ปวดหัวนานสุดกี่วัน
ปวดหัวติดต่อกันกี่วันถึงเรียกว่าผิดปกติและเป็นอันตราย?
ปวดหัวนานกี่วันถึงจะเริ่มน่าห่วง
จริงๆ แล้วเรื่องปวดหัวนี่มันบอกยากนะว่าวันไหนถึงจะเรียกว่า "ผิดปกติ" จริงๆ จังๆ เสียที บางทีมันก็เป็นชั่วโมงนึงก็หายไปแล้ว หรือบางทีก็เป็นวันนึงไปเลยก็มี ฉันเคยมีช่วงนึงที่ปวดแบบติดๆ กันเกือบอาทิตย์ตอนปี 2564 แถวบ้านที่เชียงใหม่ คือมันไม่ยอมหายสักทีจนเริ่มกลัว
แล้วอาการเตือนนี่ก็มาแบบไม่ทันตั้งตัวเหมือนกันนะ อย่างบางทีก็เห็นแสงวูบวาบเหมือนไฟสตูดิโอ หรือไม่ก็ตาพร่าไปเลย แล้วตามมาด้วยความปวดตึ้บๆ นี่น่าจะเป็นสัญญาณที่ต้องใส่ใจเป็นพิเศษเลยล่ะ
บางทีมันก็ไม่เลือกเวลาปวดเลยนะ ล่าสุดเมื่อเดือนก่อน ตอนตี 3 ตื่นขึ้นมาปวดแบบจี๊ดๆ จนต้องลุกไปหายามากิน หรือบางทีก็ปวดตั้งแต่หัวค่ำ ยันเช้าตื่นมาก็ยังตุ้บๆ อยู่เลย มันทรมานมากจริงๆ
ถ้าปวดต่อเนื่องเกิน 3 วันแบบไม่ดีขึ้นเลย แถมมีอาการอื่นร่วมด้วย เช่น ไข้สูง คอแข็ง หรืออาเจียน อันนี้รีบไปหาหมอเถอะนะ ฉันเคยเจอเคสเพื่อนสนิทที่ตอนแรกคิดว่าแค่ปวดหัวธรรมดา สุดท้ายกลายเป็นเรื่องใหญ่กว่าที่คิดไปเลย
ปวดหัวกี่วันควรไปหาหมอ
ปวดหัว. เรื่องปกติ. แต่บางครั้ง. มันไม่ใช่แค่เรื่องปกติ.
ปวดจากความเครียด. พักก็พอ. นอนให้พอ. หลีกเลี่ยงงานหนัก. ร่างกายบอกให้หยุด. ฟังมัน. ความเจ็บปวด. คือเสียงเตือน. อย่าเพิกเฉย.
แต่ถ้ามันต่างออกไป. ปวดกลางคืน. จนสะดุ้งตื่น. และ เรื้อรังเกินสัปดาห์. นั่นไม่ใช่แค่ปวดธรรมดา. มันคือ สัญญาณ.อาจเป็นเนื้องอกในสมอง. อย่ารอ. ชีวิตสั้นเกินกว่าจะทนปวดโดยไม่รู้สาเหตุ.
ยังมีสัญญาณอื่นที่บอกว่า ต้องรีบพบแพทย์ทันที.
- ปวดหัวฉับพลัน รุนแรงที่สุดในชีวิต เหมือนฟ้าผ่า.
- ปวดพร้อมไข้ คอแข็ง หรือมีผื่นขึ้น.
- ตามัว พูดไม่ชัด แขนขาอ่อนแรง ซีกใดซีกหนึ่ง.
- ปวดหัวหลังอุบัติเหตุ กระทบกระเทือนศีรษะ แม้เล็กน้อย.
- ปวดเรื้อรัง และอาการแย่ลง ไม่หายขาด.
- มี โรคประจำตัวร้ายแรง เช่น มะเร็ง, HIV, หรือภูมิคุ้มกันบกพร่อง แล้วปวดหัว.
- ปวดเมื่อ ไอ จาม เบ่ง หรือเปลี่ยนท่าทาง.
