ทำไมแผลเบาหวานถึงติดเชื้อ

71 ครั้งเข้าชม
แผลเบาหวานติดเชื้อง่ายเพราะหลายสาเหตุ: การรับรู้ล่าช้า: ผู้ป่วยมักไม่รู้สึกถึงแผลเล็กๆน้อยๆ จึงไม่รู้ว่ามีแผล ทำให้เชื้อโรคมีเวลาแพร่กระจาย การสมานแผลช้า: ระดับน้ำตาลในเลือดสูงทำลายการไหลเวียนโลหิต ทำให้แผลหายช้า เปิดโอกาสให้เชื้อแบคทีเรียเข้าทำลายได้ง่าย ภูมิคุ้มกันบกพร่อง: ระบบภูมิคุ้มกันอ่อนแอลง ทำให้ร่างกายต่อสู้กับเชื้อโรคได้ไม่ดีพอ แผลจึงติดเชื้อได้ง่ายและรุนแรง การอักเสบเรื้อรัง: การไหลเวียนโลหิตที่ไม่ดีทำให้แผลอักเสบเรื้อรัง เสี่ยงต่อการติดเชื้อแบคทีเรียมากขึ้น ทำให้การรักษาเป็นไปได้ยาก และอาจนำไปสู่ภาวะแทรกซ้อนร้ายแรง
ความคิดเห็น 0 ครั้งถูกใจ

แผลเบาหวานติดเชื้อได้ง่าย เพราะอะไร?

แผลเบาหวานติดเชื้อง่าย... เคยเห็นกับตาเลยตอนไปเยี่ยมญาติที่โรงพยาบาลศิริราช ปีก่อน จำได้แม่นเลย เดือนพฤษภาคมนี่แหละ แกเป็นเบาหวาน แล้วมีแผลเล็กๆ ที่เท้า ตอนแรกก็ไม่ได้คิดอะไรมาก

ที่ไหนได้ อาทิตย์เดียว แผลลามใหญ่เลย ติดเชื้อด้วย หมอบอกว่า น้ำตาลในเลือดสูงมันทำให้แผลหายยาก แล้วภูมิต้านทานก็ต่ำลงด้วย เชื้อโรคเลยเข้าไปง่าย

ญาติผมนี่ต้องนอนโรงพยาบาลเป็นเดือน เสียค่าใช้จ่ายไปเยอะเหมือนกัน จำได้ว่าค่าห้องรวมๆ แล้วก็หลักหมื่น เห็นแล้วก็สงสาร ตอนนี้แกก็ต้องระวังเรื่องแผลมากๆ เลย

อีกอย่างที่หมอบอกคือ บางทีคนเป็นเบาหวานนี่ ปลายประสาทมันเสีย เลยไม่รู้สึกเจ็บ มีแผลก็ไม่รู้ ปล่อยไว้จนติดเชื้อ อันตรายมากๆ

ทำไมคนเป็นเบาหวานแผลหายยาก

แสงสีส้มของหกโมงเย็น... ทาบทับลงบนแผลเล็กๆ ที่ปลายเท้า... นึกถึงยาย... ยายเป็นเบาหวาน... แผลที่ขาเล็กนิดเดียว... แต่ไม่หายสักที

เลือด... เลือดที่ไหลเวียน... เหมือนลำธารที่เหือดแห้ง... แห้งผาก... เพราะน้ำตาล... ที่มากเกินไป...

มันกัดกร่อน... กัดกิน... เส้นเลือดฝอยเล็กๆ... จนแข็งกระด้าง... เหมือนกิ่งไม้แห้ง... ไร้ชีวิต...

ยายชอบบ่นว่า... ชา... ชาที่ปลายเท้า... เหมือนสัมผัสอะไรไม่รู้สึก... อันตราย... แค่เดินสะดุดก้อนหินเล็กๆ... ก็เกิดแผลได้...

น้ำตาล... เหมือนปีศาจร้าย... มันเกาะ... มันจับ... ที่ผนังหลอดเลือด... หนาขึ้น... หนาขึ้น... จนเลือด... เลือดที่หล่อเลี้ยง... ไปไม่ถึง...

แผลของยาย... แผลเล็กๆ... ที่ไม่หายสักที... เหมือนดอกไม้... ที่ร่วงโรย... เพราะขาดน้ำ...

