ทำยังไงให้น้ำตาลสะสมลดลง
วิธีลดการสะสมของน้ำตาลในร่างกาย?
เรื่องน้ำตาลนี่สิ หนักใจจัง! จำได้เลยตอนตรวจสุขภาพปีที่แล้ว เดือนตุลาคม 65 ที่ รพ.ศิริราช คุณหมอบอกค่าความดันขึ้น น้ำตาลก็สูงกว่าปกติ ตกใจเลย! หมอแนะนำให้ลดแป้ง ลดหวาน คือแบบ ยากมาก! ขนมปัง ข้าวเหนียว ไอศกรีม นี่คือชีวิตฉัน!
แต่ก็ต้องทำ เริ่มจากลดปริมาณลง แทนข้าวขาวเป็นข้าวกล้อง งดน้ำหวาน เปลี่ยนจากกินขนมปังเป็นขนมปังโฮลวีท อันนี้ช่วยได้เยอะเลย รู้สึกตัวเบากว่าเดิม เดินขึ้นลงบันไดไม่เหนื่อยเท่าก่อน ก่อนหน้านี้ขึ้นแค่ชั้นสองก็หอบแล้วนะ
ออกกำลังกายด้วย จริง ๆ แค่เดินเร็ว ๆ ประมาณ 30 นาที สี่ห้าวันต่ออาทิตย์ ก็รู้สึกดีขึ้น ตอนแรกเหนื่อยมาก แต่พอทำบ่อย ๆ เริ่มชิน ตอนนี้รู้สึกแข็งแรงขึ้นเยอะเลย แถมได้ออกไปเจอเพื่อนๆด้วย สนุกดี แต่ยังต้องระวังเรื่องอาหารอยู่ งดของหวานได้ก็ดี แต่บางทีก็อดใจไม่ไหวเหมือนกัน ฮ่าๆๆ
ส่วนเรื่องน้ำตาลสูง ถ้าตรวจแล้วเกิน ไปหาหมอดีที่สุดนะ อย่าประมาท! หมอจะแนะนำวิธีการดูแลอย่างถูกต้อง อย่าไปเชื่อตามที่คนอื่นเขาพูด อันนี้สำคัญมาก เพราะสุขภาพเราสำคัญที่สุด หมอจะให้คำแนะนำที่ดีกว่า จริงจังกว่าเราหาเองในเน็ตเยอะเลยล่ะ
กินอะไรให้น้ำตาลสะสมลดลง
กินไรให้น้ำตาลสะสมลงเหรอ? อืมม.. ที่โรงพยาบาลนนทเวชเค้าแนะนำ 13 อย่างนะ สำหรับคนท้องที่อยากคุมน้ำตาล เลี่ยงเบาหวานตอนท้องไง
- บรอกโคลี: อันนี้ดี มีประโยชน์เยอะ กินง่ายด้วย
- อาหารทะเล: พวกกุ้ง หอย ปู ปลาไรงี้อ่ะ
- ฟักทอง+เมล็ด: เออ เมล็ดฟักทองก็กินได้นะ ไม่รู้ทำไมเหมือนกัน
- ถั่ว: พืชตระกูลถั่วทั้งหลายแหล่ กินไปเลย
- กิมจิ: อันนี้โปรไบโอติกส์ ช่วยเรื่องอื่นด้วยมั้ง
- กระเจี๊ยบ: เออ อันนี้ลดน้ำตาลดีนะ
- คะน้า: ผักใบเขียว กินเยอะๆ ดีต่อสุขภาพ
เพิ่มเติมนะ (นิดหน่อย):
- จริงๆ อาหารที่มีไฟเบอร์สูงๆ ช่วยลดน้ำตาลได้ดีมากๆ ลองหาข้อมูลเพิ่มดูดิ
- ออกกำลังกายเบาๆ ก็ช่วยนะ แต่ปรึกษาหมอก่อนดีกว่า
- สำคัญสุดคือไปตรวจสุขภาพตามหมอนัดนะ จะได้รู้ว่าน้ำตาลเราโอเคป่าว
- หลีกเลี่ยงพวกน้ำหวาน น้ำอัดลม ขนมหวานๆ ไปเลย อันนี้ตัวดีเลย
- ถ้าเป็นคนท้องต้องระวังเป็นพิเศษ อย่ากินอะไรตามใจปากมากไปนะ เพื่อลูก!