ทำไมปวดหัวทั้งวัน
หัวมันปวดเรื่อย ๆ เลยนะ... เหมือนมันไม่ยอมหายไปสักที
รู้สึกเหมือนมีอะไรมาบีบรัดอยู่ตลอดเวลา ปวดจนทรมาน
มันก็เป็นแบบนี้แหละ... ปวดแทบจะทุกวัน
นาน ๆ ทีถึงจะได้พัก
- ปวดหัวเรื้อรัง คืออาการที่มันปวดมากกว่า 15 วันในหนึ่งเดือน
- แล้วก็เป็นติดต่อกันแบบนี้ อย่างน้อย 3 เดือน
- มันมีหลายสาเหตุนะ... ความเครียด ก็เป็นตัวการใหญ่เลย
- ไมเกรน ก็ชอบเล่นงาน
- ยาแก้ปวด ที่กินเยอะไป หรือ กินผิดวิธี ก็ทำให้มันแย่ลง
- บางที โรคอื่น ๆ ในร่างกาย ก็แผลงฤทธิ์ ทำให้เราปวดหัวมากขึ้นเรื่อย ๆ
เหมือนมันค่อย ๆ สะสม... แล้วก็ กัดกินเราไปเรื่อย ๆ
ข้อมูลเพิ่มเติม:
- ความเครียด: เป็นสาเหตุที่พบบ่อยที่สุดของอาการปวดศีรษะเรื้อรัง ความเครียดสะสมทำให้กล้ามเนื้อบริเวณศีรษะ คอ และไหล่เกร็งตัว ซึ่งส่งผลให้เกิดอาการปวด
- ไมเกรน: ผู้ที่มีอาการไมเกรนเรื้อรัง อาจมีอาการปวดศีรษะในลักษณะเฉพาะ เช่น ปวดตุบ ๆ ข้างเดียว หรือสองข้าง ร่วมกับอาการคลื่นไส้ อาเจียน และไวต่อแสง/เสียง
- การใช้ยาแก้ปวดเกินขนาด: การใช้ยาแก้ปวดชนิดใดก็ตามบ่อยเกินไป (ปกติคือมากกว่า 2-3 ครั้งต่อสัปดาห์) อาจทำให้เกิดภาวะ "ปวดศีรษะจากการใช้ยาเกินขนาด" (Medication Overuse Headache) ซึ่งเป็นวงจรที่ต้องกินยามากขึ้นเรื่อย ๆ เพื่อบรรเทาอาการปวดที่กลับมาอีก
- โรคประจำตัว: โรคบางชนิด เช่น โรคความดันโลหิตสูง โรคเกี่ยวกับหลอดเลือดสมอง หรือแม้แต่ปัญหาเกี่ยวกับสายตาและฟัน อาจส่งผลให้เกิดอาการปวดศีรษะเรื้อรังได้
- การปรับเปลี่ยนพฤติกรรม: การนอนหลับพักผ่อนไม่เพียงพอ การดื่มน้ำน้อย การสูบบุหรี่ หรือการบริโภคคาเฟอีนมากเกินไป ก็สามารถกระตุ้นให้เกิดอาการปวดศีรษะได้
การรักษา: การจัดการอาการปวดศีรษะเรื้อรังต้องอาศัยการวินิจฉัยหาสาเหตุที่แท้จริงจากแพทย์ ซึ่งอาจรวมถึงการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม การใช้ยาตามแพทย์สั่ง หรือการบำบัดอื่น ๆ
ทำยังไงให้หายปวดหัวจากความเครียด
ปวดหัวอีกแล้ว... มันตึ้บๆ อยู่ตรงขมับ... บางทีก็ลามไปท้ายทอย เหมือนมีอะไรมารัดหัวไว้ตลอดเวลา... อึดอัด