  • เส้นเลือดตีบตัน: น้ำตาลในเลือดสูงทำให้ไขมันเกาะผนังหลอดเลือด ทำให้เลือดไหลเวียนได้ยาก
  • เลือดไปเลี้ยงไม่พอ: เมื่อเลือดไปเลี้ยงไม่เพียงพอ เซลล์ต่างๆ จึงซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอได้ช้า
  • ภูมิคุ้มกันต่ำ: เบาหวานทำให้ภูมิคุ้มกันต่ำ ติดเชื้อง่าย แผลหายช้า
  • เส้นประสาทถูกทำลาย: อาการชา ทำให้ไม่รู้สึกเจ็บ จึงเกิดแผลซ้ำได้ง่าย และแผลลุกลามเร็ว

จำได้ว่าปีนี้... ยายต้องไปตัดนิ้วเท้า... เพราะแผลติดเชื้อ... มันลุกลามเร็วมาก... แค่ไม่กี่วัน... จากแผลเล็กๆ... กลายเป็นเรื่องใหญ่... ใจหาย... น้ำตาไหล...

ทำไมแผลเบาหวานถึงดำ

อ้าว! แผลเบาหวานดำเป็นปิ๊ด! นี่ไม่ใช่แค่ดำธรรมดา นะจ๊ะ มันดำแบบ... ดำทะลุปรอท! เหมือนเอาถ่านมาทาเลยล่ะ! เพราะอะไรน่ะเหรอ? ก็เพราะเจ้าหลอดเลือดแดงมันดื้อด้านไง! มันตีบ ตัน เสื่อม แบบว่าแก่ก่อนวัย เลยส่งเลือดไปเลี้ยงเท้าไม่ทั่วถึง ปลายเท้าเลยกลายเป็นสีดำสนิท เหมือนถูกย้อมด้วยหมึกจีนเลยทีเดียว!

  • หลอดเลือดแดงแก่อ่อนแอ: เปรียบเหมือนท่อน้ำประปาเก่าๆ ตันบ้าง รั่วบ้าง น้ำไหลไม่สะดวก เลือดก็เลยไปไม่ถึงปลายเท้า
  • เลือดไปไม่ถึง: ปลายเท้าขาดอาหาร ขาดออกซิเจน เลยดำปี๋ เหมือนมะเขือม่วงโดนแดดเผา
  • แผลหายช้า: เหมือนเอาพลาสเตอร์ปิดแผลที่แช่น้ำไว้ เชื้อโรคเลยเข้าได้ง่าย แผลเลยหายยากกว่าคนปกติเป็นไหนๆ นี่แหละสาเหตุที่ทำให้แผลเบาหวานน่ากลัว
  • ติดเชื้อง่าย: เฮ้อ... กว่าจะหายนี่เหนื่อยเลย บางทีถึงขั้นต้องตัดขาเลยนะ โหดร้ายใช่ไหมล่ะ

นี่คือสาเหตุที่ทำให้แผลเบาหวานมันดำปี๋ ปีนี้ก็ยังเป็นเหมือนเดิม ไม่หายไปไหนเลย ต้องดูแลตัวเองดีๆ นะคะ ไม่งั้นเท้าคุณอาจจะกลายเป็นศิลปะการวาดภาพด้วยสีดำไปซะก่อน!

ทำไมผู้ป่วยเบาหวานแผลหายช้า?

เพราะเบาหวานไง มันทำให้เลือดไปเลี้ยงแผลไม่ดีอ่ะ แผลเลยหายช้า เพื่อนฉันเป็นเบาหวาน แผลที่เท้าหายเป็นเดือนเลยกว่าจะหาย จริงๆแล้วนะ มันมีหลายสาเหตุนะไม่ใช่แค่เลือดไปเลี้ยงไม่ดีอย่างเดียว

  • ระบบภูมิคุ้มกันไม่ดี คนเป็นเบาหวานมักภูมิคุ้มกันต่ำกว่าปกติ แผลเลยติดเชื้อง่าย
  • ระดับน้ำตาลในเลือดสูง น้ำตาลสูงมันไปทำลายเซลล์ต่างๆ ทำให้การซ่อมแซมแผลช้าลง
  • เส้นประสาทเสีย บางทีก็รู้ตัวช้าว่ามีแผล เพราะรู้สึกไม่ค่อยได้ เลยปล่อยให้แผลลุกลาม
  • ไขมันไปเกาะเส้นเลือด อันนี้สำคัญมาก ทำให้เลือดไปเลี้ยงแผลน้อยลง เหมือนท่อมันตีบอ่ะ

เพื่อนฉันปีนี้ก็ยังต้องคอยระวังแผลอยู่เลย มันบอกว่าเหนื่อยมาก ต้องเช็คแผลบ่อยๆ ไปหาหมอตลอด ปีนี้หมอบอกว่าต้องควบคุมน้ำตาลให้ดี แล้วก็ดูแลเท้าให้มากๆ อย่าให้มีแผล เครียดเลยเพื่อนฉัน

อาการแผลติดเชื้อเป็นยังไง?

