นอนกี่นาทีถึงจะหายง่วง

59 ครั้งเข้าชม
การงีบหลับแบบสั้นๆ หรือที่เรียกว่า นอนกี่นาทีถึงจะหายง่วง ในเวลาไม่เกิน 20 นาที ช่วยให้รักษาระดับการนอนให้อยู่ในสถานะหลับตื้น ทำให้สมองได้พักผ่อนโดยไม่ต้องก้าวข้ามไปสู่ความหลับลึก คุณจึงตื่นขึ้นมาได้ง่ายและสดชื่นทันที
ความคิดเห็น 0 ครั้งถูกใจ

นอนกี่นาทีถึงจะหายง่วง: เคล็ดลับงีบ 20 นาทีสดชื่นทันที

นอนกี่นาทีถึงจะหายง่วง เป็นคำถามยอดฮิตสำหรับคนที่ต้องการฟื้นฟูพลังงานและลดความอ่อนล้าในระหว่างวัน การทำความเข้าใจระยะเวลาที่เหมาะสมช่วยให้คุณตื่นมาได้อย่างสดชื่นโดยไม่รู้สึกเพลียสะสม เรียนรู้เทคนิคการงีบหลับที่ถูกต้องเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานให้ดียิ่งขึ้น

นอนกี่นาทีถึงจะหายง่วง และระยะเวลาที่สมบูรณ์แบบที่สุดคือเท่าไหร่

การนอนกี่นาทีถึงจะหายง่วง อาจมีคำตอบที่ขึ้นอยู่กับระดับความเหนื่อยล้าของร่างกายและเวลาที่คุณมีในแต่ละวัน แต่หากต้องการความสดชื่นแบบเร่งด่วนโดยไม่มีอาการมึนงง ระยะเวลาที่ดีที่สุดคือการงีบหลับสั้นๆ ประมาณ 10-20 นาที ซึ่งได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางว่าเป็นช่วงเวลาที่เหมาะสมที่สุดสำหรับการฟื้นฟูพลังงานสมองในตอนกลางวัน

แต่เรื่องนี้มีสิ่งหนึ่งที่คนส่วนใหญ่มักจะเข้าใจผิดกันบ่อยๆ นั่นคือการคิดว่ายิ่งนอนนาน ยิ่งหายเหนื่อย ซึ่งนั่นเป็นความคิดที่คลาดเคลื่อนอย่างมาก และมักจะทำให้คุณรู้สึกเพลียกว่าเดิมจนหมดสนุกไปทั้งวันเลยทีเดียว โดยความลับของการตื่นมาแล้วหัวสมองแล่นปรู๊ดปร๊าดนั้น ไม่ได้อยู่ที่ความยาวนาน แต่เป็นเรื่องของวงจรการนอนหลับ - ซึ่งฉันจะมาเฉลยความจริงและเทคนิคที่หลายคนมองข้ามในส่วนของการวิเคราะห์วงจรการนอนหลับด้านล่างนี้

เจาะลึกวิเคราะห์วงจรการนอนหลับ: ทำไม 20 นาทีถึงเปลี่ยนโลกได้

เวลาตื่นขึ้นมาแล้วรู้สึกปวดหัวตึ้บเหมือนโดนฆ้อนทุบ หรือตื่นมาแล้วอยากจะหลับต่อยาวๆ อาการนี้เรียกว่าภาวะเมาน้ำตาหรือการมึนงงหลังตื่นนอน (Sleep Inertia) ซึ่งจะเกิดขึ้นเมื่อเราปลุกตัวเองขึ้นมาในขณะที่สมองดิ่งลึกเข้าสู่ช่วงหลับลึกไปแล้ว สมองของเราทำงานเป็นวงจร โดยเริ่มจากหลับตื้น (Stage N1 และ N2) แล้วค่อยๆ ไต่ระดับไปสู่หลับลึก (Stage N3) ซึ่งกระบวนการทั้งหมดนี้ใช้เวลาเดินทางประมาณครึ่งชั่วโมง