เขาบอกว่ามันคือปวดหัวจากความเครียด... ก็คงจริง... ไม่รู้ตัวหรอกว่าเครียด แค่รู้สึกว่า... มันหนักๆ ข้างใน สมองมันไม่ยอมหยุดคิดเรื่องงาน เรื่องนู้นเรื่องนี้... วนไปวนมา
พยายามนอน... แต่หลับไม่สนิท ตื่นมาก็ไม่สดชื่น... ตาพร่าๆ มัวๆ พอต้องมานั่งจ้องจอคอมทั้งวัน... มันก็ยิ่งปวด
กล้ามเนื้อรอบๆ หัว... บ่า ไหล่... มันเกร็งไปหมดเลย บางทีเผลอกัดฟันไม่รู้ตัวด้วยซ้ำ... มันเป็นผลมาจากความเครียดจริงๆ นั่นแหละ ความเครียดมันทำให้ทุกอย่างในตัวเรามันตึงไปหมด
ลองทำแบบนี้ดูนะ... มันพอช่วยได้บ้าง
- พักสายตาเป็นระยะ ทุกครั้งที่ทำงานหน้าคอม... ให้ลุกไปมองอย่างอื่นบ้าง มองออกไปไกลๆ ให้ตาได้พักผ่อน
- ประคบเย็น เอาผ้าชุบน้ำเย็นหรือเจลแพ็ควางไว้ที่หน้าผาก หรือตรงต้นคอ มันช่วยได้เยอะเลย ช่วยให้รู้สึกดีขึ้น
- นวดเบาๆ ใช้นิ้วค่อยๆ นวดตรงขมับ วนเป็นวงกลมช้าๆ... นวดตรงบ่ากับคอด้วย ช่วยให้กล้ามเนื้อคลายตัว
- ดื่มน้ำเปล่าเยอะๆ บางทีเราทำงานจนลืมดื่มน้ำ... ร่างกายขาดน้ำก็ทำให้ปวดหัวได้เหมือนกัน
- หายใจลึกๆ หายใจเข้าช้าๆ... แล้วก็ผ่อนออกมายาวๆ ทำซ้ำๆ สักพัก มันช่วยให้ใจสงบลงได้จริงๆ นะ... สงบลงจริงๆ
ปวดหัวด้านหน้าคืออะไร
ปวดหัวด้านหน้า คือความรู้สึก. มันคือ อาการปวดทั่วใบหน้า, อยู่ในโพรงไซนัส. หน้าผาก, ข้างจมูก, กระบอกตา คือตำแหน่งที่รับรู้ได้. สาเหตุ? หลากหลาย. ไข้หวัด, โรคภูมิแพ้, การติดเชื้อ แบคทีเรีย หรือ เชื้อรา. ผู้ที่มีอาการ มักปวดหนักขึ้น. เมื่อก้มศีรษะ, หรือก้มตัว. ไข้ปรากฏ. ใบหน้าบวม. มีเสมหะ. น้ำมูกไหล. ร่างกายส่งสาร.
- การแยกแยะโรค: ปวดไซนัส มักสับสนกับไมเกรน. ความต่างอยู่ลึกกว่าแค่ตำแหน่ง.
- เมื่อใดที่ต้องพบแพทย์: อาการปวดรุนแรง ไม่ทุเลา หรือมีไข้สูง. ร่างกายบ่งบอกเอง.
- การบรรเทาอาการ: ยาลดบวม ช่วยเปิดทางเดิน. น้ำเกลือล้างจมูก ก็เป็นอีกวิธี.
- ความจริงของโพรงไซนัส: มันไม่ใช่เพียงแค่ช่องว่าง. แต่มีบทบาทสำคัญในการกรองอากาศ. และลดน้ำหนักกะโหลก. เมื่อมันติดขัด. ทุกอย่างก็หยุดนิ่ง.
