ทารกอาเจียนแบบไหนผิดปกติ

45 ครั้งเข้าชม
อาการอาเจียนในทารกที่ผิดปกติควรได้รับการใส่ใจเป็นพิเศษ สิ่งสำคัญคือการสังเกตลักษณะของอาเจียน เช่น เป็นนม หรือมีเสมหะสีอะไร มีลักษณะพุ่งแรง หรือแหวะออกมาเบาๆ ข้อมูลเหล่านี้มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการวินิจฉัยโรคอย่างถูกต้อง แพทย์จะใช้สิ่งที่คุณสังเกตเพื่อช่วยหาสาเหตุและแนวทางการรักษาที่เหมาะสม
ความคิดเห็น 0 ครั้งถูกใจ

คำถาม?

ตอนลูกน้อยแหวะนมนะ สิ่งแรกที่ปะแว่นเลยคือต้องดูว่ามันเป็นแค่นมที่ออกมาเฉยๆ หรือมีอะไรปนมาด้วย เพราะหมอจะได้ดูออกว่ามีปัญหาอะไรมั้ย.

อย่างล่าสุดเลยนะ วันที่ 15 สิงหาคม ที่บ้านเราแถวปทุมฯ ลูกชายคนเล็กแหวะนมออกมาเยอะมาก แต่มันใสๆ ไม่ใช่สีเขียวหรือเหลืองนะ อันนี้สบายใจหน่อย.

แต่ถ้าอาเจียนพุ่งเป็นน้ำเลย อันนี้ต้องสังเกตดีๆ นะว่ามันเป็นแบบไหน เพราะถ้าพุ่งแรงๆ มันอาจจะบ่งบอกถึงภาวะอะไรบางอย่าง.

เหมือนตอนลูกคนโตเมื่อสองปีก่อน อาเจียนพุ่งออกมาเหมือนน้ำเยอะมาก ตอนนั้นไปหาหมอ หมอเลยบอกว่าให้สังเกตสีและลักษณะการอาเจียนทุกครั้ง.

สำคัญคือดูเสมหะด้วย ว่ามีสีอะไรปนมาไหม สีขาว สีเขียว สีเหลือง หรือมีเลือดปน. อันนี้คือข้อมูลสำคัญที่ต้องบอกคุณหมอเลย.

เคยได้ยินมาว่า ถ้าอาเจียนเป็นสีเขียวเข้มๆ เลยเนี่ย อาจจะต้องรีบไปหาหมอแล้วนะ.

สรุปง่ายๆ ก็คือ ดูสีนม ดูว่าพุ่งไหม มีเสมหะอะไรปนหรือเปล่า.

แค่นี้เอง.

ทำไมทารกอ้วกพุ่ง

พอเห็นลูกอ้วกพุ่งออกมาแบบนั้น...ใจมันหล่นไปอยู่ที่ตาตุ่มเลยนะ...จริงๆ

มันไม่ใช่แค่แหวะนมธรรมดา...ที่ไหลออกมานิดหน่อยตามมุมปาก อันนั้นมันเรื่องปกติของเด็ก

แต่นี่มันพุ่ง...พุ่งออกมาแรงๆ เลย...น่ากลัวมาก มันคือสัญญาณว่ามีอะไรบางอย่างข้างใน...มันผิดปกติ

อย่ารอดูอาการเลย...มันไม่คุ้มที่จะเสี่ยง พาไปหาหมอเลยนะ...ทันทีเลยยิ่งดี เพราะข้างในตัวเล็กๆ ของเค้า...เรามองไม่เห็น...ให้คุณหมอดูให้ดีที่สุด

ที่มันพุ่งออกมาแบบนั้น...มันเกิดได้จากหลายอย่าง

  • ภาวะกระเพาะอาหารส่วนปลายตีบ (Pyloric Stenosis) อันนี้อันตราย คือกล้ามเนื้อตรงทางออกของกระเพาะมันหนาตัวขึ้นมาผิดปกติ...นมเลยผ่านไปไม่ได้...ก็เลยถูกดันพุ่งย้อนกลับออกมา...ส่วนใหญ่จะเจอในเด็กช่วงเดือนแรก
  • การติดเชื้อ...อาจจะในลำไส้ ในท้อง หรือที่อื่นก็ได้...ร่างกายเค้าพยายามขับมันออกมา...มักจะมีไข้หรือซึมร่วมด้วย
  • กรดไหลย้อนในทารก...บางทีมันก็รุนแรงจนทำให้อ้วกพุ่งได้เหมือนกัน
  • แพ้อาหาร...ที่เจอบ่อยสุดก็คือแพ้โปรตีนในนมวัว...ร่างกายเค้าไม่ยอมรับ...ก็เลยขับออกมา

อ๊วกออกจมูกอันตรายไหม

อ๊วกออกจมูก… มันอันตรายไหมนะ ถ้าลูกอ๊วกออกจมูกแค่ครั้งสองครั้ง… ก็คงไม่เป็นไรมั้ง แต่ที่น่าห่วงจริงๆ คือ… ถ้าเขาอ๊วกนมแล้วสำลัก… นมเข้าไปในหลอดลม เราจะรู้ได้ไง… ก็ตอนที่ลูกไอ… ไอแรงมากๆ เลยนะ

