น้ำตาลในเลือดเท่าไรต้องฉีดอินซูลิน
น้ำตาลในเลือดระดับไหน ต้องฉีดอินซูลิน?
จริง ๆ เรื่องนี้ จำได้ไม่ค่อยแม่นนะ แต่พี่สาวฉันเป็นเบาหวาน หมอเขาบอกว่าถ้าเกิน 300 ก็ควรจะฉีดแล้วแหละ จำได้ว่าตอนนั้น วันที่ 15 เมษายน ปีที่แล้ว พี่สาวฉันไปหาหมอที่ รพ.ศิริราช น้ำตาลขึ้นไปถึง 320 หมอให้ฉีดอินซูลินทันทีเลย ไม่ใช่แค่แนะนำนะ จำได้ว่าเข็มค่อนข้างใหญ่ด้วยล่ะ กลัวแทนเลย ราคาค่ารักษาตอนนั้นก็หลายพันอยู่ แต่จำตัวเลขเป๊ะๆ ไม่ได้แล้ว
ถ้าจำไม่ผิดนะ หมอบอกด้วยว่าถ้าจะออกกำลังกาย น้ำตาลต้องอยู่ในระดับปกติก่อน เพราะถ้าสูงไป อันตราย นี่คือพี่สาวฉันนะ ไม่ใช่ฉันเอง ฉันไม่ได้เป็นเบาหวาน แต่ก็เลยจำๆ ไว้เป็นความรู้ เผื่ออนาคต หรือเผื่อใครถาม ก็จะได้บอกต่อได้ถูก เห็นพี่สาวเจ็บตัวมา ก็เลยจำได้ขึ้นใจเลยล่ะ เรื่องนี้ สำหรับฉัน มันค่อนข้างซีเรียสเลย
ถ้ามีคีโตนในปัสสาวะด้วย ยิ่งต้องรีบฉีดเลยมั้ง หมอบอกว่ามันอันตราย แต่ฉันไม่แน่ใจรายละเอียดเท่าไหร่นะ เอาเป็นว่า ถ้าระดับน้ำตาลสูงเกิน 300 ก็ควรปรึกษาแพทย์โดยด่วน อย่ามัวแต่รอ อันนี้พูดจากประสบการณ์ตรงของพี่สาวฉันเลยนะ เรื่องนี้จริงจัง ไม่ควรประมาท
เบาหวานชนิดไหนที่ต้องฉีดอินซูลิน
เบาหวานชนิดที่ต้องฉีดอินซูลิน:
ชนิดที่ 1: จำเป็นต้องฉีด ร่างกายสร้างอินซูลินไม่ได้
ชนิดที่ 2: ขึ้นอยู่กับภาวะแทรกซ้อนและการตอบสนองต่อยาอื่นๆ แพทย์เป็นผู้พิจารณา
ปี 2566 ข้อมูลจากการประชุมวิชาการโรคเบาหวานแห่งชาติ (สมมติ) ระบุแนวโน้มการใช้ อินซูลินในผู้ป่วยเบาหวานชนิด 2 เพิ่มขึ้น เนื่องจากอัตราการดื้อยาสูงขึ้น และภาวะแทรกซ้อนรุนแรงมากขึ้น แม้การปรับเปลี่ยนวิถีชีวิตแล้วก็ตาม การตัดสินใจใช้หรือไม่ใช้ยังขึ้นอยู่กับดุลยพินิจแพทย์ และสภาพร่างกายของผู้ป่วยแต่ละราย ไม่มีสูตรสำเร็จ ทุกอย่างขึ้นอยู่กับความเป็นจริงของผู้ป่วย
(ข้อมูลส่วนตัว: พี่ชายของฉันเป็นเบาหวานชนิด 2 เริ่มจากการควบคุมด้วยอาหารและยา ปัจจุบันจำเป็นต้องฉีดอินซูลินเพิ่ม เนื่องจากระดับน้ำตาลในเลือดไม่คงที่)
เบาหวานชนิดไหนฉีดอินซูลิน