ปวดหัวทั้งหัวเกิดจากอะไร
เมื่อวันพฤหัสบดีที่แล้วนะ นั่งหน้าจอคอมพ์ตั้งแต่เช้าตรู่ ยันบ่ายสองเลยมั้ง ก็โปรเจกต์ใหญ่ปลายปีอะนะ พอมันเริ่มเข้าบ่ายสามปุ๊บ ตุบๆ ที่ท้ายทอย มาเลย ตอนแรกก็แค่อึนๆ หน่อย
แล้วมันก็หนักขึ้นเรื่อยๆ ทีนี้เริ่ม ร้าวขึ้นขมับสองข้าง เลยนะ ปวดแบบตื้อๆ เหมือนมีอะไรมาบีบหัวแน่นๆ เลยอะ คือแบบ ไม่ไหวแล้ว งานก็ต้องทำ แต่มันหนักหัวไปหมด
แถมมันยัง ร้าวลงมาถึงสะบักไหล่ อีก โอ้โห บ่าตึงเปรี๊ยะไปหมดเลย เหมือนแบบกล้ามเนื้อเกร็งไปหมด ปวดแบบทั้งหัวจริงๆ ไม่ใช่แค่จุดเดียวทรมานมาก
นี่แหละ คงเพราะช่วงนี้เครียดเรื่องงานหนัก นอนก็น้อย กินก็ไม่ตรงเวลา มันค่อยๆ เป็นนะ ไม่ได้แบบปวดตูมทีเดียว แต่พอเป็นแล้วมันก็ยาว ปวดไปยันเลิกงานเลยกว่าจะดีขึ้นได้บ้าง
- ปวดหัวทั้งหัว แบบตึ้บๆ เกิดจาก กล้ามเนื้อตึงตัว
- สาเหตุหลักคือ ความเครียด
- อาการมักเริ่มจาก ท้ายทอย
- ร้าวไปขมับสองข้างได้
- ปวดเหมือนอะไรบีบรัดศีรษะ
- อาจมีอาการปวดร้าวมาสะบักไหล่ทั้งสองข้าง
- อาการเป็นค่อยๆ เป็น
- ระยะเวลาปวดอาจเป็นชั่วโมง วัน สัปดาห์ หรือนานกว่า ขึ้นอยู่กับความเครียดและการพักผ่อน
ปวดหัวคลัสเตอร์รักษายังไง
ปวดหัวคลัสเตอร์รักษายังไง อืม... คิดละปวดหัวจริง ๆ นะ คือตอนมันมามันหนักมาก ทรมานโคตรอ่ะ ปวดตรงตาข้างเดียวเนี่ยแหละ เหมือนโดนแทงซ้ำ ๆ เลย ไม่ไหวจริง ๆ นะ
หมอบอกว่าต้องรีบใช้ ยาแก้ปวดที่ออกฤทธิ์เร็ว สำคัญมากเลยนะ ถ้าช้าไปอาการมันจะแย่ลงไปอีก เขาแนะนำพวก ยากลุ่ม Triptan นี่แหละ คือต้องจำไว้เลย Triptan เนี่ยแหละตัวช่วยหลักเลยนะ! มีหลายแบบด้วยนะ ฉีดเข้าใต้ผิวหนังก็มี โอ๊ย... น่ากลัวนิดนึงนะ แบบพ่นจมูกก็มี หรือจะกินยาเม็ดก็ได้ อันนี้แล้วแต่คนสะดวกเลยนะ
แล้วคือไอ้ปวดหัวคลัสเตอร์เนี่ย มันคืออะไรกันแน่ ปวดจนงงไปหมด มันอันตรายมากป่าวก็ไม่รู้สิ คืออาการมันเป็นยังไงบ้างนะที่เคยอ่านเจอมา มันน่ากลัวอยู่นะ...
