ป่วยขนาดไหนถึงไปหาหมอ
อาการป่วยแบบไหนที่ควรไปพบแพทย์? สัญญาณเตือนอะไรบ้างที่บ่งบอกว่าต้องหาหมอ?
เอาจริงๆ นะ ตอนเด็กๆ อ่ะ เคยไข้สูง 39-40 องศาฯ แบบว่าตัวร้อนจี๋ หัวแทบระเบิด ตอนนั้นคือแบบ...มองอะไรก็เบลอไปหมด แม่รีบเช็ดตัวให้ทั้งคืนเลย แต่ถ้าเป็นตอนนี้ คงต้องรีบไปหาหมอแล้วแหละ เพราะมันอาจจะไม่ใช่แค่ไข้หวัดธรรมดาๆ
แล้วไอ้เรื่องเป็นลมนี่ก็สำคัญนะ เพื่อนเราเคยเป็นลมล้มตึงในห้องเรียนเลยอ่ะ ดีนะที่ครูช่วยไว้ทัน ถ้าหมดสติแล้วไม่รู้สึกตัวนี่อันตรายมาก ต้องรีบพาไปโรงพยาบาลด่วนๆ เลย
หายใจหอบเหนื่อย ไอเป็นเลือด นี่ไม่ต้องคิดมาก ไปหาหมอเถอะ! ไม่ใช่เรื่องเล่นๆ เลยนะเนี่ย เคยเห็นคนใกล้ตัวเป็นแบบนี้แล้วน่ากลัวมาก
เจ็บหน้าอกนี่ก็อีกเรื่อง คือถ้าเจ็บแบบจี๊ดๆ แป๊บๆ อาจจะไม่เป็นไร แต่ถ้าเจ็บแบบแน่นๆ อึดอัด แล้วร้าวไปกรามหรือไหล่ซ้ายนี่ต้องรีบไปตรวจหัวใจเลยนะ อย่ารอช้าเด็ดขาด!
ป่วยขนาดไหนถึงควรไปหาหมอ
ไปหาหมอดีกว่ามั้ยเนี่ย คิดหนักจัง วันนี้เหนื่อยมาก อากาศร้อนด้วยแหละ หรือเป็นเพราะกินกาแฟเยอะไป? ไม่แน่ใจ แต่ถ้าอาการแบบนี้...
- หายใจไม่ค่อยออกเลย เหมือนจะหอบ เสียงหายใจก็ดังแปลกๆ ไอด้วย ลองกินยาแก้ไอแล้วไม่หาย นี่ควรไปหาหมอใช่ไหม? หรือรอพรุ่งนี้เช้าดี?
- เมื่อกี้เจ็บหน้าอกเฉียบพลันเลย เหงื่อท่วมตัว ใจสั่น เหมือนจะหมดสติ ปวดลามไปถึงกรามซ้ายด้วย อันนี้ต้องรีบไปแน่ๆ
- ใช่แล้ว อาการแบบนี้ต้องรีบไป ไม่รอแล้ว โทรเรียกรถไปโรงพยาบาลเลยดีกว่า
- ถ้าเป็นแบบในข่าวที่เห็น แขนขาอ่อนแรงหรือชาครึ่งซีก แบบนั้นอันตรายมาก รีบไปโรงพยาบาลเลย
- ปวดหัวอย่างแรง อาเจียน ปวดแบบนี้ทั้งวัน กินยาแก้ปวดแล้วไม่หาย กลางคืนก็ปวดจนตื่น นี่มันปวดหัวไมเกรนรึเปล่า? ไปหาหมอเลยดีกว่า
พรุ่งนี้ต้องไปตรวจสุขภาพประจำปีด้วย ตรวจเลือดด้วย ปีที่แล้วคอเลสเตอรอลสูง ต้องระวังหน่อยแล้ว ปีนี้ไม่รู้จะเป็นยังไงบ้าง หวังว่าจะปกติดี กลัวเจออะไรแปลกๆ
- ควรตรวจอะไรบ้างนะ ปีนี้จะตรวจเพิ่มเรื่องอะไรดี