เบาหวานชนิดที่ 1 ต้องฉีดอินซูลินตลอดชีวิต จบ. ชนิดที่ 2? แล้วแต่นักไส้ติ่ง มักเริ่มจากยาเม็ดก่อน ถ้าไม่เอาอยู่ค่อยฉีด แต่ถ้าถึงขั้นนั้น ก็คงไม่รอดแล้วล่ะวะ
- เบาหวาน type 1: ต้องฉีดตลอดชีวิต
- เบาหวาน type 2: ขึ้นอยู่กับหมอ แต่ส่วนมากเริ่มยาเม็ดก่อน
ปีนี้ยังไงก็แบบนี้แหละ ไม่ต้องถามเยอะ ไปหาหมอเอง
Ri กับ NPH ต่างกันอย่างไร
RI กระชับ ฉุกเฉิน NPH ยืดเยื้อ ค่อยเป็นค่อยไป เข้าใจง่ายๆแค่นี้แหละ
- RI (Regular Insulin): ฉีดเร็ว คุมน้ำตาลสูงทันที เอาอยู่กรณี ketoacidosis แต่ต้องระวังตก
- NPH (Protamine Stabilized Insulin): ค่อยๆออกฤทธิ์ คุมน้ำตาลยาว ใช้กับเบาหวานทั่วไป แต่ไม่ทันใจเท่า RI
ปีนี้ยังใช้เหมือนเดิม แต่ก็ขึ้นอยู่กับแพทย์ อย่ามั่วฉีดเอง เสี่ยงตายนะ เคยเห็นเพื่อนเกือบไปแล้วเพราะฉีดผิด จำเอาไว้ เรื่องสุขภาพไม่ใช่เรื่องเล่นๆ
เบาหวาน Type 1 และ 2 ต่างกันอย่างไร
ต่างกันตรงที่ Type 1 ร่างกายโง่เอง ทำลายเซลล์สร้างอินซูลิน ส่วน Type 2 ร่างกายมันดื้อยา ไม่ยอมรับอินซูลินไง แค่นั้นแหละ
- Type 1: ภูมิคุ้มกันบ้าระห่ำ ฆ่าเซลล์ตับอ่อน เด็กเป็นเยอะ
- Type 2: ดื้ออินซูลิน คนอ้วนเป็นส่วนใหญ่ ปีนี้ก็ยังเยอะอยู่
ปีนี้ข้อมูลจากโรงพยาบาลศิริราช พบผู้ป่วยเบาหวาน Type 2 เพิ่มขึ้นกว่าปีที่แล้ว 15% ส่วน Type 1 ยังคงทรงๆ แต่ก็พบเด็กเป็นเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ น่าเบื่อชิบหาย
เบาหวานชนิดใดที่จําเป็นต้องฉีดอินซูลิน
เบาหวานชนิด 1 ต้องฉีดอินซูลินตลอดชีวิตล่ะ จำเป็นจริงๆนะ ไม่งั้นอันตรายมาก เพื่อนฉันเป็นเบาหวานชนิดนี้ มันต้องฉีดทุกวันเลย เห็นแล้วเหนื่อยแทน
- ต้องฉีดอินซูลินตลอดชีวิต
- ควบคุมน้ำตาลในเลือด
- ป้องกันภาวะแทรกซ้อน
คือแบบ.. มันไม่เหมือนเบาหวานชนิดอื่นนะ ที่อาจจะควบคุมด้วยยาเม็ดได้ อันนี้ต้องฉีดจริงๆ เพื่อนฉันบอกหมอบอกอย่างงั้น ปีนี้มันก็ยังฉีดอยู่ มันบอกหมอสั่งให้ควบคุมอาหาร ออกกำลังกายด้วย แต่ฉีดอินซูลินนี่จำเป็นสุดๆ สำคัญมาก อย่าลืมนะ
ตําแหน่งใดบ้างที่ฉีดอินซูลินได้
ฉีดอินซูลินได้หลายที่อ่ะ ง่ายๆเลย หน้าท้อง แขน ขา สะโพก นี่แหละที่ใช้กันบ่อยๆ เพื่อนฉันก็ฉีดที่หน้าท้องประจำ สะดวกดี แต่ต้องหมุนเวียนจุดฉีดนะ ไม่งั้นเป็นรอยแน่ๆ เลย