อาการปวดหัวคลัสเตอร์:
- ปวดหัวรุนแรงมาก ข้างเดียว มักจะรอบๆ ดวงตา หรือขมับ
- ปวดแบบแทงๆ หรือแสบร้อน บางทีเหมือนบีบๆ กดๆ
- มีอาการอื่นๆ ร่วมด้วย น้ำตาไหล ตาแดง จมูกตัน หรือน้ำมูกไหลข้างที่ปวด
- หนังตาตก เหงื่อออกเยอะที่หน้าหรือหน้าผากข้างที่ปวด
- กระสับกระส่าย เดินไปมา หรือนั่งไม่ติด
- อาการมักเกิดเป็นชุดๆ (cluster period) อาจจะวันละหลายครั้ง หรือเว้นวัน เป็นนานหลายสัปดาห์หรือหลายเดือน แล้วก็หายไปพักใหญ่ๆ เลย
สาเหตุ:
- ยังไม่ทราบสาเหตุที่ชัดเจน แต่เชื่อว่าเกี่ยวข้องกับความผิดปกติของสมองส่วนไฮโปทาลามัส
- มีปัจจัยที่อาจกระตุ้นให้เกิดอาการได้ เช่น แอลกอฮอล์ การสูบบุหรี่ หรือการเปลี่ยนแปลงการนอน
อันตรายไหม?:
- ไม่เป็นอันตรายถึงชีวิต แต่สร้างความทรมานและกระทบคุณภาพชีวิตอย่างมาก
- การวินิจฉัยถูกต้องสำคัญมาก เพราะอาการคล้ายไมเกรนหรือปวดหัวชนิดอื่นได้
วิธีรักษา:
- ยาที่ออกฤทธิ์เร็ว: อย่างที่บอกไป ยากลุ่ม Triptan แบบฉีด พ่นจมูก หรือยาเม็ด
- ออกซิเจนบริสุทธิ์: การสูดดมออกซิเจนบริสุทธิ์ผ่านหน้ากากก็ช่วยลดอาการปวดได้เร็ว
- ยาป้องกัน: เช่น ยา Verapamil หรือสเตียรอยด์ แพทย์อาจพิจารณาให้เพื่อลดความถี่และความรุนแรงของการปวดในช่วงที่เป็นชุด
เฮ้อ... คือถ้าเป็นขึ้นมาก็ต้องปรึกษาหมอแหละเนอะ หมอเท่านั้นที่รู้ดีที่สุด ไม่ใช่แบบคิดไปเองนะ ต้องไปหาจริงๆ อ่ะ การวินิจฉัยถูกต้องสำคัญสุดๆ จะได้หายเร็วๆ นะ
อะไรคือสาเหตุของอาการปวดหัวแบบคลัสเตอร์
สาเหตุที่แท้จริงน่ะเหรอ... บอกตรงๆ ว่านักวิทยาศาสตร์ก็ยังเกาหัวแกรกๆ กันอยู่ แต่ตัวการหลักที่โดนเพ่งเล็งคือความผิดปกติของสมองส่วนที่ชื่อ ไฮโปทาลามัส (Hypothalamus) ไอ้เจ้านี่เปรียบเหมือนนาฬิกาชีวภาพประจำตัวเรา แล้วจู่ๆ นาฬิกาเรือนนี้มันก็เกิดรวนขึ้นมาซะงั้น เลยปล่อยสัญญาณความเจ็บปวดออกมาเป็นเวลาเป๊ะๆ เหมือนตั้งปลุกไว้
มันไม่ใช่ปวดหัวธรรมดาๆ นะ แต่มันคือการปวดหัวระดับ VIP ที่มาตรงเวลาและจัดเต็มทุกรอบ
ส่วนปัจจัยกระตุ้น... โอ้โห อันนี้แหละคือกับระเบิดของจริง แค่เดินเฉียดก็เตรียมตัวรับแรงกระแทกได้เลย
แอลกอฮอล์: นี่คือราชาแห่งตัวกระตุ้น แค่จิบเบียร์เบาๆ หรือไวน์สวยๆ สักแก้ว ก็เหมือนไปกดปุ่มยิงนิวเคลียร์ใส่ขมับตัวเองทันที ไม่ต้องรอให้เมา แค่กลิ่นก็เอาเรื่องแล้ว
