ตุ่มแดงๆขึ้นเต็มตัวเกิดจากอะไร
คำถาม?
มีจุดแดงขึ้นตามตัวนะ คันนิดๆ หน่อยๆ บางทีก็ไม่คันเลยนะ เหมือนยุงกัดจริงๆ นั่นแหละ
ก่อนหน้านี้ฉันก็เคยเป็นนะ แถวบ้านที่นนทบุรี ช่วงหน้าร้อนปีที่แล้วนะ จำได้ว่าวันนั้นไปเดินตลาดมา แล้วกลับมาถึงบ้านก็เห็นมันขึ้นเต็มแขนไปหมดเลย
ตอนแรกก็คิดว่ายุงกัดนะ เพราะมันก็เหมือนๆ กัน แต่พอผ่านไปสักพัก มันก็ยังอยู่นะ แถมบางทีก็เหมือนจะขยายๆ ขึ้นมาอีกนิดหน่อย
ก็งงอยู่เหมือนกันนะ ไม่แน่ใจว่าแพ้อะไรไป หรือว่ามันเป็นอะไรกันแน่
ลองไปถามเพื่อนที่เคยเป็นหมอ เขาบอกว่ามันอาจจะเกิดได้หลายอย่างนะ อย่างแพ้อาหารบางอย่าง หรือไม่ก็อาจจะเป็นอาการแพ้ที่ผิวหนังอะไรแบบนั้น
เขาก็แนะนำให้ลองสังเกตดูว่ากินอะไรเข้าไปบ้าง แล้วก็ลองงดๆ ไปก่อน ถ้าไม่ดีขึ้นค่อยไปหาหมอ
ก็เป็นอย่างที่เพื่อนว่าจริงๆ นะ พอเราเลิกกินกุ้งเผาไปสักพัก อาการมันก็ค่อยๆ ดีขึ้นนะ
แต่ก็ยังแอบคิดนะ ว่ามันอาจจะเป็นอย่างอื่นก็ได้ อย่างที่คนอื่นเขาเคยบอกกันนะ ว่าบางทีมันก็อาจจะเกี่ยวกับพวกไวรัสอะไรพวกนี้
แต่ก็ดีแล้วล่ะ ที่มันหายไปนะ ไม่งั้นคงได้ไปหาหมอแล้ว
เม็ดแดงๆขึ้นตามตัวเกิดจากอะไร
โอ้ย ไอ้เม็ดแดงๆ จุดแดงๆ เนี่ยนะ มันคือสัญญาณเตือนภัยจากร่างกายเราดีๆ นี่เอง เหมือนไฟ ‘Check Engine’ บนหน้าปัดรถยนต์นั่นแหละ มันไม่ได้บอกเป๊ะๆ ว่าอะไรพัง แต่มันบอกว่า “เฮ้! นายท่าน! มีเรื่องแล้วโว้ย!”
สาเหตุก็มีตั้งแต่เรื่องขี้ปะติ๋วอย่างยุงแถวบ้านหิวข้าว ไปจนถึงเรื่องใหญ่ที่ต้องแจ้นไปโรงพยาบาลเลยทีเดียว
- ภูมิแพ้ผิวหนัง – ตัวการยอดฮิต! ระบบภูมิคุ้มกันของเราบางทีก็ติสต์แตกไปหน่อย เจออะไรไม่ถูกใจนิดหน่อยก็ประท้วงด้วยการปล่อยผื่นแดงซะเลย เหมือนวัยรุ่นใจร้อนเจอเรื่องขัดใจ
- ผดร้อน – อันนี้เกิดจากอากาศ ไม่ใช่ร้อนเงินนะ! พอเหงื่อออกเยอะจนท่อระบายเหงื่ออุดตัน ผิวหนังเลยประท้วงหยุดงาน กลายเป็นแผนที่ดาวอังคารย่อมๆ บนตัวเรา
- แมลงสัตว์กัดต่อย – ผลงานศิลปะจากยุง ริ้น หรือมด ที่ฝากไว้ให้ดูต่างหน้าพร้อมอาการคันคะเยอเป็นของสมนาคุณ เคยเกาจนนึกว่าเป็นโรคประหลาด สุดท้ายคือยุงที่บ้านแค่ยังไม่ได้กินข้าวเย็น
