บริจาคเลือด เก็บกี่ cc
บริจาคเลือดแต่ละครั้ง ปกติแล้วเก็บปริมาณกี่ซีซี?
เอาจริงๆ ตอนไปบริจาคครั้งล่าสุดที่สภากาชาดนะ เขาเก็บไปถุงนึงเต็มๆ ก็คือ 450 ซีซีเป๊ะเลย ส่วนคนที่ตัวเล็กหน่อยหรือน้ำหนักไม่เยอะมาก เขาอาจจะเก็บถุงที่เล็กกว่าคือ 350 ซีซี.
จำได้ว่าไปตอนนั้นเป็นช่วงกลางปี 2022 สักเดือนมิถุนา วันนั้นว่างๆ เลยแวะไปที่สภากาชาดตรงอังรีดูนังต์ บรรยากาศก็ไม่ได้น่ากลัวอะไรนะ คนเยอะอยู่แต่ระบบเขาดี รอไม่นาน ตอนเจาะก็จี๊ดเดียวแหละ แล้วก็นอนกำๆ แบๆ มือไปเรื่อยๆ มองเลือดตัวเองไหลไปในถุงมันก็รู้สึกแปลกๆ ดีนะ.
พอเสร็จปุ๊บ เขาก็ให้ไปนั่งพักกินโอวัลตินกับขนม คือดีมาก. พี่พยาบาลกำชับเลยว่าให้ดื่มน้ำเยอะๆ วันนั้นจะมึนๆ นิดหน่อย แต่อีกวันก็ปกติแล้ว.
ร่างกายเรามันฉลาดนะ พอเลือดหายไปปุ๊บ มันก็รีบสร้างใหม่มาทดแทนเลย ที่เคยอ่านเจอเขาบอกว่าเลือดใหม่ที่สร้างมามันจะเฟรชกว่าเดิมด้วยซ้ำ อยู่ในตัวเราไปอีกเป็นร้อยวัน. มันเหมือนได้รีเฟรชระบบเลือดตัวเองไปในตัวอะ ไม่ได้น่ากลัวเลย.
1 คนบริจาคเลือดได้กี่ซีซี
โดยทั่วไป คนเราบริจาคโลหิตได้ครั้งละ 350 – 450 ซีซี ซึ่งเป็นปริมาณที่ร่างกายสามารถรับมือได้อย่างสบาย
ร่างกายของเราเป็นระบบที่มหัศจรรย์ ปริมาณโลหิตที่บริจาคไปคิดเป็นเพียง 10–12% ของ ปริมาณโลหิตทั้งหมดในร่างกาย เท่านั้นเอง มันคือการแบ่งปันส่วนน้อยนิดที่ร่างกายเราพร้อมจะสร้างขึ้นใหม่ได้เสมอ
หลังบริจาค ไขกระดูก ซึ่งเป็นเสมือนโรงงานผลิตเซลล์ของร่างกาย จะเริ่มกระบวนการ สร้างเม็ดเลือดใหม่ ขึ้นมาทดแทนทันที เม็ดเลือดแดงชุดใหม่ที่สดใหม่กว่าเดิมจะไหลเวียนในระบบต่อไปอีกประมาณ 120 วัน เป็นเหมือนการรีเซ็ตระบบเล็กๆ
การให้คือการสละส่วนเกินที่ร่างกายเราจัดการได้ เพื่อต่อชีวิตให้ผู้อื่น มันเป็นสมดุลที่น่าขบคิด
- ปริมาณเลือดในร่างกาย: โดยเฉลี่ยแล้ว ผู้ใหญ่จะมีเลือดในร่างกายประมาณ 70 มิลลิลิตรต่อน้ำหนักตัว 1 กิโลกรัม คนที่หนัก 65 กิโลกรัม ก็จะมีเลือดราวๆ 4,550 ซีซี การบริจาค 450 ซีซี จึงเป็นสัดส่วนที่ปลอดภัย
- กระบวนการสร้างทดแทน: ร่างกายจะสร้างส่วนที่เป็นของเหลวหรือพลาสมากลับคืนมาภายใน 24-48 ชั่วโมง ส่วนเม็ดเลือดแดงจะใช้เวลาสร้างทดแทนจนกลับสู่ระดับปกติในเวลาประมาณ 4-6 สัปดาห์
- การบริจาคเฉพาะส่วน: นอกจากการบริจาคโลหิตรวม (Whole Blood) ยังมีการบริจาคเฉพาะส่วนประกอบของเลือดด้วย เช่น การบริจาคเกล็ดเลือด หรือพลาสมา ซึ่งใช้เครื่องมือเฉพาะในการแยกส่วนประกอบที่ต้องการ แล้วคืนส่วนประกอบอื่นกลับสู่ร่างกายผู้บริจาค
