ทำยังไงให้ผมดูมีน้ำหนัก

62 ครั้งเข้าชม
8 วิธีแก้ผมชี้ฟู ให้สวยมีน้ำหนัก ไม่พันกันจบปัญหาผมแห้งชี้ฟูและยุ่งเหยิง จัดทรงยาก ด้วยการดูแลที่ถูกต้อง เพื่อคืนความนุ่มสลวยให้เส้นผมกลับมามีน้ำหนักอีกครั้ง เพิ่มความชุ่มชื้น: เลือกใช้แชมพูและครีมนวดสูตรเพิ่มความชุ่มชื้น หมักผมเป็นประจำสัปดาห์ละ 1-2 ครั้ง ลดการทำร้ายผม: เลี่ยงการสระผมด้วยน้ำอุ่นจัดและการใช้ความร้อนสูง ใช้ผ้าไมโครไฟเบอร์ซับผมเบาๆ แทนการขยี้ ปิดเกล็ดผม: ลูบไล้เซรั่มหรือออยล์บำรุงหลังสระ และใช้น้ำเย็นล้างผมในขั้นตอนสุดท้ายเสมอ
ความคิดเห็น 0 ครั้งถูกใจ

วิธีเพิ่มน้ำหนักสำหรับผู้ชายผอม ให้ดูดีมีกล้าม ทำอย่างไร?

อืมม เรื่องน้ำหนักนี่มันเป็นอะไรที่ละเอียดอ่อนจริงๆ นะ สำหรับผู้ชายผอมที่อยากเพิ่มน้ำหนักให้ดูดีมีกล้ามเนี่ย มันไม่ใช่แค่กินๆ นอนๆ แล้วจะดีขึ้นหรอกนะ มันต้องมีเทคนิคหน่อย

อย่างแรกเลยนะ ต้องเข้าใจก่อนว่าการเพิ่มน้ำหนักที่ว่าเนี่ย ไม่ใช่เพิ่มไขมันนะ แต่เป็นกล้ามเนื้อ ฉะนั้นเรื่องอาหารต้องเน้นโปรตีนให้เยอะหน่อย โปรตีนนี่คือหัวใจหลักเลย

พวกเนื้ออกไก่ ปลา ไข่ ถั่วต่างๆ เนี่ย ต้องจัดเต็ม อย่างตอนที่ผมไปยิมใหม่ๆ ที่ฟิตเนสแถวบ้าน แถวบางกะปินี่นะ ผมกินอกไก่ย่างไม่หนังทุกวันเลย กลางวันก็กิน ตอนเย็นก็กิน

แล้วก็คาร์โบไฮเดรตเชิงซ้อนก็สำคัญเหมือนกัน พวกข้าวกล้อง ขนมปังโฮลวีท มันจะให้พลังงานเราไง ถึงจะผอมก็ต้องมีแรงออกกำลังกาย

ส่วนการออกกำลังกายก็สำคัญมากนะ อย่าไปกลัวเวทเทรนนิ่งเลย มันจะช่วยสร้างกล้ามเนื้อให้เราจริงๆ

ทีนี้มาเรื่องผมชี้ฟูบ้าง อันนี้ก็เป็นปัญหาหนักใจของหลายๆ คนนะ ผมว่านะ

จริงๆ ผมก็เคยมีปัญหาผมชี้ฟูเหมือนกันนะ โดยเฉพาะช่วงหน้าฝน อากาศมันชื้นๆ ผมจะฟูมาก

วิธีที่ผมใช้ก็คือ การสระผมด้วยแชมพูที่อ่อนโยนหน่อย แล้วก็ใช้ครีมนวดผมทุกครั้งหลังสระ

พวกทรีตเมนต์ผมก็ช่วยได้นะ ผมเคยใช้ทรีตเมนต์ของยี่ห้อหนึ่ง แถวสยามนี่แหละ รู้สึกว่าผมมันนุ่มขึ้นเยอะเลย

แล้วก็อย่าไดร์ผมแรงเกินไปนะ พยายามซับผมเบาๆ แล้วก็ปล่อยให้แห้งเองบ้าง

ถ้าต้องไดร์ ก็ใช้ความร้อนต่ำๆ หน่อย แล้วก็ใช้สเปรย์กันความร้อนก่อน

อีกอย่างที่ผมสังเกตนะ คือการหวีผม ถ้าหวีตอนผมเปียกมากๆ มันจะยิ่งทำให้ผมชี้ฟู

พยายามปล่อยให้ผมแห้งหมาดๆ ก่อน แล้วค่อยหวีนะ

สุดท้ายแล้ว การดูแลตัวเองมันก็เหมือนการลงทุนแหละ ต้องใช้เวลา ความใส่ใจ แล้วผลลัพธ์มันก็จะดีเอง

