ทารกอาเจียนแบบไหนผิดปกติ
คำถาม?
ตอนลูกน้อยแหวะนมนะ สิ่งแรกที่ปะแว่นเลยคือต้องดูว่ามันเป็นแค่นมที่ออกมาเฉยๆ หรือมีอะไรปนมาด้วย เพราะหมอจะได้ดูออกว่ามีปัญหาอะไรมั้ย.
อย่างล่าสุดเลยนะ วันที่ 15 สิงหาคม ที่บ้านเราแถวปทุมฯ ลูกชายคนเล็กแหวะนมออกมาเยอะมาก แต่มันใสๆ ไม่ใช่สีเขียวหรือเหลืองนะ อันนี้สบายใจหน่อย.
แต่ถ้าอาเจียนพุ่งเป็นน้ำเลย อันนี้ต้องสังเกตดีๆ นะว่ามันเป็นแบบไหน เพราะถ้าพุ่งแรงๆ มันอาจจะบ่งบอกถึงภาวะอะไรบางอย่าง.
เหมือนตอนลูกคนโตเมื่อสองปีก่อน อาเจียนพุ่งออกมาเหมือนน้ำเยอะมาก ตอนนั้นไปหาหมอ หมอเลยบอกว่าให้สังเกตสีและลักษณะการอาเจียนทุกครั้ง.
สำคัญคือดูเสมหะด้วย ว่ามีสีอะไรปนมาไหม สีขาว สีเขียว สีเหลือง หรือมีเลือดปน. อันนี้คือข้อมูลสำคัญที่ต้องบอกคุณหมอเลย.
เคยได้ยินมาว่า ถ้าอาเจียนเป็นสีเขียวเข้มๆ เลยเนี่ย อาจจะต้องรีบไปหาหมอแล้วนะ.
สรุปง่ายๆ ก็คือ ดูสีนม ดูว่าพุ่งไหม มีเสมหะอะไรปนหรือเปล่า.
แค่นี้เอง.
ทำไมทารกอ้วกพุ่ง
พอเห็นลูกอ้วกพุ่งออกมาแบบนั้น...ใจมันหล่นไปอยู่ที่ตาตุ่มเลยนะ...จริงๆ
มันไม่ใช่แค่แหวะนมธรรมดา...ที่ไหลออกมานิดหน่อยตามมุมปาก อันนั้นมันเรื่องปกติของเด็ก
แต่นี่มันพุ่ง...พุ่งออกมาแรงๆ เลย...น่ากลัวมาก มันคือสัญญาณว่ามีอะไรบางอย่างข้างใน...มันผิดปกติ
อย่ารอดูอาการเลย...มันไม่คุ้มที่จะเสี่ยง พาไปหาหมอเลยนะ...ทันทีเลยยิ่งดี เพราะข้างในตัวเล็กๆ ของเค้า...เรามองไม่เห็น...ให้คุณหมอดูให้ดีที่สุด
ที่มันพุ่งออกมาแบบนั้น...มันเกิดได้จากหลายอย่าง
- ภาวะกระเพาะอาหารส่วนปลายตีบ (Pyloric Stenosis) อันนี้อันตราย คือกล้ามเนื้อตรงทางออกของกระเพาะมันหนาตัวขึ้นมาผิดปกติ...นมเลยผ่านไปไม่ได้...ก็เลยถูกดันพุ่งย้อนกลับออกมา...ส่วนใหญ่จะเจอในเด็กช่วงเดือนแรก
- การติดเชื้อ...อาจจะในลำไส้ ในท้อง หรือที่อื่นก็ได้...ร่างกายเค้าพยายามขับมันออกมา...มักจะมีไข้หรือซึมร่วมด้วย
- กรดไหลย้อนในทารก...บางทีมันก็รุนแรงจนทำให้อ้วกพุ่งได้เหมือนกัน
- แพ้อาหาร...ที่เจอบ่อยสุดก็คือแพ้โปรตีนในนมวัว...ร่างกายเค้าไม่ยอมรับ...ก็เลยขับออกมา
อ๊วกออกจมูกอันตรายไหม
อ๊วกออกจมูก… มันอันตรายไหมนะ ถ้าลูกอ๊วกออกจมูกแค่ครั้งสองครั้ง… ก็คงไม่เป็นไรมั้ง แต่ที่น่าห่วงจริงๆ คือ… ถ้าเขาอ๊วกนมแล้วสำลัก… นมเข้าไปในหลอดลม เราจะรู้ได้ไง… ก็ตอนที่ลูกไอ… ไอแรงมากๆ เลยนะ
ถ้าเป็นแบบนั้น… เราต้องรีบช่วยลูกนะ จับลูกคว่ำหน้าลง… ให้หัวต่ำหน่อย… หวังว่านมจะได้ไหลออกมาทางปากแทนทางจมูก หรือจะจับลูกนอนตะแคงก็ได้… แล้วก็ใช้ลูกยางแดง… ค่อยๆ ดูดนมที่ค้างอยู่ออกมา…
ข้อมูลเพิ่มเติม:
- การสำลัก: คือภาวะที่สิ่งแปลกปลอม (ในที่นี้คือนม) หลุดเข้าไปในหลอดลม ซึ่งอาจทำให้หายใจลำบาก หรือมีปัญหาปอดอักเสบตามมาได้
- สัญญาณเตือน: นอกจากไอแรงๆ แล้ว อาจมีอาการหายใจมีเสียงหวีด หน้าเขียวคล้ำ หรือดูเหนื่อยหอบผิดปกติ
- ท่าช่วย: การจับลูกคว่ำหน้าลงหรือนอนตะแคง เป็นการช่วยให้แรงโน้มถ่วงของโลกทำงาน และช่วยให้ทางเดินหายใจเปิดโล่งขึ้น
- ลูกยางแดง: เป็นอุปกรณ์สำคัญที่ควรมีติดบ้านไว้สำหรับเด็กเล็ก ใช้สำหรับดูดเสมหะหรือสิ่งอุดตันในจมูกและปาก
- การป้องกัน: หลังป้อนนม ควรจับลูกเรอทุกครั้ง และหลีกเลี่ยงการเล่นหรือการเคลื่อนไหวรุนแรงทันทีหลังป้อนนม
อาเจียนแบบไหนควรไปพบแพทย์
การอาเจียนไม่ใช่แค่กลไกการขับของเสีย มันคือการสื่อสารของร่างกายที่ต้องตีความให้ถูก
อาเจียนที่มีสีเขียวหรือสีน้ำตาลเข้ม คือสัญญาณว่ามีน้ำดีปนออกมา ซึ่งมักบ่งชี้ว่าระบบทางเดินอาหารอาจมีภาวะอุดตัน เหมือนการจราจรติดขัดในระบบย่อยอาหารที่ไม่มีทางออก
ภาวะขาดน้ำรุนแรงคือจุดที่ร่างกายเริ่มส่งสัญญาณ SOS จริงจัง สังเกตจากอาการสับสน ชีพจรเต้นเร็วผิดปกติ ปัสสาวะออกน้อยหรือแทบไม่ออกเลย นี่คือภาวะฉุกเฉิน
เมื่ออาเจียนซ้ำๆ จนควบคุมไม่ได้ โดยเฉพาะเมื่อร่วมกับน้ำหนักที่ลดลงฮวบฮาบ หรือมีอาการปวดท้องรุนแรงแทรกซ้อนเข้ามา มันไม่ใช่เรื่องปกติแล้ว
บางครั้งร่างกายก็ฉลาดกว่าความคิดของเราเยอะ หากสัญชาตญาณบอกว่านี่มันไม่ธรรมดา ก็ควรเชื่อมัน การเพิกเฉยต่อสัญญาณเตือนเล็กๆ น้อยๆ อาจนำไปสู่ปัญหาที่ใหญ่กว่าเสมอ
สัญญาณเตือนที่ชัดเจนว่าการอาเจียนของคุณต้องการการดูแลจากแพทย์:
- สีของอาเจียน:อาเจียนเป็นสีเขียว คือสัญญาณของน้ำดี ซึ่งอาจหมายถึงการอุดตันในลำไส้ หากเป็น สีแดงสดหรือสีคล้ายกากกาแฟ นั่นคือเลือดออกในทางเดินอาหาร ต้องไปโรงพยาบาลทันที
- อาการขาดน้ำอย่างรุนแรง:ปัสสาวะน้อยมากหรือไม่มีเลย ผิวหนังไม่ยืดหยุ่น (ลองดึงหนังที่หลังมือแล้วไม่คืนตัวทันที) ปากแห้งแตก และอาการสับสนมึนงง
- อาการร่วมที่น่ากังวล: หากมีอาการ ปวดท้องรุนแรงเฉียบพลัน เจ็บหน้าอก ปวดศีรษะรุนแรงพร้อมกับคอแข็ง หรือมองเห็นภาพซ้อนร่วมด้วย
- ความถี่และระยะเวลา: การ อาเจียนอย่างรุนแรงและต่อเนื่อง นานเกิน 24-48 ชั่วโมง โดยที่ไม่สามารถดื่มน้ำหรือของเหลวใดๆ ได้เลย
- เกิดขึ้นหลังอุบัติเหตุ: การอาเจียนหลังจากได้รับการกระทบกระเทือนที่ศีรษะเป็นสัญญาณอันตรายของความดันในสมองที่เพิ่มขึ้น
- ความรู้สึกส่วนตัว: เมื่อรู้สึกว่ามัน "ไม่ใช่" แค่อาการอาหารเป็นพิษธรรมดา และร่างกายรู้สึกอ่อนเพลียอย่างมากจนผิดวิสัย
ความคิดเห็นต่อคำตอบ:
ขอบคุณสำหรับความคิดเห็นของคุณ! ความคิดเห็นของคุณมีความสำคัญมากในการช่วยเราปรับปรุงคำตอบในอนาคต