ปัสสาวะไม่ออกกี่ชม

41 ครั้งเข้าชม
ภาวะปัสสาวะคั่ง หรือปัสสาวะไม่ออก คือการที่กระเพาะปัสสาวะมีปัสสาวะสะสมอยู่ แต่ไม่สามารถขับถ่ายออกมาได้ ทำให้กระเพาะปัสสาวะไม่ว่างเปล่า โดยปกติ หากไม่มีการปัสสาวะเลยภายใน 8-10 ชั่วโมงหลังจากการปัสสาวะครั้งล่าสุด ถือเป็นสัญญาณที่ต้องให้ความสำคัญและควรปรึกษาแพทย์ เพื่อหาสาเหตุและรับการวินิจฉัยอย่างเหมาะสมต่อไป
ความคิดเห็น 0 ครั้งถูกใจ

ปัสสาวะไม่ออกนานกี่ชั่วโมงถึงเป็นอันตรายต่อสุขภาพ?

โห...เรื่องฉี่ไม่ออกนี่มันอันตรายกว่าที่คิดเยอะเลยนะ คือถ้าปล่อยให้ปัสสาวะมันคั่งอยู่ในกระเพาะแบบนั้นอ่ะ แล้วเราไม่สามารถจะขับมันทิ้งไปได้เลยนะ สัก 8 ชั่วโมงนี่ก็เริ่มเสี่ยงแล้วนะ บางคนก็บอกว่า 10 ชั่วโมงนี่คือต้องระวังตัวสุดๆ เลยแหละ

จำได้ว่าตอนเพื่อนซี้ฉันคนนึงป่วยหนักนะเมื่อสองปีก่อนช่วงเดือนพฤศจิกายนเนี่ยแหละ อยู่โรงพยาบาลศิริราช หมอบอกว่าต้องระวังเรื่องนี้มาก เพราะคนไข้บางทีก็ไม่รู้ตัวหรอกว่ามันคั่งอยู่ข้างใน เราเองก็เคยนะตอนเดินทางไกลจากเชียงใหม่ไปกรุงเทพฯ นานมากจนกลั้นสุดๆ แบบนั้นมันทรมานจริงจังเลยอะ

คือมันไม่ใช่แค่ปวดท้องเฉยๆ ไง มันเหมือนความดันข้างในมันเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ แล้วถ้าทิ้งไว้นานๆ แบบเกิน 10 ชั่วโมงไปแล้วนี่มันจะส่งผลร้ายถึงไตได้เลยนะ ฉันเคยได้ยินมากับหูตัวเองว่าบางคนถึงขั้นต้องสวนท่อฉี่ออกเลยนะ มันน่ากลัวมากจริงๆ ลองคิดดูสิว่าน้ำเสียมันค้างอยู่ในตัวเราไปเรื่อยๆ นี่มันดีได้ยังไงกันล่ะ

แล้วไอ้ที่ว่า "ไม่สามารถทำให้กระเพาะปัสสาวะว่าง" เนี่ย มันหมายถึงพยายามแล้วก็ยังไม่ออก หรือแบบไม่รู้สึกปวดเลยก็มีนะ ต้องสังเกตตัวเองดีๆ เลยแหละ ไม่ใช่แค่รอจนกว่ามันจะทนไม่ไหวแล้วค่อยไปหาหมอ มันควรจะไปทันทีเลยนะถ้าเริ่มรู้สึกไม่ปกติหลัง 6-8 ชั่วโมงไปแล้ว ฉันว่ารีบดีกว่ามานั่งลุ้นเอาตอนหลังเยอะเลยนะ

ทำไมรู้สึกปวดฉี่แต่ฉี่ไม่ออก

โอ้ย! มันคือฟีลแบบสัญญาณไฟเขียว แต่รถไม่ขยับ สมองสั่งการ "ลุย!" แต่ท่อส่งน้ำกลับงอแงไม่ยอมเปิดซะงั้น เหมือนมีคนแอบมากดปุ่มหยุดโลกไว้แค่ที่เราคนเดียว

สาเหตุหลักๆ มันมีอยู่สองแก๊งใหญ่ๆ ที่คอยป่วนเราอยู่

แก๊งแรกคือ "แก๊งด่านสกัด" หรือการอุดกั้นนั่นเอง เหมือนมีใครมาตั้งด่านตรวจฉุกเฉินในท่อปัสสาวะ ตัวการสำคัญก็คือ คุณต่อมลูกหมาก ที่นับวันจะขยายอาณาเขตจนเบียดทางออก หรืออาจเป็นก้อนนิ่วจิ๋วๆ ที่ริอาจมาสวมบทเป็นผู้คุมประตู