ยาบางชนิด: โดยเฉพาะ ไนโตรกลีเซอรีน ที่ใช้ขยายหลอดเลือดในคนเป็นโรคหัวใจ คือแบบ... ช่วยหัวใจแต่ทำลายหัวกบาลไปเลยจ้า
กลิ่นรุนแรง: น้ำหอมกลิ่นโปรดของแฟน สีทาบ้านใหม่ ควันบุหรี่... สิ่งที่คนอื่นว่าหอม คือประตูนรกสำหรับชาวคลัสเตอร์
การเปลี่ยนแปลงความสูง: ใครที่คิดจะไปปีนเขาหรือขึ้นเครื่องบินช่วงที่อาการกำลังกำเริบ ก็เหมือนท้าทายพระเจ้าโดยตรงเลยล่ะ
การเปลี่ยนแปลงของอากาศ: อากาศร้อนจัดๆ หรือเปลี่ยนฉับพลัน สมองก็ปรับตัวไม่ทัน เกิดอาการงอแงขึ้นมาซะงั้น
ไอ้เจ้าปวดหัวคลัสเตอร์นี่มันมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวสูงปรี๊ดเลยนะ
มาเป็นรอบๆ: มันจะมาเป็นชุดๆ โจมตีหนักหน่วงเป็นสัปดาห์หรือเป็นเดือน แล้วก็จะหายไปเลยเป็นปีๆ เหมือนมาทวงหนี้แล้วก็กลับไปพักร้อน นี่แหละที่มาของชื่อ 'คลัสเตอร์'
เพศชายคือเป้าหมายหลัก: ผู้ชายมีโอกาสเจอปาร์ตี้นรกนี่มากกว่าผู้หญิงหลายเท่าตัว โลกนี้มันช่างไม่ยุติธรรมเอาซะเลย
ปวดข้างเดียวเสมอ: มันจะเลือกข้างใดข้างหนึ่งของหัว แล้วก็จะซื่อสัตย์กับข้างนั้นไปตลอดกาล เหมือนมีสว่านไฟฟ้ามาเจาะกระบอกตาอยู่ตลอดเวลา ปวด ปวด ปวด
มาพร้อมของแถม: ไม่ได้มาแค่ความปวด แต่มันพกแพ็กเกจเสริมมาด้วย ทั้งน้ำตาไหล น้ำมูกไหล ตาแดงก่ำ หนังตาตกข้างที่ปวด... เป็นคอมโบเซ็ตแห่งความทรมานที่แท้ทรู
อาการปวดหัวจี๊ดๆเกิดจากอะไร
เริ่มต้นด้วยความรู้สึก... จี๊ด... มันพุ่งพรวดมา ไม่ทันได้ตั้งตัว แสงสีทองของบ่ายคล้อยค่อยๆ เลือนหายไป ความมืดมิดในหัวใจมันมาพร้อมเสียงกรีดร้องเบาๆ ในสมอง ที่มันดังขึ้นเรื่อยๆ
คืนนั้น... หรืออาจจะเมื่อวาน... มันวนเวียนอยู่ตรงนี้... ลมหายใจแผ่วลง เสียงกระซิบของความปวด... มันเตือนย้ำ ซ้ำๆ ราวกับเพลงเศร้าที่ไม่มีวันจบ ไม่จบเลยสักที
อยากให้หายไป อยากให้ทุกอย่างหยุดนิ่ง... แค่อยากให้โลกหยุดหมุนรอบตัวเองเพียงชั่วคราว ความเจ็บที่แทรกซึมไปทุกอณู... มันคืออะไรกันแน่ ทำไมต้องเป็นตอนนี้
บางที... มันอาจเป็นความตึงเครียดที่สะสมมานาน... ความเหนื่อยล้า ที่กัดกินทีละน้อย หรือเพียงแค่ลมหนาวที่พัดผ่านเข้ามา... ปวด... จี๊ด... อยู่ตรงนั้น ไม่ไปไหน
เวลา... มันผ่านไปช้าเหลือเกิน เมื่อความปวดเข้ามาเยือน... กลางทุ่งหญ้าว่างเปล่า หรือในห้องเล็กๆ มืดมิด... ความเจ็บ ก็ยังคงอยู่ ปวด... ปวด... ปวดวนเวียนอยู่อย่างนั้น
สาเหตุของอาการปวดหัวจี๊ดๆ