- ต้องนัดหมายล่วงหน้าก่อนใช่ไหม หรือไปที่โรงพยาบาลได้เลย
- ไม่รู้จะเลือกโรงพยาบาลไหนดี ใกล้บ้านดีไหม หรือไปโรงพยาบาลเอกชนดี
- ค่าใช้จ่ายน่าจะเยอะนะ ต้องเตรียมตัวไว้ก่อน
เฮ้อ คิดมากไปแล้ว ไปหาหมอดีที่สุด อย่าประมาท สุขภาพสำคัญกว่าอะไรทั้งนั้น
ป่วยขนาดไหนถึงควรไปหาหมอ
อาการเหล่านี้ควรไปพบแพทย์ทันที:
ระบบหายใจ: หายใจเร็วผิดปกติ หอบเหนื่อย เสียงหายใจผิดปกติ ไอมีเลือดปน เสมหะปนเลือด (ข้อมูล ณ ปี 2566)
ระบบหัวใจ: เจ็บหน้าอกเฉียบพลัน เหงื่อออกมาก ใจสั่น ปวดร้าวไปที่กรามหรือไหล่ซ้าย (กรณีรุนแรง)
ระบบประสาท: อ่อนแรงหรือชาครึ่งซีกอย่างกะทันหัน ปวดศีรษะรุนแรง อาเจียนพุ่ง ปวดศีรษะเรื้อรังไม่ดีขึ้นแม้ทานยาแล้ว ปวดศีรษะจนตื่นกลางคืน
อย่าชะล่าใจ ชีวิตมีค่ากว่าความเสี่ยง การวินิจฉัยจากแพทย์สำคัญที่สุด
ไม่สบายขนาดไหนถึงไปหาหมอ
แสงจันทร์สาดส่อง เงาต้นไม้ไหวระริก เวลาตีสองกว่าๆ...
หายใจ เหมือนปลาขาดน้ำ... เร็ว หอบเหนื่อย เสียงดัง (เหมือนใครกรนใกล้ๆ แต่ไม่ใช่) ไอออกมาเป็นสีแดง...น่ากลัว
เจ็บหน้าอก! เหมือนมีใครบีบหัวใจ เหงื่อท่วมตัว เหมือนอาบน้ำ ใจสั่น...กลัวตาย ปวดร้าวไปถึงกราม...บ้าจริง!
แขนขา อ่อนแรง...ครึ่งซีก ชา...เหมือนไม่ใช่ของเรา สั่งไม่ได้...น่ากลัวมาก
ปวดหัว! ปวดแบบที่ไม่เคยเป็น อาเจียน...พุ่ง! (เหมือนในหนังผี) ปวดตลอดเวลา กินยาอะไรก็ไม่หาย ปวดจนต้องตื่นกลางดึก...ทรมาน
อาการเหล่านี้...ต้องไปหาหมอ ด่วน! อย่ารอ...ชีวิตสำคัญกว่า
ข้อมูลเพิ่มเติม (เผื่อใครอยากรู้):
- หายใจลำบาก: อาจเป็นปอดบวม หอบหืด หัวใจล้มเหลว
- เจ็บหน้าอก: หัวใจขาดเลือด กล้ามเนื้อหัวใจตาย
- แขนขาอ่อนแรง: เส้นเลือดในสมองตีบ/แตก
- ปวดหัวรุนแรง: เลือดออกในสมอง เยื่อหุ้มสมองอักเสบ
อย่าประมาท...ไปหาหมอเถอะ
อาการแบบไหนต้องแอดมิด
ไอ้ที่ต้องนอนโรงบาลน่ะเหรอ? โอย! ถ้าไม่ใช่เรื่องเล่นๆ จริงๆ หมอไม่ส่งแอดมิตหรอก! คิดซะว่าโรงบาลคือสวรรค์ชั้น 7 ไปง่ายๆไม่ได้นะจ๊ะ!