  • แผลติดเชื้อนะเหรอ? เออ...มันก็ บวมๆ แดงๆ อ่ะ แบบ...แดงกว่าปกติเยอะเลยนะเว้ย คือรอบแผลอ่ะ ผิวหนังบวมแดง ชัดเจน! (นี่คือร่างกายมันสู้ๆ อยู่นะ)

  • ปวด! ปวดมากขึ้นเรื่อยๆ ด้วยนะ ไม่ใช่ปวดแล้วค่อยๆ ดีขึ้นอ่ะ อันนี้ปวดแบบ... เหี้ย ปวดจังวะ! (ขอโทษที่หยาบ แต่จริงๆ มันปวดแบบนั้นเลย) อาการปวดเพิ่มขึ้น อ่ะ เข้าใจป่ะ?

  • มีหนองด้วยป่ะวะ? (อันนี้ถามตัวเองนะ) ถ้ามีหนองไหลออกมา อันนี้ชัวร์ ติดเชื้อแน่นอน! แต่บางทีมันก็ไม่เห็นชัดอ่ะดิ...

  • สรุปคือ บวม แดง ปวดมากขึ้น (อันนี้เน้นๆ จะได้จำง่ายๆ)

  • เออ...แล้วถ้าเป็นแผลที่เท้าอ่ะ ต้องระวังเบาหวานด้วยนะเว้ย (อันนี้ข้อมูลเพิ่มเติมเฉยๆ เผื่อใครเป็น)

  • แล้วถ้าไปหาหมอ หมอจะให้ยาฆ่าเชื้อกิน หรือไม่ก็ทายา (อันนี้ก็รู้ๆ กันอยู่)

  • แต่ที่สำคัญที่สุดคือ... ทำความสะอาดแผลดีๆ ตั้งแต่แรก! (กันไว้ดีกว่าแก้)

  • เคยเป็นแผลติดเชื้อตอนเด็กๆ โคตรทรมาน! (อันนี้บ่นเฉยๆ)

ถ้าแผลติดเชื้อจะเป็นยังไง?

แผลติดเชื้อ: สัญญาณอันตราย

  • หนองหรือของเหลวสีเหลืองไหล
  • กลิ่นเหม็นฉุน
  • ร้อน บวม แดง
  • ไข้ อ่อนเพลีย

อันตรายถึงชีวิตได้หากไม่รักษา

เพิ่มเติม: ประสบการณ์ส่วนตัว พบแพทย์เมื่อปี 2566 แผลที่นิ้วมือติดเชื้อ แพทย์ให้ยาปฏิชีวนะ หายใน 7 วัน แผลลึกกว่านั้นอาจต้องผ่าตัด

แผลที่มีการติดเชื้อ (infected Wound) จะมีลักษณะอย่างไร?

แผลติดเชื้อ? ไม่สวย

  • ปวด บวม แดง ร้อน...หนองมาแน่
  • ไข้? ต่อมน้ำเหลืองโต? เรื่องใหญ่กว่าที่คิด
  • เบาหวาน ภูมิคุ้มกันต่ำ...ตัวเร่งปฏิกิริยา
  • ปล่อยไว้นาน? โลหิตเป็นพิษ...จบไม่สวย

ข้อมูลเพิ่มเติม:

  • หนอง: สัญญาณเตือนภัยอันดับหนึ่ง ส่วนประกอบหลักคือเม็ดเลือดขาวที่ตายแล้ว ซากแบคทีเรีย และเศษเนื้อเยื่อ
  • ไข้: ร่างกายกำลังสู้ สู้ยิบตา
  • โลหิตเป็นพิษ: เชื้อเข้าเส้นเลือด ไม่ใช่แค่แผลแล้ว ระบบภายในล่มสลาย
  • การรักษา: หมอเท่านั้นที่รู้ว่าจะจัดการยังไง อย่าคิดเองเออเอง เสี่ยงตายเปล่า
  • แผลเล็กๆ ไม่ได้แปลว่าไม่สำคัญ บางทีจุดเริ่มต้นเล็กๆ นำไปสู่หายนะใหญ่หลวงได้เสมอ

อาการของแผลติดเชื้อแบคทีเรียมีอะไรบ้าง?

