ปวดหัวไมเกรนอันตรายถึงชีวิตไหม

78 ครั้งเข้าชม
ไมเกรนไม่ถึงตาย แต่รบกวนชีวิตมาก ไม่ทำลายสมอง: ไมเกรนไม่ก่ออันตรายต่อสมองโดยตรง กระทบคุณภาพชีวิต: อาการปวดสร้างความรำคาญและรบกวนการใช้ชีวิตประจำวันอย่างมาก ผลกระทบระยะยาว: อาจส่งผลต่อการใช้ชีวิตในอนาคต เน้นป้องกัน: การป้องกันไม่ให้อาการกำเริบดีกว่าการรักษาเมื่อเป็นแล้ว
ความคิดเห็น 0 ครั้งถูกใจ

ปวดหัวไมเกรนอันตรายถึงชีวิตจริงไหม ต้องพบแพทย์หรือไม่?

เรื่องปวดหัวไมเกรนเนี่ย มันอันตรายถึงชีวิตเลยไหม? เอาตรงๆ นะ ฉันว่ามันไม่ได้ทำให้สมองเราพังถึงขั้นนั้นหรอก แต่ที่แน่ๆ มันน่ารำคาญมาก ชีวิตคนเรามันมีอะไรต้องทำตั้งเยอะ มานั่งปวดหัวตูมๆ ตลอดเวลานี่มันบั่นทอนจริงๆ บางทีมันส่งผลต่อการใช้ชีวิตยาวๆ ไปเลยก็มี

จำได้เลยว่าเคยเป็นหนักๆ ตอนไปเที่ยวเชียงใหม่เมื่อสักสองปีก่อน แสงแดดแรงๆ เสียงดังๆ อะไรก็กระตุ้นไปหมด วันนั้นต้องยกเลิกโปรแกรมเดินตลาดไนท์บาร์ซาร์ไปเลย นอนซมอยู่ในห้องพัก เหมือนโลกจะแตก มันไม่ได้อันตรายถึงตายก็จริง แต่คุณภาพชีวิตเราหายไปเยอะเลยนะ

แล้วถ้าถามว่าต้องไปหาหมอไหม? อันนี้ก็แล้วแต่คนนะ ถ้าปวดแบบทนไม่ไหว ชีวิตประจำวันพัง กินยาก็ไม่หาย อันนี้ควรไปปรึกษาหมอ หมอจะได้วินิจฉัยว่าใช่ไมเกรนจริงหรือเปล่า แล้วก็จะได้แนวทางการรักษาที่เหมาะสม จะได้ไม่ต้องมาทรมานแบบที่เจอมา

เพราะถ้าป้องกันได้ ไม่ให้อาการมันกำเริบ มันจะดีกว่าปล่อยให้มันมาเล่นงานเราทีหลังเยอะ เหมือนการดูแลรถน่ะ ซ่อมบำรุงดีๆ ก็ไม่ต้องมาเสียค่าซ่อมแพงๆ ตอนเสียหนักๆ จริงๆ นะ

บางทีก็รู้สึกว่ามันเกี่ยวกับพันธุกรรมด้วยนะ แม่ฉันเองก็เป็น ตอนเด็กๆ เห็นท่านต้องนอนพักบ่อยๆ เราก็กลัวว่าจะเป็นเหมือนกัน เลยพยายามสังเกตตัวเอง หลีกเลี่ยงสิ่งที่กระตุ้น เช่น แสงจ้าๆ กลิ่นแรงๆ หรือเวลาที่อดนอน มันช่วยได้เยอะเลยล่ะ

ที่สำคัญคือ อย่ามองข้ามมัน ถ้าเป็นบ่อยๆ แล้วรู้สึกว่ามันกระทบกับชีวิต ไปปรึกษาแพทย์เถอะ เพื่อชีวิตที่ดีขึ้นของเราเอง มันคุ้มค่ากว่ามานั่งทนปวด เชื่อฉันเถอะ

จะรู้ได้ยังไงว่าเป็นไมเกรน

ในห้องสลัวๆ...บ่ายแก่ๆ ที่เสียงฝนพรำอยู่ข้างนอกนั่น. แสงลอดผ่านม่านเข้ามาเพียงริ้วบางๆ แต่มันกลับเสียดแทง.