การงีบหลับแบบสั้นๆ หรือที่เรียกว่า power nap กี่นาที ในเวลาไม่เกิน 20 นาที จะช่วยให้ร่างกายรักษาระดับการนอนให้อยู่ในสถานะหลับตื้นเท่านั้น ทำให้สมองได้พักผ่อนโดยไม่ต้องก้าวข้ามเส้นแบ่งไปสู่ความหลับลึก คุณจึงตื่นขึ้นมาได้ง่ายและสดชื่นทันที การศึกษาทดลองชี้ให้เห็นว่า ผู้ที่งีบหลับเพียง 20 นาที สามารถลดความผิดพลาดในการทำงานที่ต้องใช้ความสมาธิต่อเนื่องได้ถึง 27% เลยทีเดียว[1] นอกเหนือจากนี้ การงีบหลับสั้นๆ ยังช่วยลดระดับฮอร์โมนความเครียดหรือคอร์ติซอลในร่างกายได้อย่างมีนัยสำคัญ ส่งผลให้ระบบประสาทคลายความตึงเครียดและฟื้นตัวได้เร็กว่าการนั่งพักสายตาอยู่เฉยๆ

สารภาพตามตรงเลยว่า เมื่อก่อนฉันก็เคยเป็นคนที่เชื่อว่าต้องนอนกลางวันอย่างน้อย 1 ชั่วโมงถึงจะสะใจ ผลลัพธ์คือนอนตอนบ่ายโมง ตื่นมาบ่ายสองด้วยสภาพเหมือนคนหมดแรง แขนขาเปลี้ยไปหมด แถมยังสมองตื้อไปอีกหลายชั่วโมง จนกระทั่งได้มาลองจำกัดเวลาการงีบให้เหลือเพียง 15-20 นาทีอย่างเข้มงวด ช่วงแรกๆ ร่างกายมันต่อต้านอย่างหนัก พอลืมตาตื่นขึ้นมาตามเสียงปลุกก็รู้สึกเหมือนยังไม่ได้นอน แต่หลังจากพยายามฝืนลุกขึ้นมาเดินยืดเส้นยืดสายได้ไม่เกิน 5 นาที หัวสมองกลับโล่งและตื่นตัวอย่างไม่น่าเชื่อ มันทำให้ฉันเข้าใจทันทีว่าวิทยาศาสตร์เรื่องการหลับตื้นนั้นทำงานได้จริงในชีวิตประจำวัน

ไขข้อข้องใจ: นอนกลางวันกี่นาทีดี และผลลัพธ์ของแต่ละช่วงเวลาแตกต่างกันอย่างไร

หากคุณกำลังสับสนว่าจะเลือกตั้งนาฬิกาปลุกไว้ที่กี่นาทีดี เพราะแต่ละตำราก็บอกไม่เหมือนกันเลย ข้อมูลจากการวิจัยเชิงทดลองแสดงให้เห็นชัดเจนว่า ระยะเวลาในการนอนแต่ละช่วงจะส่งผลต่อสารเคมีและความตื่นตัวของสมองแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง การงีบหลับตั้งแต่ 10 นาทีไปจนถึง 60 นาที ล้วนมีประโยชน์ในการลดความง่วงสะสมระหว่างวันได้ทั้งสิ้น แต่เป้าหมายและผลลัพธ์ที่สมองจะได้รับกลับมานั้นจะไม่เหมือนกัน

ผู้ที่เลือกงีบหลับเป็นเวลา 30 นาที จะเริ่มเผชิญหน้ากับความเสี่ยงของภาวะมึนงงหลังตื่นนอน เนื่องจากสมองกำลังก้าวเข้าสู่ช่วงหลับลึก แต่ทว่าช่วงเวลานี้กลับเป็นจุดเปลี่ยนที่น่าสนใจสำหรับผู้ที่ต้องทำงานใช้ความคิดสร้างสรรค์ เพราะผู้ที่งีบหลับ 30 นาที จะมีความสามารถในการบันทึกและประมวลผลความจำส่วนกลาง (Memory Encoding) ได้ดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัดเมื่อเทียบกับกลุ่มที่ไม่ได้นอน ส่วนการ นอนกลางวันกี่นาทีดี ยาว 60-90 นาทีนั้น จะเป็นการนอนที่ครบรอบวงจรสมบูรณ์ (Full Sleep Cycle) ซึ่งช่วยให้สมองได้รับการฟื้นฟูอย่างเต็มที่ ทั้งในด้านความจำระยะยาวและการซ่อมแซมร่างกาย แต่ก็ต้องแลกมาด้วยอาการเพลียในช่วง 30 นาทีแรกหลังตื่นนอน และอาจไปรบกวนเวลานอนในตอนกลางคืนได้หากเลือกเวลานอนผิด