เด็กขาดน้ำหนักๆ: นี่แหละ! เห็นเด็กตัวเล็กๆ แต่ถ้าขาดน้ำขึ้นมา อันตรายกว่าที่คิดเยอะ! แบบว่าปากแห้งเป็นทะเลทราย ตาโหลเหมือนลิงลม ผิวหนังแห้งกร้านเหมือนหนังจระเข้ แล้วนอนหลับเป็นตาย นี่ไม่ใช่แค่ง่วงนะ! ถึงขั้นปลุกไม่ขึ้นเลยล่ะ! ปัสสาวะน้อย สีเข้มเหมือนกาแฟดำไม่ใส่นม แบบนี้ต้องรีบไปหาหมอเลย! อย่าคิดว่าแค่กินน้ำแก้แล้วจะหายนะ บางทีต้องไปให้น้ำเกลือที่โรงพยาบาลเลยล่ะ!
หายใจลำบาก: นี่ก็อันตราย! หายใจไม่ทั่วท้อง หายใจหอบ หายใจเร็วผิดปกติ เหมือนปลาขึ้นมาจากน้ำ นี่ไม่ใช่แค่เหนื่อยนะ! อันตรายมาก! ต้องรีบไปโรงพยาบาล นอนห้องไอซียูเลยล่ะ!
อาเจียนหนัก: อาเจียนจนแทบหมดแรง เหมือนนั่งเครื่องบินตก อาเจียนแล้วไม่หยุด นี่ก็ต้องแอดมิตนะจ้ะ!
ปวดท้องรุนแรง: ปวดท้องแบบท้องแตก ปวดจนตัวงอ ปวดจนลุกไม่ไหว นี่ก็ต้องรีบไปหาหมอเลย ถ้าหนักมาก ก็แอดมิต นอนพักผ่อนซะ อย่าดื้อ!
มีไข้สูงมาก: ไข้ขึ้นสูงปรี๊ด! วัดได้ 40 องศา ตัวร้อนเหมือนเตาอบ แบบนี้ไม่ใช่เล่นๆ ต้องไปโรงพยาบาลด่วน! ไม่งั้นอันตรายนะจ๊ะ!
เพิ่มเติม: นี่แค่ตัวอย่างส่วนหนึ่งนะ จริงๆแล้วอาการที่ต้องแอดมิตมีเยอะแยะ ขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย เช่น อายุของคนไข้ โรคประจำตัว และความรุนแรงของอาการ ถ้าไม่แน่ใจ รีบไปหาหมอเลยดีที่สุด อย่ามัวแต่คิดเองเออเอง เพราะสุขภาพสำคัญที่สุด! ชีวิตเรามีค่ากว่าการประหยัดค่าโรงพยาบาล จำไว้!