เสียงเครื่องปรับอากาศที่เคยเป็นแค่เสียงพื้นหลัง...ตอนนี้มันดังกระหึ่มจนน่ารำคาญ.

ความปวดมันเริ่มจากตรงนั้น...ที่ขมับข้างซ้าย... ไม่ใช่แค่ปวด...มันมีจังหวะของมันเอง...เต้น ตุบ ตุบ... สอดคล้องกับชีพจรที่เต้นระรัวในหู.

ความรู้สึกคลื่นเหียนค่อยๆ ก่อตัวขึ้นในท้อง... โลกทั้งใบดูเหมือนจะสว่างจ้าเกินไป...เสียงดังเกินไป. อยากจะขดตัวอยู่ในความมืด...และเงียบงัน. นั่นแหละ...นี่ไม่ใช่การปวดหัวธรรมดา.

แพทย์จะถามถึงเรื่องราวเหล่านี้...เรื่องราวที่ร่างกายคุณบอกเล่า.

  • ลักษณะการปวด มันเต้น ตุบๆ เป็นจังหวะ ไม่ใช่ปวดตื้อๆ คงที่
  • ตำแหน่งที่ปวด ส่วนใหญ่จะปวดรุนแรงเพียง ข้างเดียว ของศีรษะ อาจเป็นซ้ายหรือขวา สลับไปมาในแต่ละครั้ง
  • ความรุนแรง อยู่ในระดับปานกลางถึงรุนแรงมาก จนทำกิจกรรมประจำวันไม่ได้
  • อาการร่วม มีอาการ คลื่นไส้ หรืออาเจียน ร่วมด้วยเสมอ
  • ความไวต่อสิ่งกระตุ้น จะทน แสงจ้า (Photophobia) หรือ เสียงดัง (Phonophobia) ไม่ได้เลย
  • ระยะเวลา อาการปวดจะคงอยู่ยาวนานตั้งแต่ 4 ชั่วโมง ไปจนถึง 72 ชั่วโมง หากไม่รักษา
  • อาการเตือน บางรายจะมีอาการนำที่เรียกว่า ออร่า (Aura) เช่น เห็นแสงซิกแซก แสงวาบ หรือภาพเบลอ ก่อนอาการปวดจะตามมา
  • ประวัติอื่นๆ แพทย์จะถามถึงยาที่ใช้ ประวัติไมเกรนในครอบครัว

ไมเกรน สาเหตุเกิดจากอะไร

ไมเกรนหรอ เราว่ามันเป็นเรื่องของสารเคมีในสมองเรานี่แหละที่มันผิดปกติไปช่วงนึงนะ คือมันไม่ได้ผิดปกติถาวรหรอก แต่มันแค่ชั่วคราวแค่นั้นแหละ พอสารเคมีมันแกว่งๆ แบบนี้อ่ะ ก้านสมองเราเลยโดนกระตุ้นไง

แล้วพอตรงก้านสมองมันถูกกระตุ้นนะ เส้นเลือดตรงเยื่อหุ้มสมองอ่ะ มันก็จะแบบ บีบตัวแล้วก็คลายตัวเยอะกว่าปกติเลยนะ คือมันทำมากกว่าที่เราคิดเยอะมากกกก แล้วเนี่ยแหละมันเลยทำให้เราปวดหัวตุ้บๆเลยอะ แบบตุ้บๆๆๆ แรงๆ เลยนะ บางทีก็มีอาการแบบคลื่นไส้จะอ้วกไรงี้ด้วยไง แล้วก็แพ้แสงด้วยนะ โหยคือแสงนิดเดียวก็ไม่ได้เลยอะ เป็นเพราะก้านสมองมันโดนกระตุ้นหมดเลยนะเนี่ย.