เทคนิคเด็ดเพิ่มความสดชื่นคูณสอง: Coffee Nap คืออะไรและทำไมถึงได้ผล

นี่คือเคล็ดลับขั้นสุดยอดที่อาจฟังดูย้อนแย้งในความรู้สึกของใครหลายคน นั่นคือการดื่มกาแฟก่อนนอน หรือเทคนิคที่เรียกว่า วิธีงีบกลางวันให้สดชื่น วิธีการคือให้คุณรีบดื่มกาแฟที่มีคาเฟอีนเข้มข้นเข้าไปทันที แล้วทิ้งตัวลงนอนงีบเป็นเวลา 15-20 นาที การผสมผสานสิ่งนี้สร้างผลลัพธ์ที่ทรงพลังอย่างมาก จนสารพัดเครื่องดื่มชูกำลังก็ไม่สามารถให้ความสดชื่นในลักษณะนี้ได้

กลไกเบื้องหลังเรื่องนี้อธิบายได้ด้วยสารเคมีในสมองที่มีชื่อว่า อะดีโนซีน (Adenosine) ซึ่งเป็นสารที่สะสมมากขึ้นเรื่อยๆ ยิ่งเราตื่นนานเท่าไหร่ สารนี้ก็จะยิ่งจับกับตัวรับในสมอง ทำให้เราเกิดอาการง่วงซึมเหนื่อยล้า เมื่อเรานอนหลับ ร่างกายจะทำความสะอาดล้างสารอะดีโนซีนนี้ออกไปตามธรรมชาติ ในขณะเดียวกัน คาเฟอีนที่เราดื่มเข้าไปจะใช้เวลาเดินทางประมาณ 20 นาที ในการดูดซึมผ่านกระแสเลือดไปถึงสมอง ดังนั้น เมื่อคุณตื่นขึ้นมาหลังจากงีบหลับไป 20 นาที สารอะดีโนซีนจะถูกล้างออกไปบางส่วน เปิดทางให้คาเฟอีนที่เพิ่งเดินทางไปถึงสามารถเข้าจับกับตัวรับในสมองได้อย่างสะดวกโยดาย โดยไม่มีคู่แข่ง สรุปคือคุณจะได้ทั้งสมองที่สะอาดขึ้นจากการนอน และแรงกระตุ้นที่เต็มประสิทธิภาพจากกาแฟไปพร้อมๆ กัน

จากการทดสอบในกลุ่มผู้ขับขี่รถยนต์ที่ต้องเดินทางไกลและพนักงานกะดึก พบว่าผู้ที่ใช้วิธีดื่มกาแฟที่มีคาเฟอีนปริมาณ 200 มิลลิกรัม แล้วงีบหลับเป็นเวลา 30 นาที มีอาการเหนื่อยล้าทางสายตาน้อยลง[2] และมีความสามารถในการรักษาสมาธิบนท้องถนนได้ดีกว่ากลุ่มที่ดื่มกาแฟอย่างเดียวหรือกลุ่มที่ งีบหลับกี่นาทีหายง่วง เพียงอย่างเดียวอย่างเห็นได้ชัด ถือเป็นสูตรลัดสำหรับคนที่ต้องการฟื้นพลังชีวิตในบ่ายวันที่งานล้นมือ

เปรียบเทียบระยะเวลาการงีบหลับ: เลือกแบบไหนให้เหมาะกับคุณ

มาดูกันชัดๆ ว่าระยะเวลาในการตั้งนาฬิกาปลุกแต่ละช่วง ส่งผลต่อร่างกายของคุณอย่างไรบ้าง เพื่อให้คุณสามารถเลือกใช้ให้เหมาะสมกับสถานการณ์และเวลาที่มีอยู่

งีบหลับสั้นแบบเร่งด่วน (10-20 นาที) ⭐

• เพิ่มความตื่นตัวเฉียบพลัน คลายความเหนื่อยล้าสะสม และลดความเครียดได้ดี

• จำกัดอยู่เฉพาะในช่วงหลับตื้นเท่านั้น ไม่ดิ่งลงลึก

• เหมาะที่สุดสำหรับพนักงานออฟฟิศหรือนักเรียนที่มีเวลาพักจำกัดช่วงกลางวัน

• ไม่มีอาการมึนงง สามารถลุกขึ้นมาลุยงานต่อได้ทันที

งีบหลับเพื่อเพิ่มความจำ (30 นาที)