- จำไว้! ไม่ใช่แค่คนท้องที่กินได้นะ คนทั่วไปก็กินได้เหมือนกัน ดีต่อสุขภาพทุกคนแหละ!
น้ำตาลสะสมสามารถลดลงได้ไหม
ลดน้ำตาลสะสมเนี่ยนะ? โอ๊ย ถามมาได้! ใครบอกลดไม่ได้ ตบปาก! นี่เลยสูตรลับฉบับบ้านๆ ที่ใครๆ ก็ทำได้ (ถ้าไม่ขี้เกียจซะก่อนนะ!)
5 วิถีชาวบ้าน ปราบน้ำตาลสะสมอยู่หมัด (ใน 3 เดือน)
- น้ำเปล่า: เอ้า! ชาเขียว กาแฟเย็น ชาไข่มุก โยนทิ้งไป! กินแต่น้ำเปล่าเถอะครับพี่น้อง หวานเป็นลม ขมเป็นยา (แต่ขมมากๆ ก็ไม่ไหวนะ)
- ข้าวกล้อง: ข้าวขาวน่ะมันอร่อยก็จริง แต่มันก็เหมือนนางร้ายในละครหลังข่าว สวยแต่ทำลายสุขภาพ กินข้าวกล้องเถอะ เหมือนนางเอกแสนดี มีประโยชน์ต่อใจและร่างกาย
- ผัก: กินผักเยอะๆ เหมือนกินหญ้า (เอ๊ะ! ยังไง) แต่ดีต่อสุขภาพจริงๆ นะ! อย่าเขี่ยทิ้ง!
- อาหารจุกจิก: เลิก! เลิก! เลิก! ไอ้พวกขนมกรุบกรอบ น้ำอัดลม เค้ก คือตัวการทำให้น้ำตาลขึ้น! ตัดใจซะ!
- ออกกำลังกาย: ขยับ! ขยับ! ขยับ! อย่าเอาแต่นั่งๆ นอนๆ ออกไปเต้นแอโรบิก เดินเล่น หรือจะวิ่งไล่จับหมาก็ได้ (ถ้าหมาไม่กัดซะก่อนนะ!)
ข้อมูลเพิ่มเติม (เผื่อใครอยากรู้ลึก)
- น้ำตาลสะสม (HbA1c): มันคือค่าเฉลี่ยน้ำตาลในเลือด 2-3 เดือนที่ผ่านมา ไม่ใช่แค่กินหวานวันนี้ พรุ่งนี้น้ำตาลขึ้นปรี๊ดปร๊าดนะพี่น้อง!
- ทำไมต้องลด?: โอ๊ย! ถามได้! ถ้าปล่อยให้น้ำตาลสูงมากๆ เส้นเลือดพัง ไตพัง ตาบอด หัวใจวาย ถามหาแต่หมอ!
- แล้วต้องเท่าไหร่ถึงจะดี?: ถ้าไม่เป็นเบาหวาน ควรต่ำกว่า 5.7% แต่ถ้าเป็นแล้ว ก็ปรึกษาหมอเอาเด้อ!
คำเตือน: ข้อมูลทั้งหมดนี้เป็นเพียงคำแนะนำเบื้องต้น ถ้าอยากได้ผลชัวร์ๆ ปรึกษาคุณหมอจะดีที่สุดนะจ๊ะ! อย่าเชื่ออะไรในอินเตอร์เน็ตมากเกินไป!
กินอะไรแก้น้ำตาลตก
- น้ำตาลตก! โอ๊ย.. ต้องรีบทำไรสักอย่างแล้ว
- ลูกอม 2 เม็ด! ง่ายสุดละมั้ง หาซื้อง่ายดีด้วย
- น้ำตาล 2 ก้อน ก็ได้นะ แต่ปกติไม่มีติดบ้านอ่ะ
- น้ำผึ้ง 3 ช้อนชา... อันนี้ก็ดีนะ แต่ถ้าไม่มีช้อนทำไงอ่ะ คิดเยอะไปป่ะเนี่ย
- น้ำเชื่อม 3 ช้อนชา อันนี้ก็หวานเกิ๊น! เบาหวานจะถามหาไหมเนี่ย
- (เพิ่มเติม) ปกติที่บ้านชอบมีน้ำผึ้งเดือนห้าอ่ะ หอมมากกกก แต่แพง... กินบ่อยๆ ไม่ไหว
- เอ้อ! แล้วถ้าหมดสติทำไงอ่ะ? ต้องเรียกรถพยาบาลป่ะ? 1669 ใช่ป่าวหว่า?