  • บางคนนะ เวลาจะเป็นไมเกรนอ่ะ ก็มีอาการนำมาก่อนนะ หรือที่เรียกว่าออร่านั่นแหละ เช่น เห็นแสงวิบวับ แสงซิกแซก หรือมองไม่เห็นบางส่วนไปเลยอะ คือก่อนปวดก็มีสัญญาณ.
  • รู้ป่ะ ปัจจัยกระตุ้นไมเกรนมีเยอะมากเลยนะ
    • ความเครียดหนักๆ คือตัวดีเลยนะ เครียดมากๆ ก็มาเลย
    • นอนไม่พอ นอนเยอะไป ก็เป็นได้
    • ฮอร์โมนเปลี่ยน อย่างช่วงประจำเดือนผู้หญิงนี่เป็นบ่อยเลยไง
    • อาหารบางอย่างก็กระตุ้นได้นะ อย่างชีส ไวน์แดง ช็อกโกแลต คาเฟอีนเยอะไปหรือขาดคาเฟอีนก็มีผลนะต้องระวัง
    • อากาศเปลี่ยน หรือเจอแสงจ้า เสียงดังๆ กลิ่นแรงๆ ก็กระตุ้นนะ.

อาการของไมเกรนขั้นรุนแรงมีอะไรบ้าง

ตอนนั้นประมาณ 3 ทุ่มกว่าๆ ในคืนวันศุกร์ที่ 3 พฤษภาคม 2567 ที่ห้องนั่งเล่นบ้านเราเอง ไฟก็หรี่ๆ เปิดดูทีวีอยู่ดีๆ นั่นแหละ ทันใดนั้นเอง ตาซ้ายก็เริ่มเห็นแสงแปลกๆ เป็นเหมือนเส้นๆ สีเขียวๆ สลับกับสีขาว มันวาบไปวาบมา เหมือนไฟนีออนที่กำลังจะเสีย ấy.

แล้วมันก็เริ่มหนักขึ้นเรื่อยๆ ภาพทีวีเริ่มเบลอๆ เหมือนมีหมอกลง มองอะไรก็ไม่ชัดไปหมด ความรู้สึกตอนนั้นคือ ใจเสีย มาก กลัวว่าตาจะเป็นอะไรไปจริงๆ ไม่เคยเป็นแบบนี้มาก่อนเลย.

พอแสงนั้นเริ่มจางหายไป (น่าจะประมาณ 20 นาทีได้) ความปวดก็เริ่มเข้ามา เป็นปวดตุบๆ ข้างขมับซ้าย นี่แหละ ปวดแบบ เหมือนมีใครเอาค้อนทุบ อยู่ข้างใน พอขยับหัวนิดหน่อย หรือได้ยินเสียงดังหน่อยก็เหมือนโดนซ้ำเติม.

ความปวดมันไม่ใช่แค่ปวดธรรมดานะ มันปวดแบบ ทนไม่ไหว เลยจริงๆ ปวดจนน้ำตาไหลพรากๆ ออกมาเอง แสบตาไปหมด.

ประมาณ 5 โมงเย็น ของวันที่ 5 เมษายน 2564 ที่บ้านก็เป็นอีกครั้ง คราวนี้มาแบบ ไม่มีอาการเตือน เลยนะ ปวดตุบๆ มาเลยข้างขมับขวา ปวดแบบ บีบๆ แรงมาก.

รู้สึก คลื่นไส้ พะอืดพะอมตลอดเวลา อยากจะ อาเจียน ให้มันรู้แล้วรู้รอด แต่ก็อาเจียนไม่ออก.