• ช่วยกระตุ้นสมองในส่วนความจำ เพิ่มประสิทธิภาพในการเรียนรู้และบันทึกข้อมูลใหม่

• เริ่มเข้าสู่ช่วงก้ำกึ่งระหว่างหลับตื้นและหลับลึก

• เหมาะสำหรับคนที่กำลังอ่านหนังสือสอบ หรือต้องทำงานที่ใช้ข้อมูลเยอะๆ

• มีอาการงัวเงียเล็กน้อย ต้องใช้เวลาประมาณ 10-20 นาทีกว่าร่างกายจะฟื้นตัว

นอนยาวครบรอบวงจร (60-90 นาที)

• ฟื้นฟูร่างกายส่วนที่สึกหรอ จัดระเบียบความจำระยะยาว และกระตุ้นความคิดสร้างสรรค์

• ผ่านช่วงหลับลึกอย่างเต็มที่ และเข้าสู่ช่วงฝันหรือ REM Sleep

• เหมาะสำหรับผู้ที่อดนอนอย่างรุนแรงมาจากเมื่อคืน หรือในวันหยุดพักผ่อน

• มีอาการเพลียและมึนหัวค่อนข้างรุนแรงในช่วงแรกหลังลืมตาตื่น

หากเป้าหมายของคุณคือการกำจัดความง่วงบ่ายเพื่อกลับไปทำงานได้อย่างรวดเร็ว การงีบหลับสั้น 10-20 นาทีคือตัวเลือกที่ปลอดภัยและได้ผลดีที่สุด แต่ถ้าหากคุณมีเวลาเหลือเฟือและต้องการชดเชยการอดนอนจากเมื่อคืน การนอนยาวครบรอบวงจร 90 นาทีจะช่วยซ่อมแซมร่างกายได้ลึกซึ้งกว่า

บันทึกการกู้ชีพพลังงานบ่ายของ นัท: จากคนง่วงซึมสู่พนักงานสายลุย

นัท เป็นกราฟิกดีไซเนอร์อายุ 29 ปีที่ทำงานในออฟฟิศย่านสาทร กรุงเทพฯ เขามักจะเจอปัญหาง่วงนอนตาจะปิดช่วงเวลาบ่ายสองเป็นประจำ ส่งผลให้ไอเดียตันและคิดงานกราฟิกไม่ออก ความท้าทายคือเขามีเวลาพักเบรกเพียงแค่ช่วงสั้นๆ และกลัวว่าถ้านอนกลางวันแล้วจะตื่นมาเพลียกว่าเดิมจนเสียงาน

ในสัปดาห์แรก นัทเลือกที่จะฟุบนอนบนโต๊ะทำงานยาวไปเลย 40 นาทีโดยไม่ได้ตั้งนาฬิกาปลุกให้ดี ปรากฏว่าเขาตื่นมาด้วยอาการปวดคอ มึนหัวตึ้บ ขยับตัวไปไหนไม่ได้ และรู้สึกงัวเงียหนักกว่าเดิมจนต้องไปล้างหน้าซ้ำๆ และเสียเวลาแก้อาการเพลียไปเกือบชั่วโมง

นัทเริ่มรู้ตัวว่าทำผิดวิธี เขาตัดสินใจปรับแนวทางใหม่ เปลี่ยนมาใช้สูตร Coffee Nap โดยชงกาแฟดำอุ่นๆ ดื่มรวดเดียวตอนบ่ายโมงครึ่ง จากนั้นใส่ที่ปิดตาแล้วเปิดเสียงฝนตกคลอเบาๆ ตั้งเวลาปลุกไว้ที่ 15 นาทีพอดีเป๊ะ โดยเน้นแค่การหลับตาทำใจร่มๆ ไม่กดดันตัวเองว่าจะต้องหลับสนิทให้ได้

หลังจากผ่านไป 2 สัปดาห์ นัทพบว่าเสียงปลุกนาฬิกาตอนนาทีที่ 15 นั้นลุกง่ายขึ้นมาก คาเฟอีนเริ่มออกฤทธิ์พร้อมกับการตื่นพอดี ทำให้เขารู้สึกกระปรี้กระเปร่า สมองแล่น คิดงานดีไซน์ได้เร็วขึ้น และไม่มีอาการปวดหัวรบกวนใจอีกเลย เปลี่ยนช่วงบ่ายที่เคยทรมานให้กลายเป็นเวลาที่ทำงานได้มีประสิทธิภาพที่สุด