- รูขุมขนอักเสบ – หน้าตาคล้ายสิวแต่ไม่ใช่สิว เกิดจากการติดเชื้อที่รากขน เป็นภาวะที่ทำให้เราเข้าใจผิดว่าตัวเองกำลังจะกลับไปเป็นวัยรุ่นอีกรอบ…แค่ไม่มีความสดใสเหมือนตอนนั้น
- การติดเชื้อไวรัส – บางทีเม็ดแดงๆ ก็เป็นแค่ตัวประกอบในมหากาพย์เรื่องอื่น เช่น โรคหัด หรือ อีสุกอีใส ร่างกายสู้รบปรบมือกันอยู่ข้างใน ผลลัพธ์เลยออกมาโชว์ข้างนอก
- ผิวหนังอักเสบจากการสัมผัส – เมื่อผิวผู้ดีของเราไปเจอกับของแสลง เช่น สบู่แรงๆ โลหะบางชนิด หรือน้ำหอมกลิ่นพิฆาต ผิวก็จะงอนตุ๊บป่องแล้วฟ้องด้วยผื่นแดงทันที
ไอ้เม็ดแดงนี่ไม่ใช่แค่เรื่องของผิวหนังนะ มันคือจดหมายด่วนจากภายในที่ร่างกายส่งมาฟ้องว่า “สนใจฉันบ้าง!” บางทีเกาๆ ไปก็หาย แต่บางทีมันก็เป็นยอดภูเขาน้ำแข็งของปัญหาที่ใหญ่กว่า
- ลมพิษ (Urticaria): นี่คือผื่นนินจา เดี๋ยวมาเดี๋ยวไป เป็น ปื้นนูน แดง คัน ที่เปลี่ยนตำแหน่งได้ว่องไวเหมือนนินจา มักจะเกี่ยวข้องกับอาการแพ้บางอย่าง
- โรคเริม (Herpes): ถ้าเม็ดแดงของคุณมาเป็นกลุ่ม พร้อมกับเป็น ตุ่มน้ำใสๆ อันนี้อาจไม่ใช่แขกธรรมดา แต่อาจเป็นเริมที่มาเยือน
- เกลื้อนกุหลาบ (Pityriasis Rosea): ดราม่าซีรีส์ของผิวหนังที่จะมีผื่นแม่ (Herald Patch) ขึ้นมาก่อนหนึ่งวงใหญ่ๆ แล้วหลังจากนั้นผื่นลูกๆ ก็จะตามมาเป็นพรวนทั่วลำตัว แต่ส่วนใหญ่จะหายเองได้ ไม่ต้องตีโพยตีพาย
- จุดเลือดออกใต้ผิวหนัง (Petechiae): อันนี้ซีเรียส! ถ้าเม็ดแดงของคุณเป็นจุดเล็กๆ แบนราบ กดแล้วสีไม่จางลง มันไม่ใช่ผื่น แต่มันคือเลือดออกใต้ผิวหนัง! นี่คือสัญญาณเตือนภัยระดับสูงสุด ต้องรีบแจ้นไปหาหมอ เพราะมันอาจเกี่ยวกับเกล็ดเลือดหรือโรคที่ร้ายแรงกว่านั้น
- สิว (Acne): วายร้ายอมตะนิรันดร์กาล ไม่ต้องอธิบายเยอะ เจ็บมาเยอะ 555
โรคหิดเกิดจากอะไร
โรคหิดเกิดจาก ไรตัวเล็กๆ ชื่อ Sarcoptes scabiei var hominis ครับ มันเป็นปรสิตจิ๋วที่แทรกตัวเข้าไปใต้ผิวหนังเรา
เจ้าไรนี่แหละตัวการที่ทำให้เกิดอาการคันยิบๆ แบบทนไม่ไหว ยิ่งกลางคืนยิ่งคันหนักเข้าไปใหญ่ แล้วก็จะมีผื่นแดงๆ หรือตุ่มน้ำใสๆ ขึ้นตามตัว โดยเฉพาะจุดฮิตๆ อย่างง่ามมือ ง่ามเท้า ข้อพับต่างๆ