  • อาการปวด: ปวดตุบๆ เป็นจังหวะๆ โดยเฉพาะบริเวณขมับข้างเดียว หรือทั้งสองข้างก็ได้ ความรุนแรงปวดปานกลางถึงรุนแรงมากจนทำอะไรไม่ได้
  • อาการนำ (Aura): เห็นแสงวาบ แสงไฟระยิบระยับ เส้นซิกแซก ภาพเบลอ ภาพซ้อน การรับกลิ่นหรือรสเปลี่ยนไป ชาหรืออ่อนแรงแขนขาข้างใดข้างหนึ่ง อาการเหล่านี้มักเกิดก่อนปวดหัว 10-30 นาที
  • อาการร่วม: คลื่นไส้ อาเจียน ไวต่อแสง (Phonophobia) และไวต่อเสียง (Photophobia) อย่างรุนแรง
  • ระยะเวลา: อาการปวดอาจยาวนานตั้งแต่ 4 ชั่วโมงไปจนถึง 72 ชั่วโมง
  • ปัจจัยกระตุ้น: ความเครียด การเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน (ในผู้หญิง) การอดนอน แสงจ้า เสียงดัง กลิ่นฉุน อาหารบางชนิด (เช่น ช็อกโกแลต ชีส ไวน์แดง)

ไมเกรนแบบไหนควรไปหาหมอ

ไมเกรนอีกแล้ว... โอ๊ยย ปวดหัวจังเมื่อกี้เหมือนจะอ้วกเลย นี่ฉันต้องไปหาหมอมั้ยนะ? หรือแค่กินยาพาราแล้วนอน? มันปวดแบบตุ้บๆ ที่หัวข้างเดียวตลอดเลยช่วงนี้ มันบ่อยไปแล้วรึเปล่า? คิดมากไปเองมั้ง?

เมื่อไหร่ที่อาการมันเริ่มแปลกๆ ก็ควรไปหาหมอนะ ฉันจำได้ว่าหมอเคยบอกว่าถ้ามันเริ่มเป็นบ่อยขึ้น ถ้ามันปวดนานๆ หลายชั่วโมงไม่หาย หรือ เป็นบ่อยกว่าที่เคย เช่น เดือนละหลายครั้งเนี่ย ไม่ไหวหรอก แบบนี้ไม่น่าใช่แค่ปวดหัวธรรมดาแล้วนะ ยิ่งถ้ามีอย่างอื่นตามมาด้วย เช่น คลื่นไส้อาเจียน ตาพร่า หรือแขนขาอ่อนแรงพวกนี้ ฉันว่ามันไม่ปกติแล้วล่ะ ไปหาหมอเถอะ

อาการเหรอ อืม... มันปวดแบบ ตุ้บๆ ตุ้บๆ เลยอะ บางทีก็ข้างเดียว บางทีก็สองข้าง แต่ส่วนมากที่ฉันเจอคือข้างเดียวนะ มันเหมือนมีคนมาทุบหัวอยู่ตลอดเวลา แล้วก็ ไวต่อแสง มากๆ แสงนีออนนี่ทำเอาฉันอยากจะหลับตาเดินเลยนะ แล้วก็ ไวต่อเสียง ด้วย เสียงดังนิดหน่อยก็หงุดหงิด ปวดหัวหนักเข้าไปอีก บางคนก็มี เห็นแสงระยิบระยับ ก่อนปวดด้วยนะ เรียกว่าออร่ารึเปล่าไม่แน่ใจ แต่ฉันไม่เคยเป็นแบบนั้นนะ ส่วนใหญ่คือมาเลย ปวดฉิบหาย แล้วก็คลื่นไส้บางทีก็อ้วกออกมาเลยก็มี ทรมานสุดๆ