เป็นไข้แบบไหนต้องนอนโรงบาล
ไข้แบบไหนต้องนอนโรงพยาบาล? ต้องพิจารณาหลายปัจจัยนะคะ ไม่ใช่แค่ตัวเลขอย่างเดียว
ไข้สูงต่อเนื่อง: ไข้สูงเกิน 39 องศาเซลเซียส เป็นเวลานานกว่า 24 ชั่วโมง อันนี้สำคัญมาก ร่างกายบอกอะไรบางอย่างชัดเจนแล้วล่ะ ต้องหาสาเหตุ การรักษาเองอาจไม่เพียงพอ จำเป็นต้องได้รับการตรวจวินิจฉัยอย่างละเอียด
หายใจเร็วผิดปกติ: ผู้ใหญ่หายใจเร็วเกิน 25 ครั้ง/นาที นี่เป็นสัญญาณเตือน อาจบ่งบอกถึงปัญหาเกี่ยวกับระบบทางเดินหายใจ หรือภาวะแทรกซ้อนอื่นๆ ต้องได้รับการดูแลอย่างทันท่วงที
ระดับออกซิเจนต่ำ: ค่า oxygen saturation ต่ำกว่า 94% อันนี้เป็นเรื่องที่ต้องรีบไปโรงพยาบาลเลย ร่างกายขาดออกซิเจน ต้องได้รับการช่วยเหลือโดยด่วน อาจต้องใช้เครื่องช่วยหายใจ
โรคประจำตัว: ผู้ที่มีโรคประจำตัวอยู่แล้ว และอาการไข้ทำให้โรคกำเริบ หรือมีการเปลี่ยนแปลง จำเป็นต้องได้รับการดูแลอย่างใกล้ชิดจากแพทย์ การตัดสินใจนอนโรงพยาบาลขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ เพราะแต่ละเคสไม่เหมือนกัน บางคนอาจมีอาการเล็กน้อย แต่มีความเสี่ยงสูง
เพิ่มเติม: การประเมินอาการไข้ต้องพิจารณาองค์ประกอบอื่นๆ เช่น อาการอื่นๆ ร่วมด้วย (อาเจียน ปวดศีรษะรุนแรง ปวดเมื่อยกล้ามเนื้ออย่างรุนแรง ตัวเหลือง ตาเหลือง ฯลฯ) ประวัติการแพ้ยา และปัจจัยเสี่ยงต่างๆ เช่น อายุ ภูมิคุ้มกัน ฯลฯ การดูแลรักษาที่บ้านอาจช่วยได้ในบางกรณี แต่หากมีข้อสงสัย ควรปรึกษาแพทย์ เพราะสุขภาพเป็นเรื่องสำคัญที่สุด เราไม่ควรประมาท
ป่วยอะไรต้องนอนโรงบาล
ป่วยอะไรถึงต้องนอนโรงพยาบาลเหรอ... อืม...
มันเหมือนตอนกลางคืนที่เรามองไม่เห็นอะไรชัดๆ หลายอย่างมันก็ซับซ้อนกว่าที่เราคิดเยอะเลยนะ การที่ใครสักคนต้องนอนโรงพยาบาล... มันไม่ใช่แค่เรื่องป่วยธรรมดาแน่ๆ
มันคือ...
- อาการหนัก: แบบที่อยู่บ้านแล้วดูแลไม่ได้ ต้องมีหมอพยาบาลคอยดูตลอดเวลา
- หัวใจ: คนที่มีปัญหาเรื่องหัวใจ... หัวใจมันสำคัญมาก ถ้ามันไม่ไหวจริงๆ ก็ต้องรีบไป
- ติดเชื้อ: การติดเชื้อบางอย่างมันน่ากลัวกว่าที่เราคิดเยอะ... มันลามไปทั่วร่างกายได้เลย
- ผ่าตัด: การผ่าตัดใหญ่... มันไม่ใช่แค่แผล มันคือการพักฟื้น การดูแลอย่างใกล้ชิด
- บาดเจ็บสาหัส: รถชน ตกจากที่สูง... พวกนี้ต้องรีบไปโรงพยาบาลด่วนๆ
หมอเขาจะเป็นคนตัดสินใจแหละว่าต้องนอนโรงพยาบาลไหม... แต่ถ้าอาการมันหนักจริงๆ... ก็คงต้องไป... เพื่อให้หาย... เพื่อให้ดีขึ้น... ถึงมันจะน่ากลัวก็เถอะนะ
ไข้กี่องศาแอดมิด
ไข้กี่องศาแอดมิต?