แก๊งที่สองคือ "แก๊งพนักงานหมดไฟ" หมายถึงกล้ามเนื้อกระเพาะปัสสาวะไม่ยอมบีบตัวทำงาน เหมือนผู้จัดการ (สมอง) สั่งงานแล้ว แต่พนักงาน (กล้ามเนื้อ) ดันนั่งสมาธิเฉยเลย สาเหตุก็มักมาจากสายไฟที่เชื่อมต่อกันเกิดอาการเอ๋อ หรือระบบประสาทมีปัญหา

บางทีก็มีตัวแปรอื่นมาแจม เช่น การติดเชื้อที่ทำให้กระเพาะฯ งอแงเป็นพิเศษ ส่งสัญญาณมั่วๆ ว่าปวด ทั้งที่ยังไม่เต็ม หรือยาบางตัวที่เรากินเข้าไป ดันมีผลข้างเคียงเป็นสายลับสองหน้า แอบมาตัดสัญญาณการฉี่ซะงั้น

เจาะลึกแก๊งตัวป่วนที่ทำให้คุณต้องยืนเกร็งหน้าห้องน้ำ:

  • ด่านอรหันต์: ท่อทางเดินมีปัญหา

    • ต่อมลูกหมากโต (BPH): นี่คือเจ้าพ่อแห่งการขวางทางออกสำหรับท่านชายโดยเฉพาะ เมื่ออายุมากขึ้น ต่อมนี้ก็จะขยายตัวอย่างกับธุรกิจแฟรนไชส์ แล้วไปบีบท่อปัสสาวะให้แคบลง
    • นิ่วในกระเพาะปัสสาวะ: ก้อนกรวดไซส์มินิแต่ฤทธิ์เดชไม่มินิ มันสามารถเคลื่อนตัวไปอุดตรงทางออกได้พอดิบพอดี เหมือนมีคนเอาหินไปอุดท่อน้ำ
    • ท่อปัสสาวะตีบ: เกิดจากแผลเป็นหรือการอักเสบ ทำให้อุโมงค์ทางออกแคบลงเรื่อยๆ จนสุดท้ายก็แทบไม่มีช่องให้ผ่าน
  • ทีมงานหมดไฟ: กระเพาะปัสสาวะไม่ทำงาน

    • ระบบประสาทมีปัญหา: สายด่วนจากสมองถึงกระเพาะฯ โดนตัดหรือสัญญาณรบกวน มักเจอในคนที่เป็นเบาหวาน โรคหลอดเลือดสมอง หรือเคยบาดเจ็บที่ไขสันหลัง
    • ผลข้างเคียงจากยา: ยาบางตัวทำตัวเป็นพระเอกรักษาโรคหนึ่ง แต่ดันเป็นผู้ร้ายกับระบบปัสสาวะ ยาแก้หวัดลดน้ำมูกบางชนิด หรือยาทางจิตเวชบางกลุ่มคือผู้ต้องสงสัยตัวท็อป
  • สัญญาณหลอก: แค่รู้สึกแต่ไม่ได้เต็ม

    • กระเพาะปัสสาวะอักเสบ (Cystitis): ตัวกระเพาะฯ แค่ระคายเคืองจากการติดเชื้อ เลยโวยวายส่งสัญญาณมั่วๆ ไปที่สมองว่า "จะแตกแล้ว!" ทั้งที่จริงมีน้ำอยู่ไม่เท่าไหร่ เหมือนเด็กเลี้ยงแกะในร่างกายเราเอง

ฉี่ไม่ออกแก้อย่างไร

โอ๊ย! ปวดฉี่แต่ฉี่ไม่ออกเนี่ย ทรมานชะมัด จะทำยังไงได้บ้างนะ อืม… เคยเห็นเคสที่ต้องรีบแก้มากๆ อันดับแรกคือ ต้องทำให้น้ำปัสสาวะออกก่อน อันนี้สำคัญสุดเลย ไม่ไหวจริงๆ นะถ้ามันคั่งอยู่ในท้อง หมอคงต้องรีบจัดการแหละ.

แล้วทำไงให้มันออกล่ะ ก็ต้อง ใส่สายสวนปัสสาวะ นั่นแหละ นี่มันวิธีหลักเลยนี่นา เคยเห็นคนทำอยู่ ดูแล้วก็เจ็บแทนนะแต่จำเป็นจริงๆ เสร็จแล้วก็ต้อง คาสายสวนไว้ ก่อนใช่ไหม? เพื่อให้มันระบายได้เรื่อยๆ คิดแล้วก็ปวดใจแทนคนป่วยเลยนะ.

ถ้ามีเลือดออกล่ะ แย่เลยนะ มีเลือดออกและมีก้อนเลือด ด้วยนี่สิ ปัญหาซ้อนปัญหาเลยนะ! แบบนี้ต้องทำไงต่ออะ ต้องสวนล้าง ชัวร์ๆ เลย เอาก้อนเลือดออกให้หมด ไม่งั้นมันจะอุดตันอีกแน่ๆ มันก็เหมือนกับท่อระบายน้ำอุดตันเลยนี่นา.