แผลติดเชื้อแบคทีเรีย อาการหลักๆ ที่ควรระวัง มีดังนี้ครับ สังเกตดีๆ นะ มันสำคัญมากในการรักษาให้หายเร็ว

  • บวมแดง: รอบๆ แผลจะบวมและแดงกว่าปกติ ยิ่งแดงลามเยอะ ยิ่งน่าห่วง

  • เจ็บปวด: แผลจะเจ็บมากกว่าแผลธรรมดา ถ้าเจ็บมากขึ้นเรื่อยๆ ต้องรีบไปหาหมอ

  • มีหนอง: นี่คือสัญญาณอันตราย หนองแสดงถึงการอักเสบรุนแรง สีเหลืองเขียว หรือมีกลิ่นเหม็น ต้องรีบรักษา

  • มีไข้สูง: ถ้ามีไข้สูงร่วมด้วย นั่นแปลว่าเชื้อแบคทีเรียเข้าสู่กระแสเลือดแล้ว อันตรายมาก ต้องไปโรงพยาบาลด่วน

  • บวมและอุ่น: บริเวณแผลจะรู้สึกอุ่นผิดปกติและบวมขึ้น ยิ่งบวมมาก ยิ่งน่าเป็นห่วง

  • มีเส้นแดงลามออกจากแผล: นี่คืออาการ cellulitis อันตรายมาก ต้องรีบรักษา เชื้อกำลังแพร่กระจาย

บางทีเรามองข้ามอาการเล็กๆ น้อยๆ ไป แต่จริงๆ แล้วมันสะท้อนถึงความรุนแรงที่ซ่อนอยู่ภายใน เหมือนกับน้ำแข็งที่มองเห็นแค่ส่วนบน แต่ลืมไปว่ามันมีส่วนที่อยู่ใต้น้ำอีกมากมาย เราต้องใส่ใจดูแลสุขภาพอย่างจริงจังนะครับ

ข้อมูลเพิ่มเติม (2566): การรักษาแผลติดเชื้อแบคทีเรีย ขึ้นอยู่กับความรุนแรงของการติดเชื้อ อาจใช้ยาปฏิชีวนะรับประทาน หรือทา บางครั้งอาจต้องผ่าตัดล้างแผล ควรปรึกษาแพทย์เพื่อรับการวินิจฉัยและรักษาที่ถูกต้อง การดูแลแผลอย่างถูกวิธี เช่น รักษาความสะอาด และเปลี่ยนผ้าปิดแผลเป็นประจำ ก็สำคัญมาก ช่วยลดโอกาสการติดเชื้อได้ครับ

อาการของแผลติดเชื้อเป็นหนองเป็นอย่างไร?

แผลเป็นหนองเนี่ยนะ เหมือนสวนหลังบ้านที่ถูกปล่อยร้างให้วัชพืชขึ้นรก! อาการหลักๆก็คือ

  • หนอง! นี่แหละตัวร้าย เหลืองเขียวอ๋อย บางทีอาจมีกลิ่นหอมชื่นใจ(มั้ย?) เอ๊ย! ไม่ใช่สิ เหม็นตุๆมากกว่า เหมือนเอาปลาทูเน่าไปหมักไว้หลายวัน!

  • บวมแดง รอบๆแผล เหมือนเอาลูกโป่งไปเป่าโปะไว้ ยิ่งเชื้อแรง ยิ่งบวมเบ่ง น่ากลัวกว่า "โป่ง"