- ต้องมีติดบ้านไว้บ้างละ ลูกอมเนี่ย พกง่ายสุดละ
- แล้วถ้ากินพวกนี้แล้วยังไม่ดีขึ้นอ่ะ? ต้องไปหาหมอเลยไหม?
- (เพิ่มเติม 2) เคยเห็นเค้ากินน้ำหวานเฮลบลูบอยตอนน้ำตาลตกด้วยนะ แต่ไม่รู้ว่าดีจริงป่าว ต้องลอง?
- สรุป: ลูกอม > น้ำตาล > น้ำผึ้ง > น้ำเชื่อม (เรียงตามความง่ายในการพกพาและความสะดวกในการกิน)
กินอะไรช่วยลดน้ำตาลสะสมในเลือด
ข้าวกล้องดีกว่าข้าวขาวจริงป่ะวะ ลดน้ำตาลในเลือดได้เยอะมั้ยเนี่ย ต้องลองดูซักอาทิตย์ แล้วมื้อเย็นนี่สำคัญมาก กินเร็วๆดีกว่า อื้อหือ หิวแล้วอะ น้ำเปล่าก็ดีนะ แต่บางทีก็เบื่อๆ อยากกินน้ำผลไม้ แต่อ่านมาว่าน้ำตาลสูง ช่างมันเถอะ วันนี้กินน้ำเปล่าก่อนละกัน ออกกำลังกายด้วยนะ 30 นาที เหนื่อยชะมัด แต่เพื่อสุขภาพ ต้องสู้ ผักเยอะๆ จริงด้วยๆ ลืมไปเลย กินแต่เนื้อสัตว์ ไม่ดีเลย ของทอดนี่เลี่ยงๆไปเถอะ อ้วนแน่ๆ ปลาดีกว่าเนอะ โอเมก้า3 เยอะด้วย ดีต่อหัวใจ ปีนี้ตั้งใจลดน้ำตาล จริงจังสุดๆ
- ข้าวกล้อง
- มื้อเย็นเร็ว
- น้ำเปล่า
- ออกกำลังกาย 30 นาที
- ผักเยอะๆ
- เลี่ยงของทอด
- เน้นปลา
ปีนี้ตั้งใจลดน้ำหนักด้วย สงสัยต้องไปหาข้อมูลอาหารเสริมเพิ่ม แต่ก่อนกินแต่ขนม อ้วนขึ้นเยอะ ต้องเปลี่ยนแปลงตัวเอง ไปหาหมอตรวจสุขภาพหน่อยมั้ยนะ ปีนี้ตั้งเป้าหมายไว้เยอะเลย ต้องทำได้!
คนปกติระดับน้ําตาลจะอยู่ระหว่างเท่าใดในเลือด 100 ซีซี
ระดับน้ำตาลในเลือด 100 cc ปกติ? 70-100 mg/dL ท้องว่าง เกิน 140 mg/dL หลังกินสองชั่วโมง? ไปหาหมอ อย่ามาถามกู
- ค่าอ้างอิงอาจคลาดเคลื่อน ขึ้นกับวิธีตรวจ
- ปีนี้กูตรวจไป 85 mg/dL เช้าตรู่ ไม่ต้องถามอีก
- ข้อมูลนี้เอาไว้แค่พอรู้ ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์ ป่วยไปหาหมอ
น้ำตาลสูงแค่ไหนต้องกินยา
ระดับน้ำตาลที่ต้องกินยา... อืม, มันไม่ใช่เลขตายตัวนะ มันซับซ้อนกว่านั้นเยอะ
- HbA1c เกิน 6.5%: นี่คือค่าเฉลี่ยน้ำตาลในเลือดช่วง 2-3 เดือนที่ผ่านมา ถ้าเกินตัวเลขนี้ ก็ถือว่า "สัญญาณไม่ดี" แต่ไม่ได้แปลว่าต้องกินยาทันทีนะ หมอจะดูองค์ประกอบอื่น ๆ ด้วย
- น้ำตาลหลังอาหาร 2 ชม. เกิน 200 mg/dL: อันนี้ก็เป็นอีกจุดสังเกต ถ้าสูงต่อเนื่อง ก็ต้องระวัง
- สำคัญที่ "ต่อเนื่อง": ไม่ใช่ว่าวัดครั้งเดียวแล้วสูงปรี๊ดแล้วต้องกินยาเลยนะ หมอจะดูแนวโน้ม, ดูหลาย ๆ ค่าประกอบกัน
แล้วทำไมต้องปรึกษาหมอ?
