บิลลี่ไอลิช เป็นโรคอะไร

122 ครั้งเข้าชม
บิลลี่ ไอลิช เผยประสบการณ์ชีวิตกับ Tourette Syndrome โรค Tourette Syndrome: เป็นภาวะทางระบบประสาทที่ทำให้เกิดอาการกระตุก (tics) ทั้งแบบการเคลื่อนไหวและเสียง การเผชิญตั้งแต่เด็ก: บิลลี่ ไอลิช พบเจอและอยู่กับโรคนี้มาตั้งแต่ยังเด็ก ผลกระทบ: เผยให้เห็นถึงความท้าทายและวิธีการจัดการกับอาการนี้ในชีวิตประจำวันและการทำงานในวงการบันเทิง การเปิดใจนี้ช่วยสร้างความเข้าใจและลดอคติเกี่ยวกับ Tourette Syndrome
ความคิดเห็น 0 ครั้งถูกใจ

บิลลี่ ไอลิช ป่วยเป็นโรคอะไร? อาการและสาเหตุที่แท้จริงคืออะไร?

บิลลี่ ไอลิช เป็นโรคทูเร็ตต์ ซินโดรม (Tourette Syndrome) เธอเป็นมาตั้งแต่เด็กแล้วนะ ตอนอายุ 11. ตอนแรกๆ ที่เห็นในคลิปสัมภาษณ์ก็ยังงงๆ ว่าทำไมเธอขยับหัวแปลกๆ หรือทำตาเหลือกขึ้น.

ผมจำได้ชัดเลยตอนดูในรายการของเดวิด เลตเทอร์แมน My Next Guest Needs No Introduction บน Netflix. ตอนนั้นประมาณปี 2022. อยู่ดีๆ เธอก็มีอาการทิค (tic) คือหันคอแล้วยักไหล่. เลตเทอร์แมนก็ถามขึ้นมา แล้วบิลลี่ก็เปิดใจเล่าเลยว่ามันคือทูเร็ตต์. มันเป็นโมเมนต์ที่จริงมากๆ.

อาการที่เห็นบ่อยๆ ของบิลลี่ก็คือการขยับกล้ามเนื้อบนหน้า หู หรือคอแบบที่ควบคุมไม่ได้. มันไม่ใช่การสบถหรือพูดคำหยาบแบบที่คนส่วนใหญ่เข้าใจผิดกัน. เธอเคยบอกว่ามันเหนื่อยมากนะที่ต้องอยู่กับมันตลอดเวลา.

แต่แปลกดีที่ตอนเธออยู่บนเวทีคอนเสิร์ต อาการพวกนี้แทบไม่เกิดขึ้นเลย. เหมือนว่าการโฟกัสกับการร้องเพลงกับการแสดงมันช่วยให้เธอควบคุมมันได้ดีขึ้น. เรื่องนี้มันทำให้ผมมองเธอเปลี่ยนไปเลยนะ คือเธอโคตรจะสู้เลย.

โรคติกส์ในเด็กรักษายังไง

ยาไม่ใช่คำตอบแรก.

แต่จำเป็นเมื่ออาการรบกวนชีวิต. มือสั่นจนเขียนไม่ได้. เสียงที่ควบคุมไม่อยู่. เมื่อบุคลิกภาพถูกกระทบ.

ยาทำหน้าที่กดอาการ. ไม่ใช่การรักษาให้หายขาด. แค่ลดความถี่และความรุนแรงลง. กินเป็นช่วงๆ. เมื่อจำเป็น. ไม่ต้องกินตลอดชีวิต. แพทย์เป็นผู้ประเมิน.

  • กลุ่มยาที่ใช้: โดยทั่วไปคือ Atypical Antipsychotics (เช่น Aripiprazole, Risperidone) และ Alpha-2 Adrenergic Agonists (เช่น Clonidine) ชื่อยาเป็นเพียงตัวอย่างเท่านั้น.
  • ผลข้างเคียง: ง่วงซึม. น้ำหนักตัวเพิ่ม. การเปลี่ยนแปลงทางอารมณ์. ทุกอย่างต้องอยู่ในการดูแลของแพทย์.
  • เป้าหมายของการใช้ยา: ไม่ใช่การทำให้อาการเป็นศูนย์. แต่คือการลดอาการให้มากพอ เพื่อให้เด็กใช้ชีวิตได้ตามปกติ. กลับไปเรียน. เข้าสังคมได้.
  • ทางเลือกอื่น: การบำบัดปรับพฤติกรรม หรือ CBIT (Comprehensive Behavioral Intervention for Tics) คือแนวทางการรักษาหลัก. ยาคือตัวเลือกถัดมาเมื่อพฤติกรรมบำบัดไม่เพียงพอ.