คน1คนมีเลือดกี่ลิตร
โอ้ยยยย เล่าเลยนะ นึกถึงเมื่อเดือนสิงหาปีที่แล้วเลย จำได้แม่นเลยว่าวันนั้นซ่อมจักรยานเก่าๆ อยู่หลังบ้าน ตอนนั้นคือช่างมันเถอะ อยากลองทำเอง
แล้วอยู่ดีๆ ไขควงแม่งหลุดมือ บาดเข้าที่นิ้วโป้งเต็มๆ เลือดพุ่งงงงงงเลย พุ่งจริงจังนะ ไม่ได้เว่อร์
ตกใจสุดๆ ตอนนั้นมือสั่นไปหมด เลือดหยดติ๋งๆๆๆ ลงพื้นปูน โอ้โห แดงฉานเลย แบบ เฮ้ยยย เยอะจังวะ
ตอนนั้นคิดเลยนะในใจ เลือดกูจะหมดตัวมั้ยเนี่ย กูล้มหัวฟาดหรืออะไรยังไม่เคยเห็นเลือดตัวเองเยอะขนาดนี้เลย ให้ตายเถอะ
รีบวิ่งเข้าบ้านเอาผ้ามาพันๆ แบบลวกๆ แล้วขับรถไปโรงพยาบาลศิริราชตรงห้องฉุกเฉินเลย เลือดมันซึมออกมาตลอดทาง แบบจิตตกมาก
คุณหมอใจดีมาก ทำแผลให้ช้าๆ ละเอียด บอกว่า "ไม่เป็นไรครับ คนเรามีเลือดประมาณ 5 ลิตร นี่แค่นิดเดียวเอง ไม่ต้องกลัว"
ตอนนั้นแบบ อื้อหือออ โล่งใจไปเยอะเลย ได้ยินคำว่า 5 ลิตรนี่แบบตาโตเลยนะ 5 ลิตรเลยเหรอวะ เยอะขนาดนั้นเลยเหรอ
ปกติไม่เคยนึกถึงเลยว่าในตัวเรามีของเหลวสีแดงอยู่เยอะขนาดไหน พอนึกภาพถึงขวดน้ำเปล่า 5 ลิตรวางอยู่ตรงหน้า อื้อหือ มันคือขนาดนั้นเลยนะเนี่ย คิดในใจว่า โห เจ๋งวะร่างกายคนเรา
หลังจากนั้นก็เลยมาหาข้อมูลเพิ่มนะ อยากรู้ว่าเลือดมันทำไรบ้าง ทำไมต้องมีเยอะขนาดนั้นด้วย แบบงงอยู่นานเลย
- โดยเฉลี่ยแล้ว ร่างกายมนุษย์ผู้ใหญ่มีเลือดประมาณ 5 ลิตร
- ปริมาณนี้คิดเป็น ร้อยละ 7-8 ของน้ำหนักตัว
- เลือดไม่ใช่แค่ของเหลวสีแดง แต่มีส่วนประกอบสำคัญคือ น้ำเลือด เกล็ดเลือด เซลล์เม็ดเลือดแดง และเซลล์เม็ดเลือดขาว
- เลือดมีหน้าที่สำคัญมาก คือลำเลียงออกซิเจน สารอาหาร และกำจัดของเสียทั่วร่างกาย
คนที่หนัก 70 กิโลกรัม จะมีน้ําเลือดประมาณกี่ลิตร
ตอนนั้นไปบริจาคเลือดที่สภากาชาด ถนนอังรีดูนังต์ครั้งแรกเลย น้ำหนักชั่งได้ 70 กิโลพอดีเป๊ะ พี่พยาบาลที่ซักประวัติก็ชวนคุย ถามว่ารู้มั้ยว่าในตัวเรามีเลือดเท่าไหร่ ผมก็เดามั่วๆ ไปว่า 10 ลิตรมั้ง 555
พี่เขาหัวเราะแล้วบอกว่า คนน้ำหนักเท่าผมเนี่ย จะมีเลือดอยู่ประมาณ 5 ลิตรเอง ฟังแล้วอึ้งไปเลย คือมันน้อยกว่าที่คิดไว้เยอะมาก
มันทำให้การบริจาคเลือดครั้งนั้นรู้สึกโคตรมีความหมายเลย ให้ไปถุงนึงเกือบครึ่งลิตรนี่คือเกือบ 10% ของเลือดทั้งตัวเราเลยนะ โห