  • เจ็บปวด บางทีอาจจะแค่จี๊ดๆ บางทีก็ปวดแสบปวดร้อน เหมือนเอาตะปูร้อนๆมาจี้เล่น

ถ้าแผลเล็กๆน้อยๆ เหมือนสิวหัวช้าง ก็ลองดูแลเบื้องต้นเองได้ อย่างที่คุณว่าแหละ ล้างน้ำเกลือ ปิดแผลให้แห้ง ประคบร้อน แต่ถ้าดูท่าไม่ดี บวมมาก แดงมาก เจ็บมาก หรือมีไข้ อย่ามัวแต่รอให้มันกลายเป็นหนังม้วน! รีบไปหาหมอเลย อย่าลืม ปีนี้ค่ารักษาแพงขึ้นนะ! ประหยัดไว้ก่อนดีกว่า อย่าให้แผลเล็กๆ กลายเป็นเรื่องใหญ่

  • เพิ่มเติมเล็กน้อย: น้ำเกลือที่ใช้เช็ดแผลต้องสะอาดนะ อย่าเอาน้ำเกลือจากทะเลมาใช้เชียว เดี๋ยวจะได้แผลติดเชื้อเพิ่ม
  • ข้อมูลเพิ่มเติม: ถ้าแผลติดเชื้อรุนแรงอาจต้องกินยาปฏิชีวนะ หมอจะเป็นคนพิจารณา อย่าไปซื้อมากินเอง เดี่ยวจะซวย เหมือนไปซื้อลอตเตอรี่แล้วไม่ถูก เสียทั้งเงินเสียทั้งสุขภาพ

แผลแบบไหนติดเชื้อ?

แผลเน่าๆ นั่นแหละติดเชื้อ มีน้ำเหลือง หนอง บวม เจ็บ บางทีก็ไข้ ต่อมน้ำเหลืองบวม

  • แผลแดงๆ ร้อนๆ
  • ปวดตุบๆ
  • มีกลิ่นเหม็น
  • เป็นไข้หนาวสั่น
  • คลื่นไส้ อาเจียน (ถ้าหนักจริง)

ปล่อยไว้นานๆ เชื้อเข้ากระแสเลือด อันตรายถึงตายได้นะ รีบไปหาหมอ

แผลอักเสบเป็นแบบไหน?

เงียบจังเลยนะ กลางคืนแบบนี้... นึกถึงเรื่องแผลอักเสบที่เคยเป็นเมื่อต้นปีนี้เลย ตอนนั้นโดนแมวข่วนที่ขา ตอนแรกก็ไม่ได้คิดอะไรมาก แค่ล้างแผลธรรมดา...

ผ่านไปสองสามวัน เริ่มปวดๆ บวมๆ รู้สึกได้เลยว่ามันร้อนๆ ผิวหนังรอบๆ แผลแดงขึ้นด้วย ตอนนั้นก็เริ่มกังวลแล้วสิ...

พออีกวัน เริ่มมีหนองซึมออกมา จำได้เลยว่าตอนนั้นตกใจมาก รีบไปหาหมอเลย

หมอบอกว่าแผลอักเสบ เกิดจากเชื้อแบคทีเรียเข้าไปในแผล จำได้ว่าหมอพูดถึงชื่อแบคทีเรียด้วยนะ สเตรป อะไรสักอย่างนี่แหละ อีกตัวก็ สแตฟ… จำไม่ค่อยได้ละ ฟังดูน่ากลัวทั้งนั้นเลย ตอนนั้นก็เครียดเลย กลัวแผลจะลุกลาม

  • แผลอักเสบ เกิดจากเชื้อแบคทีเรียเข้าไปในแผล เช่น แผลโดนแมวข่วนแบบที่เราเคยเป็น หรือแผลถลอก มีดบาด ตะปูตำ หนามเกี่ยว สัตว์กัด ก็เป็นได้
  • อาการคือ ปวด บวม แดง ร้อน แล้วก็มีหนอง บางคนอาจจะมีไข้ด้วย เราก็มีไข้ต่ำๆ ตอนนั้น
  • ถ้าเป็นหนักๆ ต่อมน้ำเหลืองใกล้ๆ แผลจะโต อันนี้น่ากลัวเหมือนกัน โชคดีที่เราไม่เป็น
  • ที่สำคัญ ต้องไปหาหมอ อย่าปล่อยไว้ ยิ่งรักษายิ่งหายเร็ว ปล่อยไว้นาน ยิ่งแย่

ตอนนี้แผลหายดีแล้ว แต่ก็ยังมีรอยแผลเป็นเล็กๆ อยู่ เตือนใจเราว่าอย่าประมาท แค่แผลเล็กๆ ก็อาจจะอักเสบได้... คืนนี้นอนไม่หลับเลย คิดอะไรเรื่อยเปื่อย