กล้ามเนื้อกระตุกเพราะอะไร

กล้ามเนื้อกระตุกเนี่ย หลายสาเหตุเลยนะ หลักๆ ที่เห็นบ่อยๆ เลยคือ

  • ออกกำลังหนักไปหน่อย: เวลาเราซัดเต็มที่ กล้ามเนื้อก็เหนื่อยล้า แถมมีกรดแลคติก (Lactic acid) มาสะสมอีก ทำให้มันหงุดหงิด กระตุกได้ง่าย

  • ใจมันวุ่นวาย: เครียด วิตก กังวล หรือนอนไม่พอเนี่ย ตัวการเลย ระบบประสาทมันรวนๆ รวนๆ ก็เลยส่งสัญญาณผิดๆ ไป กล้ามเนื้อเลยแสดงออกด้วยอาการกระตุก

  • ขาดของที่จำเป็น: ร่างกายก็ต้องการวัตถุดิบบางอย่างนะ ถ้าขาดน้ำ เกลือแร่ หรือวิตามิน โดยเฉพาะพวกวิตามินบีเนี่ย มันกระทบกับระบบประสาทโดยตรงเลยนะ

เพิ่มเติม:

  • อิเล็กโทรไลต์เสียสมดุล: พวกโพแทสเซียม แมกนีเซียม แคลเซียม นี่สำคัญมากกับการทำงานของกล้ามเนื้อและเส้นประสาท การเสียสมดุลของพวกนี้ก็ทำให้กระตุกได้เหมือนกัน

  • ยาบางตัว: อันนี้ก็มีผลนะ ยาบางประเภทอาจมีผลข้างเคียงที่ทำให้กล้ามเนื้อกระตุกได้

  • ภาวะทางการแพทย์บางอย่าง: ถึงจะไม่บ่อย แต่มันก็มีภาวะทางการแพทย์บางอย่างที่แสดงอาการด้วยกล้ามเนื้อกระตุกได้เหมือนกัน ถ้าเป็นบ่อยๆ หรือมีอาการอื่นร่วมด้วย ควรไปปรึกษาหมอดีกว่านะ

ขาด วิตามิน อะไร ทำให้ กล้าม เนื้อ กระตุก

อาการ กล้ามเนื้อกระตุก มักเป็นสัญญาณจากร่างกายที่พยายามจะบอกอะไรบางอย่างกับเรา มันไม่ใช่แค่เรื่องของความล้าเสมอไป แต่เป็นการทำงานที่ผิดปกติของระบบประสาทและกล้ามเนื้อ ซึ่งสารอาหารมีบทบาทสำคัญมาก

แมกนีเซียม ทำหน้าที่เหมือนผู้ควบคุมการส่งสัญญาณประสาทไปยังกล้ามเนื้อ เมื่อมันขาดไป การส่งสัญญาณจะวุ่นวาย กล้ามเนื้อเลยหดตัวแบบควบคุมไม่ได้ เหมือนประตูที่ไม่มีคนเฝ้า ใครจะเข้าออกก็ได้

ส่วน แคลเซียม ก็สำคัญไม่แพ้กัน แต่แคลเซียมจะทำงานได้ดีต้องมี วิตามินดี เป็นตัวช่วยในการดูดซึม สองตัวนี้ทำงานร่วมกันเพื่อควบคุมการหดและคลายตัวของกล้ามเนื้อ ถ้าขาดตัวใดตัวหนึ่งไป วงจรนี้ก็พัง

อย่าลืม กลุ่มวิตามินบี โดยเฉพาะ B1, B6, และ B12 ซึ่งจำเป็นต่อสุขภาพของปลอกประสาท (myelin sheath) ถ้าปลอกประสาทเสียหาย สัญญาณไฟฟ้าก็จะรั่วไหล ทำให้กล้ามเนื้อกระตุกได้ง่าย มันคือความสมบูรณ์ของระบบส่งสัญญาณ