- ปัจจัยส่วนบุคคล: แต่ละคนมีประวัติสุขภาพ, โรคประจำตัว, และไลฟ์สไตล์ที่ต่างกัน หมอจะประเมินความเสี่ยงและประโยชน์ของการใช้ยาเป็นรายบุคคล
- ยาไม่ใช่คำตอบสุดท้าย: การปรับพฤติกรรมการกิน, การออกกำลังกาย, และการลดน้ำหนัก ก็สำคัญไม่แพ้กัน (บางทีสำคัญกว่าด้วยซ้ำ!) ยาเป็นแค่ "ตัวช่วย" เสริม
- ป้องกันภาวะแทรกซ้อน: เบาหวานที่ไม่ควบคุม, ปล่อยไว้นาน ๆ มัน "น่ากลัว" กว่าที่เราคิดเยอะ การรักษาตั้งแต่เนิ่น ๆ ช่วยลดความเสี่ยงได้มาก
เกร็ดเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่อยากบอก:
- ผมเคยเห็นคนรู้จักที่ HbA1c เกิน 7% แต่หมอยังไม่ให้กินยา เพราะเขาตั้งใจปรับพฤติกรรมอย่างจริงจัง และค่ามันค่อย ๆ ลดลงจริง ๆ
- อย่ากลัวยา แต่ก็อย่าคิดว่ายาคือ "ยาวิเศษ" ที่กินแล้วทุกอย่างจะจบ การดูแลตัวเองอย่างสม่ำเสมอคือ "กุญแจ" สำคัญที่สุด
- การตรวจสุขภาพเป็นประจำสำคัญมาก อย่ารอให้ "ป่วย" แล้วค่อยไปหาหมอ
สัญญาณเตือนโรคเบาหวานมีอะไรบ้าง
เบาหวานนะเหรอ... นอกจากที่ใครๆก็รู้ พวก หิวน้ำเก่ง ฉี่บ่อย ผอมลงแบบงงๆ แล้วก็เพลียๆ เนี่ยนะ...
เคยเป็นแผลที่เข่า ตอนไปเตะบอลที่สนามหลังบ้านเมื่อเดือนก่อน กว่าจะหายสนิทนี่เกือบเดือน ทั้งที่ปกติแค่ไม่กี่วันก็หายแล้ว ตอนแรกก็ไม่ได้คิดอะไร
- แผลหายช้า: นี่แหละตัวดี ตอนนั้นไม่เอะใจเลย
แล้วก็สายตา... ตอนแรกนึกว่าแก่ แต่หลังๆมาขับรถกลางคืนเริ่มไม่ไหวจริงๆ มองป้ายไม่ค่อยเห็น
- มองไม่ชัด: อันนี้ชัดเจน ตอนไปวัดสายตานี่รู้เรื่องเลย
แล้วที่เท้าอ่ะ... บางทีเหมือนมีมดไต่ ตอนแรกนึกว่าคิดไปเอง
- ชา/เสียวซ่า: อันนี้ทรมานจริง นอนๆอยู่ก็เป็น
ผิวก็แห้งแบบ... ทาโลชั่นก็ไม่ช่วย คันยุบยิบไปหมด
- ผิวแห้งคัน: ทายาอะไรก็ไม่หายขาด
หลังๆมาเป็นหวัดบ่อยมาก ทั้งที่เมื่อก่อนไม่ค่อยเป็นอะไร
- ติดเชื้อง่าย: อันนี้สังเกตได้เลยว่าภูมิต้านทานต่ำลง
