นอนให้น้ำเกลือ กี่บาท

63 ครั้งเข้าชม
ค่าใช้จ่ายการนอนให้น้ำเกลือ (โดยประมาณ): ค่ายาผู้ป่วยใน: เริ่มต้น 1,100 บาท ค่าน้ำเกลือ: เริ่มต้น 4,900 บาท ค่ายาฉีด: เริ่มต้น 11,200 บาท ค่าบริการพยาบาล (ทั่วไป): เริ่มต้น 5,400 บาท หมายเหตุ: ราคาเหล่านี้เป็นราคาเริ่มต้น และอาจแตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับโรงพยาบาล สภาพของผู้ป่วย และยาที่ใช้
ความคิดเห็น 0 ครั้งถูกใจ

ค่าใช้จ่ายในการนอนให้น้ำเกลือ?

ตอนนั้นป่วยหนักเลยค่ะ จำได้แม่นเลย เข้าโรงพยาบาลสมิติเวช สุขุมวิท เดือนสิงหาคม ปีที่แล้ว ค่าใช้จ่ายแพงมากกก! นอนห้องธรรมดา แค่ค่าห้องก็ปาไปเกือบห้าพันแล้ว

น้ำเกลืออย่างเดียว ก็ไม่ใช่ถูกๆ นะ จำได้ว่าหมอบอก เกือบห้าพัน ถ้าจำไม่ผิดนะ แต่ค่าตรวจเลือด ค่ายาต่างๆ นี่อีก เยอะมาก

ส่วนค่ายาฉีด นี่พุ่งไปเลย หมื่นกว่าบาท (จำตัวเลขเป๊ะๆ ไม่ได้ แต่ประมาณนั้นแหละ) ค่าพยาบาลอีก รวมๆ แล้ว หมื่นกว่าบาทอีก แค่ค่าบริการ ตอนนั้นเครียดมาก เงินเก็บแทบหมด

สรุปคือ แพงมาก จริง ๆ ค่าใช้จ่าย มันขึ้นอยู่กับหลายปัจจัยด้วยแหละ แล้วแต่โรงพยาบาล และอาการของแต่ละคน ของฉันนี่ หนักสุดแล้ว ตอนนั้น กลัวจะไม่มีเงินจ่ายค่าโรงพยาบาล เลยค่ะ

ให้น้ำเกลือโรงพยาบาลรัฐกี่บาท

งงงงงงงงง น้ำเกลือเนี่ยนะ แพงป่าววะ ที่ รพ. ชัยภูมิ ปีนี้ แบบธรรมดา 150 บาท/ถุง เห้ยยย แพงไปไหม แต่ถ้าแบบพิเศษ คงแพงกว่าอีก โอ้ยยย หัวจะปวด ต้องถามที่เคาน์เตอร์ก่อน ใช่ป่ะ ลืมไม่ได้ เด๋วโดนบวกเพิ่ม

  • ราคาปกติ 150 บาท/ถุง (รพ.ชัยภูมิ 2566)
  • ชนิดพิเศษ ราคาสูงกว่า
  • สอบถามก่อนจ่ายตังค์ทุกครั้ง จำไว้ๆๆ สำคัญมากกก

อื้อหือ ค่าใช้จ่ายแพงขึ้นทุกปีเลย สงสัยต้องประหยัดแล้ว เฮ้ออ ปีหน้าจะเท่าไหร่เนี่ย น่ากลัวจัง

แต่ละ รพ. ก็ไม่เท่ากันนะ อันนี้แค่ รพ. ชัยภูมิ โรงบาลอื่นอาจจะต่างออกไปอีก คิดหนักเลย เงินในกระเป๋าไม่พอ ต้องวางแผนดีๆ

ปีนี้ค่าครองชีพสูงขึ้น เฮ้ออ หมดตังค์อีกแล้ว เศร้าจัง

อยากให้น้ำเกลือต้องทำไง

การให้น้ำเกลือ หรือสารน้ำทางหลอดเลือดดำ ต้องอาศัยบุคลากรทางการแพทย์ครับ เพราะเป็นหัตถการที่ต้อง sterile และมีความเสี่ยง

  • เตรียมอุปกรณ์: ชุดให้น้ำเกลือ, น้ำเกลือ, เข็ม IV, สำลีแอลกอฮอล์, tourniquet, พลาสเตอร์ปิดแผล สิ่งสำคัญคืออุปกรณ์ต้อง sterile นะครับ
  • ตรวจสอบผู้ป่วย: ยืนยันตัวตน ชื่อ-สกุล, ประวัติการแพ้ยา สำคัญมาก! กันพลาด
  • เลือกตำแหน่ง: หาเส้นเลือดดำที่เห็นชัด หลังมือ, แขน (cephalic, basilic veins) ตำแหน่งดีมีชัยไปกว่าครึ่ง
  • แทงเข็ม: ใช้ tourniquet รัดเหนือตำแหน่งที่เลือก แทงเข็มตามองศาที่ถูกต้อง (ราวๆ 15-30 องศา) เลือดออก = เข้าเส้นเลือดแล้ว
  • ปรับอัตราการไหล: ปรับ drip rate ตามแผนการรักษาของแพทย์ นี่คือ หัวใจ ของการให้น้ำเกลือ
  • สังเกตอาการ: เฝ้าระวังอาการแพ้, บวม, ปวดบริเวณที่ให้ ถ้ามีอะไรผิดปกติ รีบ แจ้งพยาบาล