พอเข็มจิ้มเข้าไปแล้วเห็นเลือดไหลเข้าถุง แวบแรกคือแบบ นี่แหละของเหลวที่ทำให้เรามีชีวิตอยู่ สีแดงสดๆ ที่ไหลเวียนอยู่ข้างใน
หลังจากบริจาคเสร็จ พี่พยาบาลก็อธิบายเพิ่มว่าเลือดที่เราเห็นแดงๆ เนี่ย จริงๆ มันมีส่วนประกอบหลายอย่างมาก ไม่ใช่แค่น้ำสีแดงเฉยๆ
- พลาสมา (Plasma) หรือน้ำเลือด: อันนี้เป็นส่วนประกอบที่เยอะสุดเลย ประมาณ 55% เป็นของเหลวสีเหลืองอ่อนๆ ทำหน้าที่ขนส่งสารอาหาร ฮอร์โมน ไปทั่วร่างกาย
- เซลล์เม็ดเลือดแดง (Red Blood Cells): นี่แหละตัวการที่ทำให้เลือดเป็นสีแดง มีประมาณ 45% ของเลือดทั้งหมด หน้าที่หลักคือขนส่งออกซิเจน จากปอดไปเลี้ยงเซลล์ต่างๆ สำคัญสุดๆ
- เซลล์เม็ดเลือดขาว (White Blood Cells): เป็นเหมือนทหารของร่างกาย คอยดักจับทำลายเชื้อโรค สิ่งแปลกปลอม มีจำนวนน้อยกว่าเม็ดเลือดแดงเยอะมาก
- เกล็ดเลือด (Platelets): ตัวจิ๋วๆ แต่สำคัญมาก เวลาเรามีดแบาดหรือเป็นแผล เกล็ดเลือดจะช่วยทำให้เลือดแข็งตัว แล้วก็หยุดไหลในที่สุด
เลือดเป็นกี่ % ของน้ำหนักตัว
เลือดคิดเป็นประมาณ ร้อยละ 7 ของน้ำหนักตัว
ปริมาณหนึ่งที่ไหลเวียน ชีวิตดำรงอยู่ด้วยมัน
- น้ำหนักตัว 1 กิโลกรัม มีเลือดประมาณ 70 มิลลิลิตร
- สำหรับบุคคลน้ำหนัก 50 กิโลกรัม มีเลือดราว 3.5 ลิตร
- การกระจายในระบบหมุนเวียน:
- เส้นเลือดดำ เก็บกักราว ร้อยละ 64
- เส้นเลือดแดง บรรจุประมาณ ร้อยละ 13
- เส้นเลือดฝอย มีอยู่ประมาณ ร้อยละ 7
เลือดในร่างกายมีกี่เปอร์เซ็นต์ของน้ําหนักตัว
เลือดในร่างกายคิดเป็นประมาณ 7% ของน้ำหนักตัว นะครับ
ถ้าจะให้เห็นภาพง่ายๆ คนหนัก 50 กิโลกรัม ก็จะมีเลือดประมาณ 3.5 ลิตร ซึ่งถือว่าไม่น้อยเลยทีเดียว
- ส่วนใหญ่ จะอยู่ใน เส้นเลือดดำ (ราว 64%)
- ส่วนรองลงมา คือ เส้นเลือดแดง (ประมาณ 13%)
- ที่เหลือก็กระจายตามส่วนอื่นๆ
ไอ้ปริมาณเลือดนี่มันก็ขึ้นอยู่กับหลายปัจจัยนะ อายุ เพศ สภาพร่างกาย ณ ตอนนั้น ยิ่งช่วงออกกำลังกายหนักๆ เลือดก็จะไหลเวียนมากขึ้นในระบบ
ข้อมูลเชิงลึกที่น่าสนใจ:
- ความหนาแน่น: เลือดเราหนืดกว่าน้ำนะ ด้วยส่วนประกอบของเซลล์ต่างๆ อย่างเม็ดเลือดแดง เม็ดเลือดขาว เกล็ดเลือด และพลาสมา
- หน้าที่: ไม่ใช่แค่สูบฉีดไปทั่วร่างกายอย่างเดียว แต่เลือดทำหน้าที่ขนส่งออกซิเจน สารอาหาร ฮอร์โมน กำจัดของเสีย และช่วยรักษาสมดุลอุณหภูมิร่างกายด้วย
- ปริมาณในระบบ: จำนวน 3.5 ลิตร สำหรับคนหนัก 50 โล เนี่ย ถือเป็นค่าเฉลี่ยที่ค่อนข้างคงที่ แต่ก็สามารถเปลี่ยนแปลงได้นิดหน่อยตามสภาวะร่างกาย