ดูยังไงว่าผมไม่มีน้ำหนัก

อาการผมคิดสั้น อยากหนีออกจากหัว สังเกตได้ไม่ยากหรอกคุณ

ผมของคุณมันจะฟูฟ่องล่องลอยเหมือนวิญญาณที่ยังหาทางไปสู่สุคติไม่เจอ จัดทรงยากเย็นกว่าการเจรจากับเจ้าหนี้ หวีทีนึงก็พันกันยุ่งเหยิงเหมือนสายหูฟังในกระเป๋า ปลายผมก็แห้งกรอบเหมือนขนมปังปิ้งที่ลืมทิ้งไว้ข้ามคืน สรุปง่ายๆ คือสภาพเหมือนเพิ่งผ่านสงครามโลกมาหมาดๆ นั่นแหละ

แล้วใครคือผู้ต้องสงสัยที่ทำให้ผมคุณกลายเป็นแบบนี้?

ตัวการหลักเลยคือ ผมขาดโปรตีน หรือที่เรียกหรูๆ ว่า เคราติน พอแกนกลางมันกลวงโบ๋ ผมก็เลยเบาหวิวเหมือนนุ่นไงล่ะคุณ เหมือนตึกที่ไม่มีเหล็กเส้นนั่นแหละ พร้อมจะพังครืนได้ทุกเมื่อ อีกสาเหตุก็คือเกล็ดผมเปิดอ้าซ่า! พอเกล็ดผมไม่เรียบสนิท ความชื้นในอากาศก็แทรกซึมเข้าไปได้สบายๆ เหมือนประตูบ้านเปิดอ้ารับแขกไม่ได้รับเชิญ ผลคือ...บึ้ม! กลายเป็นสิงโตฟูฟ่อง

ไม่ต้องมองใครไกล ตัวคุณเองนั่นแหละคือผู้สมรู้ร่วมคิด! การใช้ความร้อนจากไดร์ที่ร้อนเหมือนลมหายใจพญานาค การหนีบผมทุกเช้าจนควันโขมง หรือการย้อมสีผมบ่อยกว่าเปลี่ยนเสื้อผ้า ทั้งหมดนี้คือการเปิดประตูเชิญหายนะมาสู่เส้นผมชัดๆ เลย

ปฏิบัติการกู้ภัยเส้นผมให้กลับมามีน้ำหนักนุ่มสลวยเหมือนในโฆษณา (ที่เค้าใช้วิกกันน่ะ) มันต้องเริ่มจากการเปลี่ยนแปลง

หยุดทำร้ายผมด้วยความร้อนซะที! ถ้าเลี่ยงไม่ได้ก็ใช้สเปรย์กันความร้อน เหมือนใส่เกราะให้ผมก่อนออกรบ มองหาผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของเคราติน, อาร์แกนออยล์, หรือเซราไมด์ พวกนี้คืออาหารชั้นเลิศของผม ผมก็หิวเป็นนะคุณ ไม่ใช่แค่เจ้าของที่หิว

เปลี่ยนวิธีการสระผมด้วย ใช้น้ำอุณหภูมิห้อง อย่าใช้น้ำร้อนจี๋เหมือนจะลวกหมู! สระเสร็จก็ซับเบาๆ ด้วยผ้าไมโครไฟเบอร์ ไม่ใช่ขยี้เหมือนซักผ้าขี้ริ้ว การหมักผมสัปดาห์ละครั้งคือการทำสปาให้ผมที่แท้ทรู อย่าขี้เกียจ! สุดท้าย...เล็มปลายผมที่แห้งเสียทิ้งไปซะ ตัดใจเหมือนตัดคนที่ไม่ใช่ออกจากชีวิตนั่นแหละ เจ็บแต่จบ