ข้อควรจำ: การให้น้ำเกลือไม่ใช่แค่แทงเข็ม แต่ต้องเข้าใจสรีรวิทยา, การทำงานของยา, และการประเมินผู้ป่วย องค์รวม ผมว่ามันคือศิลปะผสมวิทยาศาสตร์นะ

เกร็ดเล็กน้อย: เคยเจอเคสคนไข้กลัวเข็มมาก ต้องเบี่ยงเบนความสนใจ คุยเรื่องตลกๆ ช่วยลดความกังวลได้เยอะเลย

ผู้ป่วยในและผู้ป่วยนอกแตกต่างกันอย่างไร

IPD คืออะไร? นอนโรงบาลดิ! กว่า 6 ชม.ขึ้นไป หมอบอกต้องนอน งงป่ะวะ ฉันเคยเป็นนะ ไข้เลือดออก นอน 3 วัน เหนื่อยมากกกก

OPD ล่ะ? ไปหาหมอ ตรวจเสร็จก็กลับบ้าน ไม่ต้องนอน ง่ายกว่าเยอะ เหมือนไปคลินิกทั่วไปอ่ะ แต่ที่ รพ.ใหญ่ๆ ตรวจละเอียดกว่า จริงป่ะ?

แตกต่างยังไง? ชัดเจนอยู่แล้วป้ะวะ อันนึงต้องนอน อันนึงไม่ต้องนอน จบ!

  • IPD : นอนโรงพยาบาล
  • OPD : ไม่ต้องนอนโรงพยาบาล
  • IPD ระยะเวลานานกว่า 6 ชม. ขึ้นไป ตามคำสั่งแพทย์ ปีนี้ฉันไปตรวจสุขภาพประจำปีที่ รพ.กรุงเทพ โอเคอยู่นะ
  • OPD ตรวจเสร็จกลับบ้านได้เลย สะดวกดี แต่บางทีคิวก็ยาวนะ

คิดอะไรเรื่อยเปื่อยเนี่ย สมองฉันนี่ มั่วชะมัด วันนี้กินอะไรดีนะ หิวแล้ว ไปหาอะไรกินก่อนดีกว่า เดี๋ยวมาต่อ บาย!

แอดมิดต้องกี่ชั่วโมง

แอดมิตต้องกี่ชั่วโมงจึงนับเป็น IPD?

โดยทั่วไปแล้ว การนับชั่วโมงแอดมิตเพื่อจำแนกเป็น IPD (In-Patient Department) หรือผู้ป่วยในนั้น ขึ้นอยู่กับนโยบายของแต่ละโรงพยาบาล แต่โดยหลักการส่วนใหญ่ ต้องเกิน 6 ชั่วโมงขึ้นไป ถึงจะถูกนับเป็น IPD นั่นหมายความว่าหากเข้ารับการรักษาแล้วออกภายใน 6 ชั่วโมงอาจถูกจัดเป็นผู้ป่วยนอก (OPD)

ลองคิดดูนะครับ การกำหนดเกณฑ์แบบนี้สะท้อนถึงความพยายามในการจัดหมวดหมู่และจัดการทรัพยากรทางการแพทย์อย่างมีประสิทธิภาพ เพราะการดูแลผู้ป่วยในกับผู้ป่วยนอกแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง ทั้งในแง่ของการจัดเตรียมเตียง บุคลากร และการใช้เครื่องมือทางการแพทย์

  • เกิน 6 ชั่วโมง: จัดเป็น IPD (ต้องนอนพักรักษาตัวในโรงพยาบาล)
  • น้อยกว่า 6 ชั่วโมง: ส่วนใหญ่จัดเป็น OPD (ผู้ป่วยนอก) แต่ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจแพทย์และนโยบายของโรงพยาบาล บางกรณีอาจต้องพิจารณาเป็นกรณีๆ ไป

ข้อควรระวัง: เกณฑ์ 6 ชั่วโมงนี้เป็นเพียงหลักการทั่วไป โรงพยาบาลแต่ละแห่งอาจมีเกณฑ์แตกต่างกันเล็กน้อย ควรสอบถามโรงพยาบาลที่คุณจะเข้ารับการรักษาโดยตรงเพื่อความชัดเจน ปีนี้ (2566) ผมสังเกตเห็นว่าหลายโรงพยาบาลเริ่มใช้ระบบอิเล็กทรอนิกส์ในการบันทึกข้อมูลผู้ป่วยมากขึ้น จึงมีความแม่นยำมากขึ้นด้วย

(ข้อมูลนี้เป็นเพียงข้อมูลทั่วไป ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์ โปรดปรึกษาแพทย์หรือเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลเพื่อรับคำแนะนำที่ถูกต้อง)