จริงๆ มันก็เป็นเรื่องธรรมชาตินะ ที่ผิวหนังเราจะมีสิ่งมีชีวิตเล็กๆ มาอาศัยอยู่ แต่เจ้าไรตัวนี้นี่แหละที่ก่อปัญหา ทำให้ร่างกายเราเกิดปฏิกิริยาจนคันไปหมด
ข้อมูลเพิ่มเติม:
- การติดต่อ: ส่วนใหญ่จะติดต่อจากการสัมผัสผิวหนังโดยตรงกับผู้ที่เป็นโรค หรือการใช้ของใช้ส่วนตัวร่วมกัน เช่น เสื้อผ้า ผ้าปูที่นอน
- วงจรชีวิต: ไรเพศเมียจะขุดโพรงใต้ผิวหนังเพื่อวางไข่ ซึ่งไข่จะฟักออกมาเป็นตัวอ่อนภายในไม่กี่วัน
- อาการ: อาการคันเป็นอาการหลักที่สังเกตได้ชัดเจนที่สุด ซึ่งอาจใช้เวลาหลายสัปดาห์กว่าอาการจะปรากฏหลังจากการติดเชื้อครั้งแรก
- การรักษา: การรักษาหลักคือการใช้ยาทาหรือยารับประทานเพื่อฆ่าไรหิด แพทย์จะพิจารณาตามความรุนแรงและลักษณะการติดเชื้อ
วิธีรักษาหิดมีอะไรบ้าง
อ่อ รักษาหิดหรอ คือมันจะมีวิทีหลักๆอยู่นะ
ก็คือการกินยา ชื่อยา ไอเวอร์เมคติน อ่ะ อันนี้เป็นแบบกินนะ หมอเค้าจะให้ตามน้ำหนักตัวเราเลยยย โดสก็ประมาณ 200 ไมโครกรัมต่อน้ำหนัก 1 โล ยาตัวนี้ดี ผลข้างเคียงน้อย
จะบอกว่าถึงจะรักษาไปแล้วอะ มันจะยังคันอยู่นะ คันแบบคันมากๆๆ บางทีเป็นเดือนเลย ก็กินยาแก้คัน หรือยาแก้แพ้ไปก่อน มันช่วยได้เยอะ ช่วยได้เยอะจิงๆ
ส่วนไอ่ตุ่มแข็งๆ ที่มันไม่หายสักทีนะ อันนั้นต้องใช้ยาอีกตัว หมออาจจะให้ยาทาสเตียรอยด์มาทา หรือบางทีก็ฉีดยาเข้าที่ตุ่มเลยย ทำหลังรักษาตัวหิดหายแล้วนะ
แล้วก็มีเรื่องอื่นที่ต้องรุ้ด้วยนะ คือ
- ต้องรักษาทุกคนในบ้านพร้อมกันเลยนะะะ รักษาพร้อมกันทั้งบ้าน ไม่งั้นก็กลับมาเป็นอีก วนไป ไม่จบไม่สิ้น
- พวกเสื้อผ้า ผ้าปูที่นอน ปลอกหมอน ของใช้ต่างๆๆ ต้องเอาไปซักน้ำร้อน (อุณหภูมิสูงกว่า 60 องศา) แล้วอบให้แห้งสนิทเลย หรือตากแดดจัดๆ
- อันไหนซักไม่ได้ ก็ใส่ถุงพลาสติกมัดปากแน่นๆ ทิ้งไว้เลย อย่างน้อย 72 ชั่วโมง หรือซัก 3 วัน ตัวไรมันจะตายไปเอง
- นอกจากยากิน มันมียาทาด้วย ที่ใช้กันบ่อยๆก็ เพอร์เมทริน (Permethrin) 5% อันนี้ต้องทาทั่วตัวเลยนะ ตั้งแต่คอลงไปถึงปลายเท้า ทิ้งไว้ 8-14 ชั่วโมงแล้วค่อยล้างออก
- ย้ำอีกทีว่า อาการคัน อาจจะอยู่ต่ออีก 2-4 อาทิตย์เลยหลังรักษา อย่าตกใจ มันเป็นปฏิกิริยาของร่างกายต่อซากไรที่ตายแล้วเฉยๆ ไม่ได้แปลว่าไม่หาย