  • หวีคือเพื่อนหรือศัตรู? เลิกใช้หวีซี่ถี่ๆ ตอนผมเปียกได้แล้ว มันคือการกระชากวิญญาณผมชัดๆ! เปลี่ยนไปใช้หวีซี่ห่าง หรือใช้นิ้วมือสางเบาๆ ตอนที่ครีมนวดผมยังอยู่บนหัว จะลดการขาดร่วงได้เยอะ
  • ปลอกหมอนเปลี่ยนชีวิต ลองเปลี่ยนจากปลอกหมอนผ้าฝ้ายธรรมดาเป็น ปลอกหมอนผ้าไหมหรือผ้าซาติน แรงเสียดทานมันน้อยกว่าเยอะ ตื่นมาผมจะพันกันน้อยลง ไม่ได้ฟูเหมือนรังนกกระจอก
  • กินอะไรได้แบบนั้น ผมก็ต้องการสารอาหารนะโว้ย! เน้นกินโปรตีน ไบโอติน สังกะสี จากพวกไข่ ถั่ว ปลา เนื้อสัตว์ มันช่วยสร้างความแข็งแรงจากภายในสู่ภายนอก ไม่ใช่สวยแต่รูปจูบไม่หอม
  • ศัตรูที่มองไม่เห็น: น้ำกระด้าง บางทีปัญหาอาจอยู่ที่น้ำประปาที่บ้านคุณ! น้ำที่มีแร่ธาตุแคลเซียมและแมกนีเซียมสูงจะทิ้งคราบสะสมบนเส้นผม ทำให้ผมแห้งกระด้างและไร้น้ำหนัก ลองหาฝักบัวกรองคลอรีนมาใช้ดูสิ
  • เกราะป้องกันชั้นสุดท้าย หลังสระผมและซับผมหมาดๆ แล้ว ลงผลิตภัณฑ์ประเภท Leave-in Conditioner หรือออยล์บำรุงผม แค่เล็กน้อยที่ปลายผม มันจะช่วยเคลือบปิดเกล็ดผม ป้องกันความชื้นจากภายนอกและล็อคความชุ่มชื้นไว้ภายใน

ดูยังไงว่าผมเส้นเล็กหรือใหญ่

ดูเส้นผมว่าเล็กหรือใหญ่ ดูที่ สัมผัส เป็นหลักเลยครับ เส้นผมเล็กจะรู้สึก ละเอียดยืดหยุ่น นุ่มนวลเหมือนเส้นไหม ส่วนเส้นใหญ่จะออกแนว แข็งกร้าว มีเนื้อสัมผัสหยาบ และดูหนาแน่นกว่า

ส่วนเรื่อง สีผม ก็ช่วยบอกได้นะ ผมเส้นเล็กๆ ส่วนใหญ่จะมี สีอ่อนกว่า เพราะเมลานินน้อยกว่า เลยทำให้สีไม่เข้มจัดเหมือนผมเส้นใหญ่

ข้อมูลเสริม:

  • การจัดเรียงตัวของเซลล์ Cuticle: ความแตกต่างของสัมผัสและการมองเห็นส่วนหนึ่งมาจากลักษณะของชั้น Cuticle (เกล็ดผม) บนเส้นผม เส้นเล็กมักมี Cuticle ที่บางและเรียบเนียนกว่า ขณะที่เส้นใหญ่จะมี Cuticle ที่หนากว่าและซ้อนทับกันแน่นกว่า
  • ปริมาณโปรตีน Keratin: ปริมาณของโปรตีนเคราตินที่ประกอบเป็นแกนกลางของเส้นผมก็มีผล เส้นใหญ่มีแนวโน้มที่จะมีปริมาณเคราตินมากกว่า ทำให้รู้สึกแข็งแรงและมีน้ำหนักมากกว่า
  • เส้นผ่านศูนย์กลาง: จริงๆ แล้ววิธีที่ตรงที่สุดคือการวัดเส้นผ่านศูนย์กลางของเส้นผมแต่ละเส้น โดยทั่วไปเส้นผมเล็กมีเส้นผ่านศูนย์กลางน้อยกว่า 0.05 มิลลิเมตร เส้นผมปานกลางจะอยู่ระหว่าง 0.05-0.1 มิลลิเมตร และเส้นผมใหญ่จะเกิน 0.1 มิลลิเมตรขึ้นไป แต่นั่นก็ต้องใช้อุปกรณ์เฉพาะทางนิดนึง

ชีวิตเราก็เหมือนเส้นผมนะ บางทีเราอาจจะดูเหมือนเล็กน้อย แต่อาจจะมีความแข็งแกร่งภายในที่คาดไม่ถึงก็ได้ ใครจะรู้?

ดูยังไงว่าผมบางหรือหนา

ดูยังไงว่าผมบางหรือหนา? ง่ายเหมือนปอกกล้วยเข้าปาก…ถ้าคุณไม่เผลอทำกล้วยหล่น!