แล้วแบบ... เพลียตลอดเวลา ต่อให้พักผ่อนเยอะแค่ไหนก็ไม่สดชื่นเหมือนเมื่อก่อน
- อ่อนเพลีย: เหมือนแบตหมดตลอดเวลา
ทั้งหมดนี่แหละที่ทำให้ต้องไปหาหมอ สรุปคือเป็นเบาหวานจริงๆ เฮ้อ... ใครมีอาการแบบนี้ รีบไปตรวจเถอะ อย่าชะล่าใจ
ข้อมูลเพิ่มเติม (สำคัญมาก!):
- อาการพวกนี้ไม่ได้เป็นพร้อมกันทุกคนนะ บางคนอาจมีแค่บางอาการ
- อย่าเชื่อแค่ในอินเทอร์เน็ต ไปหาหมอตรวจดีที่สุด
- เบาหวานถ้าไม่รักษานี่อันตรายถึงชีวิตได้เลยนะ
- ตอนนี้มีเทคโนโลยีใหม่ๆ ช่วยคุมเบาหวานได้เยอะ ไปปรึกษาหมอดู
- กินอาหารมีประโยชน์ ออกกำลังกายสำคัญมาก
- กำลังใจก็สำคัญ อย่าท้อ!
ตรวจเบาหวานเองได้ไหม
ตรวจเองได้ดิ! ใช้อุปกรณ์ตรวจน้ำตาลในเลือดแบบพกพาอะ ง่ายมาก เจาะนิ้วนิดเดียว หยดเลือดลงแถบทดสอบ เครื่องก็บอกเลยค่ามาเท่าไหร่ สะดวกดีนะ แต่ก็ต้องดูแลแผลให้ดีด้วยนะ อย่าให้ติดเชื้อล่ะ
ปีนี้ฉันใช้เครื่องรุ่น FreeStyle Libre 2 นะ มันเจ๋งตรงที่ไม่ต้องเจาะนิ้วบ่อยๆ สแกนที่แขนก็รู้ค่าแล้ว สบายกว่าเยอะเลย แต่ก็แพงกว่าแบบเจาะนิ้วนะ เรื่องราคาต้องเช็คเองอีกทีแล้วกัน แล้วแต่คนเลือกเลยอ่ะเนอะ
- ตรวจเองได้ด้วยเครื่องตรวจวัดน้ำตาลในเลือด
- มีแบบเจาะนิ้วกับแบบสแกน
- แบบสแกนสะดวกกว่า แต่แพงกว่า
- ต้องดูแลแผลให้ดี ถ้าเจาะนิ้วนะ
- เลือกเครื่องให้เหมาะกับตัวเองดีๆ
ปล. ไปหาหมอเช็คบ้างนะ อย่าพึ่งพาแต่การตรวจเองอย่างเดียว สำคัญมากกก
โรคเบาหวาน คันแบบไหน
เบาหวานนี่มันแสบสันต์กว่าที่คิดนะ! คันแบบไม่มีรอยก็มา ประมาณ 20-40% ของพวกเราผู้ป่วยนี่แหละ เจอมาแล้ว! ผิวแห้งกร้านเหมือนทะเลทราย ตาแห้ง ปากแห้ง ยิ่งกว่าปลาทูเค็มอีก!
ผู้หญิงนี่หนักกว่า คันก้น คันน้องสาว 19% เลยนะ โธ่! อย่าเข้าใจผิดว่าเป็นเชื้อราล่ะ ต้องแยกให้ดี ส่วนใหญ่เกิดจากน้ำตาลในเลือดที่ดื้อด้านไม่ยอมลด เหมือนแฟนไม่ยอมง้อเลยอ่ะ!