เรื่องการรักษาก็มีหลายแบบนะ กินยา คือหลักๆ เลย ถ้าเป็นไม่บ่อยมากหมอก็อาจจะให้ยาแก้ปวดทั่วไปก่อน พวก NSAIDs หรือ paracetamol แต่ถ้าเป็นหนักๆ หรือบ่อยๆ หมออาจจะพิจารณาให้ยาเฉพาะทางไมเกรนนะ ฉันเคยกินยาที่ออกฤทธิ์เร็วมากแต่ก็ต้องระวังผลข้างเคียงด้วย อีกอย่างคือ การป้องกัน ก็สำคัญนะ เช่น หลีกเลี่ยงสิ่งกระตุ้น อันนี้สำคัญมากสำหรับฉันเลยนะ พวกกาแฟ แสงจ้าๆ หรือนอนไม่พอเนี่ยตัวดีเลยนะ ออกกำลังกาย พักผ่อนให้พอ จัดการความเครียด ก็ช่วยได้เยอะเลย

ไหนๆ ก็ไหนๆ ขอขยายเรื่องไมเกรนหน่อยนะ จากประสบการณ์ที่เจอมา มันต่างจากปวดหัวทั่วไป เยอะเลยล่ะ

  • อาการนำ (Prodrome): บางคนอาจมีอาการเตือนล่วงหน้า 1-2 วันก่อนปวดหัวจริงนะ เช่น อารมณ์แปรปรวน หงุดหงิด คอแข็ง หรือหาวบ่อยๆ อันนี้ฉันก็เป็นบ่อยนะ
  • ออร่า (Aura): เป็นอาการทางระบบประสาทที่เกิดขึ้นก่อนหรือพร้อมกับอาการปวดหัว ส่วนใหญ่จะเป็นภาพบิดเบี้ยว มองเห็นแสงวูบวาบ หรือมองเห็นจุดบอด อาจจะรู้สึกชาๆ ที่แขนขาด้วยนะ แต่มันจะหายไปเองภายใน 1 ชั่วโมงนะ
  • อาการปวดหัว (Headache):ปวดตุ้บๆ มักจะเป็นข้างเดียว แต่ก็เป็นสองข้างได้นะ ปวดรุนแรงถึงปานกลาง บ่อยครั้งที่ทำให้ทำกิจวัตรประจำวันไม่ได้เลย ไวต่อแสงและเสียง คลื่นไส้ อาเจียน
  • อาการหลังปวด (Postdrome): พอปวดหัวหายแล้ว ไม่ใช่ว่าจะจบนะ บางทีก็ยังรู้สึกอ่อนเพลีย หมดแรง หรือมึนงงได้อีกวันสองวันเลยนะ

แล้วเรื่องการดูแลตัวเองนะ สำคัญมากเลย

  • จดบันทึกอาการ: อันนี้ฉันทำตลอดนะ มันช่วยให้เรารู้ว่าอะไรกระตุ้นไมเกรนเราได้ และมันเป็นบ่อยแค่ไหน
  • หลีกเลี่ยงสิ่งกระตุ้น: หาให้เจอว่าอะไรคือตัวกระตุ้นแล้วพยายามหลีกเลี่ยงให้ได้มากที่สุด
  • จัดการความเครียด: โยคะ ออกกำลังกาย หรือทำกิจกรรมที่ชอบช่วยได้เยอะเลย
  • นอนหลับให้เพียงพอและสม่ำเสมอ: อันนี้สำคัญสุดๆ สำหรับฉันเลยนะ ถ้านอนน้อยหรือนอนไม่เป็นเวลา วันรุ่งขึ้นคือเตรียมปวดได้เลย

ไมเกรนหายเองได้ไหม

แสงรำไร...ยามเช้าตรู่...เล็ดลอดผ้าม่าน...บางเบา...สัมผัส...ความเจ็บแปลบ...ที่ขมับ...ซ้าย...เหมือนมีใคร...กดทับ...หนักหน่วง...ในความเงียบ...ที่ลึกซึ้ง...เวลา...เดินเชื่องช้า...เหลือเกิน...