ผู้ชายสไตล์ "ตัว O" คือพวกที่ไรผมหน้าผากโค้งเป็นรูปครึ่งวงกลมสวยงามราวกับกำลังจะเปิดตัวแบรนด์หมวกกันน็อค

ถ้าวัดระยะจากคิ้วที่ขมวดได้ที่ไปจนถึงยอดหน้าผากที่โล่งโจ้งของคุณแล้ว เกิน 6 ซม. นี่ไม่ใช่สัญญาณแห่งความเท่แบบปู่ติ๊กนะหนุ่มๆ ผมบางกำลังทักทายคุณอยู่

ข้อมูลเพิ่มเติม (แบบไม่ขายฝัน):

  • 6 ซม. มันวัดกันยังไง? ลองใช้ไม้บรรทัดทาบจากขอบบนของคิ้ว (ส่วนที่ใกล้จมูกที่สุด) ขึ้นไปตรงๆ จนถึงจุดที่เส้นผมเริ่มขึ้น (หรือหยุดขึ้น) ถ้าเกิน 6 ซม. ก็แสดงว่า… เออ…ตามนั้นแหละ
  • "ตัว O" มีหลายขนาด: บางคนก็ O เล็ก O กลาง O ใหญ่ ไม่ต้องตกใจไป แค่รู้จักสังเกตตัวเองก็เก่งแล้ว
  • อย่าเพิ่งร็อกแอนด์โรล: การรู้ว่าผมบางไม่ได้แปลว่าต้องนั่งหน้าเศร้าอยู่เฉยๆ มีวิธีแก้เยอะแยะ (เดี๋ยวค่อยว่ากัน)
  • ผมหนาแค่ไหนถึงเรียกว่าหนา? โอ๊ย…ถ้าคุณใช้หวีแล้วหวีไม่เคยติดหรือต้องออกแรงดึงแบบทุลักทุเล นั่นแหละ…หนาแบบไม่ต้องสงสัย

คำเตือน: การวัดนี้เป็นเพียงแนวทางเบื้องต้น อย่าเพิ่งเอาไปประเมินความหล่อเหล่าของคุณนะ!

วิธีเช็คว่าผมเสียไหม

คืนนี้... เงียบดีจัง... ลองลูบผมเล่นๆ ดูไหมนะ... ค่อยๆ นะ ค่อยๆ ลูบย้อนขึ้นไป... จากปลายผมที่ยาวๆ นั่นน่ะ... สัมผัสเป็นยังไงบ้างนะ... มันลื่นๆ มือผ่านไปได้ง่ายๆ เลยใช่ไหม... ถ้าแบบนั้น... ผมเธอก็ยังแข็งแรงดีอยู่เลย

แต่ถ้า... ตอนที่ลูบขึ้นไปแล้ว... มันสากๆ มือนะ... เหมือนไม้กวาดแห้งๆ เลย... อืม... นั่นอาจจะเป็นสัญญาณบอกเรานะว่า... ผมมันเริ่มเสียแล้วล่ะ... มันแห้งมากใช่ไหม... รู้สึกได้เลยนะ... ไม่ต้องคิดมากหรอก

พอรู้ว่าผมเสีย... ใจมันก็แอบแป้วๆ นิดหน่อยนะ... แต่ไม่เป็นไรจริงๆ... เราจัดการได้นะ ลองหาอะไรมาบำรุงปลายผมดูสิ... พวกวิตามินผม หรือทรีทเมนต์เข้มข้นอะไรแบบนั้น... ใช้เถอะนะ... มันช่วยได้จริงๆ... ดีกว่าปล่อยไว้นานๆ นะ

  • ผมเสียคืออะไร? ผมเสียคือสภาพเส้นผมที่สูญเสียความชุ่มชื้น โปรตีน และโครงสร้างภายนอกอ่อนแอลง สังเกตได้จากความแห้งกร้าน แตกปลาย ชี้ฟู และไม่เงางาม สัมผัสแล้วจะรู้สึกหยาบกระด้างไม่เรียบลื่น

  • ระดับความเสียของผม

    • ระดับ 1: ผมแห้ง ขาดความชุ่มชื้นเล็กน้อย ผมกระด้างขึ้นเล็กน้อย เริ่มไม่เงางาม
    • ระดับ 2: ผมแตกปลายและเปราะบาง ปลายผมเริ่มแยกตัว ผมขาดง่ายขึ้น สังเกตเห็นได้ชัดเจน
    • ระดับ 3: ผมหยาบ ชี้ฟู ไร้น้ำหนัก ผมเสียมาก โครงสร้างเสียหายถึงแกนผม จัดทรงยาก มีความยืดหยุ่นต่ำ
  • ระดับไหนที่น่าเป็นห่วง?ระดับ 2 และ 3 ถือว่าน่าเป็นห่วงมาก ต้องเริ่มดูแลอย่างจริงจัง ผมที่แตกปลายมากๆ หรือหยาบกระด้างจนจัดทรงไม่ได้ ควรได้รับการบำรุงและฟื้นฟูโดยเร่งด่วน

