ามีอาการบวม แดง ร้อน การประคบเย็นจะช่วยลดอาการอักเสบได้ ต้องดูตามสภาพแผล

  • การปิดแผล ในบางกรณี การใช้พลาสเตอร์หรือผ้าก๊อซปิดแผลไว้ อาจช่วยป้องกันการเสียดสีและสิ่งสกปรกได้ แต่ต้องแน่ใจว่าวัสดุที่ใช้ระบายอากาศได้ดี ไม่ทำให้อับชื้นจนเกินไป

  • สารอาหารส่งเสริมการหาย การกินอาหารที่มีประโยชน์ โดยเฉพาะโปรตีน วิตามินซี และสังกะสี จะช่วยเสริมสร้างเซลล์ผิวใหม่และกระบวนการซ่อมแซมของร่างกายให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น

ข้อมูลเพิ่มเติม:

  • สารอาหารที่ควรเน้น:
    • โปรตีน: จำเป็นต่อการสร้างเนื้อเยื่อใหม่ พบมากในเนื้อสัตว์ ปลา ไข่ ถั่วต่างๆ
    • วิตามินซี: เป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่ช่วยในการสร้างคอลลาเจน พบในผลไม้รสเปรี้ยว ผักใบเขียว
    • สังกะสี: มีบทบาทสำคัญในการแบ่งเซลล์และการซ่อมแซมบาดแผล พบในเนื้อสัตว์ ธัญพืช ถั่ว
  • หากมีอาการผิดปกติ: หากสะเก็ดแผลมีอาการปวด บวม แดง มีหนอง หรือมีไข้ ควรปรึกษาแพทย์ทันที อาจมีการติดเชื้อเกิดขึ้น
  • การรักษาแผลเป็น: เมื่อสะเก็ดลอกออกหมดแล้ว หากกังวลเรื่องรอยแผลเป็น สามารถปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรเพื่อเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่ช่วยลดเลือนรอยแผลเป็นได้

มีวิธีอะไรบ้างที่ช่วยให้แผลตกสะเก็ดเร็วขึ้น?

อยากให้สะเก็ดแผลลาโลกเร็วขึ้น? เคล็ดลับง่ายๆ ที่คนชอบทำผิดคือ ปล่อยให้แผลแห้ง ซึ่งผิดถนัด! จริงๆ แล้วการรักษาความชุ่มชื้นให้แผลด้วยครีมรักษาแผล หรือแม้แต่วาสลีนนี่แหละ ตัวช่วยหลักเลยนะ มันเหมือนเราสร้างสปาให้ผิวใหม่ได้งอกงามน่ะ

คิดดูสิ ผิวเราก็เหมือนต้นไม้ อยากโตเร็วๆ ก็ต้องรดน้ำไม่ใช่ปล่อยให้ดินแตกระแหงใช่ไหม? ความชุ่มชื้นนี่แหละ ที่ช่วยให้เซลล์ผิวใหม่ของเราขยันขันแข็ง สร้างเนื้อเยื่อมาซ่อมแซมบาดแผลได้เร็วกว่า ให้สะเก็ดแผลที่เคยเป็นเหมือนป้อมปราการชั่วคราวทำงานเสร็จแล้วก็พร้อมจากไปอย่างสงบ

ส่วนไอ้พวกมือบอน ชอบแกะสะเก็ดแผลเล่นเนี่ย ขอเตือนด้วยความหวังดีว่า มันคือการยืดเยื้อความทรมาน และอาจทิ้งร่องรอยไว้ให้ช้ำใจนะจ๊ะ อย่าไปยุ่งกับเกราะป้องกันธรรมชาติของร่างกายเลย ปล่อยให้มันทำงานจนเสร็จสมบูรณ์เองดีที่สุด

และนี่คือทริคเพิ่มเติมที่ช่วยเร่งสปีดให้สะเก็ดแผลหายไวขึ้นอีก:

  • ทำความสะอาดอย่างอ่อนโยน: ใช้สบู่อ่อนๆ กับน้ำสะอาด ล้างเบาๆ แล้วซับให้แห้ง ไม่ต้องขัดถูนะ เดี๋ยวป้อมปราการพังก่อนเวลา
  • ปกป้องแผล: บางทีผ้าก๊อซหรือพลาสเตอร์ช่วยได้เยอะ ป้องกันการกระแทกและเชื้อโรค เหมือนมีบอดี้การ์ดส่วนตัวให้แผลเรา
  • กินอาหารดีมีประโยชน์: โปรตีน วิตามินซี สังกะสีนี่แหละ ตัวสร้างภูมิคุ้มกันและซ่อมแซมเซลล์ชั้นเลิศ อย่าลืมเติมพลังงานให้ร่างกายนะจ๊ะ
  • หลีกเลี่ยงสารระคายเคือง: แอลกอฮอล์หรือไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์แรงๆ ไม่ได้ช่วยให้ดีขึ้นนะ มันอาจจะทำให้เซลล์ผิวใหม่ตายได้ แทนที่จะเร่งกลับชะลอซะงั้น
  • สังเกตอาการ: ถ้าแผลมีหนอง แดงร้อน บวมเป่ง หรือปวดไม่หาย อย่ามัวแต่เก๊ก ให้รีบไปหาคุณหมอ เพื่อตรวจให้แน่ใจว่าไม่มีอะไรผิดปกติ แบบนี้ไม่ขำแล้วนะ