- 37.5-38 องศา: ไข้ต่ำ
- 38-39 องศา: ไข้สูง
- 40 องศาขึ้นไป: ไข้สูงมาก
หมายเหตุ: ข้อมูลนี้เป็นเพียงข้อมูลทั่วไป การวินิจฉัยและการรักษาต้องอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์ ตัวเลขเหล่านี้เป็นค่าอ้างอิงเท่านั้น อาจมีการปรับเปลี่ยนตามปัจจัยต่างๆ เช่น อายุ เพศ และสภาพร่างกายของแต่ละบุคคล ปี 2566
ไข้ 42 องศา อันตราย ไหม
เฮ้ย! ไข้ 42 องศาเนี่ยนะ? ถามจริง? ไม่ใช่ปลาทูจะย่างแล้วนะเว้ย! อันตรายสิถามได้! รีบไปหาหมอเดี๋ยวนี้เลย อย่ามัวแต่มาถามในเน็ต! ปล่อยไว้อาจจะไม่ได้กินข้าวผัดปูฝีมือแม่ยายอีกเลยนะจะบอกให้!
- ไข้สูงปรื๊ด: เกิน 39 องศาเนี่ย ก็เริ่มไม่จอยแล้วป่ะ? แล้วนี่ 42...พระเจ้าจอร์จ! มันยอดมาก! (แต่ในทางที่แย่โคตรๆ)
- ปวดหัวตุ้บๆ: ไม่ใช่แค่ปวดหัวธรรมดานะเว้ย! นี่มันปวดแบบ "หัวจะระเบิด ตู้มมมม!!!"
- ไปหาหมอ: อย่าคิดเยอะ! อย่าคิดว่ากินพาราแล้วจะหาย! ชีวิตมีค่ากว่านั้น! รีบไปหาหมอ! เดี๋ยวนี้! เข้าใจ๊?
ป.ล. อย่าหาว่าสอนเลยนะเพื่อน แต่ประสบการณ์ตรงเลยนะ ตอนเด็กๆ เคยไข้ขึ้นสูงเพราะกินไอติมเยอะเกินไป ผลคือ...โดนแม่ตี! แต่ถ้าไข้สูงจริงๆ แบบ 42 องศาเนี่ย ไม่ใช่แค่โดนตีนะเว้ย! อาจจะ...เอ่อ...ไม่อยากพูด! รีบไปหาหมอเถอะ สาธุ!
ไข้กี่องศาถึงแอดมิดได้
ไข้สูงขนาดไหนถึงต้องเข้า รพ.เหรอ? อื้อหือ จำได้ไม่แม่น แต่ที่แน่ๆ คือถ้าไข้สูงกว่า 39 องศาเซลเซียส นานเกิน 24 ชม. อันนี้ก็ต้องไปหาหมอแล้วแหละ หรือถ้าหายใจเร็วกว่า 25 ครั้งต่อนาที แบบผู้ใหญ่ นะ อันนี้ก็ต้องรีบไปเลย อันตราย
คือแบบว่า เพื่อนฉันเอง ปีก่อนไข้สูงถึง 40 กว่าๆ นานเกือบ 3 วัน เลยต้องไปแอดมิต หมอบอกว่าอันตรายมาก เกือบช็อกแล้ว โชคดีที่ไปทัน
- ไข้สูงเกิน 39 องศาเซลเซียส นานกว่า 24 ชั่วโมง
- หายใจเร็วกว่า 25 ครั้ง/นาที (ผู้ใหญ่)
นี่คือเกณฑ์คร่าวๆ นะ แต่จริงๆ แล้ว มันก็ขึ้นอยู่กับอาการอื่นๆ ด้วย ถ้ามีอาการอื่นร่วมด้วย เช่น ไอ เจ็บคอ ปวดหัว อย่างแรงๆ หรือมีอาการอื่นๆ ที่ผิดปกติ ควรไปหาหมอตรวจ อย่าช้า เพราะบางทีมันอาจจะไม่ใช่แค่ไข้ธรรมดา อาจจะมีอะไรมากกว่านั้น เพื่อนฉันนี่แหละ ตอนแรกนึกว่าแค่ไข้หวัดธรรมดา เกือบไปแล้ว จริงๆ
ความคิดเห็นต่อคำตอบ:
ขอบคุณสำหรับความคิดเห็นของคุณ! ความคิดเห็นของคุณมีความสำคัญมากในการช่วยเราปรับปรุงคำตอบในอนาคต