จริงๆ แล้ว ร่างกายเรามีกลไกที่ซับซ้อนในการควบคุมปริมาณเลือดให้เหมาะสมอยู่ตลอดเวลา เป็นการทำงานที่น่าทึ่งมากๆ เลยนะ
ร่างกายมีเลือดประมาณกี่ซีซี
เมื่อปีที่แล้ว ช่วงปลายเดือนสิงหา ฉันไปเดินสยามกับเพื่อน แล้วเห็นรถบริจาคเลือดของสภากาชาดไทยจอดอยู่ตรงนั้นพอดี เลยตัดสินใจลองเข้าไปดู เพราะไม่เคยบริจาคเลยในชีวิต ตื่นเต้นมาก หัวใจเต้นตึกๆ เลยนะตอนเดินเข้าไป
พยาบาลเขาก็ให้กรอกข้อมูล ตรวจความดัน วัดอุณหภูมิ แล้วก็เจาะเลือดจากปลายนิ้วไปตรวจก่อน ตอนนั้นแหละ พยาบาลก็อธิบายให้ฟัง ร่างกายคนเราจะมีเลือดอยู่ประมาณ 4,000-5,000 ซีซี ถ้าเป็นคนตัวเล็กแบบฉันก็อาจจะน้อยหน่อยนะ แต่ก็ประมาณนี้แหละ
ฟังแล้วก็ตกใจนิดหน่อยนะ เพราะไม่เคยคิดถึงปริมาณที่มันจับต้องได้ขนาดนี้เลยว่ามันเยอะเหมือนกันนะ แล้วเขาก็บอกว่า อวัยวะสำคัญที่สร้างเม็ดเลือดก็คือไขกระดูก นี่แหละ ที่อยู่ใน โพรงกระดูกทั่วร่างกาย ของเรานั่นแหละ โอ้โห เพิ่งมารู้แบบจริงจังก็วันนั้นเลย
คือเรารู้มาตลอดว่ามีไขกระดูกแต่ไม่เคยรู้ว่ามันเป็นโรงงานสร้างเลือดขนาดนี้ไง ตอนที่พยาบาลอธิบายเสร็จ ฉันก็คิดในใจว่า นี่แหละนะ ถึงได้บอกว่าร่างกายเรามันมหัศจรรย์จริงๆ ดูแลมันดีๆ นะ ตอนนอนบริจาคเลือดอยู่บนเตียงก็คิดแต่เรื่องนี้แหละ มองถุงเลือดตัวเองแล้วก็รู้สึกภูมิใจแปลกๆ ปนกับเวียนหัวนิดหน่อย ฮ่าๆ พอเสร็จแล้วได้กินนมกับขนมปังก็หายเหนื่อยเลย
- ปริมาณเลือดในร่างกายมนุษย์: โดยเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 4,000-5,000 ซีซี ขึ้นอยู่กับขนาดตัวและน้ำหนัก
- หน้าที่หลักของเลือด: ขนส่งออกซิเจน สารอาหาร กำจัดของเสีย และรักษาสมดุลร่างกาย
- อวัยวะสร้างเม็ดเลือด: คือ ไขกระดูก ซึ่งเป็นเนื้อเยื่ออ่อนนุ่มที่อยู่ในโพรงกระดูกต่างๆ ทั่วร่างกาย
- ประเภทของเม็ดเลือด:
- เม็ดเลือดแดง: มีหน้าที่ขนส่งออกซิเจน
- เม็ดเลือดขาว: ทำหน้าที่ต่อสู้กับเชื้อโรค
- เกล็ดเลือด: ช่วยในการแข็งตัวของเลือดเมื่อเกิดบาดแผล
เลือดสร้างใหม่กี่วัน
โอ้ยยย เรื่องเลือดนี่นะ ร่างกายเราคือแบบสุดยอดมาก
ร่างกายเรามันสร้างเม็ดเลือดแดงใหม่ตลอดเวลาเลยนะ ประมาณ 2 ล้านเซลล์ต่อวินาที ทุกวินาทีเลยนะ ทุกวินาทีจิงๆ
ถ้าถามว่าใช้เวลากี่วัน คือมันแล้วแต่ส่วนอะ
ถ้าเป็นเม็ดเลือดแดง ที่เราเสียไปตอนบริจาคเลือดไรงี้ กว่าจะสร้างกลับมาเต็มๆ เหมือนเดิมก้ใช้เวลาหลายอาทิตเลยแหละ