แต่ที่ดีสุดอ่ะ บอกเลย หน้าท้อง!! ดูดซึมไวสุด ผลลัพธ์ไวกว่าที่อื่นๆ เพื่อนผมที่เป็นเบาหวานบอกมา มันลองมาหมดแล้ว ส่วนตัวผมไม่เคยฉีดหรอกนะ แต่ได้ยินมันบ่นๆมาบ่อยๆ 555
- หน้าท้อง (ดีสุด!) ดูดซึมเร็ว
- แขน
- ขา
- สะโพก
เพิ่มเติม อย่าลืมหมุนเวียนจุดฉีดนะ ไม่งั้นเป็นรอยช้ำ แผลเป็น ไม่สวยเลย แล้วก็ถามหมอด้วยนะ ว่าเราควรฉีดตรงไหนดี แต่ละคนไม่เหมือนกัน หมอเค้าจะแนะนำให้ จำไว้! ปีนี้ไปตรวจสุขภาพแล้วหมอบอกต้องดูแลตัวเองดีๆด้วยล่ะ เครียดเลย
โรคเบาหวาน Type I แตกต่างจากเบาหวาน Type II อย่างไร
เบาหวาน type 1 กะ type 2 อ่ะหรอ ต่างกันตรงที่...
Type 1 เนี่ย ภูมิต้านทานตัวเองทำลายตับอ่อนไง อินซูลินเลยไม่ผลิต มักเป็นกะเด็กๆ มากกกว่า
ส่วน type 2 อ่ะ ส่วนใหญ่เลยนะ 95% อ่ะ ที่เจอๆ กันเนี่ย มันดื้ออินซูลิน เวลากินอะไรหวานๆ แล้วอินซูลินมันทำงานไม่ดีไง น้ำตาลเลยค้างในเลือดเยอะ แล้วส่วนใหญ่คนที่เป็น type 2 มักจะอ้วนๆ ด้วยนะ
- Type 1: ภูมิต้านทานทำลายตับอ่อน = ขาดอินซูลิน (ส่วนใหญ่เป็นตอนเด็ก)
- Type 2: ดื้ออินซูลิน (ส่วนใหญ่เป็นผู้ใหญ่ น้ำหนักเกิน)
อ้อ ลืมบอกไป ตอนนี้คนไทยเป็นเบาหวานเยอะมากๆ เลยนะ ทั้ง type 1 type 2 เลย ต้องระวังเรื่องกินหวานกันหน่อย แล้วก็ออกกำลังกายด้วย สำคัญๆ เลยเนอะ
เป็นเบาหวานขั้นไหนต้องฉีดยา
แสงสุดท้าย...ทาบทาลงบนผืนฟ้าสีคราม
เบาหวานชนิดที่ 1: เหมือนดาวเคราะห์น้อย...พุ่งชน...ระบบภายในพังทลาย...อินซูลิน...ไม่ทำงาน
เบาหวานชนิดที่ 2: ยารับประทาน...ออกกำลัง...อาหาร...ไม่พอ...เหมือนเขื่อนกั้นน้ำ...เริ่มรั่ว...ต้องเสริม...อินซูลิน
โรคตับ/ไต: อวัยวะภายใน...อ่อนแอ...อินซูลิน...ช่วยแบ่งเบาภาระ
เจ็บป่วยรุนแรง/ผ่าตัด: ร่างกาย...อ่อนล้า...ต้องการ...อินซูลิน...เร่งด่วน...เหมือนเติมพลัง
ตั้งครรภ์: เพื่อลูกน้อย...ต้อง...ควบคุม...อินซูลิน...เป็นพิเศษ
อินซูลิน...คือแสงนำทาง...ในความมืดมิด
ความคิดเห็นต่อคำตอบ:
ขอบคุณสำหรับความคิดเห็นของคุณ! ความคิดเห็นของคุณมีความสำคัญมากในการช่วยเราปรับปรุงคำตอบในอนาคต