ร่างกายเราเป็นระบบนิเวศที่ซับซ้อน การกระตุกเล็กๆ ที่เปลือกตาหรือน่อง อาจเป็นแค่เสียงกระซิบจากระบบที่กำลังขาดสมดุล การฟังเสียงเหล่านั้นคือการดูแลตัวเองในระดับที่ลึกซึ้งกว่าแค่การกินยา

  • โพแทสเซียม (Potassium): อีกหนึ่งอิเล็กโทรไลต์สำคัญที่ควบคุมสมดุลของเหลวและสัญญาณประสาท พบมากในกล้วยและผักโขม
  • ภาวะขาดน้ำ (Dehydration): การดื่มน้ำไม่เพียงพอทำให้สมดุลอิเล็กโทรไลต์เสียไป ซึ่งเป็นสาเหตุโดยตรงของอาการกระตุก บางครั้งแค่ดื่มน้ำเพิ่มก็หาย
  • แหล่งอาหารสำคัญ:แมกนีเซียม พบในถั่ว อะโวคาโด ดาร์กช็อกโกแลต / แคลเซียม จากนม ปลาตัวเล็ก / วิตามินบี ในเนื้อสัตว์ ไข่ ธัญพืชไม่ขัดสี
  • ข้อควรระวัง: หากอาการกระตุกเป็นบ่อย รุนแรง หรือมีอาการอื่นร่วมด้วย เช่น กล้ามเนื้ออ่อนแรง ควรปรึกษาแพทย์ เพราะอาจเป็นสัญญาณของภาวะอื่นที่ซับซ้อนกว่า

ทําไมอยู่ดีๆ กล้ามเนื้อถึงกระตุก

เมื่อวานตอนเย็นนะ ประมาณหกโมงกว่าๆ ได้ไปวิ่งมาราธอนที่สวนสาธารณะแห่งชาติเชียงใหม่ รู้สึกเหนื่อยมาก วิ่งไปได้สัก 10 กิโลเมตร ก็เริ่มรู้สึกขาซ้ายมันกระตุก ตึงๆ ไปหมด เหมือนกล้ามเนื้อจะฉีก

ตอนแรกก็ไม่คิดอะไรมาก คิดว่าคงเป็นเพราะเราหักโหมเกินไป วิ่งเร็วเกินไปสำหรับสภาพอากาศตอนนั้น อากาศมันร้อนอบอ้าวมากๆ เหงื่อออกเยอะมากจนรู้สึกตัวเบาโหวงไปเลย พอวิ่งเสร็จกลับถึงห้องตอนสองทุ่ม ก็ยังกระตุกอยู่เลย ยิ่งตอนจะนอนนะ แทบจะหลับไม่ลง ขากระตุกถี่ๆ จนต้องลุกขึ้นมานั่ง ยิ่งขยับก็ยิ่งกระตุก

มันเหมือนมีอะไรบางอย่างดึงกล้ามเนื้อเราอะ รู้สึกเจ็บๆ ชาๆ ด้วย ตอนนั้นก็เริ่มกังวลแล้วว่าจะเป็นอะไรหนักรึเปล่า

สาเหตุที่กล้ามเนื้อกระตุก:

  • ออกกำลังกายหนักเกินไป: อันนี้ชัดเจนเลยสำหรับเราเมื่อวาน เพราะวิ่งมาราธอน ร่างกายมันล้าสะสมกรดแลกติกเยอะมาก
  • เครียด/พักผ่อนน้อย: ช่วงนี้งานเยอะจริงๆ แล้วก็คิดมากเรื่องโปรเจกต์ใหม่ที่กำลังจะเริ่มนอนไม่ค่อยหลับมาหลายคืนแล้ว พอร่างกายมันไม่พร้อม ประสาทก็เลยรวนไปด้วย
  • ขาดน้ำ/เกลือแร่: อันนี้ก็มีส่วนแน่ๆ เพราะวิ่งจนตัวเบา เหงื่อออกเยอะมาก ไม่ได้ดื่มน้ำชดเชยทันทีหลังวิ่งด้วย

ข้อมูลเพิ่มเติม:

  • กรดแลคติก (Lactic Acid): เป็นของเสียที่เกิดจากการเผาผลาญพลังงานของกล้ามเนื้อเมื่อร่างกายใช้ออกซิเจนไม่เพียงพอ ซึ่งมักเกิดขึ้นหลังจากการออกกำลังกายหนักๆ การสะสมของกรดแลคติกจะทำให้กล้ามเนื้อล้าและเกิดอาการปวดเกร็งได้
  • ความเครียดและวิตกกังวล: เมื่อเราเครียด ร่างกายจะหลั่งฮอร์โมนความเครียดออกมา ซึ่งส่งผลกระทบต่อระบบประสาทโดยรวม ทำให้กล้ามเนื้อหดเกร็งและกระตุกได้ง่ายขึ้น การพักผ่อนไม่เพียงพอก็ยิ่งทำให้ร่างกายและจิตใจอ่อนแอลง
  • สารอาหารที่จำเป็น:
    • น้ำ: การขาดน้ำทำลายความสมดุลของเกลือแร่ในร่างกาย ส่งผลต่อการทำงานของกล้ามเนื้อและเส้นประสาท
    • เกลือแร่: โดยเฉพาะโพแทสเซียม แมกนีเซียม และแคลเซียม มีบทบาทสำคัญในการควบคุมการหดตัวและคลายตัวของกล้ามเนื้อ หากขาดสารเหล่านี้ กล้ามเนื้ออาจเกิดอาการกระตุกได้
    • วิตามินบี (Vitamin B): โดยเฉพาะวิตามินบี 1, บี 6, และบี 12 มีความสำคัญต่อการทำงานของระบบประสาท การขาดวิตามินเหล่านี้อาจทำให้เส้นประสาททำงานผิดปกติ ส่งผลให้กล้ามเนื้อกระตุก

อาการกล้ามเนื้อกระตุกขณะนอนหลับเกิดจากอะไร

โอ้ยยยยยยยยยยยยยยย โคตรตกใจเลยไอ้อาการนี้

จำได้แม่นเลยตอนนั้นทำงานโปรเจกต์หนักมาก นอนวันละไม่กี่ชั่วโมง อยู่คอนโดคนเดียวแถวอโศก คืนนั้นประมาณตีสอง กำลังจะเคลิ้มหลับ อยู่ดีๆ ร่างกายก็กระตุกแรงมาก แบบวูบเหมือนตกจากที่สูง ตกใจจนสะดุ้งสุดตัว หัวใจเต้นรัวเป็นกลองเลย ลุกขึ้นมานั่งงงๆ อะไรวะเนี่ย ฝันเหรอ ไม่ใช่ นี่มันเรื่องจริง

คืนต่อมาก็เป็นอีก เป็นอยู่หลายคืนติดกันจนกลัวการนอนไปเลยอะ พอจะหลับปุ๊บ สมองมันก็คิดแล้วว่า "เดี๋ยวมันต้องมาแน่" แล้วมันก็มาจริงๆ กลายเป็นว่าความกังวลนั่นแหละที่ทำให้นอนไม่หลับยิ่งกว่าเดิม วงจรอุบาทว์ชัดๆ

ตอนนั้นคือซัดกาแฟหนักมาก วันละ 3-4 แก้วเพื่อให้ตื่นทำงาน แถมเครียดสุดๆ ความเครียด กับ คาเฟอีน นี่ตัวดีเลย พอโปรเจกต์จบ กลับมานอนให้เป็นเวลา ลดกาแฟลง อาการมันก็หายไปเองเลย ไม่ได้เป็นอีกเลย นี่แหละสาเหตุหลักๆ ของผมเลย

มันไม่ใช่โรคภัยร้ายแรงหรอก แต่มันน่ารำคาญและทำให้เสียสุขภาพจิตมากกว่า โดยเฉพาะตอนที่ร่างกายเราอ่อนเพลียมากๆ มันจะยิ่งเป็นบ่อยขึ้น