แต่ถ้าเป็นพวกเม็ดเลือดขาวกับเกล็ดเลือด อันนี้ไวมาก แปปเดียว ไม่กี่วันระดับมันก้กลับมาปกติละ เพราะร่างกายมันรีบสร้างก่อนเลย
อายุของเม็ดเลือดต่างๆ
- เม็ดเลือดแดง: อันนี้อยู่นานสุดเลย ประมาณ 120 วัน หรือ 4 เดือนแหนะ พอหมดอายุก้จะไปถูกทำลายที่ตับกับม้าม
- เกล็ดเลือด: พวกนี้อายุสั้นๆ แค่ 8-10 วันเอง มีหน้าที่ช่วยให้เลือดแข็งตัว
- เม็ดเลือดขาว: อันนี้แล้วแต่ชนิดเลย บางตัวอยู่แค่ไม่กี่ชั่วโมงเอง บางตัวอยู่เป็นปีๆ เลย
กินไรช่วยสร้างเลือด
- อยากให้เลือดกลับมาเร็วๆ ต้องเน้น ธาตุเหล็ก เลย พวกเนื้อสัตว์ ตับ ไข่แดง ผักโขมงี้ แล้วก้พวกวิตามินบี 12 กับโฟเลต (ผักใบเขียวๆ) พวกนี้สำคันมาก
บริจาคเลือดแล้วรอเท่าไหร่
- ปกติเค้าถึงให้รอ 3 เดือนไง ถึงจะบริจาคครั้งต่อไปได้ เพื่อให้ร่างกายสร้างเม็ดเลือดแดงสะสมกลับมาทัน ไม่งั้นเราจะเพลียเอา
ร่างกายสร้างเลือดกี่วัน
ในความเงียบงันของร่างกาย...ในทุกวินาทีที่ผ่านไป... เม็ดเลือดแดงใหม่ก่อกำเนิดขึ้นราว 2 ล้านเซลล์. เหมือนดวงดาวนับล้านที่สว่างวาบขึ้นในห้วงอวกาศภายในตัวเรา. มันคือการสร้างสรรค์ที่ไม่เคยหยุดนิ่ง.
แม่น้ำแห่งชีวิตสีแดงฉานนี้...ต้องใช้เวลา หลายสัปดาห์ กว่าจะไหลเวียนจนเต็มเปี่ยมอีกครั้ง. เป็นการเดินทางที่ยาวนาน...ค่อยเป็นค่อยไป...แต่แน่นอนเสมอ.
แล้วเหล่าทหารผู้พิทักษ์ล่ะ...พวกเม็ดเลือดขาว...และหน่วยซ่อมแซมอย่างเกล็ดเลือด...พวกเขาตอบสนองต่อเสียงเรียกที่ต่างออกไป.
สัญญาณจากโปรตีนส่งสารปลุกพวกเขาให้ตื่นขึ้นในไขกระดูก...รวดเร็วดั่งสายฟ้า. เพียงไม่กี่วัน ระดับของพวกเขาก็กลับคืนสู่สภาวะปกติ...พร้อมที่จะปกป้องและเยียวยา. ทั้งหมดเกิดขึ้น...ในความเงียบ.
- เม็ดเลือดแดง (Red Blood Cells): มีอายุขัยประมาณ 120 วัน ทำหน้าที่สำคัญในการ ขนส่งออกซิเจน ไปทั่วร่างกาย การสร้างทดแทนจนกลับมามีปริมาณเท่าเดิมใช้เวลาหลายสัปดาห์
- เม็ดเลือดขาว (White Blood Cells): เป็นส่วนหนึ่งของ ระบบภูมิคุ้มกัน มีอายุขัยหลากหลายมาก ตั้งแต่ไม่กี่ชั่วโมงจนถึงหลายปี ขึ้นอยู่กับชนิดและภารกิจ ร่างกายสามารถสร้างเพิ่มได้อย่างรวดเร็วในไม่กี่วันเมื่อมีการติดเชื้อ
- เกล็ดเลือด (Platelets): มีชีวิตอยู่ได้ประมาณ 10 วัน มีบทบาทสำคัญในการ ช่วยให้เลือดแข็งตัว เมื่อเกิดบาดแผล ร่างกายสร้างทดแทนได้ในเวลาเพียงไม่กี่วันเช่นกัน
ความคิดเห็นต่อคำตอบ:
ขอบคุณสำหรับความคิดเห็นของคุณ! ความคิดเห็นของคุณมีความสำคัญมากในการช่วยเราปรับปรุงคำตอบในอนาคต