ถ้าเป็นแบบนั้น… เราต้องรีบช่วยลูกนะ จับลูกคว่ำหน้าลง… ให้หัวต่ำหน่อย… หวังว่านมจะได้ไหลออกมาทางปากแทนทางจมูก หรือจะจับลูกนอนตะแคงก็ได้… แล้วก็ใช้ลูกยางแดง… ค่อยๆ ดูดนมที่ค้างอยู่ออกมา…

ข้อมูลเพิ่มเติม:

  • การสำลัก: คือภาวะที่สิ่งแปลกปลอม (ในที่นี้คือนม) หลุดเข้าไปในหลอดลม ซึ่งอาจทำให้หายใจลำบาก หรือมีปัญหาปอดอักเสบตามมาได้
  • สัญญาณเตือน: นอกจากไอแรงๆ แล้ว อาจมีอาการหายใจมีเสียงหวีด หน้าเขียวคล้ำ หรือดูเหนื่อยหอบผิดปกติ
  • ท่าช่วย: การจับลูกคว่ำหน้าลงหรือนอนตะแคง เป็นการช่วยให้แรงโน้มถ่วงของโลกทำงาน และช่วยให้ทางเดินหายใจเปิดโล่งขึ้น
  • ลูกยางแดง: เป็นอุปกรณ์สำคัญที่ควรมีติดบ้านไว้สำหรับเด็กเล็ก ใช้สำหรับดูดเสมหะหรือสิ่งอุดตันในจมูกและปาก
  • การป้องกัน: หลังป้อนนม ควรจับลูกเรอทุกครั้ง และหลีกเลี่ยงการเล่นหรือการเคลื่อนไหวรุนแรงทันทีหลังป้อนนม

อาเจียนแบบไหนควรไปพบแพทย์

การอาเจียนไม่ใช่แค่กลไกการขับของเสีย มันคือการสื่อสารของร่างกายที่ต้องตีความให้ถูก

อาเจียนที่มีสีเขียวหรือสีน้ำตาลเข้ม คือสัญญาณว่ามีน้ำดีปนออกมา ซึ่งมักบ่งชี้ว่าระบบทางเดินอาหารอาจมีภาวะอุดตัน เหมือนการจราจรติดขัดในระบบย่อยอาหารที่ไม่มีทางออก

ภาวะขาดน้ำรุนแรงคือจุดที่ร่างกายเริ่มส่งสัญญาณ SOS จริงจัง สังเกตจากอาการสับสน ชีพจรเต้นเร็วผิดปกติ ปัสสาวะออกน้อยหรือแทบไม่ออกเลย นี่คือภาวะฉุกเฉิน

เมื่ออาเจียนซ้ำๆ จนควบคุมไม่ได้ โดยเฉพาะเมื่อร่วมกับน้ำหนักที่ลดลงฮวบฮาบ หรือมีอาการปวดท้องรุนแรงแทรกซ้อนเข้ามา มันไม่ใช่เรื่องปกติแล้ว

บางครั้งร่างกายก็ฉลาดกว่าความคิดของเราเยอะ หากสัญชาตญาณบอกว่านี่มันไม่ธรรมดา ก็ควรเชื่อมัน การเพิกเฉยต่อสัญญาณเตือนเล็กๆ น้อยๆ อาจนำไปสู่ปัญหาที่ใหญ่กว่าเสมอ

สัญญาณเตือนที่ชัดเจนว่าการอาเจียนของคุณต้องการการดูแลจากแพทย์:

  • สีของอาเจียน:อาเจียนเป็นสีเขียว คือสัญญาณของน้ำดี ซึ่งอาจหมายถึงการอุดตันในลำไส้ หากเป็น สีแดงสดหรือสีคล้ายกากกาแฟ นั่นคือเลือดออกในทางเดินอาหาร ต้องไปโรงพยาบาลทันที
  • อาการขาดน้ำอย่างรุนแรง:ปัสสาวะน้อยมากหรือไม่มีเลย ผิวหนังไม่ยืดหยุ่น (ลองดึงหนังที่หลังมือแล้วไม่คืนตัวทันที) ปากแห้งแตก และอาการสับสนมึนงง
  • อาการร่วมที่น่ากังวล: หากมีอาการ ปวดท้องรุนแรงเฉียบพลัน เจ็บหน้าอก ปวดศีรษะรุนแรงพร้อมกับคอแข็ง หรือมองเห็นภาพซ้อนร่วมด้วย
  • ความถี่และระยะเวลา: การ อาเจียนอย่างรุนแรงและต่อเนื่อง นานเกิน 24-48 ชั่วโมง โดยที่ไม่สามารถดื่มน้ำหรือของเหลวใดๆ ได้เลย
  • เกิดขึ้นหลังอุบัติเหตุ: การอาเจียนหลังจากได้รับการกระทบกระเทือนที่ศีรษะเป็นสัญญาณอันตรายของความดันในสมองที่เพิ่มขึ้น
  • ความรู้สึกส่วนตัว: เมื่อรู้สึกว่ามัน "ไม่ใช่" แค่อาการอาหารเป็นพิษธรรมดา และร่างกายรู้สึกอ่อนเพลียอย่างมากจนผิดวิสัย