  • ความเครียดสะสม: สมองมันไม่ยอมพัก ทำงานตลอดเวลา พอจะเข้าโหมดหลับเลยรวน
  • คาเฟอีนหรือสารกระตุ้น: พวกกาแฟ ชา เครื่องดื่มชูกำลัง ไปกระตุ้นระบบประสาท
  • ความเหนื่อยล้า อ่อนเพลีย: ร่างกายมันล้าเกินไป พอจะหลับกล้ามเนื้อเลยหดตัวผิดจังหวะ
  • การออกกำลังกายหนักใกล้เวลานอน: ร่างกายยังตื่นตัวอยู่แต่เราไปบังคับให้มันหลับ
  • รูปแบบการนอนที่ไม่สม่ำเสมอ: การนอนดึกตื่นสายสลับไปมาทำให้นาฬิกาชีวภาพรวน

ทําไมกล้ามเนื้อถึงกระตุก

โอ้ยยยย เรื่องกล้ามเนื้อกระตุกนี่เจอประจำเลยยย

หลักๆ เลยนะที่มันกระตุกตึ้กๆ เองอะ คือแบบบบ เวลาเราไปออกกำลังกายหนักๆๆๆ มา กล้ามเนื้อมันล้า มันจะมีกรดแลกติกไปค้างอยู่เยอะ มันเลยประท้วงด้วยการกระตุก

แล้วก็เรื่องเครียดดดดด นอนน้อย พักผ่อนไม่พออะไรงี้ ระบบประสาทมันจะรวนๆๆ หน่อยนะ มันเลยสั่งงานมั่วๆ ทำให้กล้ามเนื้อกระตุกเองเลยย

อีกอย่างนึงคืออ ขาดน้ำ ขาดเกลือแร่ หรือพวกวิตามิน โดยเฉพาะพวกวิตามินบีอะ สำคัญมากกกกกับระบบประสาท ถ้าขาดไปก้คือเป็นสาเหตุนึงเลยย

ลองเช็คดูนะว่าเข้าข่ายอันไหนบ้างงง

  • ออกกำลังกายหักโหมไป – กล้ามเนื้อล้าเกิ้นน กรดแลกติกมันคั่งอยู่เยอะ
  • เครียด นอนน้อย – นี่เลยยยย ตัวการหลักๆ ระบบประสาททำงานผิดปกติไปหมด
  • ดื่มคาเฟอีนเยอะ – พวกกาแฟ ชาไรงี้ มันไปกระตุ้นระบบประสาทมากไปก็เป็นนะ
  • ขาดน้ำ ขาดสารอาหาร – โดยเฉพาะ วิตามินบีกับแมกนีเซียม เนี่ยตัวสำคัญเลย ลองหากินเสริมดู
  • ผลข้างเคียงจากยาบางตัว – อันนี้ต้องลองดูยาที่เรากินอยู่ด้วยนะ บางทีก็เป็นผลจากยา

อะไรคือสาเหตุของกล้ามเนื้อกระตุก

ใต้เปลือกตา... มันเต้นตุบๆ ยามดึกสงัด คล้ายมีชีวิตของมันเอง ไม่ใช่ของเราเลย เสียงกระซิบจากที่ไหนกันนะ... ที่มาของการขยับไหวโดยไม่ได้เชื้อเชิญนี้

บางทีมันก็ไหลมาในสายเลือด เป็นมรดกตกทอดที่มองไม่เห็น ส่งต่อกันมาอย่างเงียบเชียบในครอบครัว จากรุ่นสู่รุ่น เป็นรากลึกที่หยั่งลงไปก่อนเราจะเกิดเสียอีก

หรือในสมอง... วงจรบางอย่างอาจลัดวงจรไปชั่วขณะ พื้นที่ที่ควบคุมการเคลื่อนไหว... ที่คอยสั่งการร่างกาย... มันเกิดสับสน ส่งสัญญาณที่ผิดเพี้ยนออกมา ร่างกายจึงเผลอเต้นระบำไปตามจังหวะที่ไม่มีใครได้ยิน

อาจเป็นร่องรอยจางๆ ของการติดเชื้อในวันวาน ผู้บุกรุกที่เคยเข้ามาแล้วจากไป แต่ทิ้งเงาเอาไว้ในระบบประสาทของเรา เป็นเงาที่ทำให้กล้ามเนื้อบางส่วนยังคงสั่นสะท้าน