แล้วถ้าเลือดมันยังไม่หยุดไหลอีกนะ? มันจะไหลไปเรื่อยๆ เลยรึเปล่า? คงต้องมีวิธีห้ามนะ ใช้ไฟฟ้าจี้ห้ามเลือด เลยเหรอ อืมโหดจัง หรืออีกแบบคือ คาสายสวนปัสสาวะ แล้วสวนล้างด้วยน้ำเกลือ ไปเรื่อยๆ อันไหนดีกว่ากันนะ หมอคงประเมินหน้างานแหละ ดูแล้วไม่ง่ายเลยจริงๆ นะเนี่ยการรักษาแบบนี้.

นี่คือวิธีจัดการหลักๆ นะ:

  • เริ่มแรกเน้นการระบาย: ทำให้ปัสสาวะไหลออกมาทันที ลดอาการปวดและความดันในกระเพาะปัสสาวะ
  • การใส่สายสวน: เป็นการสอดท่อขนาดเล็กผ่านท่อปัสสาวะเข้าไปในกระเพาะปัสสาวะโดยตรง คาสายสวนไว้ เพื่อให้ปัสสาวะระบายต่อเนื่องและเฝ้าระวัง
  • การล้างกระเพาะปัสสาวะ: ถ้ามีเลือดหรือลิ่มเลือด ให้ สวนล้างเอาก้อนเลือดออกให้หมด เพื่อป้องกันการอุดตันของสายสวนและทางเดินปัสสาวะ
  • การห้ามเลือด: กรณีเลือดออกไม่หยุด ใช้ไฟฟ้าจี้ห้ามเลือด หรือ สวนล้างด้วยน้ำเกลือต่อเนื่อง ผ่านสายสวนเพื่อควบคุมเลือด
  • ผลกระทบระยะยาว: การไม่รักษาทันทีอาจนำไปสู่ภาวะแทรกซ้อนรุนแรงได้ เช่น ไตวาย

ทำไมรู้สึกเหมือนปวดฉี่ตลอด

โอ๊ย ปวดฉี่ตลอดเวลาเนี่ย มันน่ารำคาญนะ ฉี่ไม่สุด สุดไม่สุด รู้สึกไม่สบายตัวเลย

ที่เจอบ่อยๆ เลยก็ การติดเชื้อทางเดินปัสสาวะ นี่แหละ ที่เรียกว่า UTI. ถ้าเป็น กระเพาะปัสสาวะอักเสบ (Cystitis) นี่ใช่เลย ตัวร้อนๆ เหมือนจะมีไข้ด้วย บางทีก็ปวดท้องน้อยจี๊ดๆ

แล้วถ้าไม่ใช่ล่ะ? อาจจะเป็น นิ่วในไต หรือเปล่า เคยได้ยินว่ามันจะปวดแถวๆ หลัง เอว ปวดๆ หน่วงๆ แล้วฉี่ก็ไม่สุดเหมือนกัน

สำหรับผู้ชายก็ต้องดูเรื่อง ต่อมลูกหมากโต ด้วยนะ มันไปกดท่อปัสสาวะไง เลยทำให้ฉี่ลำบาก ฉี่ไม่พุ่ง

แต่บางทีก็ไม่ได้เป็นโรคอะไรเลยนะ ดื่มน้ำเยอะไปมั้ย... หรือดื่มกาแฟ ชาเขียว แอลกอฮอล์เยอะไป. เมื่อวานฉันก็เพิ่งกินชาเขียวไปสองแก้วเลย มันขับปัสสาวะดีนักแล

สรุปรวมๆ สาเหตุที่เป็นไปได้

  • การติดเชื้อทางเดินปัสสาวะ (UTI): ตัวการหลักเลย มีไข้ได้ ปวดท้องน้อยด้วย
  • นิ่วในระบบทางเดินปัสสาวะ: ปวดหลัง ปวดเอว ฉี่มีเลือดปนได้
  • ต่อมลูกหมากโต (BPH): ในผู้ชายสูงวัย ฉี่ยาก ฉี่ไม่พุ่ง
  • กระเพาะปัสสาวะบีบตัวไวเกิน (OAB): อยู่ๆ ก็ปวดแบบทนไม่ไหว ต้องรีบไปห้องน้ำทันที
  • เบาหวาน: ถ้าเป็นเบาหวานจะฉี่บ่อยเพราะร่างกายพยายามขับน้ำตาลออกทางปัสสาวะ
  • การตั้งครรภ์: มดลูกขยายไปเบียดกระเพาะปัสสาวะ