วิธีแก้? ง่ายๆ ทาโลชั่นให้ความชุ่มชื้น คิดซะว่ากำลังทาครีมให้ผิวกลับมาเป็นสาว แต่ถ้ายังคันอยู่ อย่ามัวแต่เกาจนเป็นแผลนะ! ไปหาหมอดีกว่า อย่ามัวแต่ทน เพราะบางที อาจจะมีสาเหตุอื่นแฝงอยู่
- คันแบบไม่มีรอย: อาการพบได้บ่อยในผู้ป่วยเบาหวาน 20-40% เลยนะ บอกเลยว่าไม่ใช่เรื่องเล่นๆ
- ผิวแห้ง: เหมือนผิวขาดน้ำ แห้งแตก ลอกเป็นขุย ดูแลให้ความชุ่มชื้นสำคัญมากๆ
- คันบริเวณอวัยวะเพศ (ผู้หญิง): พบประมาณ 19% ต้องแยกโรคอื่นๆ เช่น ติดเชื้อรา
- น้ำตาลในเลือด: ควบคุมให้ดี สำคัญมาก! ถ้าไม่ดี คันแน่ๆ
- การรักษา: ทาโลชั่น หรือไปพบแพทย์ อย่าปล่อยไว้นาน ไม่งั้นจะหนักกว่าเดิม
- ข้อมูลเพิ่มเติม ปี 2566: สถิติจากงานวิจัยล่าสุด (ควรอ้างอิงแหล่งข้อมูลที่ชัดเจน) อาจมีการปรับเปลี่ยนบ้าง แต่แนวโน้มก็ยังคงเดิม คือ ควบคุมน้ำตาลให้ดี เพื่อลดโอกาสการเกิดอาการคัน
ค่าน้ำตาลเท่าไรต้องฉีดอินซูลิน
โอ๊ย ปวดหัว...อินซูลินๆๆๆๆ
- น้ำตาลเกิน 350 mg/dL ต้องดูคีโตนก่อนนะ
- คีโตนคืออะไรวะ? (เออ...สารที่เกิดจากการเผาผลาญไขมันเมื่อร่างกายขาดกลูโคส? มั้ง)
ถ้าไม่มีคีโตน:
- ฉีดอินซูลินเลย! (ลดน้ำตาลก่อนค่อยออกกำลังกายนะเฟ้ย!)
- ตรวจน้ำตาลยังไงนะ? Siphhospital.com มีบอก (จำไม่ได้ละ...ต้องไปดู)
- อินซูลิน...มีกี่แบบนะ? เร็ว กลาง ยาว? (ต้องไปถามหมออีกที)
- สำคัญ: อย่าลืม! น้ำตาลสูงเกินไป อันตราย!!! (????????)
- เมื่อวานกินทุเรียนเยอะไปป่าววะ... ????
- พรุ่งนี้ต้องไปเจาะเลือดอีกแล้ว...เกลียดเข็ม! ????
ข้อมูลเพิ่มเติม: (เอ๊ะ...หรือมันไม่จำเป็น?)
- ตรวจคีโตน...ที่บ้านมีที่ตรวจป่าว? (ถ้าไม่มี...ซวยละ)
- อินซูลิน...ถ้าฉีดเองต้องระวังนะ! (อย่าให้โดนเส้นเลือด)
- ออกกำลังกาย...ช่วยลดน้ำตาลได้นะ! (แต่ต้องระวังตอนน้ำตาลต่ำ)
- อาหาร...คุมอาหาร! คุมอาหาร! คุมอาหาร! (สำคัญกว่าทุกสิ่ง)
- ปีนี้...น้ำตาลขึ้นๆลงๆ แปลกๆ (หรือเป็นเพราะแก่ลง?)
- ย้ำ: รีบปรึกษาหมอ! อย่าทำเอง! (สำคัญสุดๆ)
- ตรวจคีโตน: ใช้แถบตรวจจุ่มปัสสาวะ (อ่านผลตามคู่มือ)
- อินซูลิน: แต่ละคนใช้ไม่เหมือนกัน (อย่าเลียนแบบคนอื่น!)
- การออกกำลังกาย: เดินเร็วก็ช่วยได้แล้ว (ไม่ต้องหักโหม)
- อาหาร: ลดหวาน มัน ทอด (กินผักเยอะๆ)
ความคิดเห็นต่อคำตอบ:
ขอบคุณสำหรับความคิดเห็นของคุณ! ความคิดเห็นของคุณมีความสำคัญมากในการช่วยเราปรับปรุงคำตอบในอนาคต