แล้วมันก็มักจะไม่มาคนเดียว... ไม่เคยมาลำพังเลย มักจะมีเพื่อนร่วมทางมาด้วยเสมอ เป็นเงาที่ซ้อนทับกันอยู่... ความคิดที่วนเวียนไม่หยุดหย่อน ความกังวลที่เกาะกุมหัวใจ สมาธิที่ล่องลอย หรือความเศร้าที่กัดกินอยู่ภายใน

  • สาเหตุจากสมองและพันธุกรรม

    • กรรมพันธุ์: เป็นปัจจัยสำคัญที่สุด ยีนบางตัว มีส่วนเกี่ยวข้องกับการส่งต่ออาการกระตุกนี้
    • การทำงานผิดปกติของสมอง: โดยเฉพาะสมองส่วน Basal Ganglia ที่ควบคุมการเคลื่อนไหว มีการหลั่งสารสื่อประสาทอย่าง โดปามีน (Dopamine) ที่ไม่สมดุล
    • การติดเชื้อในวัยเด็ก: การติดเชื้อแบคทีเรีย สเตรปโทคอคคัส (Streptococcus) บางครั้งกระตุ้นให้ระบบภูมิคุ้มกันทำลายเซลล์สมอง เกิดเป็นอาการที่เรียกว่า PANDAS
  • ภาวะที่มักพบร่วมด้วยเสมอ

    • โรคสมาธิสั้น (ADHD): พบบ่อยมากที่สุด เป็นเหมือนเพื่อนที่มาพร้อมกัน
    • โรคย้ำคิดย้ำทำ (OCD): ความคิดและการกระทำที่วนซ้ำ ควบคุมได้ยาก
    • โรควิตกกังวล (Anxiety Disorders): ความกังวลที่มากกว่าปกติในสถานการณ์ต่างๆ
    • โรคซึมเศร้า (Depression): อารมณ์เศร้าที่ส่งผลกระทบต่อชีวิตประจำวัน

ปากกระตุกอันตรายไหม

อาการปากกระตุกเนี่ยนะ... ไม่รู้สิ มันก็มีหลายสาเหตุแหละ บางทีก็แค่นอนไม่พอ หรือเครียดมากๆ นั่นแหละ แต่ถ้าเป็น "ปากกระตุกบ่อยๆ" หรือ "ไม่หายสักที" หรือ "ทำให้ใช้ชีวิตลำบาก" เนี่ย "ควรไปหาหมอ" นะ จะได้รู้ว่ามันเป็นอะไรกันแน่ จะได้รักษากันถูก.

แล้วถ้า "ปากกระตุกแล้วมีอาการอื่นมาด้วย" ล่ะ? อย่างเช่น "แขนขาอ่อนแรง" หรือ "เวียนหัว" หรือ "ชาไปซีกนึงของหน้าหรือตัว" อันนี้ "รีบไปหาหมอเลยนะ" อย่ารอช้า.

  • ปากกระตุกเรื้อรัง: ถ้าเป็นแล้วเป็นอีก ไม่ยอมหายไปง่ายๆ
  • ปากกระตุกรุนแรง: ถึงขั้นเบี้ยว พูดไม่ชัด หรือกินข้าวยาก
  • ปากกระตุกพร้อมอาการอื่น: เช่น หน้าเบี้ยว ตาปิดเอง แขนขาชา อ่อนแรง หรือพูดลำบาก

บางทีมันก็เกิดจากเส้นประสาทนะ พวกกล้ามเนื้อใบหน้ามันทำงานผิดปกติไปหน่อย หรือบางทีก็อาจจะเป็นสัญญาณของอะไรที่ใหญ่กว่านั้นก็ได้นะ.

  • ความเครียด/พักผ่อนน้อย: อันนี้เจอบ่อยสุด
  • ขาดสารอาหาร: พวกแมกนีเซียม หรือวิตามินบางตัว
  • ผลข้างเคียงจากยา: ยาบางตัวก็ทำให้เกิดอาการได้
  • โรคทางระบบประสาท: อันนี้อันตรายหน่อย ต้องรีบตรวจ
  • เส้นประสาทอักเสบ/ถูกกดทับ:

แต่ที่แน่ๆ คือ ถ้ามัน "รบกวนชีวิตประจำวัน" หรือ "เป็นแล้วไม่หาย" ก็อย่าปล่อยไว้แหละ. ไปให้หมอวินิจฉัยดีที่สุด.