- ปวดศีรษะจากความเครียด: กล้ามเนื้อรอบศีรษะและคอตึง
- ไมเกรน: ปวดตุบๆ ข้างเดียวหรือสองข้าง อาจมีอาการคลื่นไส้ ไวต่อแสงและเสียง
- ปัญหาโครงสร้างสมอง: เช่น เนื้องอกในสมอง หรือเลือดออกในสมอง
- การติดเชื้อ: ปวดเมื่อมีไข้หวัด ไข้หวัดใหญ่ หรือการติดเชื้ออื่นๆ
- การอักเสบรอบศีรษะ:
- ฟันผุ: การติดเชื้อในฟันหรือเหงือก
- หูอักเสบ: การอักเสบในหูชั้นกลางหรือชั้นนอก
- ไซนัสอักเสบ: โพรงจมูกอักเสบ ทำให้ปวดบริเวณใบหน้าและหน้าผาก
- กล้ามเนื้อคออักเสบ: ความตึงหรือบาดเจ็บของกล้ามเนื้อคอ
- ผลข้างเคียงจากยา: ยาบางชนิดอาจทำให้ปวดศีรษะ
- การเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน: โดยเฉพาะในผู้หญิงช่วงมีประจำเดือน
- การพักผ่อนไม่เพียงพอ: ร่างกายอ่อนล้าสะสม
- ภาวะขาดน้ำ: ร่างกายได้รับน้ำไม่เพียงพอ
- การดื่มคาเฟอีนมากเกินไปหรือถอนคาเฟอีน: ทั้งสองอย่างสามารถกระตุ้นอาการปวดศีรษะได้
อาการปวดหัวแรงเกิดจากอะไรได้บ้าง
โอ๊ยยยย ปวดหัวอะไรขนาดนี้เนี่ย! ปวดจนลืมโลก ไม่เคยเป็นแบบนี้มาก่อนเลย จริงๆ นะ เมื่อปีก่อนที่ฉันต้องโต้รุ่งทำรายงานสามวันติดกันยังไม่ปวดเท่านี้เลยนะ นี่มันแรงกว่าหลายเท่าตัวเลยนะ มีอะไรผิดปกติหรือเปล่า ทำไมมันถึงปวดทรมานขนาดนี้วะเนี่ย
คือ ถ้าปวดหัวแบบนี้มันต้องรีบไปหาหมอแบบฉุกเฉินเลย เขาบอกว่ามันอันตรายมากๆ มีสัญญาณอันตรายอยู่สองอย่างที่ต้องจำไว้ให้ขึ้นใจนะ
- ปวดหัวขึ้นมาทันทีทันใด รุนแรงที่สุด ไม่เคยมีอาการแบบนี้มาก่อนในชีวิต นี่คือสัญญาณของเลือดออกในเยื่อหุ้มสมอง
- ปวดหัวรุนแรงมากๆ มีไข้ร่วมด้วย คอแข็ง ก้มคอไม่ลง อันนี้ก็ใช่เลยนะ บ่งบอกถึงการติดเชื้อของเยื่อหุ้มสมอง หรือเยื่อหุ้มสมองอักเสบ
ถ้ามีอาการแบบนี้นะ ต้องรีบไปโรงพยาบาลทันที อย่ารอเด็ดขาด มันไม่ใช่เรื่องเล่นๆ เลยนะ
- เลือดออกในเยื่อหุ้มสมอง มันอันตรายมากนะ เพราะทำให้ ความดันในสมองสูงขึ้น และ กดเบียดเนื้อสมองเสียหายถาวร การรักษาต้องเร็วที่สุดเพื่อลดความเสียหาย.
- ส่วน เยื่อหุ้มสมองอักเสบ ก็ไม่ต่างกันเลย เชื้อโรคเข้าสู่สมอง และทำให้ อักเสบอย่างรุนแรง ผลคือ เสียชีวิตได้ หรือ พิการทางระบบประสาทได้ ต้องให้ยาฆ่าเชื้อทันที!
ความคิดเห็นต่อคำตอบ:
ขอบคุณสำหรับความคิดเห็นของคุณ! ความคิดเห็นของคุณมีความสำคัญมากในการช่วยเราปรับปรุงคำตอบในอนาคต