คำแนะนำสุดท้าย

จำกัดเวลาไว้ที่ 10-20 นาทีคือหัวใจสำคัญ

การรักษาระยะเวลาไม่ให้เกิน 20 นาทีจะช่วยให้คุณอยู่เฉพาะในระยะหลับตื้น ตื่นง่าย และพร้อมทำงานต่อได้ทันทีโดยไม่มีอาการงัวเงีย

ห้ามงีบหลับหลังบ่ายสามโมงเป็นอันขาด

การนอนกลางวันในเวลาที่เย็นเกินไปจะไปแย่งโควตาความง่วงของสมอง ส่งผลทำให้คุณตาค้างและนอนไม่หลับในช่วงเวลากลางคืน

ใช้เทคนิค Coffee Nap เพื่อความตื่นตัวคูณสอง

การดื่มกาแฟก่อนงีบหลับ 15-20 นาที เป็นการใช้ประโยชน์จากระยะเวลาการออกฤทธิ์ของคาเฟอีนที่สอดรับกับวงจรการล้างสารเหนื่อยล้าในสมองอย่างลงตัว

มุมมองอื่นๆ

ถ้างีบหลับตอนกลางวันแล้ว จะทำให้นอนไม่หลับในตอนกลางคืนไหม

หากคุณรักษาระยะเวลาการงีบให้อยู่ในกรอบ 10-20 นาที และเลือกงีบหลับในช่วงบ่ายแก่ๆ เช่น ก่อนบ่ายสามโมง การนอนกลางวันจะไม่ส่งผลกระทบต่อการนอนหลับสนิทในตอนกลางคืนอย่างแน่นอน เนื่องจากกระบวนการหลับตื้นไม่ได้ลดแรงขับเคลื่อนในการนอนหลับหลักของร่างกายไปมากนัก

ควรทำอย่างไรดีถ้าตื่นมาแล้วยังมีอาการมึนงงหลังตื่นนอนอยู่

วิธีแก้ภาวะงัวเงียที่ดีที่สุดคือการกระตุ้นประสาทสัมผัสทันทีหลังตื่นนอน แนะนำให้เดินออกไปรับแสงแดดธรรมชาติ ล้างหน้าด้วยน้ำเย็นจัด หรือยืดเส้นยืดสายเบาๆ เพื่อส่งสัญญาณบอกสมองว่าหมดเวลาพักผ่อนแล้ว อาการมึนงงจะค่อยๆ หายไปภายในเวลาไม่เกิน 15-30 นาที

ถ้าพยายามนอนแล้วแต่นอนไม่หลับเลย แค่หลับตาเฉยๆ จะได้ผลไหม

ได้ผลอย่างแน่นอน การวิจัยพบว่าเพียงแค่นั่งนิ่งๆ ปิดตาลง และปล่อยวางความคิดในพื้นที่เงียบสงบเป็นเวลา 15 นาที สมองของคุณก็สามารถลดการทำงานของคลื่นสมองเบต้าและเข้าสู่โหมดพักผ่อนได้แล้ว ซึ่งช่วยลดความเหนื่อยล้าทางสายตาและจิตใจได้ใกล้เคียงกับการงีบหลับตื้น

หากคุณต้องการฟื้นฟูความเหนื่อยล้าอย่างเร่งด่วน ลองอ่านคำแนะนำเพิ่มเติมเกี่ยวกับ ควร Power Nap กี่นาที เพื่อผลลัพธ์ที่ดีที่สุด

การระบุแหล่งที่มา

  • [1] Ncbi - การศึกษาทดลองชี้ให้เห็นว่า ผู้ที่งีบหลับเพียง 20 นาที สามารถลดความผิดพลาดในการทำงานที่ต้องใช้ความสมาธิต่อเนื่องได้ถึง 27% เลยทีเดียว
  • [2] Pubmed - ผู้ที่ใช้วิธีดื่มกาแฟที่มีคาเฟอีนปริมาณ 200 มิลลิกรัม แล้วงีบหลับเป็นเวลา 30 นาที มีอาการเหนื่อยล้าทางสายตาน้อยลง