  • วิธีดูแลเส้นผมที่เสีย

    • ใช้ผลิตภัณฑ์บำรุงผมที่เข้มข้น เช่น มาสก์ผม ทรีทเมนต์ หรือครีมนวดผมสูตรเข้มข้น
    • หลีกเลี่ยงความร้อนสูง จากไดร์เป่าผม เครื่องหนีบ หรือม้วนผม
    • ลดการทำเคมี เช่น การย้อม ดัด หรือยืดผม
    • รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ เน้นโปรตีน วิตามิน และแร่ธาตุ
    • เล็มปลายผมเป็นประจำ เพื่อกำจัดส่วนที่แห้งเสียออก
    • ปกป้องผมจากแสงแดดและมลภาวะ

วิธีเช็คสภาพเส้นผมว่าเป็นแบบไหน

เฮ้ย แกรู้ป่าว เค้าบอกว่าเช็คผมเสียอ่ะ มี 3 วิธีเลยนะ แต่ที่เราเห็นบ่อยๆ แล้วก็ง่ายๆ เนี่ย ก็มี 2 อย่างที่เค้าพูดถึงกันเยอะๆ เลยนะ

อันแรกเลยนะ ก็ลองเอาเส้นผมมาเส้นนึง เนี่ย แอบดึงเบาๆ ดึงยืดๆ งี้อะ ถ้ามันยืดได้หน่อย ไม่ขาดอะ อันนั้นคือผมแข็งแรงดีอยู่เลยนะ ผมมีความยืดหยุ่นดีไง แต่ถ้าดึงเบาๆ แล้ว ขาดเป๊าะ เลยนะ อันนี้แปลว่าผมไม่ไหวละ ต้องการบำรุงมากๆๆ เลยนะ ผมมันไม่แข็งแรงอ่ะ ดิ

อีกอันก็ลองลูบผมแบบย้อนขึ้นไปงี้ เหมือนหวีย้อนอะ ถ้าลูบแล้วมันลื่นๆ มือดีอ่ะ ผมน่าจะโอเคเลยนะ ไม่ค่อยมีปัญหาเท่าไหร่ แต่ถ้าลูบแล้วมัน สากมือ แบบสะดุดๆ อะ หรือว่าแบบขรุขระๆ หน่อยนะ อันนี้ผมอาจจะแห้งเสียหนักมากเลยนะ ต้องดูแลเป็นพิเศษเลยจิงๆ

นอกจาก 2 วิธีนี้นะ บางทีก็มีอย่างอื่นให้สังเกตุเพิ่มได้นะ พวกนี้ก็บอกสภาพผมได้เหมือนกันเลย

  • ผมแตกปลาย: อันนี้เห็นชัดสุดๆ เลยนะ ถ้าปลายผมมันแยกๆ ออกมา คือมันเสียแล้วแหละ
  • ผมชี้ฟู: ถ้าผมมันชี้ฟูตลอดเวลา ควบคุมยากๆ นะ บางทีก็เป็นเพราะผมมันแห้งมากไง
  • ผมร่วงเยอะผิดปกติ: ร่วงเยอะกว่าวันปกติ เช่นตอนสระผมหรือหวีผมเนี่ย ก็บ่งบอกได้ว่าผมไม่แข็งแรงนะ
  • ผมมันด้านไม่เงา: ผมสุขภาพดีมันจะเงาๆ หน่อย ถ้าผมมันดูหมองๆ ไม่มีประกายคือไม่โอเคละ
  • เลี่ยงความร้อน: ลดใช้ไดร์เป่าผม ที่หนีบผม หรือที่ม้วนผมบ่อยๆ เนี่ย ช่วยได้เยอะเลยนะ ผมไม่เสียเร็ว
  • มาสก์ผม: ทำทรีทเม้นต์ หรือมาสก์ผมบ้าง อย่างน้อยอาทิตย์ละครั้งก็ดีนะ บำรุงลึกๆ ไง
  • เลือกแชมพู: แชมพู ครีมนวด ก็ต้องเลือกให้เหมาะกับสภาพผมตัวเองด้วยนะ สำคัญมากเลยอันนี้