อาการของโรคหิดระยะแรกเป็นอย่างไร
อาการของโรคหิดระยะแรกที่สังเกตได้ชัดเจนคือตุ่มคันและผื่นแดงเล็กๆ ที่กระจายตัวตามจุดต่างๆ ของร่างกาย
ตำแหน่งของผื่นในผู้ใหญ่และเด็กโตมักปรากฏในบริเวณผิวหนังที่อุ่นและมีรอยพับ เช่น ง่ามนิ้วมือ ข้อมือ ข้อศอก รักแร้ รอบเอว บั้นท้าย สำหรับเพศหญิงจะพบได้บริเวณรอบหัวนม และในเพศชายจะพบที่อวัยวะเพศ
ส่วนในเด็กเล็กและทารก ลักษณะการกระจายตัวจะต่างออกไป โดยพบได้ทั่วตัว ตั้งแต่ศีรษะ ใบหน้า ลำคอ ไปจนถึงฝ่ามือฝ่าเท้า ซึ่งเป็นจุดที่พบได้ไม่บ่อยในผู้ใหญ่
พฤติกรรมของตัวไรหิด (Sarcoptes scabiei) เป็นตัวกำหนดตำแหน่งของผื่น มันชอบขุดอุโมงค์ในชั้นผิวหนังที่บางและอบอุ่นเพื่อวางไข่ ความจริงที่น่าสนใจคือ อาการคันไม่ได้เกิดจากตัวไรโดยตรง แต่เป็นปฏิกิริยาภูมิคุ้มกันของร่างกายต่อตัวไรและสิ่งขับถ่ายของมัน สิ่งที่มองไม่เห็นมักสร้างผลกระทบที่ชัดเจนที่สุด อาการคันจะรุนแรงขึ้นตอนกลางคืน เพราะเป็นช่วงที่ตัวไรจะแอคทีฟที่สุด
ข้อมูลที่น่าสนใจเกี่ยวกับอาการของโรคหิด:
- ระยะฟักตัว: ในการติดเชื้อครั้งแรก อาการจะปรากฏหลังรับเชื้อมาแล้ว 4-6 สัปดาห์ ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ร่างกายสร้างภูมิคุ้มกันต่อตัวไร แต่ถ้าเคยเป็นแล้ว การติดเชื้อครั้งต่อไปจะแสดงอาการใน 1-4 วัน
- รอยโรคที่เป็นเส้น (Burrows): คือลักษณะเฉพาะของหิด เกิดจากตัวไรเพศเมียขุดอุโมงค์เพื่อวางไข่ใต้ผิวหนัง มีลักษณะเป็นเส้นนูนสั้นๆ สีเทาหรือสีเนื้อ มักพบได้ที่ง่ามนิ้วและข้อมือ
- หิดนอร์เวย์ (Crusted Scabies): เป็นรูปแบบที่รุนแรงและติดต่อง่ายมาก พบในผู้ที่ภูมิคุ้มกันบกพร่อง จะมีสะเก็ดหนาๆ ปกคลุมผิวหนัง และมีตัวไรอาศัยอยู่นับล้านตัว ต่างจากหิดทั่วไปที่มีตัวไรเพียง 10-15 ตัว
- การวินิจฉัยแยกโรค: อาการคันและผื่นของหิดคล้ายกับภูมิแพ้ผิวหนังหรือแมลงกัดต่อย แต่การกระจายตัวของผื่นในบริเวณจำเพาะและอาการคันที่รุนแรงตอนกลางคืนเป็นจุดสังเกตสำคัญของอาการหิด
ความคิดเห็นต่อคำตอบ:
ขอบคุณสำหรับความคิดเห็นของคุณ! ความคิดเห็นของคุณมีความสำคัญมากในการช่วยเราปรับปรุงคำตอบในอนาคต