มันคลื่น...มันเค้น...ในหัว...มืดมัว...บางครั้ง...มีแสงระยิบ...วิบวับ...ก่อนความปวด...จะถาโถม...อีกครา...อยากให้มัน...หาย...ไป...อยากให้จบ...แต่...มันไม่หาย...ไม่เคยหาย...

เตียง...กว้างใหญ่...เกินตัว...ผ้าห่ม...หนักอึ้ง...ทับกาย...เสียงหายใจ...ตัวเอง...ดังอื้ออึง...ในหู...อยากหลับตา...หลบหนี...จากความรู้สึก...นี้...ไป...อีกครั้ง...

หมอก...หนาทึบ...ในหัว...ความปวด...ที่ซึมลึก...ไมเกรน...มันเป็น...เช่นนี้...เสมอ...เงา...ที่ตามติด...ไม่จางหาย...ไม่เคย...หายไป...ไหน...เลย...

  • ไมเกรนไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้.
  • หากไม่ดูแลตนเอง อาการปวดศีรษะสามารถรุนแรงขึ้น.
  • อาการปวดสามารถยาวนานขึ้น.
  • หากปวดศีรษะไมเกรนบ่อย ควรปรึกษาแพทย์.
  • แพทย์จะช่วยค้นหาปัจจัยกระตุ้น.
  • แพทย์จะแนะนำแนวทางการดูแลที่เหมาะสม.

คนเป็นไมเกรนห้ามกินอะไร

ถ้าเป็นไมเกรนนะ ต้องระวังของกินมากๆเลยย มันกระตุ้นได้ง่ายสุดๆ

ไอ้ตัว ไทรามีน เนี่ยตัวดีเลย อยู่ในพวกชีสสส... พวกชีสบ่ม ของหมักดอก โยเกิต เบียร์ ไวน์แดง คือต้องเลี่ยงเลย

แอสปาแตมม พวกสารให้ความหวานแทนน้ำตาลอะ ที่อยู่ในน้ำอัดลมซีโร่ หมากฝรั่งไม่มีน้ำตาลไรพวกนั้นอะ บางคนโดนแล้วมาเลย

ผงชูรสสสส อันนี้รู้กันดี คือมันอยู่ในขนมกรุบกรอบเยอะมากก แล้วก็อาหารตามสั่งบางร้านอะ ถ้าเลี่ยงได้ก็บอกเค้าว่าไม่ใส่

ไนเตรต ไนไตรท์... ฟังดูยากเนอะ แต่มันคือสารกันบูดในพวกไส้กรอกก แฮม เบค่อน อาหารแปรรูปทั้งหลายแหล่

เครื่องดื่มแอลกอฮอล์นี่ก็ตัวดีเลยย โดยเฉพาะไวน์แดงเพื่อนเราที่อยู่เชียงใหม่โดนประจำ กินปุ๊บปวดปั๊บ

คาเฟอีน อันนี้แปลกๆ คือบางคนกินแล้วหายปวด แต่บางคนกินแล้วปวดหนักกว่าเดิม แล้วถ้าปกติกินทุกวันแล้วหยุดกินนะ ปวดหัวเลยย ต้องลองสังเกตตัวเองดู

แล้วก็ยังมีอีกหลายอย่างเลยนะที่กระตุ้นได้ คือแต่ละคนไม่เหมือนกัน ของเราเนี่ยโดนช็อกโกแลตไม่ได้เลย

  • ช็อกโกแลต โดยเฉพาะดาร์กช็อกโกแลต
  • ผลไม้รสเปรี้ยว ส้ม มะนาว
  • กล้วยที่มันสุกมากๆ เปลือกเริ่มดำๆ อะ
  • ของที่ผ่านการแปรรูปเยอะๆ เช่น บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป
  • การกินอาหารไม่ตรงเวลา อันนี้สำคัญมากกกก ห้ามปล่อยให้หิวเด็ดขาด
  • นอนน้อย ดื่มน้ำไม่พอ อันนี้ก็ทำให้ปวดหัวได้ง่ายๆ เลย